นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับบทบัญญัติว่าด้วยการจัดสรรคลื่นความถี่ที่ปรับจากทรัพยากรสื่อสารของชาติ เป็นทรัพยากรของรัฐนั้น ความมุ่งหมายไม่ใช่เพื่อให้รัฐมีสิทธิเข้าดำเนินการรื้อระบบสารสนเทศ หรือระบบการใช้คลื่นความถี่ในปัจจุบัน แต่เพื่อต้องการให้สื่อให้เห็นว่าคลื่นความถี่นั้นเป็นทรัพยากรของคนไทยทุกคน เพราะคำว่ารัฐในบทบัญญัติจะเป็นคำที่สื่อถึงบุคคลที่อยู่ภายในรัฐ ไม่ใช่คำว่ารัฐที่หมายถึงผู้มีอำนาจสูงสุดในการบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนกรณีที่กำหนดให้รัฐพึงมีองค์กรที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่นั้น ต้องการสื่อไปยังกสทช.ว่าการบริหารจัดการคลื่นความถี่ไม่ใช่ให้สิทธิขาดในการดูแลหรือจัดการคลื่นหรือนำคลื่นไปดำเนินการใดๆ ได้ตามใจชอบถือเสมือนว่าคลื่นความถี่นั้นเป็นของตนเอง ซึ่งการดูแลและการบริหารจัดการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก
อย่างไรก็ตามการปรับบทบัญญัติดังกล่าวไม่ใช่เป็นการเขียนเพื่อให้รองรับกับการบังคับใช้ร่างกฎหมายดิจิตอล ส่วนการเขียนให้ครอบคลุมถึงวงโคจรด้วยนั้น เพื่อต้องการรักษาผลประโยชน์ว่าวงโคจรเป็นสาธารณะสมบัติของประเทศแม้เอกชนจะได้สัมปทานจากรัฐ แต่ไม่อาจถือเป็นสมบัติของเอกชน ดังนั้นผู้ใดที่ได้รับสัมปทานไปแล้ว ต้องคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะด้วยเช่นกัน
ไม่รู้ว่าใครคิดยังไง
อ่านแล้วเหมือนถอยหลังเข้าคลอง
เหมือนจะมีระบบนอนรอกินเงินสัมปทาน
ระบบที่ มีคนเกี่ยวข้องด้วยหลายฝ่าย เดินหน้าไปอย่างเชื่องช้า และขัดแย้ง เต็มไปด้วยการต่อรองผลประโยชน์ เล่นพรรคเล่นพวก
ปัญหาการตีความ
"มีชัย" ยืนยันปรับให้รัฐมีอำนาจดูแลคลื่นความถี่-วงโคจร เพื่อสื่อความหมายให้เป็นของคนไทยทุกคน
อย่างไรก็ตามการปรับบทบัญญัติดังกล่าวไม่ใช่เป็นการเขียนเพื่อให้รองรับกับการบังคับใช้ร่างกฎหมายดิจิตอล ส่วนการเขียนให้ครอบคลุมถึงวงโคจรด้วยนั้น เพื่อต้องการรักษาผลประโยชน์ว่าวงโคจรเป็นสาธารณะสมบัติของประเทศแม้เอกชนจะได้สัมปทานจากรัฐ แต่ไม่อาจถือเป็นสมบัติของเอกชน ดังนั้นผู้ใดที่ได้รับสัมปทานไปแล้ว ต้องคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะด้วยเช่นกัน
ไม่รู้ว่าใครคิดยังไง
อ่านแล้วเหมือนถอยหลังเข้าคลอง
เหมือนจะมีระบบนอนรอกินเงินสัมปทาน
ระบบที่ มีคนเกี่ยวข้องด้วยหลายฝ่าย เดินหน้าไปอย่างเชื่องช้า และขัดแย้ง เต็มไปด้วยการต่อรองผลประโยชน์ เล่นพรรคเล่นพวก
ปัญหาการตีความ