...มีคนเขาบอกว่า ปีหน้าจะแล้งทำนาไม่ได้ ซึ่งปีนี้ก็แล้งถ้าปีหน้าแล้งอีกคงไม่ได้ทำนา
จชกท.ก็เลยต้องเก็บข้าวไว้กินเองดีกว่า ถ้าจะให้คิดภาพที่ต้องซื้อข้าวกินคงคิดภาพนั้นไม่ออก
ลมหนาวมาถึงประมาณบ่าย 4 โมง ช่วงนั้นอากาศแปรปรวน จขกท.นั่งมองดูบรรยากาศนอกร้านเงียบๆ
มีลุกค้าเข้ามาก็ขายของ ไม่มีลูกค้ามาก็วิ่งไปหลังร้าน ไปทำอาหารเย็นให้พ่อ
พ่อชอบกินอาหารร้อนๆ ทำเสร็จแล้วกินเลย แล้วพ่อก็ชอบให้เราทำอาหารให้กิน
เคยซื้อที่เขาทำขายพ่อไม่กิน อาหารที่พ่อกินไม่ยุ่งยาก มีน้ำพริกผักต้ม ปลาทอด
ถ้ามีลูกค้ามาพ่อก็ตะโกนเรียก เราก็วิ่งไปวิ่งมาระหว่างหลังบ้านกับเคาเตอร์ขายของ
ทำกับข้าวเสร็จ จัดสำหรับไว้ให้พ่อ เราค่อยออกมานั่งเฝ้าหน้าร้านต่อ
ตอนนี้บางครั้งพ่อก็ลืม หลงเอาก้างปลาที่กินแล้วไปใส่ไว้ในจานปลาทอด
เราต้องคอยบอกพ่อว่า พ่ออย่าเอาก้างปลามาใส่ในจานปลาทอดดิ
หนูเอาจานใส่ก้างปลามาให้พ่อแล้ว พ่อต้องเอาใส่จานที่หนูจัดไว้ให้นะ
พ่อบอกว่าเราเอาจานใส่ก้างวางไว้ไกลไป พ่อเอื้อมไม่ถึง
เราก็เลยเอาจานใส่ก้างปลามาไว้ใกล้ๆมือพ่อ
พอพ่อกินข้าวเสร็จก็กินยา แล้วก็นั่งดูทีวี ซักหน่อยพ่อก็ง่วง
พอพ่อง่วงก็กินแบรนด์ แล้วเข้าห้องนอน เราก็นั่งเฝ้าร้านต่อ
ปิดร้านแล้วเราก็จะเข้าไปดูพ่อว่าพ่ออยากห่มผ้าหรือปล่าว หรือไม่ก็เข้าไปปรับแอร์ให้พ่อ
แล้วเราก็จะกราบเท้าพ่อ ออกจากห้องล๊อคห้องให้พ่อ...
...3 ทุ่มปิดร้านเรียบร้อยแล้ว เราปั่นจักรยานกลับบ้านคนเดียว ลมหนาวพัดแรงมาก
เราต้องจอดจักรยานแล้วรูดซิปเสื้อกันหนาว พร้อมเอาหมวกคลุมหัว ไม่ได้เอาหมวกคลุมหัวนานแล้ว
ได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากเสื้อกันหนาวที่เราใส่ ทุกครั้งที่ใส่เสื้อกันหนาวตัวนี้ เรารู้สึกมีความสุขอย่างประหลาด
มีความรู้สึกเหมือนเราไม่โดดเดี่ยว เราปั่นจักรยานโต้ลมหนาวไปเรื่อยๆ หมาก็วิ่งออกมาเห่ามั่ง บางตัวก็จะวิ่งมาก้ด
เราก็เอาไม้แกว่งไปแกว่งมา หมามันก็วิ่งหนี หมาไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แต่คนนี่ซิ เราต้องคอยกระชับกระเป๋าสะพายแน่นๆ
มิจฉาชีพทุกวันนี้ก็เย๊อะ เราปั่นจักรยานไปก็ระวังตัวเองไปจนถึงบ้านค่อยโล่งอก
เลี้ยวจักรยานเข้าบ้าน หมาที่ข้างบ้านเลี้ยงไว้ก็วิ่งออกมารับ เราก็โยนลูกชิ้นให้หมาตัวละไม้
เศรษฐกิจแบบนี้ เราไว้ใจใครไม่ได้ ไม่รู้ว่าเขาจะมาดีหรือมาร้าย เราต้องระวังตัวเอง...
...ลมหนาวมาถึงตั้งแต่เมื่อวาน ข้าวก็เกี่ยวแล้วแต่ไม่ได้ขาย...ถ้าฉันรวยจะสวยหั้ยดูเด้อตัวที่ 24...!!!
จชกท.ก็เลยต้องเก็บข้าวไว้กินเองดีกว่า ถ้าจะให้คิดภาพที่ต้องซื้อข้าวกินคงคิดภาพนั้นไม่ออก
ลมหนาวมาถึงประมาณบ่าย 4 โมง ช่วงนั้นอากาศแปรปรวน จขกท.นั่งมองดูบรรยากาศนอกร้านเงียบๆ
มีลุกค้าเข้ามาก็ขายของ ไม่มีลูกค้ามาก็วิ่งไปหลังร้าน ไปทำอาหารเย็นให้พ่อ
พ่อชอบกินอาหารร้อนๆ ทำเสร็จแล้วกินเลย แล้วพ่อก็ชอบให้เราทำอาหารให้กิน
เคยซื้อที่เขาทำขายพ่อไม่กิน อาหารที่พ่อกินไม่ยุ่งยาก มีน้ำพริกผักต้ม ปลาทอด
ถ้ามีลูกค้ามาพ่อก็ตะโกนเรียก เราก็วิ่งไปวิ่งมาระหว่างหลังบ้านกับเคาเตอร์ขายของ
ทำกับข้าวเสร็จ จัดสำหรับไว้ให้พ่อ เราค่อยออกมานั่งเฝ้าหน้าร้านต่อ
ตอนนี้บางครั้งพ่อก็ลืม หลงเอาก้างปลาที่กินแล้วไปใส่ไว้ในจานปลาทอด
เราต้องคอยบอกพ่อว่า พ่ออย่าเอาก้างปลามาใส่ในจานปลาทอดดิ
หนูเอาจานใส่ก้างปลามาให้พ่อแล้ว พ่อต้องเอาใส่จานที่หนูจัดไว้ให้นะ
พ่อบอกว่าเราเอาจานใส่ก้างวางไว้ไกลไป พ่อเอื้อมไม่ถึง
เราก็เลยเอาจานใส่ก้างปลามาไว้ใกล้ๆมือพ่อ
พอพ่อกินข้าวเสร็จก็กินยา แล้วก็นั่งดูทีวี ซักหน่อยพ่อก็ง่วง
พอพ่อง่วงก็กินแบรนด์ แล้วเข้าห้องนอน เราก็นั่งเฝ้าร้านต่อ
ปิดร้านแล้วเราก็จะเข้าไปดูพ่อว่าพ่ออยากห่มผ้าหรือปล่าว หรือไม่ก็เข้าไปปรับแอร์ให้พ่อ
แล้วเราก็จะกราบเท้าพ่อ ออกจากห้องล๊อคห้องให้พ่อ...
เราต้องจอดจักรยานแล้วรูดซิปเสื้อกันหนาว พร้อมเอาหมวกคลุมหัว ไม่ได้เอาหมวกคลุมหัวนานแล้ว
ได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากเสื้อกันหนาวที่เราใส่ ทุกครั้งที่ใส่เสื้อกันหนาวตัวนี้ เรารู้สึกมีความสุขอย่างประหลาด
มีความรู้สึกเหมือนเราไม่โดดเดี่ยว เราปั่นจักรยานโต้ลมหนาวไปเรื่อยๆ หมาก็วิ่งออกมาเห่ามั่ง บางตัวก็จะวิ่งมาก้ด
เราก็เอาไม้แกว่งไปแกว่งมา หมามันก็วิ่งหนี หมาไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แต่คนนี่ซิ เราต้องคอยกระชับกระเป๋าสะพายแน่นๆ
มิจฉาชีพทุกวันนี้ก็เย๊อะ เราปั่นจักรยานไปก็ระวังตัวเองไปจนถึงบ้านค่อยโล่งอก
เลี้ยวจักรยานเข้าบ้าน หมาที่ข้างบ้านเลี้ยงไว้ก็วิ่งออกมารับ เราก็โยนลูกชิ้นให้หมาตัวละไม้
เศรษฐกิจแบบนี้ เราไว้ใจใครไม่ได้ ไม่รู้ว่าเขาจะมาดีหรือมาร้าย เราต้องระวังตัวเอง...