การรีวิวครั้งนี้ คงต้องขอเกริ่นก่อนนะครับ ว่าไม่ได้เป็นกระทู้เที่ยวแบ็คแพ็คประหยัดงบ 500 บาท หรือไปกลับอะไรวันเดียวทำนองนั้นนะครับ (เพราะมันถูกกว่านั้นเยอะ) 55555
………………………..เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า...............................
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้สวัสดีครับ ผมเป็นนักศึกษา คณะศิลปะแขนงหนึ่ง มหาลัยชื่อที่วิทยาเขตที่ล้อมรอบไปด้วยนากุ้ง และทะเล ด้วยช่วงนี้ปิดเทอมผมซึ่งผู้มีฐานะ เรียกได้ว่า ยากจน เลยจำต้องทำงานพาร์ทไทม์เพื่อช่วยเหลือทางบ้าน ก็ทำร้านกาแฟของโรงหนังชื่อดังแห่งหนึ่งแหละครับ ตั้งแต่ยังไม่ปิดเทอม แต่พอปิดเทอมเมื่อต้องทำงานๆๆๆๆ มันก็เบื่ออ่ะเนอะ ตอนมัธยมผมเป็นเด็กกิจกรรมตัวยงครับ เรียกได้ว่า ตั้งแต่ม.5 นี่ ค่ายไหนของรัฐ ของหลวงจัดไป เข้าเรียนเดือนหนึ่งนี่แทบจะเรียกว่าอาทิตย์เดียว จนเพื่อนพี่น้องบ่นกันเป็นแถบๆ อาจารย์เจอหน้าก็จะชอบมีคำถาม “อ้าววว มาเรียนแล้วเหรอ” เราก็เอ๊ะทำมากไปรึป่าว ก็เอะใจแต่ยัง ยังไม่หยุดดด ทำมาเรื่อยๆ(เกรดนี้เลวมากก5555)
*ปล.ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง สำหรับน้องๆที่เป็นเด็กกิจกรรมเช่นกัน
จนกระทั่งขึ้นมหาลัยนี่แหละครับด้วยความที่เป็นเด็กกิจกรรม จึงมีคอนเน็กชั่นอยู่บ้าง มาถึงช่วงปิดเทอมกับงานอันแสนจะสบายและน่าเบื่อในเวลาเดียวกัน ทำให้หาหนทางอยากจะไปเที่ยว ไอเราก็ไม่ค่อยจะมีเงิน จะเที่ยวไหนครั้งหนึ่งคือต้องมีค่ายของรัฐที่จัด ตามรีสอร์ท ต่างๆเพื่อจะได้ถือโอกาสไปเที่ยว ผมมีพี่ที่สนิทกันอยู่ธรรมศาสตร์ปี 4 เป็นตัวแม่ของการทำค่าย ทำค่ายต่อเนื่อ
งกันมารู้จักกันมา 2-3 ปี ก็ได้พี่เขานี้แหละครับคอยให้โอกาส เอ้ออนอกเรื่องอีกละ กลับๆมา โดยครั้งนี้มีค่ายที่จัดขึ้นที่อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ณ แฮปปี้เนสท์ รีสอร์ท อันสงบร่มเย็น ตั้งแต่วันที่ 12-14 ธันวาคม 2558
ม่ะ!!!เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า
ค่ายเริ่มวันที่ 12 แน่นอนครับ คนเราต้องมีการเตรียมตัว ค่ำคืนวันที่ 11 เมื่อทำงานพาร์ทไทม์เสร็จเวลา ราวๆ 5 ทุ่ม ก็ได้ฤกษ์เดินทางกลับหอเพื่อนอนพักผ่อน และเตรียมของ ผิด!! อีตุ้ดนี่ พอทำงานเสร็จด้วยความที่เป็นวันเกิดเพื่อน แล้วเพื่อนบอกจะเลี้ยง จึงรีบดั้นด้นกลับ ไปหลังร้านเหล้าหลัง ม. โดยเร็วจากแพลนเดิมคือต้องไปขึ้นรถที่อนุสาวรีย์เที่ยวแรกตั้งแต่ ตี 5 เพื่อกลับกาญบ้านเกิดให้ทัน 7.30 น. และไปขึ้นรถที่ศาลากลางของพี่ๆที่สำนักงานที่เคยทำงานด้วยที่ จ.กาญจนบุรี คืนนั้นก็โอ้โหวว จัดเต็มยันตี 3 อ้วกคาถังขยะ ไป 3 รอบ ตื่นอีก

!!! O.O! 6 โมงครึ่ง แฮงค์ก็แฮงค์คราวนี้รู้ตัวละไม่ทัน ก็เลยโทรไปบอกพี่ที่เขารอว่าไม่ทันแล้ว มีทางอื่นไปอีกมั้ย (นี่เป็นคนกาญจนบุรีแต่กำเนิดจริงเหรอ?) // 555 ด้วยความที่ไม่ค่อยไปเที่ยวไหนในจังหวัดด้วยตัวเองเท่าไหร่ ก็เลยไม่ค่อยรู้ครับ// คำตอบคือมีทางเลือกเดียวคือต้องไปให้ถึงน้ำตกไทรโยค แล้วให้พี่ที่สำนักงานมารับ
ตื่นก็ 6 โมงครึ่งแล้วโน๊ะ กว่าจะอาบน้ำแต่งตัว กว่าจะเดินทางออกจากหออันแสนลึกลับ......... ก็ปาเข้าไป 9 โมง ก็ขึ้นรถที่อนุสาวรีย์ ด้วยราคา 110 บาท ถึงขนส่งเมืองกาญ นั่งรอรถมาจอดเทียบท่า ประมาณ 10 นาที รถตู้คันงาม ก็มาจอดเทียบ เราด้วยความที่นั่งรถตู้บ่อยก็เลยรีบขึ้นไปจองที่นั่งแถวสองโดยทันที เพราะคิดว่ามันดีที่สุด ข้างๆก็ไม่มีใคร พอคนขึ้นเกือบครบแล้วที่นั่งข้างๆ ยังว่าง เห้อ ..เหงาจัง! ก็ไม่ได้อะไร สักพักเมื่อรถใกล้จะออก ด้วยความแฮงค์ปนมึนๆ จากการดริ้งกิ้งเมื่อคืน ทำให้จะเข้าสู้นิทราในไม่ช้า ก็มีเจ้าชายรูปงาม ผิวขาวราวหาดทรายบนเกาะอันสวยงาม(เพ้อเจ้ออะไรเนี้ย) ก็เอ้อออ มี ฝรั่งนายหนึ่งนางเดินขึ้นมาพร้อมกับ แหมะ นั่งข้างๆ ก็ถือว่าหน้าดี แต่นางอวบๆหน่อย เซ็ตผมขึ้นด้าน บนอย่างเป็นทรง โดยรวมถือว่าอื้มมน่ากิน เราก็เออยังไม่ได้อะไร นางมาคนเดียวคงแบ็คแพ็คเกอร์ ทั่วๆไปมาเที่ยว ก็ความมึนที่สั่งสมมาก็จะหลับไม่หลับแลก็ยังไม่ค่อยได้สนใจอะไร จนเมื่อรถออกเดินทาง ออกจากท่ารถที่อนุฯ เราก็ ก็ เดินทางถึงงง ถึง ถึง ถึง ถึง!! ปั้มแก๊ส ณ ขนส่งสายใต้เพื่อเติมแก๊ส (-. -) คราวนี้เหล่าประชาชนคนนั่งรถตู้ทำไงละครับ ก็ต้องเคลื่อนย้ายพลลงจากรถเพื่อรอ ฝรั่งข้างๆฮีก็งง เราก็เอ้ออ พูดภาษาปะกิตได้นิดๆหน่อยๆพอเสนคๆฟิชๆได้ก็บอกนาง "ลงก่อนๆ" นางก็ทำตาม เราก็เดินนำไปส่องกระจกหน้าห้องน้ำพอเสร็จ ก็รออยู่บริเวณ นั้น นางก็เดินมาข้างๆ เราก็เลยได้สำรวจสรีระทางกายภาพนางอย่างเต็มที่!! น่าจะนิสัยดีนะฝรั่ง(มันใช่เหรอ?) นางอวบๆ ขาวๆ จมูกโด่ง ตัวไม่สูงมากพอๆกับเรา (เรา 169 เอง) ก็ดูดีแบบฉบับชาวต่างชาติ โดยรวมถือว่าดี ก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกัน ผ่านไปสัก 5 นาที ก็เลยลองเรียบๆเคียงๆถามนางดู
(ทุกประโยคและเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ล้วนเคยเป็นประโยคภาษาอังกฤษฉบับเสนคๆฟิชๆมาทั้งสิ้น)
เรา:ไฮ คุณจะไปเที่ยวที่กาญเหรอ?
นาย:ใช่
เรา:คุณมาจากไหน
นาย:อัมสเตอดัม
เรา: (เอิ่มเคยได้ยินชื่อนะ) เย่ๆ
นาย:แล้วคุณละ? คนกรุงทเพเหรอ?
เรา:อ่อ โนๆ เราจะกลับบ้าน กาญจนบุรีนะบ้านเราเองงงง แต่เราเรียนที่กรุงเทพ
นาย:เรียลลี้?
คุยมาถึงประมาณนี้รถก็กำลังจะเติมเสร็จ เลยชวนนางขึ้นรถ ก็ขึ้นรถเพื่อออกเดินทางต่อ ด้วยความที่เริ่มแล้ว บวกกับความหน้าด้าน เราก็ชวนเขาคุยนู้นคุยนี้ เพราะใจหนึ่งก็ชอบที่จะพูดภาษาอังกฤษ(ถึงแม้จะพูดไม่ค่อยรู้เรื่องก็เถอะ) ก็ถามเรื่องนางทำงานอะไร ที่ไหน มาเที่ยวที่นี้มีแพลนรึยัง ก็ถามไปเรื่อยเปื่อย จนได้ไความว่า นางทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์อยู่ที่ประเทศของนางมาเที่ยวไทย ครั้งแรก มาคนเดียว มาเที่ยวที่กาญ หนึ่งวัน นางไปแบบเช้าไปเย็นกลับ เพราะนางต้องกลับไปเช็คเอ้าท์ที่โรงแรม และเช้าอีกวันนางมีไฟล์ตบินไปเที่ยวที่เชียงใหม่ต่อ เราก็เลยถามเรื่องแพลนที่จะเที่ยวในหนึ่งวันต่อ ได้ความว่านางจะไปที่ น้ำตกไทรโยค สะพานข้ามแม่น้ำแคว แล้วก็อะไรอีกสักสองอย่างภายในหนึ่งวัน เราก็คุยๆ เราก็แนะนำว่าถ้าไปไปยังไง
ก็เอ๊ะ! เห้ย!ไปที่เดียวกัน คือเราต้องไปที่น้ำตกไทรโยคเพื่อไปต่อรอรถที่ทางค่ายจะมารับ ก็ยังไม่ได้อะไร แต่สักพักคุยไปคุยมา นางมีแค่ชื่อสถานที่กับข้อมูลนิดหน่อย โทรศัพท์ก็ไม่มีอินเตอร์เน็ต มีแค่แผนที่ เขาก็ถามเราเรื่องวิธีการไป แต่ละสถานที่ เราก็เริ่มบอกๆไป และแนะนำว่า เห้ย!อยากไปน้ำตกทำไมไม่ไปเอราวัณ มันน่าเล่นกว่านะ เราก็เริ่มเกิดความเป็นห่วงขึ้นมาจริงๆ ตอนนั้นยังไม่ได้คิดอะไรนะ ก็ยังคุยเรื่องถนน เรื่องรถ เรื่องกรุงเทพ เรื่อยเปื่อย ก็คุยกันจนถึงนครปฐม คิดไปคิดมา ก็เลยบอกว่า ยังไงก็ไปทางเดียวกัน เดี๋ยวเราเป็นไกด์ให้ในช่วงเช้า จะพาไปสถานที่ที่แพลนไว้ในเมืองก่อน แล้วพอถึงน้ำตกเราค่อยแยกกัน เขาก็โอเค มีอาการดีใจนิดหน่อย ก็คุยกันไปเรื่อยๆ ด้วยความที่ตื่นเช้าบวกหิว ก็เลยถามว่าหิวมั้ย นางก็บอกว่ากินอาหารเช้าที่โรงแรมมานิดหน่อย เราเลยบอกว่าถ้าถึงที่กาญเราจะพาไปกินข้าวก่อนค่อยออกเที่ยว โอเคมั้ย? นางก็โอเคๆ
*คุยกันมีอยู่ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือเรื่อง การมาเที่ยวของนางในไทย เราก็ถามว่าชอบเที่ยวแบบไหน นางก็บอกว่าชอบเที่ยวแบบธรรมชาติ ภูเขาน้ำตก เรายิ่งรู้สึกดีเข้าไปใหญ่ เพราะส่วนหนึ่งก็ได้ยินมาว่าฝรั่งผู้ชายส่วนหนึ่งมักมาเที่ยวไทยด้วยเหตุผลที่ว่า ผู้หญิง ซึ่งตัวเราถ้าคุยแล้วเขาตอบแบบนี้คงไม่คิดพาเขาเที่ยวจริงๆ แต่นางพูดให้เรารู้สึกประทับใจ กับ ตัวนางจริงๆ ขนาดว่าแย๊บๆ เรื่องผู้หญิงอย่างว่า นางก็แบบไม่ชอบอ่ะ ชอบเที่ยวแบบธรรมชาติ ก็เลยอธิบายต่อไปว่า รู้สึกดีนะที่นางมาเที่ยวแบบนี้ เพราะที่ได้ยินมาส่วนใหญ่จะเป็นแบบที่ไม่ดี เราก็เลยบอกไปว่ามันมีที่เที่ยวดีๆเยอะ และเรื่องเสียๆแบบนั้นมันไม่ใช่เรื่องเดียว เรื่องดีๆของไทยก็มีอีกมากมาย สถานที่ดีๆก็อีกเยอะ
ณ กาญจนบุรี ............................................................ ณ เวลา 11.00 น. เศษๆ
พอก้าวลงจากรถตู้เดินเข้าไปในสถานีขนส่ง ก็โดนรุมจากเหล่าท่านลุงคนขับรถมากมาย ด้วยความที่ไม่เคยโดนแบบนี้ก็งงๆ นึกขึ้นได้ อ่อออ กรูมากับฝรั่งวะ เขาคงคิดว่าเป็นนักท่องเที่ยว เขาเลยมารุม เราก็พยายามบอกไม่เป็นไรๆ เราคนที่นี้ ก็เดินตื๊อๆมา ก็เลยถามว่าถ้าจะไปน้ำตกไทรโยคด้วยรถตู้ไปขึ้นที่ไหน นางก็ชี้ไปที่ตึกข้างๆ เป็นท่ารถเพื่อไปอำเภอที่จะผ่านน้ำไทรโยคน้อย เราก็เลยพาฝรั่งรูปงามไปถามรอบรถก่อน เพื่อจะได้รู้เวลาที่จะเที่ยวในตัวจังหวัดในช่วงเช้า สรุปคือมีรถทุกๆ 20 นาที เราก็เลย บอกว่าโอเคงั้นเราไปหาอะไรกินแล้วเที่ยวในตัวเมืองก่อน เราเลยพานางเดินไปหารถเพื่อไปยัง ร้านแซ่บแซ่บ ร้านอาหาร ขึ้นชื่อของคนในเมือง พาเดินไปถึงรถตุ๊กๆเลยถามลุงว่า “ลุงๆ ไปร้านแซ่บแซ่บ คิดเท่าไหร่ครับ?สองคน” ลุงคิดค่าเดินทาง เพียง 60 บาท เราเลยตกลง แต่ก่อนจะขึ้นรถ เราก็เลยคุยกับนางก่อนว่า ......“อเมริกันแชร์นะ”..... นางก็เออ ออห่อหมกไปตามเรื่อง เมื่อรถกำลังจะเดินทางไปถึงร้าน ต้องผ่าน สุสานพันธมิตร ของเหล่าทหารที่เสียชีวิตในเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่สอง หรือที่ชาวกาญเรียกป่าช้าอังกฤษ เราเลยบอกว่า เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้วพามาเดินเที่ยวตรงนี้ก่อน พอถึงร้าน ก็จ่ายเงินค่ารถไปก่อน ลุงแกก็ให้นามบัตรมา บอกว่าถ้าจะกลับหรือจะไปไหนต่อโทรเรียกนะ ก็เริ่มบรรเลงเพลงสั่งอาหารกันละครับทีนี้ ก็สั่งไป 4-5 อย่าง (รู้สึกดีนะที่ได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำแบบนี้มันรู้สึกแปลกใหม่ด้วยความที่เป็นคนไม่ค่อยชอบทำอะไร ซ้ำๆ เดิมๆ) เมนูแรกที่สั่ง ก็ปูปลาร้าไม่เผ็ดมาก ข้าวเหนียว เราก็ถามนางเอาอะไรมั้ย นางก็ชี้ๆเอาผัดไท กับ ปูผัดผงกระหรี่มา เราเลย สั่งข้าวเปล่ามาให้เขากินไป ฮีก็กินไปเรื่อยๆ ทีแรกนึกว่าจะมีแค่ในละครที่ได้เจอฝรั่งไม่เคยมาไทย แล้วพานั่งกินส้มตำ นางก็บอกว่าชอบนะ รสชาติเหมือนมีพริกไทย เยอะดี กินไปก็คุยเกี่ยวกับร้านไป ร้านนี้เป็นร้านอาหารตามสั่ง ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดเลยก็ว่าได้ เป็นเหมือนกิจการของครอบครัว แต่มีลูกน้องเยอะนะที่เห็น เด็กในเมืองส่วนใหญ่ หรือ คนในเมืองมักนิยมมาทานอาหารที่ร้านนี้ รออาหารประมาณ 20 นาทีได้ (ขนาดว่าวันปกติคนไม่เยอะนะ) ราคาไม่แพง รสชาติดี รอสักพัก เป็นเราที่ไม่ได้กินข้าวเช้าที่ควรจะหิว กลับกลายเป็นอีตาฝรั่งบ่นๆ 555 ว่าๆ เมื่อไหร่อาหารจะมา พออาหารมาเมื่อนางได้ลองชิมผัดไท นางบอกชอบมากๆ (เบสิกเนอะ ผัดไทย 5555) กินสักพัก นางก็หยุด จากผัดไทยมีกุ้ง 4 ตัว นางเหลือไว้ให้หนึ่งตัว จานอื่นๆเหลือประมาณครึ่งจาน เราก็บ่นๆ ว่าทำไมกินไม่หมดละ เสียดายนะ นางก็บอกก็เราเป็นคนเขียนออเดอร์นิ (อ้าววบักฝรั่งนิ ก็แกเป็นคนสั่งให้ชั้นเขียนนนน)
เราก็ ด้วยความดีที่มีอยู่ในตัวก็เลยจัดการ ทั้งหมดเอง 5555 พออาหารมาเสิร์ฟเราก็ขอถ่ายรูปอัพเดตในเฟสซะหน่อย พร้อม แคปชั่นว่า “กับฝรั่งแปลกหน้า ที่เจอบนรถตู้”

(ขออภัยหากรูปมันคุณภาพต่ำเกินไป 555 คือใช้โทรศัพท์ซัมซุงรุ่นเก่าๆถ่าย แล้วมันย้อนแสง )
พอลงไปไม่ทันไร ฟีดแบ็คที่ได้กลับมาคือ(คำเตือนหากโลกสวยหรือรับไม่ได้กับพฤติกรรมหยาบคายของกลุ่มเพื่อนขออย่าเปิดดูและอย่ามาดราม่านะครับ555)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ดูมันแต่ละคน มองเพื่อนในแง่ดีหน่อยก็ไม่ได้ (คือด้วยความที่เราสนิทกับเพื่อนๆ ทำให้คุยกันหยาบคายไป ยังไงขออภัยด้วยนะครับ)
แต่ด่าพวกมันได้นะเกลียดพวกมันเหมือนกัน 5555 มองเพื่อนในแง่ดีหน่อยก็ไม่ได้
ประสบกามเอ้ยการณ์ไกด์เถื่อนครั้งแรก กับฝรั่งหนุ่มแปลกหน้าที่เจอกันบนรถตู้แต่กลับไปรู้สึกดีกับเขาอีก! ณ กาญจนบุรีบ้านเรา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
*ปล.ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง สำหรับน้องๆที่เป็นเด็กกิจกรรมเช่นกัน
จนกระทั่งขึ้นมหาลัยนี่แหละครับด้วยความที่เป็นเด็กกิจกรรม จึงมีคอนเน็กชั่นอยู่บ้าง มาถึงช่วงปิดเทอมกับงานอันแสนจะสบายและน่าเบื่อในเวลาเดียวกัน ทำให้หาหนทางอยากจะไปเที่ยว ไอเราก็ไม่ค่อยจะมีเงิน จะเที่ยวไหนครั้งหนึ่งคือต้องมีค่ายของรัฐที่จัด ตามรีสอร์ท ต่างๆเพื่อจะได้ถือโอกาสไปเที่ยว ผมมีพี่ที่สนิทกันอยู่ธรรมศาสตร์ปี 4 เป็นตัวแม่ของการทำค่าย ทำค่ายต่อเนื่อ
ม่ะ!!!เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า
ค่ายเริ่มวันที่ 12 แน่นอนครับ คนเราต้องมีการเตรียมตัว ค่ำคืนวันที่ 11 เมื่อทำงานพาร์ทไทม์เสร็จเวลา ราวๆ 5 ทุ่ม ก็ได้ฤกษ์เดินทางกลับหอเพื่อนอนพักผ่อน และเตรียมของ ผิด!! อีตุ้ดนี่ พอทำงานเสร็จด้วยความที่เป็นวันเกิดเพื่อน แล้วเพื่อนบอกจะเลี้ยง จึงรีบดั้นด้นกลับ ไปหลังร้านเหล้าหลัง ม. โดยเร็วจากแพลนเดิมคือต้องไปขึ้นรถที่อนุสาวรีย์เที่ยวแรกตั้งแต่ ตี 5 เพื่อกลับกาญบ้านเกิดให้ทัน 7.30 น. และไปขึ้นรถที่ศาลากลางของพี่ๆที่สำนักงานที่เคยทำงานด้วยที่ จ.กาญจนบุรี คืนนั้นก็โอ้โหวว จัดเต็มยันตี 3 อ้วกคาถังขยะ ไป 3 รอบ ตื่นอีก
ตื่นก็ 6 โมงครึ่งแล้วโน๊ะ กว่าจะอาบน้ำแต่งตัว กว่าจะเดินทางออกจากหออันแสนลึกลับ......... ก็ปาเข้าไป 9 โมง ก็ขึ้นรถที่อนุสาวรีย์ ด้วยราคา 110 บาท ถึงขนส่งเมืองกาญ นั่งรอรถมาจอดเทียบท่า ประมาณ 10 นาที รถตู้คันงาม ก็มาจอดเทียบ เราด้วยความที่นั่งรถตู้บ่อยก็เลยรีบขึ้นไปจองที่นั่งแถวสองโดยทันที เพราะคิดว่ามันดีที่สุด ข้างๆก็ไม่มีใคร พอคนขึ้นเกือบครบแล้วที่นั่งข้างๆ ยังว่าง เห้อ ..เหงาจัง! ก็ไม่ได้อะไร สักพักเมื่อรถใกล้จะออก ด้วยความแฮงค์ปนมึนๆ จากการดริ้งกิ้งเมื่อคืน ทำให้จะเข้าสู้นิทราในไม่ช้า ก็มีเจ้าชายรูปงาม ผิวขาวราวหาดทรายบนเกาะอันสวยงาม(เพ้อเจ้ออะไรเนี้ย) ก็เอ้อออ มี ฝรั่งนายหนึ่งนางเดินขึ้นมาพร้อมกับ แหมะ นั่งข้างๆ ก็ถือว่าหน้าดี แต่นางอวบๆหน่อย เซ็ตผมขึ้นด้าน บนอย่างเป็นทรง โดยรวมถือว่าอื้มมน่ากิน เราก็เออยังไม่ได้อะไร นางมาคนเดียวคงแบ็คแพ็คเกอร์ ทั่วๆไปมาเที่ยว ก็ความมึนที่สั่งสมมาก็จะหลับไม่หลับแลก็ยังไม่ค่อยได้สนใจอะไร จนเมื่อรถออกเดินทาง ออกจากท่ารถที่อนุฯ เราก็ ก็ เดินทางถึงงง ถึง ถึง ถึง ถึง!! ปั้มแก๊ส ณ ขนส่งสายใต้เพื่อเติมแก๊ส (-. -) คราวนี้เหล่าประชาชนคนนั่งรถตู้ทำไงละครับ ก็ต้องเคลื่อนย้ายพลลงจากรถเพื่อรอ ฝรั่งข้างๆฮีก็งง เราก็เอ้ออ พูดภาษาปะกิตได้นิดๆหน่อยๆพอเสนคๆฟิชๆได้ก็บอกนาง "ลงก่อนๆ" นางก็ทำตาม เราก็เดินนำไปส่องกระจกหน้าห้องน้ำพอเสร็จ ก็รออยู่บริเวณ นั้น นางก็เดินมาข้างๆ เราก็เลยได้สำรวจสรีระทางกายภาพนางอย่างเต็มที่!! น่าจะนิสัยดีนะฝรั่ง(มันใช่เหรอ?) นางอวบๆ ขาวๆ จมูกโด่ง ตัวไม่สูงมากพอๆกับเรา (เรา 169 เอง) ก็ดูดีแบบฉบับชาวต่างชาติ โดยรวมถือว่าดี ก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกัน ผ่านไปสัก 5 นาที ก็เลยลองเรียบๆเคียงๆถามนางดู
(ทุกประโยคและเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ล้วนเคยเป็นประโยคภาษาอังกฤษฉบับเสนคๆฟิชๆมาทั้งสิ้น)
เรา:ไฮ คุณจะไปเที่ยวที่กาญเหรอ?
นาย:ใช่
เรา:คุณมาจากไหน
นาย:อัมสเตอดัม
เรา: (เอิ่มเคยได้ยินชื่อนะ) เย่ๆ
นาย:แล้วคุณละ? คนกรุงทเพเหรอ?
เรา:อ่อ โนๆ เราจะกลับบ้าน กาญจนบุรีนะบ้านเราเองงงง แต่เราเรียนที่กรุงเทพ
นาย:เรียลลี้?
คุยมาถึงประมาณนี้รถก็กำลังจะเติมเสร็จ เลยชวนนางขึ้นรถ ก็ขึ้นรถเพื่อออกเดินทางต่อ ด้วยความที่เริ่มแล้ว บวกกับความหน้าด้าน เราก็ชวนเขาคุยนู้นคุยนี้ เพราะใจหนึ่งก็ชอบที่จะพูดภาษาอังกฤษ(ถึงแม้จะพูดไม่ค่อยรู้เรื่องก็เถอะ) ก็ถามเรื่องนางทำงานอะไร ที่ไหน มาเที่ยวที่นี้มีแพลนรึยัง ก็ถามไปเรื่อยเปื่อย จนได้ไความว่า นางทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์อยู่ที่ประเทศของนางมาเที่ยวไทย ครั้งแรก มาคนเดียว มาเที่ยวที่กาญ หนึ่งวัน นางไปแบบเช้าไปเย็นกลับ เพราะนางต้องกลับไปเช็คเอ้าท์ที่โรงแรม และเช้าอีกวันนางมีไฟล์ตบินไปเที่ยวที่เชียงใหม่ต่อ เราก็เลยถามเรื่องแพลนที่จะเที่ยวในหนึ่งวันต่อ ได้ความว่านางจะไปที่ น้ำตกไทรโยค สะพานข้ามแม่น้ำแคว แล้วก็อะไรอีกสักสองอย่างภายในหนึ่งวัน เราก็คุยๆ เราก็แนะนำว่าถ้าไปไปยังไง
ก็เอ๊ะ! เห้ย!ไปที่เดียวกัน คือเราต้องไปที่น้ำตกไทรโยคเพื่อไปต่อรอรถที่ทางค่ายจะมารับ ก็ยังไม่ได้อะไร แต่สักพักคุยไปคุยมา นางมีแค่ชื่อสถานที่กับข้อมูลนิดหน่อย โทรศัพท์ก็ไม่มีอินเตอร์เน็ต มีแค่แผนที่ เขาก็ถามเราเรื่องวิธีการไป แต่ละสถานที่ เราก็เริ่มบอกๆไป และแนะนำว่า เห้ย!อยากไปน้ำตกทำไมไม่ไปเอราวัณ มันน่าเล่นกว่านะ เราก็เริ่มเกิดความเป็นห่วงขึ้นมาจริงๆ ตอนนั้นยังไม่ได้คิดอะไรนะ ก็ยังคุยเรื่องถนน เรื่องรถ เรื่องกรุงเทพ เรื่อยเปื่อย ก็คุยกันจนถึงนครปฐม คิดไปคิดมา ก็เลยบอกว่า ยังไงก็ไปทางเดียวกัน เดี๋ยวเราเป็นไกด์ให้ในช่วงเช้า จะพาไปสถานที่ที่แพลนไว้ในเมืองก่อน แล้วพอถึงน้ำตกเราค่อยแยกกัน เขาก็โอเค มีอาการดีใจนิดหน่อย ก็คุยกันไปเรื่อยๆ ด้วยความที่ตื่นเช้าบวกหิว ก็เลยถามว่าหิวมั้ย นางก็บอกว่ากินอาหารเช้าที่โรงแรมมานิดหน่อย เราเลยบอกว่าถ้าถึงที่กาญเราจะพาไปกินข้าวก่อนค่อยออกเที่ยว โอเคมั้ย? นางก็โอเคๆ
*คุยกันมีอยู่ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือเรื่อง การมาเที่ยวของนางในไทย เราก็ถามว่าชอบเที่ยวแบบไหน นางก็บอกว่าชอบเที่ยวแบบธรรมชาติ ภูเขาน้ำตก เรายิ่งรู้สึกดีเข้าไปใหญ่ เพราะส่วนหนึ่งก็ได้ยินมาว่าฝรั่งผู้ชายส่วนหนึ่งมักมาเที่ยวไทยด้วยเหตุผลที่ว่า ผู้หญิง ซึ่งตัวเราถ้าคุยแล้วเขาตอบแบบนี้คงไม่คิดพาเขาเที่ยวจริงๆ แต่นางพูดให้เรารู้สึกประทับใจ กับ ตัวนางจริงๆ ขนาดว่าแย๊บๆ เรื่องผู้หญิงอย่างว่า นางก็แบบไม่ชอบอ่ะ ชอบเที่ยวแบบธรรมชาติ ก็เลยอธิบายต่อไปว่า รู้สึกดีนะที่นางมาเที่ยวแบบนี้ เพราะที่ได้ยินมาส่วนใหญ่จะเป็นแบบที่ไม่ดี เราก็เลยบอกไปว่ามันมีที่เที่ยวดีๆเยอะ และเรื่องเสียๆแบบนั้นมันไม่ใช่เรื่องเดียว เรื่องดีๆของไทยก็มีอีกมากมาย สถานที่ดีๆก็อีกเยอะ
ณ กาญจนบุรี ............................................................ ณ เวลา 11.00 น. เศษๆ
พอก้าวลงจากรถตู้เดินเข้าไปในสถานีขนส่ง ก็โดนรุมจากเหล่าท่านลุงคนขับรถมากมาย ด้วยความที่ไม่เคยโดนแบบนี้ก็งงๆ นึกขึ้นได้ อ่อออ กรูมากับฝรั่งวะ เขาคงคิดว่าเป็นนักท่องเที่ยว เขาเลยมารุม เราก็พยายามบอกไม่เป็นไรๆ เราคนที่นี้ ก็เดินตื๊อๆมา ก็เลยถามว่าถ้าจะไปน้ำตกไทรโยคด้วยรถตู้ไปขึ้นที่ไหน นางก็ชี้ไปที่ตึกข้างๆ เป็นท่ารถเพื่อไปอำเภอที่จะผ่านน้ำไทรโยคน้อย เราก็เลยพาฝรั่งรูปงามไปถามรอบรถก่อน เพื่อจะได้รู้เวลาที่จะเที่ยวในตัวจังหวัดในช่วงเช้า สรุปคือมีรถทุกๆ 20 นาที เราก็เลย บอกว่าโอเคงั้นเราไปหาอะไรกินแล้วเที่ยวในตัวเมืองก่อน เราเลยพานางเดินไปหารถเพื่อไปยัง ร้านแซ่บแซ่บ ร้านอาหาร ขึ้นชื่อของคนในเมือง พาเดินไปถึงรถตุ๊กๆเลยถามลุงว่า “ลุงๆ ไปร้านแซ่บแซ่บ คิดเท่าไหร่ครับ?สองคน” ลุงคิดค่าเดินทาง เพียง 60 บาท เราเลยตกลง แต่ก่อนจะขึ้นรถ เราก็เลยคุยกับนางก่อนว่า ......“อเมริกันแชร์นะ”..... นางก็เออ ออห่อหมกไปตามเรื่อง เมื่อรถกำลังจะเดินทางไปถึงร้าน ต้องผ่าน สุสานพันธมิตร ของเหล่าทหารที่เสียชีวิตในเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่สอง หรือที่ชาวกาญเรียกป่าช้าอังกฤษ เราเลยบอกว่า เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้วพามาเดินเที่ยวตรงนี้ก่อน พอถึงร้าน ก็จ่ายเงินค่ารถไปก่อน ลุงแกก็ให้นามบัตรมา บอกว่าถ้าจะกลับหรือจะไปไหนต่อโทรเรียกนะ ก็เริ่มบรรเลงเพลงสั่งอาหารกันละครับทีนี้ ก็สั่งไป 4-5 อย่าง (รู้สึกดีนะที่ได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำแบบนี้มันรู้สึกแปลกใหม่ด้วยความที่เป็นคนไม่ค่อยชอบทำอะไร ซ้ำๆ เดิมๆ) เมนูแรกที่สั่ง ก็ปูปลาร้าไม่เผ็ดมาก ข้าวเหนียว เราก็ถามนางเอาอะไรมั้ย นางก็ชี้ๆเอาผัดไท กับ ปูผัดผงกระหรี่มา เราเลย สั่งข้าวเปล่ามาให้เขากินไป ฮีก็กินไปเรื่อยๆ ทีแรกนึกว่าจะมีแค่ในละครที่ได้เจอฝรั่งไม่เคยมาไทย แล้วพานั่งกินส้มตำ นางก็บอกว่าชอบนะ รสชาติเหมือนมีพริกไทย เยอะดี กินไปก็คุยเกี่ยวกับร้านไป ร้านนี้เป็นร้านอาหารตามสั่ง ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดเลยก็ว่าได้ เป็นเหมือนกิจการของครอบครัว แต่มีลูกน้องเยอะนะที่เห็น เด็กในเมืองส่วนใหญ่ หรือ คนในเมืองมักนิยมมาทานอาหารที่ร้านนี้ รออาหารประมาณ 20 นาทีได้ (ขนาดว่าวันปกติคนไม่เยอะนะ) ราคาไม่แพง รสชาติดี รอสักพัก เป็นเราที่ไม่ได้กินข้าวเช้าที่ควรจะหิว กลับกลายเป็นอีตาฝรั่งบ่นๆ 555 ว่าๆ เมื่อไหร่อาหารจะมา พออาหารมาเมื่อนางได้ลองชิมผัดไท นางบอกชอบมากๆ (เบสิกเนอะ ผัดไทย 5555) กินสักพัก นางก็หยุด จากผัดไทยมีกุ้ง 4 ตัว นางเหลือไว้ให้หนึ่งตัว จานอื่นๆเหลือประมาณครึ่งจาน เราก็บ่นๆ ว่าทำไมกินไม่หมดละ เสียดายนะ นางก็บอกก็เราเป็นคนเขียนออเดอร์นิ (อ้าววบักฝรั่งนิ ก็แกเป็นคนสั่งให้ชั้นเขียนนนน)
เราก็ ด้วยความดีที่มีอยู่ในตัวก็เลยจัดการ ทั้งหมดเอง 5555 พออาหารมาเสิร์ฟเราก็ขอถ่ายรูปอัพเดตในเฟสซะหน่อย พร้อม แคปชั่นว่า “กับฝรั่งแปลกหน้า ที่เจอบนรถตู้”
(ขออภัยหากรูปมันคุณภาพต่ำเกินไป 555 คือใช้โทรศัพท์ซัมซุงรุ่นเก่าๆถ่าย แล้วมันย้อนแสง )
พอลงไปไม่ทันไร ฟีดแบ็คที่ได้กลับมาคือ(คำเตือนหากโลกสวยหรือรับไม่ได้กับพฤติกรรมหยาบคายของกลุ่มเพื่อนขออย่าเปิดดูและอย่ามาดราม่านะครับ555)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ปล.นี้เอามาเขียนใหม่อีกรอบเพราะมีเพื่อนแนะนำว่ามันควรเป็นกระทู้สนทนา 5555
รูปอาจจะมีน้อย มีนิดหน่อยในคอมเม้นนะครับ