รีวิวนี้ทำเพื่อให้ทราบว่า
ร้านอยู่ไหน
ขายอะไร
สถานที่ บรรยากาศ
ราคาเท่าไร
และ ขอให้
คิด
วิเคราะห์
แยกแยะ
ในการรับชม
แม่ช้อยดอยหลวง
ชื่อนี้คงไม่ต้องการันตี
เจ้าของร้านคือ ชื่อเดียวกับร้านครับ
คนรุ่นใหม่ๆ ในโลกไซเบอร์ อาจจะรู้จักชื่อนี้แค่คำบอกเล่า หรือเห็นจาก สติกเกอร์ เก่าๆ ตามร้านอาหารมาบ้าง
บอกเลยครับชื่อนี้ เกือบ 20 ปีก่อน นั้น "ขลัง" มาก ชนิดว่า คอนักกิน นักชิม จะรอดู จาก นสพ. ไทยรัฐ ในวันอาทิตย์
ว่าจะลง ร้านไหน เรียกว่าสมัยนั้น แม่ช้อย เอาร้านไหนมาลงนี่ ถึงกับ ร้านแตกเลยครับ
ปัจจุบัน แม่ช้อย มาเปิดร้านนี้(เปิดมาหลายปีแล้ว) เปิดเพราะ ถ้าถึงใน วัย วัยนึง คือวัยชราแบบลุงๆนี่แหละ
เอาไว้เป็นแหล่งพบปะผู้คน ไว้นั่งกินข้าวเล่าความหลังกันครับ
แต่ที่นี่คงมีมากกว่านั้น สำหรับ กูรู นักชิมอย่าง
แม่ช้อยนางรำ คงไม่ใช่มีไว้แค่พบปะธรรมดา
แม่ช้อย ยังสรรหา วัตถุดิบ และ ฝีมือการปรุงแต่ง โดย ภรรยาของท่านเอง ที่บอกเลย ว่าทำอาหารด้วย "ใจ" ครับ
อย่างวันนี้ บางเมนูจะไม่มีทุกวัน เช่น
ไก่เบตง
จานนี้แบบแช่เหล้า
หรือแบบ ข้าวมันไก่
****เมนู ไก่เบตง ไม่มีขายประจำนะครับ นานๆๆๆ ? ถึงมีทีนึง
ห้อยจ้อปู กลิ่นและเนื้อ ชนิดว่า ปูเป็นปู ครับ
ซี่โครงหมูอ่อนผัดใบยี่หร่า
ยำเย็นตาโฟ ทีเด็ดอีกจานของร้านนี้
ชามนี้ชอบมาก เป็นเครื่องแกงที่ อร่อย หอมที่สุดที่เคยกินมา
แกงเขียวหวาน ปลาอินทรีย์
ที่ใช้ปลาอินทรีย์สดๆ หั่นเป็นชิ้นใหญ่พอดีคำ
จานนี้ก็เยี่ยม เนื่อเก้งผัดพริก
กับจานนี้ที่ไม่มีในเมนู หมูน้ำค้างผัดผัก
หมูน้ำค้างคือหมูที่ชาวยูนานนำไปหมัก และตาก ลมค้างไว้เพื่อนำไปเก็บไว้กิน นานๆ
มื้อนี้ 3 คน มีห่อกลับบ้านอีกหลายอย่าง
ถ้าจะลองไปไม่ถูก ถามทางได้เลย
ช่วงกำลังนั่งทานกันอยู่. มีลูกค้าชาวญี่ปุ่น ที่เป็นนักท่องเที่ยว ได้ดั้นด้น มาหาร้านจนเจอ
เธอบอกกับ แม่ช้อย ว่าเธอมาเพราะเพื่อน แนะนำว่า ที่นี่ มีแกง มัสหมั่น อร่อยที่สุดในเมืองไทย
ลุง หูผึ่ง แต่ตอนนี้หนังท้องแทบปริ เลยขอฝากไว้ก่อนครับ
[CR] ลุงอ้วน กินกะเที่ยว 2015 # 75 ๑๑๑๑๑...แม่ช้อยดอยหลวง...๑๑๑๑๑ @ ซอยเรวดี นนทบุรี
ร้านอยู่ไหน
ขายอะไร
สถานที่ บรรยากาศ
ราคาเท่าไร
และ ขอให้
คิด
วิเคราะห์
แยกแยะ
ในการรับชม
แม่ช้อยดอยหลวง
ชื่อนี้คงไม่ต้องการันตี
เจ้าของร้านคือ ชื่อเดียวกับร้านครับ
คนรุ่นใหม่ๆ ในโลกไซเบอร์ อาจจะรู้จักชื่อนี้แค่คำบอกเล่า หรือเห็นจาก สติกเกอร์ เก่าๆ ตามร้านอาหารมาบ้าง
บอกเลยครับชื่อนี้ เกือบ 20 ปีก่อน นั้น "ขลัง" มาก ชนิดว่า คอนักกิน นักชิม จะรอดู จาก นสพ. ไทยรัฐ ในวันอาทิตย์
ว่าจะลง ร้านไหน เรียกว่าสมัยนั้น แม่ช้อย เอาร้านไหนมาลงนี่ ถึงกับ ร้านแตกเลยครับ
ปัจจุบัน แม่ช้อย มาเปิดร้านนี้(เปิดมาหลายปีแล้ว) เปิดเพราะ ถ้าถึงใน วัย วัยนึง คือวัยชราแบบลุงๆนี่แหละ
เอาไว้เป็นแหล่งพบปะผู้คน ไว้นั่งกินข้าวเล่าความหลังกันครับ
แต่ที่นี่คงมีมากกว่านั้น สำหรับ กูรู นักชิมอย่างแม่ช้อยนางรำ คงไม่ใช่มีไว้แค่พบปะธรรมดา
แม่ช้อย ยังสรรหา วัตถุดิบ และ ฝีมือการปรุงแต่ง โดย ภรรยาของท่านเอง ที่บอกเลย ว่าทำอาหารด้วย "ใจ" ครับ
อย่างวันนี้ บางเมนูจะไม่มีทุกวัน เช่น ไก่เบตง
จานนี้แบบแช่เหล้า
หรือแบบ ข้าวมันไก่
****เมนู ไก่เบตง ไม่มีขายประจำนะครับ นานๆๆๆ ? ถึงมีทีนึง
ห้อยจ้อปู กลิ่นและเนื้อ ชนิดว่า ปูเป็นปู ครับ
ซี่โครงหมูอ่อนผัดใบยี่หร่า
ยำเย็นตาโฟ ทีเด็ดอีกจานของร้านนี้
ชามนี้ชอบมาก เป็นเครื่องแกงที่ อร่อย หอมที่สุดที่เคยกินมา
แกงเขียวหวาน ปลาอินทรีย์
ที่ใช้ปลาอินทรีย์สดๆ หั่นเป็นชิ้นใหญ่พอดีคำ
จานนี้ก็เยี่ยม เนื่อเก้งผัดพริก
กับจานนี้ที่ไม่มีในเมนู หมูน้ำค้างผัดผัก
หมูน้ำค้างคือหมูที่ชาวยูนานนำไปหมัก และตาก ลมค้างไว้เพื่อนำไปเก็บไว้กิน นานๆ
มื้อนี้ 3 คน มีห่อกลับบ้านอีกหลายอย่าง
ถ้าจะลองไปไม่ถูก ถามทางได้เลย
ช่วงกำลังนั่งทานกันอยู่. มีลูกค้าชาวญี่ปุ่น ที่เป็นนักท่องเที่ยว ได้ดั้นด้น มาหาร้านจนเจอ
เธอบอกกับ แม่ช้อย ว่าเธอมาเพราะเพื่อน แนะนำว่า ที่นี่ มีแกง มัสหมั่น อร่อยที่สุดในเมืองไทย
ลุง หูผึ่ง แต่ตอนนี้หนังท้องแทบปริ เลยขอฝากไว้ก่อนครับ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น