เราอ่านเจอในเฟสบุ๊คคะ เข้าใจสังคมไทยเลย อ่านแล้วให้ข้อคิดมากๆ สำหรับเรา ชีวิตมหา'ลัยว่าหนักแล้ว การปฏิบัติตัวเมื่อเข้าสู่วัยทำงาน ยิ่งต้องเจอหนักกว่านี้
ลองอ่านดูนะคะ ตรงมากๆ
เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมจึงต้องสวมหน้ากาก ?
.
ในชีวิตจริงคุณจะเป็นออยหรือเป็นบอส ออยคือคนเลือกที่จะอยู่กับคนที่ตัวเองเกลียด เพราะอย่างน้อยก็ยังมีความสุขกว่าคนที่จริงใจและพูดจาด้วยตรงๆแบบบอส แต่ออยอาจจะเป็นส่วนน้อยที่พบกับบทสรุปไม่สวยคือเมื่อออยทนไม่ได้ ออยก็ทำร้ายคนที่ตัวเองเกลียด จนเค้าหมดความเชื่อใจ ออยจึงพบกับบทสรุปที่เลวร้ายที่สุด ในขณะที่บอส เลือกที่จะอยู่กับความจริงในโลกที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง บอสจึงพบกับความเดียวดายไปไหนมาไหนคนเดียว บอสถูกทุกอย่าง บอสชนะ แต่ในสังคมมนุษย์ คนถูกคนชนะ ไม่ได้แปลว่าจะมีคนอยากคบ (ขนาดฉากตอนขนมปังแฉออย บอสยังเป็นแค่ผู้สังเกตการที่เดินผ่านมาคนเดียว)
.
บางครั้งผมมีความรู้สึกว่า ผมก็อยากสวมวิญญาณเป็นบอส บางครั้งผมก็สวมวิญญาณเป็นออย บางครั้งเราเกลียดใครสักคนแทบตาย แต่เราก็ต่องฝืนยิ้มคุยก้วยคบด้วย เพราะเราคำนึงถึงคำคำเดียวคือคำว่าสังคม บางครั้งผมแสยะยิ้มแล้วนั่งเขียนด่าคนที่ชอบปลอมลงในเฟซบุ้ค แต่เขียนแล้วก็ลบ เพราะเอาเข้าจริงๆก็ไม่ค่อยกล้าไปชี้หน้าด่าใครว่าปลอม เปลือก เพราะจริงๆชีวิตผมเวลาเจอคนที่ผมเกลียดผมก็ยังวิ่งเข้าไปยิ้มเข้าไปกอด คิดถึงจัง คิดถึงมากกกกกอยู่เลย สิ่งที่ผมทำเรียกว่า ปลอม เปลือกไหม ก็จริงแหละ
.
สมัยเด็กๆ เราจะไม่ค่อยเฟคเลย เกลียดก็เกลียด ชอบก็ชอบ แต่พอโตขึ้นมาสังคมสอนให้เราเอาตัวรอด สังคมสอนให้เรารู้สึกกลัวที่จะต้องอยู่คนเดียว สังคมสอนให้เรารู้จักการหาพวก เหมือนที่เวลาเราโพสอะไรลงไปใน facebook เราจะรู้สึกดีถ้ามีคนมา like เห็นด้วย และเวลาที่มีใครมาโพสด่าเรา เราจะรู้สึกจิตตกทันทีถ้ามีคนไป Like ข้อความนั้นเยอะๆ
.
บางครั้งเราอึดอัดที่เห็นคนที่เกลียดกัน แสดงออกว่ารักกัน สนิทกันเหลือเกิน อยากเดินเข้าไปบอกว่าพวกเลิกปลอมใส่กันได้แล้ว แต่เชื่อไหม ผมเคยทำ แต่สุดท้าย ถ้าเค้ายังมีความสุขที่จะคบกัน ต่อให้ต่างฝ่ายต่างรู้ว่าเค้าปลอมใส่กัน
.
ผมเคยตัดสินใจบอกกับเพื่อนที่ผมรักที่สุดว่า กูไม่อยากคบเพราะปลอม (กับคนโน้นคนนี้ไปทั่ว) แล้วผมก็ตัดสินใจไม่คบ แล้วผมก็ตัดสินใจมาอยู่คนเดียว แต่สุดท้ายผมมีความรู้สึกว่า ผมเป็นคนที่ว้าเหว่มาก แม้ภายนอกผมจะบอกว่าผมไม่แคร์ แต่ในใจลึกๆเรากลับคิดถึงเพื่อนที่เราด่าว่ามันปลอมนี่แหละ เพราะสุดท้าย เราต้องเจอคนที่เกลียดเราและปลอมใส่เราอีกมากมาย
.
ไม่มีอะไรเจ็บปวดเท่ากับการที่เรารู้สึกดีกับคนที่เกลียดเรามาก แบบที่ขนมปังเจอในสิ่งที่ออยทำกับตัวเองแล้วล่ะครับ บางครั้งเราจะรู้สึกแย่มากที่เราไปพูดปกป้องคนบางคนแบบออกตัวเสียแรง โดยที่เจ้าตัวเค้านอกจากจะไม่ต้องการแล้ว ลึกๆเข้าเกลียดเราอีกต่างหาก ผมว่าถ้าใครเจอกับตัวคงเจ็บปวดไม่น้อย
.
สุดท้าย การใช้ชีวิตในสังคมมันไม่มีแบบแผนตายตัวหรอก มันคือการเรียนรู้ มันคือการสั่งสมประสบการณ์ ชีวิตใครชีวิตมัน ประสบการณ์ที่เจอ ต่อให้เหมือนกัน บทสรุปมันก็ไม่เหมือนกัน จิตใจ อารมณ์ ความรู้สึกของมนุษย์ มันยากแท้หยั่งถึง ต่อให้เรานิสัยชั่วยังไง แต่ถ้าเรามีปัจจัยอื่นเข้ามาในตัวเราเช่น หน้าตาดี หรือฐานะหน้าที่การงานดี เราอาจจะมีเพื่อนมากกว่าคนที่นิสัยดี แต่หน้าตาไม่ดีฐานะไม่ดีหน้าที่การงานไม่สูงก็ได้ เราโทษคนที่เลือกคบคนหน้าตา ฐานะ การงานไม่ได้หรอกครับ เพราะมนุษย์คือสัตว์สังคมจริงๆ เราสวมหน้ากากได้ แต่
.
.
.
จริงๆแล้ว ถ้าถามผม ตัวผม ผมคิดว่าเราควรวางหน้ากากลงเมื่อเราพบคนที่คิดว่าอยากจะใช้ชีวิตที่เหลือด้วย มันจะยั่งยืนที่สุดครับ
ปล. อยากคอมเมนต์การแสดงระดับศิลปินของโลกของนุ้งพละเหมือนกัน แต่มันมีหลายฉากมาก ลูกเพจรีเควสมาเยอะมากว่าอยากอ่าน เดี๋ยวขอเวลานิดนึง เพราะมีเรื่องราวให้เขียนมากมายเหลือเกิน ก่อนที่ฮอร์โมนจะปิดฉากลง
CR : เพจ อวยไส้แตกแหกไส้ฉีก facebook
จากซีรี่ย์Hormones : ชีวิตจริงบางทีก็ต้องแสดงบทบาท ออย ถึงลึกๆ อยากเป็น บอสแทบตาย
ลองอ่านดูนะคะ ตรงมากๆ
เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมจึงต้องสวมหน้ากาก ?
.
ในชีวิตจริงคุณจะเป็นออยหรือเป็นบอส ออยคือคนเลือกที่จะอยู่กับคนที่ตัวเองเกลียด เพราะอย่างน้อยก็ยังมีความสุขกว่าคนที่จริงใจและพูดจาด้วยตรงๆแบบบอส แต่ออยอาจจะเป็นส่วนน้อยที่พบกับบทสรุปไม่สวยคือเมื่อออยทนไม่ได้ ออยก็ทำร้ายคนที่ตัวเองเกลียด จนเค้าหมดความเชื่อใจ ออยจึงพบกับบทสรุปที่เลวร้ายที่สุด ในขณะที่บอส เลือกที่จะอยู่กับความจริงในโลกที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง บอสจึงพบกับความเดียวดายไปไหนมาไหนคนเดียว บอสถูกทุกอย่าง บอสชนะ แต่ในสังคมมนุษย์ คนถูกคนชนะ ไม่ได้แปลว่าจะมีคนอยากคบ (ขนาดฉากตอนขนมปังแฉออย บอสยังเป็นแค่ผู้สังเกตการที่เดินผ่านมาคนเดียว)
.
บางครั้งผมมีความรู้สึกว่า ผมก็อยากสวมวิญญาณเป็นบอส บางครั้งผมก็สวมวิญญาณเป็นออย บางครั้งเราเกลียดใครสักคนแทบตาย แต่เราก็ต่องฝืนยิ้มคุยก้วยคบด้วย เพราะเราคำนึงถึงคำคำเดียวคือคำว่าสังคม บางครั้งผมแสยะยิ้มแล้วนั่งเขียนด่าคนที่ชอบปลอมลงในเฟซบุ้ค แต่เขียนแล้วก็ลบ เพราะเอาเข้าจริงๆก็ไม่ค่อยกล้าไปชี้หน้าด่าใครว่าปลอม เปลือก เพราะจริงๆชีวิตผมเวลาเจอคนที่ผมเกลียดผมก็ยังวิ่งเข้าไปยิ้มเข้าไปกอด คิดถึงจัง คิดถึงมากกกกกอยู่เลย สิ่งที่ผมทำเรียกว่า ปลอม เปลือกไหม ก็จริงแหละ
.
สมัยเด็กๆ เราจะไม่ค่อยเฟคเลย เกลียดก็เกลียด ชอบก็ชอบ แต่พอโตขึ้นมาสังคมสอนให้เราเอาตัวรอด สังคมสอนให้เรารู้สึกกลัวที่จะต้องอยู่คนเดียว สังคมสอนให้เรารู้จักการหาพวก เหมือนที่เวลาเราโพสอะไรลงไปใน facebook เราจะรู้สึกดีถ้ามีคนมา like เห็นด้วย และเวลาที่มีใครมาโพสด่าเรา เราจะรู้สึกจิตตกทันทีถ้ามีคนไป Like ข้อความนั้นเยอะๆ
.
บางครั้งเราอึดอัดที่เห็นคนที่เกลียดกัน แสดงออกว่ารักกัน สนิทกันเหลือเกิน อยากเดินเข้าไปบอกว่าพวกเลิกปลอมใส่กันได้แล้ว แต่เชื่อไหม ผมเคยทำ แต่สุดท้าย ถ้าเค้ายังมีความสุขที่จะคบกัน ต่อให้ต่างฝ่ายต่างรู้ว่าเค้าปลอมใส่กัน
.
ผมเคยตัดสินใจบอกกับเพื่อนที่ผมรักที่สุดว่า กูไม่อยากคบเพราะปลอม (กับคนโน้นคนนี้ไปทั่ว) แล้วผมก็ตัดสินใจไม่คบ แล้วผมก็ตัดสินใจมาอยู่คนเดียว แต่สุดท้ายผมมีความรู้สึกว่า ผมเป็นคนที่ว้าเหว่มาก แม้ภายนอกผมจะบอกว่าผมไม่แคร์ แต่ในใจลึกๆเรากลับคิดถึงเพื่อนที่เราด่าว่ามันปลอมนี่แหละ เพราะสุดท้าย เราต้องเจอคนที่เกลียดเราและปลอมใส่เราอีกมากมาย
.
ไม่มีอะไรเจ็บปวดเท่ากับการที่เรารู้สึกดีกับคนที่เกลียดเรามาก แบบที่ขนมปังเจอในสิ่งที่ออยทำกับตัวเองแล้วล่ะครับ บางครั้งเราจะรู้สึกแย่มากที่เราไปพูดปกป้องคนบางคนแบบออกตัวเสียแรง โดยที่เจ้าตัวเค้านอกจากจะไม่ต้องการแล้ว ลึกๆเข้าเกลียดเราอีกต่างหาก ผมว่าถ้าใครเจอกับตัวคงเจ็บปวดไม่น้อย
.
สุดท้าย การใช้ชีวิตในสังคมมันไม่มีแบบแผนตายตัวหรอก มันคือการเรียนรู้ มันคือการสั่งสมประสบการณ์ ชีวิตใครชีวิตมัน ประสบการณ์ที่เจอ ต่อให้เหมือนกัน บทสรุปมันก็ไม่เหมือนกัน จิตใจ อารมณ์ ความรู้สึกของมนุษย์ มันยากแท้หยั่งถึง ต่อให้เรานิสัยชั่วยังไง แต่ถ้าเรามีปัจจัยอื่นเข้ามาในตัวเราเช่น หน้าตาดี หรือฐานะหน้าที่การงานดี เราอาจจะมีเพื่อนมากกว่าคนที่นิสัยดี แต่หน้าตาไม่ดีฐานะไม่ดีหน้าที่การงานไม่สูงก็ได้ เราโทษคนที่เลือกคบคนหน้าตา ฐานะ การงานไม่ได้หรอกครับ เพราะมนุษย์คือสัตว์สังคมจริงๆ เราสวมหน้ากากได้ แต่
.
.
.
จริงๆแล้ว ถ้าถามผม ตัวผม ผมคิดว่าเราควรวางหน้ากากลงเมื่อเราพบคนที่คิดว่าอยากจะใช้ชีวิตที่เหลือด้วย มันจะยั่งยืนที่สุดครับ
ปล. อยากคอมเมนต์การแสดงระดับศิลปินของโลกของนุ้งพละเหมือนกัน แต่มันมีหลายฉากมาก ลูกเพจรีเควสมาเยอะมากว่าอยากอ่าน เดี๋ยวขอเวลานิดนึง เพราะมีเรื่องราวให้เขียนมากมายเหลือเกิน ก่อนที่ฮอร์โมนจะปิดฉากลง
CR : เพจ อวยไส้แตกแหกไส้ฉีก facebook