เรื่องผีที่เจอกับตัว

กระทู้สนทนา
ถ้าใช้คำผิดหรือพิมพ์ตกหล่นยังไงขอโทษด้วยน้าาา


เรื่องแบบนี้มันอธิบายกันไม่ได้จริงๆค่ะมันต้องเจอกับตัวเองจริงๆ เราไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่หรอกแต่เราก็ต้องเจอเรื่อยๆ- - เรื่องมีอยู่ว่าตัวเราเองตอนเด็กๆเป็นคนชอบทำบุญ(ตอนเด็กอยู่ตจว.ใส่บาตรทุกเช้าเข้าวัดบ่อยมาก)



เรื่องแรก  :  คือตอนเราอยู่ประถมน้าข้างบ้านชวนไปดูหมอลำในตัวเมือง  เราก็แบบชอบของเล่นที่ไปนี่อยากได้ของเล่นก็ไปแต่นั่งรถกะบะไปเรานั่งข้างหลัง เราต้องบอกก่อนว่าสถานที่จัดหมอลำตรงข้ามกับสุสานคนจีน ซึ่งช่วงที่รถขับเลยสุสานคนจีนเพื่อไปจอดรถ เราหันไปเจอคนใส่เสื้อสีขาวไม่เห็นช่วงล่างคือเหมือนถูกตัดขาดแขนไขว้ไปข้างหลังเหมือนถูกมัดติดกับเสา(เสารอบๆสุสานเป็นปูนต้นเล็กๆเรียงไม่ห่างกันมาก)
หลังจากนั้นเราก็เดินตัวเกร็งระหว่างอยู่ในงาน
และตอนกลับเราฟุบหน้าลงตลอดทางจนพี่ที่นั่งข้างหลังด้วยกันถามว่าเป็นอะไรแต่เราก็ไม่พูดไม่เงยหน้าไม่เล่าอะไรให้ใครฟังเลย




เรื่องที่สอง  :   ตอนนี้เราน่าจะอยู่ป.สองคือเรานอนอยู่กับแม่สองคนที่ตจว.พ่อเราทำงานที่ต่างประเทศระหว่างที่เราหลับเราฝันถึงตอนเด็กๆสมัยก่อนมีผู้หญิงประมาณ3-4คนหนึ่งในนั้นมีเราและมีเด็กผู้ชาย1คนเราใส่เสื้อคอกระเช้าเด็กผู้ชายไม่ใส่เสื้อใส่แต่โจมกระเบนคุยกันหรือกำลังเล่นอะไรสักอย่างอยู่ริมคลองแล้วเราแกล้งเด็กผู้ชายโดยการผลักลงน้ำเด็กคนนั้นจมน้ำเราสะดุ้งตื่นขึ้นมาแล้วได้ยินเสียงหัวเราะเด็กผู้ชายเราจึงหันไปดูทางประตูเราเห็นเด็กผู้ชายคนนั้นลอยมาภาพที่เราเห็นคือใส่เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินตัวช่วงบนลอยห่างจากพื้นนิดหน่อยไม่มีช่วงล่างหัวเราะแล้วมองเราเรากลัวมากเหงื่อมาเต็มสะกิดแม่ให้ตื่นแม่ก็บอกไม่มีอะไรนอนๆเราบอกแม่เปิดไฟแม่ก็บอกมันไม่มีอะไรหรอกนอนเถอะลูกเด็กคนนั้นลอยมาเลื่อยๆจนอยู่บนหัวเราเราทั้งร้องไห้ทั้งคลุมโปรงตอนนั้นเรากลัวมากแบบมากๆซักพักใหญ่ๆเสียงหัวเราะก็หายไปเราก็พยายามข่มตาที่จะนอนจนเผลอหลับไปความรู้สึกตอนนั้นเหมือนเหนื่อยมากๆ (แม่บอกกับเราว่าขอโทษที่ตอนนั้นแม่ไม่เปิดไฟให้เราอยู่บ้านกันสองคนแม่ก็กลัวลูกก็เป็นคนเห็นผีอีกแม่จำเป็นต้องบอกหนูว่ามันไม่มีอะไรหรอก- -)



เรื่องที่สาม  :  เราทำรายงานอยู่ที่รร.กับเพื่อน(ตอนนี้เราอยู่กรุงเทพแล้วป.6)วันนั้นเป็นวันทำรายงานวิชาภาษาไทยส่งวันสุดท้ายทำเป็นคู่ทุกคนกลับบ้านหมดชั้นป.หกหรือชั้นสามที่เราเรียนเงียบกริบเพราะคนเริ่มกลับบ้านกันหมดเหลือเรากับคู่เราที่อยู่บนห้องสมุดชั้นสี่เราตกลงกับเพื่อนว่าเราจะกลับพร้อมกันต้องทำรายงานเสร็จกันก่อนเพราะเราเป็นคนกลัวผีมากเจอบ่อยจนมากรุงเทพคิดว่าคงไม่เจอหรอก(ความคิดแบบปัญญาอ่อนมาก- -) แล้วเพื่อนเราก็บอกว่าแกๆ ป๊าเค้ามาแล้วเค้ากลับก่อนนะแล้ววิ่งลงไปตดไม่ทันหายเหม็นมันกลับบ้านหละเราก็เริ่มคิดเชี่ยเอาไงดีหวะเราก็ทำจนเสร็จส่งครูแล้วเราลงไปเก็บกระเป๋าเพื่อนยกเก้าอี้ขึ้นบนโต๊ะกันหมดหละเราเก็บของเสร็จก้มลงไปกำลังยกเก้าอี้โต๊ะที่ตรงข้ามกับเรา(เป็นโต๊ะที่หันหน้าเข้าชิดกัน)เราเห็นเงาขาใกล้ตาเรามากจับกระเป๋าได้เราวิ่งเลยเก้าองเก้าอี้นี่ไม่ยกเลยวิ่งลงจากตึกด้วยความเร็วสูง-0-


เรื่องที่สี่  :  สมัยบีบีกำลังฮิตเราน่าจะอยู่ม.สี่วันนั้นเรา
นั่งดูโทรทัศน์ข้างล่างคนเดียวแม่กินข้าวเสร็จ
ก็บอกให้เก็บจานเราก็บอกโอเคค่ะแม่ขึ้นไปนอนเลย
แล้วเราก็นั่งบีบีหาเพื่อนดูโทรทัศน์ด้วยหางตาเราเห็นเงาดำๆเดินสวนกันไปมาเต็มซอยไปหมดแต่เรารู้ค่ะว่ามันคือโลกของเขาแต่เราค่อนข้างปากเสียอยู่มากเรากลัวเราเลยอุทานไปว่าเชี่ย!ยิ้มเอาอีกหละแล้วหันไปทางประตูเงาดำคลานเข้ามาหาเราไว้มากแล้วพอใกล้ตัวเราภาพก็ตัดหายไปขนขาเราลุกข้างเดียวคือทางที่อยู่ประตูเราช็อคมากนั่งนิ่งสักพักสติเรากลับมา บีบีๆหาเพื่อนว่าวันนี้วันอะไรคือเกิดมาเหตุการณ์นี้ดูเวอร์มากเราบอกเพื่อนในบีบีเพื่อนถามเป็นไรมันขนาดนั้นเลยอ่อหวะแต่มีเพื่อนคนนึงซึ่งมันค่อนข้างธรรมะธรรมโมแต่สัมผัสเรื่องพวกนี้ได้มันบอกเราว่าเธอควรไปทำบุญนะรู้มั้ยวันนี้เป็นพระใหญ่(น่าจะวันเข้าพรรษาหรือวันอะไรสักอย่าง) เราก็แบบคิดในใจถ้าจะมาแบบนี้นะอย่ามาเลยดีกว่าเช้ามาเราก็ทำบุญ



เรื่องที่ห้า  :  วันนั้นเราไปบ้านเพื่อน  แล้วเพื่อนเดินไปหาแม่ทางห้องน้ำซึ่งผ่านห้องครัวเราก็เดินตามไปแต่..
เราหยุดตรงห้องครัวเพราะเรารู้สึกเหมือนมีคนจ้องเราอยู่   แล้วไม่รู้อะไรดลใจให้เราหันมองไปข้างบนด้านซ้ายมือเราไปหันไปเจอรูปคนที่เสียชีวิตในครอบครัวมันและโกฐกระดูกเต็ม   แล้วจู่ๆเรามีความรู้สึกว่ามีคนหวงบ้านหลังนี้มากความรู้สึกมันเกิดขึ้นมาเอง  คือเรางงมากพอออกจากบ้านเพื่อนเราถามมันว่ามีใครที่เพิ่งเสียชีวิตไปมั้ยมันบอกยายแต่เสียไปสองปีแล้วนะก็นานแล้วนะ เราเลยถามต่อว่ายายหวงบ้านหลังนี้มากเลยใช่มั้ย เพื่อนตอบมาว่าใช่ไม่ยอมให้ขายไม่ให้ใครย้ายไปไหนด้วย คือเราขนลุกเลยเราคิดว่าเราคิดไปเองแต่มันกลับเป็นความรู้สึกของอีกคนที่ส่งผ่านคือเราไม่คิดด้วยว่าเราจะสัมผัสอะไรได้

จริงๆมีหลายเรื่องมากที่เกิดขึ้นกับเราแต่พอแค่นี้ก่อน
เป็นเรื่องจริงทั้งหมดไม่มีเติมแต่ง ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ยิ้ม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่