สืบเนื่องจากดิฉันได้ดำเนินการกู้ซื้อบ้าน กับธนาคารยูโอบีประเทศไทย.. ตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งนับถึงเวลานี้เป็นเวลาสามปีกว่า โดยทุกเดือนจะชำระค่างวดผ่านการตัดบัญชี จนมีเหตุไม่ปกติวันที่ 2 ธันวาคม 2558 ทางธนาคารยูโอบีได้ดำเนินการโทรมาทวงค่างวด ทางดิฉันจึงได้เกิดเหตุสงสัย เนื่องจากเงินในบัญชีสำหรับการตัดค่างวดมีเงินเพียงพอสำหรับการจ่าย จึงไดมีการสอบถามผ่านเจ้าหน้าที่ของยูโอบี ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีการตัดค่าประกันอัคคีภัยอัตโนมัติ โดยที่ทางธนาคารไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
ทั้งนี้ขอเล่าย้อนความเรื่องการทำประกันอัคคีภัยบ้าน ในตอนเริ่มทำสัญญากู้ซื้อบ้าน ทางดิฉันได้อ่านสัญญาถี่ถ้วนแล้ว ในสัญญาระบุในข้อ 8.2 ว่า “ผู้กู้ตกลงเอาประกัน และชำระค่าเบี้ยประกันภัยเพื่อคุ้มครองชีวิต และ/หรือการเสี่ยงภัยทุกชนิดในทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน (ถ้ามี) ในวงเงินที่ผู้ให้กู้กำหนด ...” ตอนที่คุยกับเจ้าหน้าที่ทำเรื่องอนุมัติกู้ยืม จึงตัดสินใจทำแต่ประกันชีวิต โดยให้มีวงเงินครอบคลุมจำนวนเงินที่กู้ แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้ขอร้องให้ช่วยทำประกันอัคคีภัยเพิ่มเติม ซึ่งตอนนั้นดิฉันกับสามีมองว่าเป็นจำนวนเงินไม่มาก (6,xxx) จึงช่วยเหลือทำกันไป โดยชำระค่าประกันอัคคีภัยเป็นเงินสด...
ซึ่งเมื่อประมาณ 2-3 เดือนก่อนหน้านี้ ทางยูโอบีได้ดำเนินการส่งใบแจ้งต่อประกันอัคคีภัยมาให้ แต่ทางเรามองแล้วว่า ยังไม่อยากทำ และเราก็ยังทำถูกต้องตามสัญญา เพราะเรามีประกันชีวิตครอบคลุมวงเงินกู้อยู่ จึงไม่ได้สนใจใบแจ้งการต่อนี้
แต่เมื่อได้คุยกับทางเจ้าหน้าที่ถึงเรื่องค่างวดบ้านที่ไม่เพียงพอต่อการตัดบัญชี โดยเจ้าหน้าที่อ้างถึงเรื่องการตัดเงินค่าประกันอัคคีภัยอัตโนมัติ ทางเราจึงได้ดำเนินการคุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อขอทำความเข้าใจ เนื่องจากเรามองว่าสัญญาไม่ได้ผูกมัดให้ทำประกันดังกล่าว ทำไมทางธนาคารจึงมีสิทธิที่จะมาตัดเงินในบัญชีของเราโดยยังไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งทุกครั้งทางธนาคารจะอ้างว่า “เราได้มีการเซ็นอนุมัติในการหักบัญชีออมทรัพย์” แต่ทางเราก็ยืนยันกลับไปว่าเรายินยอมให้หักเฉพาะค่างวดบ้าน จำนวนตัวเลขในสัญญาที่กู้ยืมเท่านั้น การตัดเงินค่าประกันอัคคีภัยโดยไม่ได้รับอนุญาตครั้งนี้ ส่งผลทำให้เราผิดชำระค่างวดบ้าน ซึ่งทำให้เกิดดอกเบี้ย และค่าปรับ
โดยทางเราได้มีการคุยประสานงานกับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง โดยขอให้ชี้แจงเรื่องดังกล่าว และทางเราไม่พอใจที่มีการตัดเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต ทางเจ้าหน้าที่ให้คำตอบได้เพียงแค่ว่าต้องทำเรื่องขออนุมัติจากผู้ใหญ่ ตนเองไม่มีอำนาจ โดยสิ่งที่ทำได้คือปฏิเสธการจ่ายเงินค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย.. ตรงนี้เราเข้าใจ และเราได้รอคำตอบจากเจ้าหน้าที่อีกครั้ง สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็ตอบกลับมาหกเหมือนเดิม..
ซึ่งหากตอบกลับมาอย่างนี้ทางเราเข้าใจว่า เงินค่าเบี้ยประกันจะต้องคืนกลับเข้ามาในบัญชี และมีผลทำให้ตัดค่างวดได้ปกติ แต่สิ่งที่ได้รับวันนี้ (23/12/2558) เราค้างค่างวดบ้าน 2 งวด (รวมงวดปัจจุบัน) นั้นคือ เจ้าหน้าที่ไม่ได้ปฏิบัติตามที่พูด แถมตัวเลขดอกเบี้ยและค่าปรับยังดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ โดยที่เราไม่ได้ทำอะไรผิดเลย...
ดิฉันจึงขอเรียนถามเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับอำนาจ และการทำงานของธนาคาร
1. หากสัญญาระบุชัดเจนว่าสามารถเลือกทำประกัน (โดยระบุ และ/หรือ) ทำไมทางยูโอบีจึงต้องบังคับให้ลูกค้าทำประกันทั้งสองอย่าง
2. ทางธนาคารมีสิทธิมาตัดเงินในบัญชีของลูกค้าโดยไม่มีการยินยอมได้อย่างไร
3. เจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะดำเนินการขออนุมัติผู้มีอำนาจเรื่องการปฏิเสธการจ่ายเงินค่าประกันอัคคีภัย โดยรับเรื่องไปตั้งแต่วันที่ 2/12/2558 ผ่านมาเป็นเวลา 21 วัน ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ แจ้งลูกค้า
4. เรื่องค่าปรับ หากตามข้อ 1 ระบุชัดเจน ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเสียค่าปรับ ซึ่งตรงนี้ทางยูโอบีมีแนวทางดำเนินการอย่างไร
รบกวนเพื่อนๆ ช่วยคิดหน่อย.. หรือหากมีเจ้าหน้าที่ยูโอบีมาตอบเลยจะดีมาก
ยูโอบีมีสิทธิทำแบบนี้กับลูกค้า????
ทั้งนี้ขอเล่าย้อนความเรื่องการทำประกันอัคคีภัยบ้าน ในตอนเริ่มทำสัญญากู้ซื้อบ้าน ทางดิฉันได้อ่านสัญญาถี่ถ้วนแล้ว ในสัญญาระบุในข้อ 8.2 ว่า “ผู้กู้ตกลงเอาประกัน และชำระค่าเบี้ยประกันภัยเพื่อคุ้มครองชีวิต และ/หรือการเสี่ยงภัยทุกชนิดในทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน (ถ้ามี) ในวงเงินที่ผู้ให้กู้กำหนด ...” ตอนที่คุยกับเจ้าหน้าที่ทำเรื่องอนุมัติกู้ยืม จึงตัดสินใจทำแต่ประกันชีวิต โดยให้มีวงเงินครอบคลุมจำนวนเงินที่กู้ แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้ขอร้องให้ช่วยทำประกันอัคคีภัยเพิ่มเติม ซึ่งตอนนั้นดิฉันกับสามีมองว่าเป็นจำนวนเงินไม่มาก (6,xxx) จึงช่วยเหลือทำกันไป โดยชำระค่าประกันอัคคีภัยเป็นเงินสด...
ซึ่งเมื่อประมาณ 2-3 เดือนก่อนหน้านี้ ทางยูโอบีได้ดำเนินการส่งใบแจ้งต่อประกันอัคคีภัยมาให้ แต่ทางเรามองแล้วว่า ยังไม่อยากทำ และเราก็ยังทำถูกต้องตามสัญญา เพราะเรามีประกันชีวิตครอบคลุมวงเงินกู้อยู่ จึงไม่ได้สนใจใบแจ้งการต่อนี้
แต่เมื่อได้คุยกับทางเจ้าหน้าที่ถึงเรื่องค่างวดบ้านที่ไม่เพียงพอต่อการตัดบัญชี โดยเจ้าหน้าที่อ้างถึงเรื่องการตัดเงินค่าประกันอัคคีภัยอัตโนมัติ ทางเราจึงได้ดำเนินการคุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อขอทำความเข้าใจ เนื่องจากเรามองว่าสัญญาไม่ได้ผูกมัดให้ทำประกันดังกล่าว ทำไมทางธนาคารจึงมีสิทธิที่จะมาตัดเงินในบัญชีของเราโดยยังไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งทุกครั้งทางธนาคารจะอ้างว่า “เราได้มีการเซ็นอนุมัติในการหักบัญชีออมทรัพย์” แต่ทางเราก็ยืนยันกลับไปว่าเรายินยอมให้หักเฉพาะค่างวดบ้าน จำนวนตัวเลขในสัญญาที่กู้ยืมเท่านั้น การตัดเงินค่าประกันอัคคีภัยโดยไม่ได้รับอนุญาตครั้งนี้ ส่งผลทำให้เราผิดชำระค่างวดบ้าน ซึ่งทำให้เกิดดอกเบี้ย และค่าปรับ
โดยทางเราได้มีการคุยประสานงานกับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง โดยขอให้ชี้แจงเรื่องดังกล่าว และทางเราไม่พอใจที่มีการตัดเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต ทางเจ้าหน้าที่ให้คำตอบได้เพียงแค่ว่าต้องทำเรื่องขออนุมัติจากผู้ใหญ่ ตนเองไม่มีอำนาจ โดยสิ่งที่ทำได้คือปฏิเสธการจ่ายเงินค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย.. ตรงนี้เราเข้าใจ และเราได้รอคำตอบจากเจ้าหน้าที่อีกครั้ง สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็ตอบกลับมาหกเหมือนเดิม..
ซึ่งหากตอบกลับมาอย่างนี้ทางเราเข้าใจว่า เงินค่าเบี้ยประกันจะต้องคืนกลับเข้ามาในบัญชี และมีผลทำให้ตัดค่างวดได้ปกติ แต่สิ่งที่ได้รับวันนี้ (23/12/2558) เราค้างค่างวดบ้าน 2 งวด (รวมงวดปัจจุบัน) นั้นคือ เจ้าหน้าที่ไม่ได้ปฏิบัติตามที่พูด แถมตัวเลขดอกเบี้ยและค่าปรับยังดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ โดยที่เราไม่ได้ทำอะไรผิดเลย...
ดิฉันจึงขอเรียนถามเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับอำนาจ และการทำงานของธนาคาร
1. หากสัญญาระบุชัดเจนว่าสามารถเลือกทำประกัน (โดยระบุ และ/หรือ) ทำไมทางยูโอบีจึงต้องบังคับให้ลูกค้าทำประกันทั้งสองอย่าง
2. ทางธนาคารมีสิทธิมาตัดเงินในบัญชีของลูกค้าโดยไม่มีการยินยอมได้อย่างไร
3. เจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะดำเนินการขออนุมัติผู้มีอำนาจเรื่องการปฏิเสธการจ่ายเงินค่าประกันอัคคีภัย โดยรับเรื่องไปตั้งแต่วันที่ 2/12/2558 ผ่านมาเป็นเวลา 21 วัน ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ แจ้งลูกค้า
4. เรื่องค่าปรับ หากตามข้อ 1 ระบุชัดเจน ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเสียค่าปรับ ซึ่งตรงนี้ทางยูโอบีมีแนวทางดำเนินการอย่างไร
รบกวนเพื่อนๆ ช่วยคิดหน่อย.. หรือหากมีเจ้าหน้าที่ยูโอบีมาตอบเลยจะดีมาก