สวัสดีค่ะ หลังจากได้ตามอ่านกระทู้หลอนมามากหมาย เลยอยากมาแชร์ความหลอนให้ฟังกันบ้าง (ตั้งกระทู้สนทนาไม่ได้) ที่เขียนมาเป็นความจำวัยเด็ก ประติดประต่อเรื่องราวจากความจำ แล้วเรียบเรียงเติมแต่งให้อ่านง่ายและชัดเจนขึ้น พยายามเขียนให้ทุกคนนึกภาพตามเราให้มากที่สุด เพื่ออรรถรสในการอ่าน
ย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว เราอายุ 11 ขวบ ( ป.5 ) เราเป็นคนกรุงเทพ ทุกปิดเทอมที่บ้านก็จะพาไปต่างจังหวัด(บ้านยาย) จำได้ว่าตอนนั้นยายต่อเติมบ้านอยู่เลยต้องมานอนบ้านเช่าของน้าที่เพิ่งเช่าได้ไม่กี่เดือน เป็นทาวน์เฮ้าส์ติดกันหลายๆหลัง สำหรับพวกทำงาน เพราะจะมีราคาถูก (ได้ยินผู้ใหญ่พูดกัน) ตอนนั้นน้าทำงานโรงงานแถวนั้น บ้านเป็นทาวน์เฮ้าส์เล็กๆ 2 ชั้น มีเพียงกำแพงบางๆ สูงเมตรเดียวกั้นระหว่างบ้านแต่ละหลัง บางบ้านก็ทำขึ้นใหม่
บ้านเป็นทาวน์เฮ้าท์ติดถนน แต่เท่าที่จำได้ฝั่งตรงข้ามทาวน์เฮ้าท์เป็นเพียงที่ดินว่างเปล่า มีทาวเฮ้าท์เพียงฝั่งเดียว ซึ่งตกดึกแถวนั้นจะมีรถเพียงไม่กี่คันที่ผ่าน ไม่มีผู้คนออกมาเดิน หลังบ้านเป็นที่กว้างยื่นออกมาจากตัวบ้าน มีเพียงกำแพงอิฐบล็อกกั้นระหว่างบ้านเช่นกัน มองทะลุกำแพงไปจะเห็นบ้านอีกหลายหลังห่างออกไป แต่ที่แปลกกว่านั้นคือ กำแพงหลังบ้านที่เชื่อมระหว่างบ้านทางซ้ายกับบ้านเรา มีต้นโพธิ์ต้นใหญ่มากกกกก แทรกอยู่ตรงกลาง จริงๆเขาก็ทำรั้วทับแหละ และมีชุดไทยแขวนไว้กับต้นโพธิ์ มารู้ทีหลังว่ามีคนแนะนำไม่ให้ตัดเพราะต้นนี้เกิดอยู่ก่อนที่จะมีทาวน์เฮ้าส์สร้างขึ้น ต้นโพธิ์มีผ้าสีต่างๆพันอยู่รอบ ดูขลังมาก ส่วนทาวน์เฮ้าส์ก็เก่าแก่ตามกาลเวลา
พอถึงที่บ้านน้าแล้ว ผู้ใหญ่ก็นั่งคุยสังสรรตามปกติ เราเริ่มง่วง แถมยุงเยอะ แม่เลยให้น้าพาเราขึ้นมานอนขึ้นบันไดมาชั้นสองห้องนอนน้าอยู่ด้านหน้าพอดี ส่วนขวามือจะเป็นพื้นที่ว่างน้าก็ตั้งราวแขวนผ้า ตะกร้าผ้าและของที่ไม่ได้ใช้ พื้นชั้นสองปูด้วยไม้ปาเก้สภาพผุพังบ้างนิดหน่อย เข้ามาในห้องก็จะเป็นห้องสีเหลี่ยมกว้าง มีเพียงตู้เสื้อผ้า เตียงนอน ทีวี และมองตรงไปจะเป็นประตูเปิดออกไปหน้าระเบียง ตรงกับประตูเข้าห้อง น้าพามานอนบนฟูกที่ปูเตรียมไว้ให้ เพราะเตียงน่าจะเป็นของผู้ใหญ่ น้าจัดการเตรียมหมอนและผ้าห่มไว้ให้ เดินไปเปิดทีวีช่องการ์ตูนแล้วลงไปข้างล่าง เหลือเพียงเราคนเดียวที่อยู่ข้างบน ระหว่างดูทีวีอยู่ และเคลิ้มๆเหมือนจะหลับ เสียงประตูที่น้าไม่ได้ปิดไว้ก็เลื่อนปิดเองดัง ปั้ง!! ประตูเป็นประตูไม้เก่าๆ เราก็สะดุ้งแล้วหันไปมอง "น้าเจี๊ยบบบ" เราตกใจพร้อมเรียกชื่อน้า เพราะมองลอดช่องใต้ประตูไปมีเงาแวบๆลอดเข้ามา แต่ไม่มีเสียงตอบ เราก็เรียกอีกทีก็ไม่มีเสียงตอบ ด้วยความเป็นเด็กก็วิ่งไปเปิดประตูเพราะคิดว่าน้ายืนอยู่ข้างนอก สรุปเปิดไปไม่มีใคร ยืนงงซักพักก็เปิดประตูไว้แล้วมานอนดูการ์ตูนต่อ หลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้สึกตัวอีกทีห้องก็มืดสนิท ทีวีปิดหมด เหลือแค่แสงจากพระจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่าง ผ้าม่านปลิวตามลม ทุกอย่างมันเงียบมากได้ยินแต่เสียงจิ้งหรีดแว่วๆ (อย่างกับหนังผี) เราพยายามหลับตานอนต่อให้ถึงเช้า แต่จู่ๆก็มีเสียงฝีเท้าเดิน ฟืด ฟืด ฟืด มาด้านหลัง เรานึกว่าน้าเลยลุกละหันไปมอง แต่มองไม่เห็นอะไรเลยเพราะมันมืดมาก พอตาชินกับแสงเห็นเงาดำรูปร่างเหมือนคนยืนอยู่หน้าประตูแล้วแวปหายไปกับประตู เราคิดว่าคงตาฝาดก็ลงนอนต่อ
แสงแดดตอนเช้าส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาทำให้เราตื่น เสียงคุยกันจ๊อกแจ๊กเสียงดังอยู่ข้างล่างเราเลยลุกไปเปิดประตูละลงบันไดไปชั้นล่าง จับใจความได้ว่าป้าข้างบ้านเข้าโรงบาลแล้วก่อนรถโรงบาลมารับ ป้าแกเหมือนคนเสียสติ พูดว่า "อีนางรำ อีนางรำ! มันจะฆ่ากู! ฮ่าๆๆๆ ทำไรกูไม่ได้ร้อกก อย่า! อย่าเข้ามา! เตรงงง.. เตร่ง เตร้งงง.. " ตาป้าแกทำตาเหลือกและแกทำมือรำไปรำมา ชี้หน้าด่าไปทั่ว แล้วก็ลงไปชักจนต้องเรียกรถโรงบาล (ฟังมาจากผู้ใหญ่) แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก..
จนกระทั่งวันหนึ่ง เหมือนเหตุการณ์เดิมๆเริ่มกลับเข้ามา วันนั้นแม่ น้าและยายไปบ้านญาติผู้ใหญ่ที่อยู่ในตัวเมือง เหลือเพียงน้าเขยขี้เมานอนอยู่ข้างล่าง ตอนนั้นเราติดการ์ตูนมากอยู่บนห้องทั้งวัน แล้วก็หลับไปตอนไหนไม่รู้ตื่นมาอีกทีก็มืดอีกแล้ว ทุกอย่างปิดหมดทั้งไฟและทีวี ลืมตามาไม่เห็นใครเลยเอามือปัดๆบนเตียงดูว่ามีคนนอนอยู่บนเตียงมั้ย เรียกทั้งแม่และน้าไม่มีใครตอบ ตอนนั้นเริ่มกลัวมากไม่รู้เพราะอะไร ห้องมืดมาก เลยนอนลงเอาผ้าห่มคุมโปรง อยู่ดีๆเสียงวิ่งผ่านหลังไป ตึกตึกตึก (เรานอนหันหน้าเข้าหน้าต่าง) เราก็เรียกแม่ ก็เงียบ.. เรียกน้า ก็เงียบ.. เอาละกูคิดในใจผีแน่เลยหวะ สั่นมากตอนนั้นในหัวมีแต่ภาพเงาวันนั้นอยู่ในหัว เสียงฝีเท้าเดินไปมาอยู่ข้างหลัง เสียงลูกบิด แกร่ก 1 ครั้งเบาๆ ห่างกัน 3 วิ ก็ดังแกร่กๆๆๆๆ รัวเลย เราเอามืออุดหูไว้ไม่รู้ว่าเสียงมันเงียบไปตอนไหน พอทุกอย่างเงียบสงบ เราเลยตัดสินใจวิ่งไปเปิดประตูลงมาข้างล่าง เห็นน้าเขยนอนอยู่ก็ไปนั่งกับเขา ดูช่องข่าวที่เปิดไว้ เราเพิ่มเสียงให้ดังเพื่อกลบความเงียบ ซักพักทุกคนกลับมา นั่งกินอะไรเสร็จ เสียงน้าพูดว่า "ห้าทุ่มกว่าแล้วหรอวะ พรุ่งนี้ต้องไปทำบุญที่โรงงานแต่เช้ามืดอีก" พูดเสร็จน้าก็เก็บของเรียบร้อยพากันขึ้นนอน แม่และยายไปดูงานที่บ้านยาย(ที่ต่อเติม) กลับพรุ่งนี้เย็น
คืนนั้นพากันนอนปกติ เราไม่กลัวแล้วเพราะน้าก็อยู่ ก็นอนดูการ์ตูนจนหลับไป รู้สึกตัวอีกทีเสียงนกร้องจิ้บๆ อยู่หน้าต่าง 2 ตัว เวลาน่าจะตี 5 นิดๆ เพราะฟ้ายังไม่สว่างดี เราอยู่ในห้องคนเดียวอีกแล้ว ได้ยินเสียงเหมือนคนล้างจานอยู่ข้างนอกก้องแกร้งเสียงดัง เสียงคนใช้ไม้กวาดทางมะพร้าวกวาดเศษใบไม้อยู่หลังบ้าน เสียงเปิดปิดน้ำอยู่ข้างล่าง (ได้ยินชัดเพราะต่างจังหวัดเงียบมาก) เราปวดฉิ้งฉ่องเลยเดินลงไปเข้าห้องน้ำติดบันไดชั้นล่าง ที่แปลกใจคือ ทุกอย่างเงียบลงแล้วไม่มีวี่แววคนอยู่ซักคนเดียว! เราเดินรอบบ้านเรียกหาน้า ก็ไม่มีเสียงตอบรับ แล้วเสียงที่เราได้ยินคืออะไร? ยืนงงอยู่ซักพัก เสียงปิดประตูจากข้างบนดังขึ้น ปั้งง!! เรากำลังจะเดินขึ้นไปดู สายตามองเห็นเท้าคนวิ่งผ่านไปทางราวตากผ้าด้านขวา เราก็คิด น้าเราแน่เลย วิ่งตามขึ้นไปดู ทุกอย่างว่างเปล่า ได้ยินแต่เสียงทีวีที่เปิดการ์ตูนทิ้งไว้ในห้อง รู้สึกหน้าชา แขนขาไม่มีแรงมาก ใช้แรงเฮือกสุดท้ายวิ่งเข้าห้องล็อคประตูคุมโปรง ร้องไห้เลยตอนนั้น ซักพักน้ากลับมาตะโกนเรียกเราอยู่ข้างล่าง เราก็วิ่งลงไปแล้วก็ร้องไห้ น้าถามเป็นไรเราไม่กล้าบอก แต่ในใจไม่อยากอยู่แล้ว ไม่ยอมขึ้นข้างบนอีกเด็ดขาด น้าโทรให้แม่มารับ แม่เลยมารับไปอยู่บ้านยายที่ต่อเติมใกล้เสร็จแล้ว ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกเลย แล้วกลับมาเรียนที่ กทม.ตามปกติ
หลังจากนั้นหลายปีได้รู้ความจริงจากปากน้าก็คือ หลังจากนั้นไม่กี่เดือนน้าก็ได้ออกจากที่นั่นด้วยสาเหตุคือทนกับผีไม่ไหวแล้ว หลอนหนักขึ้นทุกวัน บางวันกระโดดข้ามหัวเลย น้าเขยเป็นคนเล่นของเลยเจอหนักหน่อยเห็นตัวเป็นๆ น้าบอกว่าคนเก่าแก่แถวนั้นมาเล่าว่า บ้านหลังนั้นมีเคยยายแก่ 1 คนกับหลานชายอายุประมาณ 5-6 ขวบ กำลังซน แม่ของเด็กไปทำงานกรุงเทพ พ่อของเด็กเลิกรากันไป ยายคนนี้รักหลานมาก หลานคนนี้ซนวิ่งออกไปนอกถนน รถได้ชนหลานคนนั้นเสียชีวิต ยายก็ตรอมใจไม่ออกจากบ้านมาเลย มีแต่คนเห็นแกชอบอยู่เงียบๆในบ้าน ทำความสะอาดบ้าน กวาดใบไม้ กองไว้แล้วเผากองใบไม้ แกเหมือนเป็นโรคซึมเศร้าจุดไฟเผาตัวเองพร้อมกับใบไม้กองนั้น..
ทุกเรื่องมันเกิดขึ้นก่อนที่ทุกคนจะเข้ามาอยู่ประมาณ 7-8 ปี แล้วเกิดขึ้ใกล้ๆกัน แล้วก็เป็นแค่ 2 หลังนี้ หรืออาจจะเพราะต้นโพธิ์ต้นนั้น? ไม่มีใครทราบ.
จำได้มั้ย ป้าข้างบ้านที่เคยเข้าโรงบาล เขาได้เสียชีวิตหลังจากนั้นไม่กี่วัน (เขาย้ายออกทันทีที่ป้าแกเสียชีวิต) ที่น้าหายไปบ่อยๆเพราะไปงานศพป้าแก บ้านหลังนั้นก็เคยมีผู้หญิงเป็นนางรำ ผูกคอตายในบ้านหลังนั้น เห็นว่าเฮี้ยนมากจนต้องเอาชุดไทยมาไหว้ ไม่งั้นอยู่ไม่ได้ แต่เหมือนป้าแกไม่รู้เอาชุดไทยนั้นไปเผาทิ้งด้วยความที่มันเก่า ตากแดดตากฝน แกก็เจอดีเข้าให้ ใครอยู่หลังนั้นก็ออกกันไปทุกราย แล้วพูดเป็นเสียงเดียวว่า นางรำใส่ชุดไทยคนนั้นมารำอยู่ปลายเตียงทุกคืน บางวันสวย บางวันมาแบบศพ
ตอน ม.1 มีโอกาศได้ผ่านตรงนั้น สองหลังนั้นติดป้ายขายไว้ ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครหลงไปอยู่อีกมั้ย แล้วแต่เวรแต่กรรมแล้วกัน..
ปล.ขอไม่บอกพิกัดนะคะ ไม่ตั้งใจมาทำลายธุรกิจใคร แต่ขอบอกไว้ว่าจังหวัดเมืองหญิงกล้า ถ้าเจอทาวเฮ้าส์ติดขายสองหลังติดกัน อย่าไปอยู่นะคะ ขอเตือน..
สิ่งลี้ลับ - ความตาย : ตายแล้วทำไมไม่ไปเกิด? [ประสบการณ์หลอน] ม้วนเดียวจบ
ย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว เราอายุ 11 ขวบ ( ป.5 ) เราเป็นคนกรุงเทพ ทุกปิดเทอมที่บ้านก็จะพาไปต่างจังหวัด(บ้านยาย) จำได้ว่าตอนนั้นยายต่อเติมบ้านอยู่เลยต้องมานอนบ้านเช่าของน้าที่เพิ่งเช่าได้ไม่กี่เดือน เป็นทาวน์เฮ้าส์ติดกันหลายๆหลัง สำหรับพวกทำงาน เพราะจะมีราคาถูก (ได้ยินผู้ใหญ่พูดกัน) ตอนนั้นน้าทำงานโรงงานแถวนั้น บ้านเป็นทาวน์เฮ้าส์เล็กๆ 2 ชั้น มีเพียงกำแพงบางๆ สูงเมตรเดียวกั้นระหว่างบ้านแต่ละหลัง บางบ้านก็ทำขึ้นใหม่
บ้านเป็นทาวน์เฮ้าท์ติดถนน แต่เท่าที่จำได้ฝั่งตรงข้ามทาวน์เฮ้าท์เป็นเพียงที่ดินว่างเปล่า มีทาวเฮ้าท์เพียงฝั่งเดียว ซึ่งตกดึกแถวนั้นจะมีรถเพียงไม่กี่คันที่ผ่าน ไม่มีผู้คนออกมาเดิน หลังบ้านเป็นที่กว้างยื่นออกมาจากตัวบ้าน มีเพียงกำแพงอิฐบล็อกกั้นระหว่างบ้านเช่นกัน มองทะลุกำแพงไปจะเห็นบ้านอีกหลายหลังห่างออกไป แต่ที่แปลกกว่านั้นคือ กำแพงหลังบ้านที่เชื่อมระหว่างบ้านทางซ้ายกับบ้านเรา มีต้นโพธิ์ต้นใหญ่มากกกกก แทรกอยู่ตรงกลาง จริงๆเขาก็ทำรั้วทับแหละ และมีชุดไทยแขวนไว้กับต้นโพธิ์ มารู้ทีหลังว่ามีคนแนะนำไม่ให้ตัดเพราะต้นนี้เกิดอยู่ก่อนที่จะมีทาวน์เฮ้าส์สร้างขึ้น ต้นโพธิ์มีผ้าสีต่างๆพันอยู่รอบ ดูขลังมาก ส่วนทาวน์เฮ้าส์ก็เก่าแก่ตามกาลเวลา
พอถึงที่บ้านน้าแล้ว ผู้ใหญ่ก็นั่งคุยสังสรรตามปกติ เราเริ่มง่วง แถมยุงเยอะ แม่เลยให้น้าพาเราขึ้นมานอนขึ้นบันไดมาชั้นสองห้องนอนน้าอยู่ด้านหน้าพอดี ส่วนขวามือจะเป็นพื้นที่ว่างน้าก็ตั้งราวแขวนผ้า ตะกร้าผ้าและของที่ไม่ได้ใช้ พื้นชั้นสองปูด้วยไม้ปาเก้สภาพผุพังบ้างนิดหน่อย เข้ามาในห้องก็จะเป็นห้องสีเหลี่ยมกว้าง มีเพียงตู้เสื้อผ้า เตียงนอน ทีวี และมองตรงไปจะเป็นประตูเปิดออกไปหน้าระเบียง ตรงกับประตูเข้าห้อง น้าพามานอนบนฟูกที่ปูเตรียมไว้ให้ เพราะเตียงน่าจะเป็นของผู้ใหญ่ น้าจัดการเตรียมหมอนและผ้าห่มไว้ให้ เดินไปเปิดทีวีช่องการ์ตูนแล้วลงไปข้างล่าง เหลือเพียงเราคนเดียวที่อยู่ข้างบน ระหว่างดูทีวีอยู่ และเคลิ้มๆเหมือนจะหลับ เสียงประตูที่น้าไม่ได้ปิดไว้ก็เลื่อนปิดเองดัง ปั้ง!! ประตูเป็นประตูไม้เก่าๆ เราก็สะดุ้งแล้วหันไปมอง "น้าเจี๊ยบบบ" เราตกใจพร้อมเรียกชื่อน้า เพราะมองลอดช่องใต้ประตูไปมีเงาแวบๆลอดเข้ามา แต่ไม่มีเสียงตอบ เราก็เรียกอีกทีก็ไม่มีเสียงตอบ ด้วยความเป็นเด็กก็วิ่งไปเปิดประตูเพราะคิดว่าน้ายืนอยู่ข้างนอก สรุปเปิดไปไม่มีใคร ยืนงงซักพักก็เปิดประตูไว้แล้วมานอนดูการ์ตูนต่อ หลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้สึกตัวอีกทีห้องก็มืดสนิท ทีวีปิดหมด เหลือแค่แสงจากพระจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่าง ผ้าม่านปลิวตามลม ทุกอย่างมันเงียบมากได้ยินแต่เสียงจิ้งหรีดแว่วๆ (อย่างกับหนังผี) เราพยายามหลับตานอนต่อให้ถึงเช้า แต่จู่ๆก็มีเสียงฝีเท้าเดิน ฟืด ฟืด ฟืด มาด้านหลัง เรานึกว่าน้าเลยลุกละหันไปมอง แต่มองไม่เห็นอะไรเลยเพราะมันมืดมาก พอตาชินกับแสงเห็นเงาดำรูปร่างเหมือนคนยืนอยู่หน้าประตูแล้วแวปหายไปกับประตู เราคิดว่าคงตาฝาดก็ลงนอนต่อ
แสงแดดตอนเช้าส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาทำให้เราตื่น เสียงคุยกันจ๊อกแจ๊กเสียงดังอยู่ข้างล่างเราเลยลุกไปเปิดประตูละลงบันไดไปชั้นล่าง จับใจความได้ว่าป้าข้างบ้านเข้าโรงบาลแล้วก่อนรถโรงบาลมารับ ป้าแกเหมือนคนเสียสติ พูดว่า "อีนางรำ อีนางรำ! มันจะฆ่ากู! ฮ่าๆๆๆ ทำไรกูไม่ได้ร้อกก อย่า! อย่าเข้ามา! เตรงงง.. เตร่ง เตร้งงง.. " ตาป้าแกทำตาเหลือกและแกทำมือรำไปรำมา ชี้หน้าด่าไปทั่ว แล้วก็ลงไปชักจนต้องเรียกรถโรงบาล (ฟังมาจากผู้ใหญ่) แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก..
จนกระทั่งวันหนึ่ง เหมือนเหตุการณ์เดิมๆเริ่มกลับเข้ามา วันนั้นแม่ น้าและยายไปบ้านญาติผู้ใหญ่ที่อยู่ในตัวเมือง เหลือเพียงน้าเขยขี้เมานอนอยู่ข้างล่าง ตอนนั้นเราติดการ์ตูนมากอยู่บนห้องทั้งวัน แล้วก็หลับไปตอนไหนไม่รู้ตื่นมาอีกทีก็มืดอีกแล้ว ทุกอย่างปิดหมดทั้งไฟและทีวี ลืมตามาไม่เห็นใครเลยเอามือปัดๆบนเตียงดูว่ามีคนนอนอยู่บนเตียงมั้ย เรียกทั้งแม่และน้าไม่มีใครตอบ ตอนนั้นเริ่มกลัวมากไม่รู้เพราะอะไร ห้องมืดมาก เลยนอนลงเอาผ้าห่มคุมโปรง อยู่ดีๆเสียงวิ่งผ่านหลังไป ตึกตึกตึก (เรานอนหันหน้าเข้าหน้าต่าง) เราก็เรียกแม่ ก็เงียบ.. เรียกน้า ก็เงียบ.. เอาละกูคิดในใจผีแน่เลยหวะ สั่นมากตอนนั้นในหัวมีแต่ภาพเงาวันนั้นอยู่ในหัว เสียงฝีเท้าเดินไปมาอยู่ข้างหลัง เสียงลูกบิด แกร่ก 1 ครั้งเบาๆ ห่างกัน 3 วิ ก็ดังแกร่กๆๆๆๆ รัวเลย เราเอามืออุดหูไว้ไม่รู้ว่าเสียงมันเงียบไปตอนไหน พอทุกอย่างเงียบสงบ เราเลยตัดสินใจวิ่งไปเปิดประตูลงมาข้างล่าง เห็นน้าเขยนอนอยู่ก็ไปนั่งกับเขา ดูช่องข่าวที่เปิดไว้ เราเพิ่มเสียงให้ดังเพื่อกลบความเงียบ ซักพักทุกคนกลับมา นั่งกินอะไรเสร็จ เสียงน้าพูดว่า "ห้าทุ่มกว่าแล้วหรอวะ พรุ่งนี้ต้องไปทำบุญที่โรงงานแต่เช้ามืดอีก" พูดเสร็จน้าก็เก็บของเรียบร้อยพากันขึ้นนอน แม่และยายไปดูงานที่บ้านยาย(ที่ต่อเติม) กลับพรุ่งนี้เย็น
คืนนั้นพากันนอนปกติ เราไม่กลัวแล้วเพราะน้าก็อยู่ ก็นอนดูการ์ตูนจนหลับไป รู้สึกตัวอีกทีเสียงนกร้องจิ้บๆ อยู่หน้าต่าง 2 ตัว เวลาน่าจะตี 5 นิดๆ เพราะฟ้ายังไม่สว่างดี เราอยู่ในห้องคนเดียวอีกแล้ว ได้ยินเสียงเหมือนคนล้างจานอยู่ข้างนอกก้องแกร้งเสียงดัง เสียงคนใช้ไม้กวาดทางมะพร้าวกวาดเศษใบไม้อยู่หลังบ้าน เสียงเปิดปิดน้ำอยู่ข้างล่าง (ได้ยินชัดเพราะต่างจังหวัดเงียบมาก) เราปวดฉิ้งฉ่องเลยเดินลงไปเข้าห้องน้ำติดบันไดชั้นล่าง ที่แปลกใจคือ ทุกอย่างเงียบลงแล้วไม่มีวี่แววคนอยู่ซักคนเดียว! เราเดินรอบบ้านเรียกหาน้า ก็ไม่มีเสียงตอบรับ แล้วเสียงที่เราได้ยินคืออะไร? ยืนงงอยู่ซักพัก เสียงปิดประตูจากข้างบนดังขึ้น ปั้งง!! เรากำลังจะเดินขึ้นไปดู สายตามองเห็นเท้าคนวิ่งผ่านไปทางราวตากผ้าด้านขวา เราก็คิด น้าเราแน่เลย วิ่งตามขึ้นไปดู ทุกอย่างว่างเปล่า ได้ยินแต่เสียงทีวีที่เปิดการ์ตูนทิ้งไว้ในห้อง รู้สึกหน้าชา แขนขาไม่มีแรงมาก ใช้แรงเฮือกสุดท้ายวิ่งเข้าห้องล็อคประตูคุมโปรง ร้องไห้เลยตอนนั้น ซักพักน้ากลับมาตะโกนเรียกเราอยู่ข้างล่าง เราก็วิ่งลงไปแล้วก็ร้องไห้ น้าถามเป็นไรเราไม่กล้าบอก แต่ในใจไม่อยากอยู่แล้ว ไม่ยอมขึ้นข้างบนอีกเด็ดขาด น้าโทรให้แม่มารับ แม่เลยมารับไปอยู่บ้านยายที่ต่อเติมใกล้เสร็จแล้ว ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกเลย แล้วกลับมาเรียนที่ กทม.ตามปกติ
หลังจากนั้นหลายปีได้รู้ความจริงจากปากน้าก็คือ หลังจากนั้นไม่กี่เดือนน้าก็ได้ออกจากที่นั่นด้วยสาเหตุคือทนกับผีไม่ไหวแล้ว หลอนหนักขึ้นทุกวัน บางวันกระโดดข้ามหัวเลย น้าเขยเป็นคนเล่นของเลยเจอหนักหน่อยเห็นตัวเป็นๆ น้าบอกว่าคนเก่าแก่แถวนั้นมาเล่าว่า บ้านหลังนั้นมีเคยยายแก่ 1 คนกับหลานชายอายุประมาณ 5-6 ขวบ กำลังซน แม่ของเด็กไปทำงานกรุงเทพ พ่อของเด็กเลิกรากันไป ยายคนนี้รักหลานมาก หลานคนนี้ซนวิ่งออกไปนอกถนน รถได้ชนหลานคนนั้นเสียชีวิต ยายก็ตรอมใจไม่ออกจากบ้านมาเลย มีแต่คนเห็นแกชอบอยู่เงียบๆในบ้าน ทำความสะอาดบ้าน กวาดใบไม้ กองไว้แล้วเผากองใบไม้ แกเหมือนเป็นโรคซึมเศร้าจุดไฟเผาตัวเองพร้อมกับใบไม้กองนั้น..
ทุกเรื่องมันเกิดขึ้นก่อนที่ทุกคนจะเข้ามาอยู่ประมาณ 7-8 ปี แล้วเกิดขึ้ใกล้ๆกัน แล้วก็เป็นแค่ 2 หลังนี้ หรืออาจจะเพราะต้นโพธิ์ต้นนั้น? ไม่มีใครทราบ.
จำได้มั้ย ป้าข้างบ้านที่เคยเข้าโรงบาล เขาได้เสียชีวิตหลังจากนั้นไม่กี่วัน (เขาย้ายออกทันทีที่ป้าแกเสียชีวิต) ที่น้าหายไปบ่อยๆเพราะไปงานศพป้าแก บ้านหลังนั้นก็เคยมีผู้หญิงเป็นนางรำ ผูกคอตายในบ้านหลังนั้น เห็นว่าเฮี้ยนมากจนต้องเอาชุดไทยมาไหว้ ไม่งั้นอยู่ไม่ได้ แต่เหมือนป้าแกไม่รู้เอาชุดไทยนั้นไปเผาทิ้งด้วยความที่มันเก่า ตากแดดตากฝน แกก็เจอดีเข้าให้ ใครอยู่หลังนั้นก็ออกกันไปทุกราย แล้วพูดเป็นเสียงเดียวว่า นางรำใส่ชุดไทยคนนั้นมารำอยู่ปลายเตียงทุกคืน บางวันสวย บางวันมาแบบศพ
ตอน ม.1 มีโอกาศได้ผ่านตรงนั้น สองหลังนั้นติดป้ายขายไว้ ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครหลงไปอยู่อีกมั้ย แล้วแต่เวรแต่กรรมแล้วกัน..
ปล.ขอไม่บอกพิกัดนะคะ ไม่ตั้งใจมาทำลายธุรกิจใคร แต่ขอบอกไว้ว่าจังหวัดเมืองหญิงกล้า ถ้าเจอทาวเฮ้าส์ติดขายสองหลังติดกัน อย่าไปอยู่นะคะ ขอเตือน..