5 คืน 6 วัน กับการเดินทางคนเดียว แต่เหมือนไม่ได้ไปคนเดียว หนังสือท่องเที่ยวไม่ต้องใช้ ไกด์บุคไม่ต้องถือ ไม่ต้องมีคู่มือแนะนำการเดินทาง มีแค่แผนคร่าว ๆ และคนแปลกหน้าข้างๆ เดินนำทาง "ยินดีที่ได้รู้จัก และรัก(ไต้หวัน)เธอ
** รูปภาพอาจไม่สวยเหมือนกับในนิตยสาร แต่ข้างในของรูปเต็มไปด้วยเรื่องราวและความอบอุ่น การเขียนอาจไม่ได้สละสลวย เหมือนนักเขียน แต่เราเขียนทุกตัวอักษรมาจากความรู้สึก หากเขียนผิดหรือพลาดไป ก็ขออภัย มา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ. **
Hostel :
1. Jiufen : On My Way Jiufen
Price: 600 NTD/Night
Location: ใน Jiufen Old Street
2. Here There Hostel
Price: 450 NTD/Night
Location: ใกล้กับ ท่ารถบัสกู่กวง มากค่ะ
31 Dec, 15: เครื่องบินออกเดินทาง เวลา 10.20-15.20 ใช้เวลาเดินทางสามชั่วโมงหน่อย ๆ เครื่องก็มาถึงสนามบินเถาหยวน พอผ่าน ตม มา เวลาก็เกือบบ่ายสี่โมงครึ่ง เราก็รีบไปซื้อซิม เพื่อติดต่อเพื่อนจากเว็บ couchsurfing เพราะเรามีนัดกันว่าเขาจะพาเราไปเดินตลาดสด เพื่อไปซื้อผักและเต้าหู้มาทำชาบูหมาล่ากินกัน หลังจากได้ซิมมาเราก็รีบไปซื้อตั๋วรถ Ubus เพื่อที่จะไปต่อรถไฟ THSR ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก็มาถึง สถานี THSR
ด้วยความที่ไม่ได้หาข้อมูลมามากพอ แต่อ่านจากพันทิปคร่าว ๆ ว่าเราสามารถซื้อตั๋วที่เคาท์เตอร์ได้ หรือซื้อจากเครื่องซื้อตั๋วอัตโนมัติได้ แต่พอมองดูแถวที่เคาท์เตอร์แล้วท้อใจเพราะคนต่อแถวยาวมาก ส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวจากจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี อีกอย่างคือ เรารีบมากเพราะกลัวตลสดจะวายก่อน เราจึงตัดสินใจไปซื้อจากเครื่องซื้อตั๋วอัตโนมัติ พอเรากดเลือกสถานีที่จะลงแล้ว ตั๋วก็ออกมา แต่ค่ะแต่ ทำไมหน้าตาตั๋วมันไม่เหมือนกับอ่านมาจากรีวิววะ เพราะในรีวิวมันจะบอกว่าต้องขึ้นตู้ไหน นั่งตรงไหน? พอตั้งสติได้ รีบถ่ายรูปตั๋วให้เพื่อนดู จึงได้ความว่า เรากดเลือกซื้อตั๋วแบบ non-reservation นั่นหมายความว่า เราสามารถขึ้นขบวนไหนก็ได้ที่ไปลงไทเปเมน แต่จะต้องขึ้นเฉพาะตู้ 11-12 ซึ่งจะยืน หรือจะนั่งพื้นก็ได้ตามใจเรา แต่อย่าไปขวางทางเดินก็พอค่ะ (ความจริงก็มีเจ้าหน้าที่อยู่ที่ตู้นะคะ สามารถถามได้ แต่เรารีบเกินไปหน่อยก็เลยได้ตั๋วมาแบบงงๆ)
จากสถานี THSR มาถึงไทเปเมน ใช้เวลาประมาณ 20 นาที เราก็มาถึง Taipei Main station สิ่งต่อมาคือการเดินหา counter ขาย easy card บอกตรงๆ ค่ะว่าจำไม่ได้ว่าอยู่ตรงไหน เพราะเราบังเอิญไปเจอพอดี เรารีบไปกดบัตรคิวรอซื้อตั๋วมา ค่าเสียหายจ่ายไป 500 NTD มีเงินในบัตร 400 NTD เมือ่ได้บัตรมาแล้ว เรารีบเดินไปขึ้น MRT สายสีน้ำเงิน เพื่อที่จะไปหาเพื่อนที่นัดไว้ว่าจะมารับ ที่สถานี MRT Nangang Exhibition st. ซึ่งการขึ้นรถไฟใต้ดินที่นี่ก็ไม่ยุ่งยากอะไร ถ้าไม่แน่ใจเราถามคนแถวๆนั้นได้ค่ะ ถึงจะพูดภาษาอังกฤษกันไม่ค่อยได้แต่เขาก็พยายามช่วยเราค่ะ
เรารอเพื่อนมารับประมาณ 10 นาทีเราก็เจอกันค่ะ คนแปลกหน้าที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ตอนนี้เรากลายเป็นเพื่อนกันไปแล้วค่ะ เพื่อนใหม่ของเราชื่อเสี่ยวหลัน เสี่ยวหลันเรียนภาษาไทยมาประมาณ 1 ปี แต่เขียนไม่ได้ พูดได้นิดหน่อย แต่นางมีความพยายามมากเลยค่ะ ดูละครไทยแต่มีซับเป็นภาษาจีน เหมือนที่เราดูละครเกาหลีแต่ซับไทย อะไรทำนองนั้นค่ะ ทริปนี้เราพักที่บ้านเสี่ยวหลัน 4 วัน 4 คืนเลยค่ะ
เราและเสี่ยวหลันรีบไปตลาดสดชื่อตลาดอะไรเราก็จำไม่ได้ ไปถึงตลาดก็กำลังจะปิดแล้ว เราจึงรีบไปซื้อของกัน เสี่ยวหลันไปซื้อผัก และเต้าหู้ พอคุณป้าคนขายได้ยินเราพูดภาษาอังกฤษกับเสี่ยวหลัน แกก็เลยถามว่าเรามาจากไหนเหรอ เสี่ยวหลันก็บอกไปว่าเราเป็นคนไทย พอคุณป้าได้ยินดังนั้นก็เลยพูดว่า เราไม่เหมือนคนไทยเลย นึกว่าเราเป็นคนญี่ปุ่น ไม่ก็เกาหลี คุณลุงจากที่อยู่หลังร้านด็เดินออกมาคุยด้วย พูดภาษาจีนรัวๆ เราก็ฟังไม่รู้เรื่อง เสี่ยวหลันจึงแปลให้ฟังว่า คุณลุงกับคุณป้าไม่เคยเห็นคนต่างชาติแถวๆเขตนี้ แกไม่เคยเห็นนักท่องเที่ยวคนไทย คนไทยในความคิดของแก คือต้องผิวเข้ม ๆ ไม่ขาวแบบเรา เพราะคนไทยที่แกเห็นที่ไต้หวัน ส่วนมากจะเป็นแรงงานมากกว่านักท่องเที่ยวค่ะ ......
สี่ทุ่มของคืนวันที่ 31 ธันวาคม
ที่บ้านเสี่ยวหลัน ที่เขต Xizhi เสี่ยวหลันบอกให้เราอาบน้ำ ก่อนไปกินชาบู ที่บ้านหลังที่ 2 ที่เขต Dansui บ้านเสี่ยวหลันอยู่ติดกับสถานีรถไฟ Dansui ข้างนอกดูเป็นตึกเก่า ๆ ธรรมดาแต่ข้างในตกแต่งสวยงาม แถมที่จอดรถต้องขับเข้าตึกแล้วกดลิฟลงไปจอดที่ชั้นใต้ดิน เราก็ตื่นเต้น เพราะเคยเห็นในทีวีตั้งนานมาแล้ว เพราะเขามีพื้นที่น้อยจึงมีการจัดการเรื่องที่จอดรถได้ดี
คืนนี้ความจริงเราตั้งใจจะมาดูพลุ ที่ตึกไทเป 101 แต่เราก็เปลี่ยนใจ เพราะวันนี้เสี่ยวหลันจะทำชาบูหมาล่าให้เราทาน พร้อมกับเพื่อนๆ ของจั่วเพ้า สามีของเสี่ยวหลัน คือ แอรอน ซิด อีกคนเราจำชื่อไม่ได้ เพราะชื่อ ออกเสียงยาก --* วันนี้ของเราก็เลยจบลงที่การกินชาบู จิบไวน์ และพูดคุยกับเพื่อนใหม่แทนการไปดูพลุ แต่พอใกล้เที่ยงคืน. แอรอนก็เปิดการจุดพลุแบบเรียลไทม์ ให้ดูแทนค่ะ เพราะเขารู้มาว่าเราตั้งใจมากที่จะมาดูพลุ ....
วันนี้ก็จบลงที่เวลา ตี 2.00 เราก็แยกย้ายกันเข้านอน พร้อมอากาศที่แสนจะเย็น
ซึ่งในขณะที่หลายคนเฝ้ารอเวลา เพื่อถ่ายรูปพลุที่ตึกไทเป 101 แต่เราก็เลือกที่จะอยู่ร่วมฉลองและปาร์ตี้พร้อมกับเพื่อนใหม่ และมันก็เป็นประสบการณ์ที่ดีเหมือนกัน ว่ามั้ยคะ ......
ยินดีที่ได้รู้จักและรัก(ไต้หวัน)เธอ
** รูปภาพอาจไม่สวยเหมือนกับในนิตยสาร แต่ข้างในของรูปเต็มไปด้วยเรื่องราวและความอบอุ่น การเขียนอาจไม่ได้สละสลวย เหมือนนักเขียน แต่เราเขียนทุกตัวอักษรมาจากความรู้สึก หากเขียนผิดหรือพลาดไป ก็ขออภัย มา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ. **
Hostel :
1. Jiufen : On My Way Jiufen
Price: 600 NTD/Night
Location: ใน Jiufen Old Street
2. Here There Hostel
Price: 450 NTD/Night
Location: ใกล้กับ ท่ารถบัสกู่กวง มากค่ะ
31 Dec, 15: เครื่องบินออกเดินทาง เวลา 10.20-15.20 ใช้เวลาเดินทางสามชั่วโมงหน่อย ๆ เครื่องก็มาถึงสนามบินเถาหยวน พอผ่าน ตม มา เวลาก็เกือบบ่ายสี่โมงครึ่ง เราก็รีบไปซื้อซิม เพื่อติดต่อเพื่อนจากเว็บ couchsurfing เพราะเรามีนัดกันว่าเขาจะพาเราไปเดินตลาดสด เพื่อไปซื้อผักและเต้าหู้มาทำชาบูหมาล่ากินกัน หลังจากได้ซิมมาเราก็รีบไปซื้อตั๋วรถ Ubus เพื่อที่จะไปต่อรถไฟ THSR ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก็มาถึง สถานี THSR
ด้วยความที่ไม่ได้หาข้อมูลมามากพอ แต่อ่านจากพันทิปคร่าว ๆ ว่าเราสามารถซื้อตั๋วที่เคาท์เตอร์ได้ หรือซื้อจากเครื่องซื้อตั๋วอัตโนมัติได้ แต่พอมองดูแถวที่เคาท์เตอร์แล้วท้อใจเพราะคนต่อแถวยาวมาก ส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวจากจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี อีกอย่างคือ เรารีบมากเพราะกลัวตลสดจะวายก่อน เราจึงตัดสินใจไปซื้อจากเครื่องซื้อตั๋วอัตโนมัติ พอเรากดเลือกสถานีที่จะลงแล้ว ตั๋วก็ออกมา แต่ค่ะแต่ ทำไมหน้าตาตั๋วมันไม่เหมือนกับอ่านมาจากรีวิววะ เพราะในรีวิวมันจะบอกว่าต้องขึ้นตู้ไหน นั่งตรงไหน? พอตั้งสติได้ รีบถ่ายรูปตั๋วให้เพื่อนดู จึงได้ความว่า เรากดเลือกซื้อตั๋วแบบ non-reservation นั่นหมายความว่า เราสามารถขึ้นขบวนไหนก็ได้ที่ไปลงไทเปเมน แต่จะต้องขึ้นเฉพาะตู้ 11-12 ซึ่งจะยืน หรือจะนั่งพื้นก็ได้ตามใจเรา แต่อย่าไปขวางทางเดินก็พอค่ะ (ความจริงก็มีเจ้าหน้าที่อยู่ที่ตู้นะคะ สามารถถามได้ แต่เรารีบเกินไปหน่อยก็เลยได้ตั๋วมาแบบงงๆ)
จากสถานี THSR มาถึงไทเปเมน ใช้เวลาประมาณ 20 นาที เราก็มาถึง Taipei Main station สิ่งต่อมาคือการเดินหา counter ขาย easy card บอกตรงๆ ค่ะว่าจำไม่ได้ว่าอยู่ตรงไหน เพราะเราบังเอิญไปเจอพอดี เรารีบไปกดบัตรคิวรอซื้อตั๋วมา ค่าเสียหายจ่ายไป 500 NTD มีเงินในบัตร 400 NTD เมือ่ได้บัตรมาแล้ว เรารีบเดินไปขึ้น MRT สายสีน้ำเงิน เพื่อที่จะไปหาเพื่อนที่นัดไว้ว่าจะมารับ ที่สถานี MRT Nangang Exhibition st. ซึ่งการขึ้นรถไฟใต้ดินที่นี่ก็ไม่ยุ่งยากอะไร ถ้าไม่แน่ใจเราถามคนแถวๆนั้นได้ค่ะ ถึงจะพูดภาษาอังกฤษกันไม่ค่อยได้แต่เขาก็พยายามช่วยเราค่ะ
เรารอเพื่อนมารับประมาณ 10 นาทีเราก็เจอกันค่ะ คนแปลกหน้าที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ตอนนี้เรากลายเป็นเพื่อนกันไปแล้วค่ะ เพื่อนใหม่ของเราชื่อเสี่ยวหลัน เสี่ยวหลันเรียนภาษาไทยมาประมาณ 1 ปี แต่เขียนไม่ได้ พูดได้นิดหน่อย แต่นางมีความพยายามมากเลยค่ะ ดูละครไทยแต่มีซับเป็นภาษาจีน เหมือนที่เราดูละครเกาหลีแต่ซับไทย อะไรทำนองนั้นค่ะ ทริปนี้เราพักที่บ้านเสี่ยวหลัน 4 วัน 4 คืนเลยค่ะ
เราและเสี่ยวหลันรีบไปตลาดสดชื่อตลาดอะไรเราก็จำไม่ได้ ไปถึงตลาดก็กำลังจะปิดแล้ว เราจึงรีบไปซื้อของกัน เสี่ยวหลันไปซื้อผัก และเต้าหู้ พอคุณป้าคนขายได้ยินเราพูดภาษาอังกฤษกับเสี่ยวหลัน แกก็เลยถามว่าเรามาจากไหนเหรอ เสี่ยวหลันก็บอกไปว่าเราเป็นคนไทย พอคุณป้าได้ยินดังนั้นก็เลยพูดว่า เราไม่เหมือนคนไทยเลย นึกว่าเราเป็นคนญี่ปุ่น ไม่ก็เกาหลี คุณลุงจากที่อยู่หลังร้านด็เดินออกมาคุยด้วย พูดภาษาจีนรัวๆ เราก็ฟังไม่รู้เรื่อง เสี่ยวหลันจึงแปลให้ฟังว่า คุณลุงกับคุณป้าไม่เคยเห็นคนต่างชาติแถวๆเขตนี้ แกไม่เคยเห็นนักท่องเที่ยวคนไทย คนไทยในความคิดของแก คือต้องผิวเข้ม ๆ ไม่ขาวแบบเรา เพราะคนไทยที่แกเห็นที่ไต้หวัน ส่วนมากจะเป็นแรงงานมากกว่านักท่องเที่ยวค่ะ ......
สี่ทุ่มของคืนวันที่ 31 ธันวาคม
ที่บ้านเสี่ยวหลัน ที่เขต Xizhi เสี่ยวหลันบอกให้เราอาบน้ำ ก่อนไปกินชาบู ที่บ้านหลังที่ 2 ที่เขต Dansui บ้านเสี่ยวหลันอยู่ติดกับสถานีรถไฟ Dansui ข้างนอกดูเป็นตึกเก่า ๆ ธรรมดาแต่ข้างในตกแต่งสวยงาม แถมที่จอดรถต้องขับเข้าตึกแล้วกดลิฟลงไปจอดที่ชั้นใต้ดิน เราก็ตื่นเต้น เพราะเคยเห็นในทีวีตั้งนานมาแล้ว เพราะเขามีพื้นที่น้อยจึงมีการจัดการเรื่องที่จอดรถได้ดี
คืนนี้ความจริงเราตั้งใจจะมาดูพลุ ที่ตึกไทเป 101 แต่เราก็เปลี่ยนใจ เพราะวันนี้เสี่ยวหลันจะทำชาบูหมาล่าให้เราทาน พร้อมกับเพื่อนๆ ของจั่วเพ้า สามีของเสี่ยวหลัน คือ แอรอน ซิด อีกคนเราจำชื่อไม่ได้ เพราะชื่อ ออกเสียงยาก --* วันนี้ของเราก็เลยจบลงที่การกินชาบู จิบไวน์ และพูดคุยกับเพื่อนใหม่แทนการไปดูพลุ แต่พอใกล้เที่ยงคืน. แอรอนก็เปิดการจุดพลุแบบเรียลไทม์ ให้ดูแทนค่ะ เพราะเขารู้มาว่าเราตั้งใจมากที่จะมาดูพลุ ....
วันนี้ก็จบลงที่เวลา ตี 2.00 เราก็แยกย้ายกันเข้านอน พร้อมอากาศที่แสนจะเย็น
ซึ่งในขณะที่หลายคนเฝ้ารอเวลา เพื่อถ่ายรูปพลุที่ตึกไทเป 101 แต่เราก็เลือกที่จะอยู่ร่วมฉลองและปาร์ตี้พร้อมกับเพื่อนใหม่ และมันก็เป็นประสบการณ์ที่ดีเหมือนกัน ว่ามั้ยคะ ......