(นักท่องเที่ยวไทยในญี่ปุ่น) ภายนอกเหมือนคนแต่กมลสันดานเหมือนจุดจุดจุด

สวัสดีค่ะ พึ่งถึงบ้านสดๆร้อนๆ ด้วยความโมโหตั้งแต่เย็น (ประมาณหกโมงเย็น) เราเป็นหนึ่งในคนไทยที่เรียนอยู่ที่ญี่ปุ่นค่ะ เจอคนไทยบ่อยมาก น่ารักมาก ยิ้มให้เราก็ยิ้มกลับตลอด มันมี sense เวลาเจอคนไทย คือตัวเราเคยได้ยินมาบ่อยๆเรื่องที่คนไทยไปเที่ยวต่างประเทศแล้วชอบทำอะไรแย่ๆให้เสียภาพลักษณ์ของคำว่า "คนไทย" เหมือนที่เราชอบบ่นคนจีนกัน จริงๆเราเป็นคนไม่อะไรเลยนะคะกับชาวบ้าน แต่อันนี้อยากเตือนจริงๆ เอาจริงๆถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะด่าให้เสียหลัก จะด่าสามภาษา จะด่าให้เหมือนคนไม่มีพ่อไม่มีแม่เลยค่ะ

เข้าเรื่องเลยนะคะ คือเรากับเพื่อนผู้หญิงอีกคนค่ะ ไปกินข้าว ช้อปปิ้งตามประสาสาวๆวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่แล้วก็ต้องมีเรื่องให้หมดความสนุกไปเลยวันนี้ ก็คือ หลังจากกินข้าวเสร็จที่ Shin-Okubo (Korean Town) เราก็ขึ้นรถไฟ JR สาย Yamanote สถานีปลายทาง Shibuya จะไปชิบุย่า วันนี้โชคดีรถไฟคนไม่เยอะ เราเลยได้นั่งกันสองคน แต่ก็นั่งตรงส่วนของ priority seats (มันจะอยู๋ติดกับประตูเชื่อมโบกี้ระหว่างตู้หนึ่งไปอีกตู้หนึ่งค่ะ ติดกับประตูชานชาลาด้วย เวลาคนเข้ามาก็จะเจอพวกเรางี้) ระหว่างทางจะไปชิบุย่า ก็จอดสถานี Shinjuku ย่านท่องเที่ยวโปรดของคนไทยและต่างชาติ ก็มีครอบครัวนึงเดินเข้ามาค่ะ คุยกันภาษาไทยชัดเจน เราก็บอกเพื่อนเราว่า ”"คนไทยอีกแล้ว วันนี้เจอเยอะมั้ยละ" อะไรประมาณนี้ ก็ไม่มีไรเรากับเพื่อนก็นั่งกดโทรศัพท์ไปพรางๆ แต่พอจะถึงชิบุย่า เราก็เตรียมลุกกัน เพื่อที่จะไปยืนหน้าประตูเตรียมออก แต่ครอบครัวนี้ยืนขวางทาง priority seatsกับประตูทางออก ซึ่งเราเดินออกไม่สะดวกเท่าไร (มีคุณยายคนญี่ปุ่นอีกคนเตรียมลุก จะออกเหมือนกัน) เราก็เดินแทรกกลางระหว่างสองตัวละครหลักเลยค่ะ คือ แม่ (อายุน่าจะเลขสี่ได้แล้ว ใส่ชุดดำ head to toe กระเป๋า prada saffiano tote) กับลูกชาย(น่าจะอายุ20 +/-สองปี สวม down jacket สีเทา) เพราะว่าจริงๆแล้ว วันนี้คนไม่มีจริงๆนะคะบนรถไฟ ไม่เข้าใจเหมือนกัน สงสัยเป็นตู้เกือบสุดท้ายด้วยมั้งเลยไม่มีคน แต่เราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเค้าต้องมายืนเบียดกันตรงหน้าประตู มันไม่ควรอย่างยิ่งเพราะขวางทางเข้าออกของผู้โดยสารคนอื่นเขา
แต่พอเราเดินแทรกผ่านเค้าสองคน คนที่เป็นแม่ก็พูดขึ้นมาว่า "ดูมันสิ ไม่มีมารยาท คนยืนอยู่มาเดินเบียดเราทำไม สวยหรออย่าไปชมมัน คนแบบนี้ไม่ต้องไปชม" ลูกชายก็ไม่ได้พูดอะไรก็มองๆเรา (แต่เราไม่ทราบนะคะว่าเค้ารู้ไหมว่าเราเป็นคนไทย ถึงพูดออกมาแบบนี้) เราค่ะ ไอ้เราก็เดือดหนึ่ง แต่เราก็ไม่ได้ทำอะไรเลย ทำเป็นคุยกับเพื่อนต่อปกติดีไม่มีไรเกิดขึ้น คราวนี้ตัวลูกชายก็เดินเข้ามาหาแม่ แล้วบอกกับแม่ว่า "แม่แม่ นี่ไง รองเท้าคู่นี้ไงที่ผมอยากได้  ที่เขาใส่ ที่ไทยขายกันแต่ซื้อไม่ได้ มีไม่กี่คู่เอง อยากได้อยากได้ (อารมณ์ตื้อๆแม่)" แม่ก็ตอบลูกแต่มองมาที่เรา (เราเห็นเพราะว่ามันสะท้อนกับกระจก) ไปว่า "มิน่าล่ะ มันถึงได้มั่นใจขนาดนี้" อ่ะคราวนี้ เราก็เดือดสองละ ลูกก็ตื้อกับแม่ต่ออีกทีว่า "อยากได้ ทำไงดี" คราวนี้แม่ก็เหวี่ยงลูกค่ะ (ค่อนข้างดังอยู่) น่าจะได้ยินเป็นวงกว้างหนึ่งประตูว่า "ก็มันซื้อไม่ได้ จะพูดทำไม  รำคาญ" เราก็ตกใจว่า ด่าลูกเพื่อ?

เราคิดได้อีกทีตอนที่ก้าวเท้าออกมาจากรถไฟแล้ว(ซึ่งเขาก็ลงสถานีนี้นะคะ ชิบุย่า) เราฟังอยู่ตลอดนะคะ แต่เราไม่ได้อยากด่ากลับ พึ่งจะมามีสติว่าอยากด่ากลับก็ตอนพวกนั้นหายตัวไปแล้ว ทุกคนในครอบครัวนี้ คนอื่นๆ ลูกสาวมั้ง สวยๆสองคนเลย เค้าก็ทำตัวปกติเป็นนักท่องเที่ยวที่ดี ให้เกียรติสถานที่ แต่เราไม่เข้าใจคนที่เป็นแม่ ทำไมต้องด่าเราขนาดนี้ไม่เข้าใจ เราผิดจริงตอนที่เดินแล้วไปเบียดโดนเขานิดหน่อย แต่ตัวคุณเองก็ผิดที่มายืนขวางในที่ที่เขาห้ามยืน

เราดีใจทุกครั้งที่เห็นคนไทยมาเที่ยวที่นี่ รู้สึกเหมือนได้กลับไทย มีคนไทยข้างๆ วันนี้เราเห็นครอบครัวนี้ ก็ดูดี หน้าตาไม่แย่ แต่งตัวมีรสนิยม ดูมีการศึกษา เอาเข้าจริงๆแล้วเราเชื่อนะคะว่า คำว่า "การศึกษาไม่ได้ยกระดับจิตใจคนจริงๆ" มันยังใช้ได้จริงๆ แล้วการที่คุณมาว่าเราไม่มีมารยาท การที่คุณด่าคนอื่นไม่ว่าเขาจะฟังออกหรือไม่ออก แบบนี้คิดว่ามีมารยาทขนาดไหนเชียว มันทำให้ appearance ความเป็น well-educated ของคุณกลายเป็นบุคคลจำพวก uneducated ไปโดยปริยายในทันทีเลยค่ะ

ปล1. เราให้เพื่อนเราช่วยแชร์ เราอยากให้คุณได้มาอ่านนะคะ ว่าเราฟังทุกคำที่คุณพูด "คิดทุกคำที่พูด แต่ไม่ต้องพูดทุกคำที่คิด" ก็ได้ค่ะ
ปล2. เราเล่นพันทิพย์มาจะสิบปีไม่เคยคิดจะต้องมาด่าใครในนี้เลยนะคะเนี่ย คุณนี่เก่งจริงๆทำให้เราด่าคุณเป็นคนแรกออกสื่อแบบนี้
ปล3. ขอให้ชีวิตครอบครัวเจริญๆลงนะคะ

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 5
จบกท. เองก็ใช่ย่อยนะคะ... ถึงต่อให้มีคนยืนออกั๊กกันตรงประตูทางเข้าออก (มีคนทำเหมือนกันบนซับเวย์ในนิวยอร์ค และไม่จำเป็นว่าต้องเป็นคนไทยเสมอไปด้วย) ตัวคุณเอง เอ่ยปากขอทางได้ แต่คุณเลือกจะไม่พูดเอง แต่คุณกลับพิจารณารายละเอียดการแต่งตัวของสองแม่ลูก มากกว่าสนใจถึงมารยาทสังคมเช่นกันค่ะ

ถ้าไม่อยากให้เขารู้ว่าคุณเป็นคนไทย คุณพูด "ขอทาง" เป็นภาษาญี่ปุ่นไปสิ แบบสุภาพชนพึงกระทำ.... คุณกลับเอาตัวเองไปแทรกระหว่างเขา โดยคงวางสีหน้ามึนตึงด้วยมั้ง อ่านจากการนำรายละเอียดของสองแม่ลูกมาลงนี่... ทำให้ตัวคุณสูงส่งกว่าเขา ทั้งๆที่ไม่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว ก็ไม่น่าไปตั้งแง่วิจารณ์ละเอียดยิบเกี่ยวกับคนแปลกหน้า...  Typical Thainess ของคนไทยส่วนหนึ่ง ชอบนินทาใส่คนอื่นไว้ก่อน

สองแม่ลูกเขาพูดอะไร มันเรือ่งของเขา ที่คุณไม่จำเป้นต้องไปวิจารณ์ที่เขาพูดกัน เพระาคุณดันเป็นคนไทย ที่เข้าใจภาษาไทย แต่คุณกลับตั้งแง่อคติกับคนไทยไว้ก่อนแล้ว >>>”"คนไทยอีกแล้ว วันนี้เจอเยอะมั้ยละ" อะไรประมาณนี้<<<

ไม่แปลกที่คนไทยท่องเที่ยวไปต่างประเทศ เพียงแต่เขาเลือกจะยืนตรงประตู เขาไม่ได้ใช้ชีวิตระยะยาวเหมือนคุณนี่ คุณต่างหากที่ตั้งแง่อคติ ถ้าคุณพูดขอทางแบบสุภาพชน โดยไม่ไปแทรกแบบตั้งใจแบบนั้น... ถึงได้โดนว่า "เสียมารยาท" ไง


ปล. ใช้อารมณ์ที่มีอคติกับคนไทยด้วย นำมาลงสาธยาย ที่สะท้อนให้เห็นถึง "ความดิบ" ของคุณเองด้วย มีแต่ความอยากด่ากลับ แทนที่จะเริ่มต้นเป็นสุภาพชน ในเมื่อไปใช้ชีวิตเป็นนร.ถึงญี่ปุ่น น่าจะได้รับการปลูกฝังขัดเกลาความเป็นญี่ปุ่นมาบ้างนะคะ เนื้อหากระทู้มันมีแต่ความอคติต่อนักท่องเที่ยวไทยสองแม่ลูกนี้ จนเกินไป กับเพียงเพราะคุณไม่พูดขอทางอย่างสุภาพ

เราใช้คำพูดที่สุภาพชนพึงใช้กัน "Excuse me" บนรถไฟซับเวย์นิวยอร์ค ขอทางคนที่ยืนกั๊กขวางประตูทางเข้าออก มีคนทำแบบนี้เยอะพอควร เรายังไม่ตั้งแง่มีอคติว่าพวกเขาเป็นคนชาติไหนและเขามาจากประเทศไหนเราไม่สนใจด้วย เมื่อเดินออกมาแล้ว จบกันไป หรือจะเอาเรือ่งก็เอาเรื่องกันตรงนั้นให้จบๆไป แต่จะไม่ไปจับผิดวิจารณ์การแต่งตัวของคนอื่น ที่คนไทยในไทยมีนิสัยเสียชอบนินทาคนอื่นๆ

คุณคงคาดหวังไว้สูงอีกเช่นกันที่จะมีคนอ่านส่วนมาก ช่วยกันผสมโรงด่าหยาบคายทับถมสองแม่ลูกคู่นั้น
ความคิดเห็นที่ 11
ไม่รู้สิ  ฉันอ่านแล้ว คือ รู้สึกว่า ที่ จขกท. ต้องการสื่อคือ   เป็นคนสวย  และใส่รองเท้าแบรนด์หรู ที่ฝ่ายนั้นไม่มีปัญญาหาซื้อให้ลูกใส่  เลยหงุดหงิดที่ลูกเขารบเร้าอยากได้

แสร้งทำมาแปลกใจ  ว่าเขาจะด่าลูกเพื่ออะไรน๊าาาา....
ความคิดเห็นที่ 6
กมลสันดาน เจ้าของกระทู้ก็ไม่ย่อยนะ ดูถูกคนด้วยกันใช้ได้อยู่
ความคิดเห็นที่ 29
ตอนผมไปนะ เค้าซึมิมาเซ็นกันตลอดเลย ไม่ใช่เงียบๆเดินเบียดไม่สนใจอะไรนะ ขนาดในรถเมล์ที่ยืนเบียดกันเยอะๆจนแน่นเป็นปลากระป๋องเหมือนตอนนั่งรถเมล์ กทม เวลาเร่งด่วนนั่นแหละ พอจะออกกันคนที่ติดอยู่ข้างในก็ซิมิมาเซ็นๆๆๆแล้วก็อีกคำจำไม่ได้ล่ะอะไรบอกให้คนขับรอหน่อยบอกยังออกไม่ได้ไม่ถึงประตูทีนี่แหละ เค้าไม่เบียดไปออกก่อนถึงป้ายด้วยนะลำบากคนอื่น แถมคนขับก็รอจนกว่าจะลงหมดจริงๆ แถมคนขับมันรู้ด้วย รู้ได้ไงไม่รู้ว่าคนยังลงไม่หมด เพราะเค้าซึมิมาเซ็นกะอีกคำบอกคนขับเบามาก ได้ยินแค่ที่เค้าเดินนั่นแหละ ถ้าเป็นที่ไทยแหกปากลั่นรถแล้ว เค้าขึ้นกันประตูกลางรถ ออกหน้ารถเลยวุ่นวายหน่อย

จริงๆผมว่าถ้าคุณ educated จริงๆ ติดนิสัยที่พัฒนาแล้วของคนญี่ปุ่นจริงๆ คุณคง ซึมิมาเซ็น ไปแล้วนะ อันนี้คุณลองคิดดูเอาเองนะครับ และที่สำคัญคุณก็รู้ตัวว่าคุณผิดถึงพยายามไม่ว่าเค้ากลับ เมื่อรู้ว่าผิดคนญี่ปุ่นเค้าก็จะขอโทษ โกเมนนาไซ จากใจจริง คุณก็ไม่ทำอีก ก็เก็บเอาไว้เป็นปมให้อึดอัด แล้วมาด้าในเวปตามนิสัยคนไทย หาพวกถล่มอีกฝ่าย หรือ เพื่อระบาย ซึ่งผมจะบอกว่าคนในเวปไม่ใช่ถังขยะ ไม่ใช่ชักโครกที่จะให้ใครๆเอาสิ่งสกปรกสิ่งไม่ดีมาทิ้งใส่นะครับ เราควรเอาสิ่งดีๆมาให้กัน มาช่วยเหลือกัน มันจะเป็นสังคมที่น่าอยู่มากเลยถ้าเราช่วยกันสร้างขึ้นมา อาจจะดีกว่าญี่ปุ่นด้วยซ้ำถ้าคนของเราช่วยกันทำแบบนี้โดยไม่คิดว่าเวปบอร์ดเอาไว้เพื่อระบาย

อยากระบาย ไประบายกะเพื่อนสนิท คนรู้จัก พ่อแม่ หรือกรมสุขภาพจิตได้ เค้ามีสายให้อยู่ ไม่ใช่มาระบายกะคนไม่รู้จัก อย่ามาอ้างนู่นอ้างนี่กันเพื่อหาทางเอาขี้มาใส่ชักโครกคนอื่น ไม่ใช่เอาขยะในจิตใจตัวเองมาโยนใส่ถังขยะบ้านคนอื่น แต่ละคนก็มีขยะกันอยู่แล้ว มันคงสวยงามหรอกถ้าทุกคนเห็นแก่ตัวโดยการกวาดขยะบ้านตัวเองแล้วไปเทใส่ทั้งขยะบ้านคนอื่นกันทุกคน นึกภาพดูซิ คงตบกันตายอ่ะ

ที่สำคัญ ถ้าคิดว่าตัวเองจะเก็บกด ให้ด่ากลับตรงนั้นทันทีเลย เคลียร์ให้จบตรงนั้น จะทะเลาะตบตีกันก็ตรงนั้น ไม่ต้องมาทำตัวผู้ดีแล้วมาด่าาเค้าลับหลัง เพราะไม่ว่าจะตบตีตรงนั้น หรือ ด่าลับหลังก็นิสัยไทยๆแบบที่คุณเกลียดนั่นแหละ แต่ผมว่าแบบแรกจะดีกว่าจะได้หมดปัญหาเวปบอร์ดซะที ผมอ่านแล้วก็รำคาญ เจอแต่สิ่งไม่ดี  วันๆแค่มีเพจดราม่าแอดดิกคนก็ด่ากันไปมาจะตายอยู่แล้ว คนไทยนี่ชอบนักเรื่องทะเลาะกันของคนอื่น ชอบดูชอบชม ตั้งแต่ละครช่องเจ็ดสางเอกกะนางรัายตบตีกันเนี่ย รังแกกันเนี่ย ไม่รู้ทำไม ข่าวทีวีไทยเงี้ย มีแต่ข่าวฆ่ากันตาย ข่มขืน ฉกชิงวิ่งราวตบแย่งผัว กราบไหว้บูชาควายหกขาหมาสองหัว ก็ยังชอบดูกัน ผมนี่เลิกดูทีวีไปเลยเพราะไม่อยากรับสิ่งไม่ดีทุกวันๆเข้ามา แต่ก็นั่นล่ะครับ นิสัยคนไทยจริงๆคนก็ซึมซับมาแล้วและแสดงให้เห็น ผมก็อาจจะซึมซับมาเหมือนกันถึงจะไม่อยากได้นิสัยเหล่านั้
ความคิดเห็นที่ 26
คือจริงๆ เรื่องยืนอยู่ตรงประตูทางออก ปรกติแล้วคนญี่ปุ่นก็เป็นเหมือนกันนะคะ ตรงนี้ทำไมไม่เห็นมีใครเคยโพสต์บ่นเลย
อย่างที่เราเจอบ่อยๆ บางครั้งเด็กวัยรุ่นญี่ปุ่นก็นั่งกับพื้นบนรถไฟ ซึ่งการกระทำแบบนี้เค้าจะมีป้ายเตือน
ว่าให้กลับไปทำที่บ้าน แต่เค้าก็ยังทำ หรือ บางที คนญี่ปุ่นเองนั่นแหละ ที่เต้นบนรถไฟ พูดเสียงดังบนรถไฟ
แต่คนญี่ปุ่นเองก็ไม่ด่าไม่ว่าอะไร เพราะเค้าชาตินิยม ข้อเสียของเค้า เค้าจะไม่พูด
มีบ่อยไปค่ะ ที่คนญี่ปุ่นยืนขวางประตู และเวลาคนข้างในจะออก แล้วคนญี่ปุ่นจะพูดว่า  สุมิมาเซน
เพื่อเป็นการขอทาง ที่เกียวโตนักท่องเที่ยวไทยก็เยอะ เราก็เจอบ่อยๆ  แต่คงเยอะไม่เท่าโตเกียว
ก็มีทั้ง ยืนขวางประตู และเดินเข้าข้างใน บางคนก็ยืนดู ป้ายสถานีรถไฟ เพราะมันติดอยู่ตรงบน ประตูพอดี
บางคนที่เค้ายืนขวางประตูเพราะกลัวลงไม่ทัน
ตรงนี้ก็เข้าใจส่วนหนึ่ง เพราะเค้าไม่ชำนาญทางเหมือนคนอยู่ประจำ ถ้าเราเจอคนไทย
แบบนี้เราจะเข้าไปบอกเค้าเลย ว่าให้ขยับเข้าไปตรงกลางโบกี้ ถ้าจะลงสถานีที่เค้าจะลงเดี๋ยวเราจะช่วยเตือนเอง
หรือถ้าเราลงก่อนเราก็จะแนะนำให้เค้าใช้วิธีนับป้ายประกอบการอ่านและฟังไปด้วย
เพราะถ้าคนพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ เวลาเค้าประกาศว่าจะถึงสถานีใหน มันก็ฟังไม่รู้เรื่องเหมือนกันนะ เจอบ่อยค่ะประเภทเลยป้าย
เมื่ออาทิตย์ก่อน เจอกลุ่ม พี่ๆ คนไทย 6 คน มายืนอยู่หน้าซุปเปอร์ใกล้ๆ บ้านเรา สอบถามได้ความว่า
ให้น้องจีนำทาง น้องจีพาเลยป้าย เราก็แนะนำทางเค้าไป
เราว่าถ้า จขกท พูดขอทางสักนิด สุมิมาเซน ก็คงไม่มีอะไร เพราะคนญี่ปุ่นเองเค้าก็พูดกันประจำจนติดปาก
ถ้าไม่พูดนี่สิ คนญี่ปุ่นเค้าจะถือว่าเสียมารยาท (ครูที่สอนภาษาญี่ปุ่นเราสอนมาแบบนี้ค่ะ)  หรือถ้า พูดว่า ขอโทษค่ะ ขอทางหน่อยนะคะ
สิ่งที่ จขกท ได้รับอาจจะเป็นรอยยิ้มก็ได้ค่ะ  เพราะบางคนไม่ว่าชาติใหน พอเจอคน แรงมา แรงกลับ ดีมา ดีกลับ
ใจเค้าใจเรานะคะ ถ้าเกิดมีการตักเตือนแล้วเค้ายังไม่ทำตาม แบบนี้ค่อยมาโพสต์ว่าจะดีกว่าค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่