ฮายยย~ นี่เป็นกระทู้แรกของเรา เราไม่หวังว่าจะมีใครมาอ่านหรอก แต่เราแค่อยากระบาย 1.2ซั้ม เอ้า เริ่ม!!
เราอายุ21(ตอนนี้)เป็นลูกคนโต มีน้องสาวคนนึงอายุห่างกัน4ปี ตอนเด็กๆเรากับน้องกัดกันบ่อยมาก(กัดกันจนโค) กัดกันทีไรพ่อแม่จะดุด่าแต่เราจนเราคิดไปว่าพ่อแม่รักน้องมากกว่า
เราเคยน้อยใจเวลาที่พ่อหรือแม่ไปเที่ยวที่ไหนๆมักจะซื้อของมาฝากน้องเสมอแต่เรากลับไม่ได้อะไรเลย จนเราโตมาเรียน ประถม มัธยม พ่อแม่ก็ยังทำอยู่แบบนั้นและเราก็ยังคงคิดน้อยใจอยู่ ตอนเราเรียน มอ4เราสอบได้ที่1ดีใจมากรีบกลับบ้านเอาผลสอบให้พ่อแม่ดูแต่กลับไม่มีคำพูดคำชมใดๆเลย ส่วนน้องเราสอบได้ที่3แม่ซื้อของขวัญให้ ตอนนั้นน้อยใจหนักมากนอนร้องไห้เลยค่ะ เราถูกเลี้ยงมาด้วยคำสอนที่ว่าเป็นสตรีงานบ้านงานเรือนอย่าได้ขาดตกบกพร่อง เราเลยต้องทำงานบ้านทุกอย่าง แรกๆทำกับแม่ แต่หลังๆเริ่มโตแม่ปล่อยให้ทำคนเดียว เราก็ทำค่ะ
จนเราจบมัธยม เริ่มเข้ามหาลัยเช้าเราไม่ต้องทำงานบ้านแม่จะตื่นมาทำเอง แต่หลังเลิกเรียนกลับมางานบ้านเป็นหน้าที่เราคนเดียว ตอนเรียนเราแทบไม่เคยไปเที่ยวไหนกับเพื่อนๆที่ ม. เลยเพราะเลิกเรียนต้องรีบกลับบ้านอย่างเดียวจึงทำให้เราไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไหร่ พอขึ้นปี2เริ่มเรียนหนักขึ้น งานที่ อ. ให้มาก็เยอะขึ้น มีวันนึงเราเลิกเรียนกลับมาบ้านด้วยความเหนื่อยมากก็เลยบอกแม่ว่า 'วันนี้หนูเรียนเหนื่อยมากขอพักวันนึงนะคะ แม่ทำกับข้าวเองได้ไหม' คำตอบที่ได้มาคือด่าสารพัดด่าเหมือนว่าที่ผ่านๆมาเราก็ไม่เคยทำอะไรเหมือนๆกับวันนี้แต่นั่นยังไม่เท่ากับการไล่เราออกจากบ้าน เราก็ทำเป็นไม่ได้ยินคำไล่นั้น ถัดมาอีกวันเราขี่รถไปตลาดเพื่อไปเอารองเท้าที่จองไว้ จอดรถไว้แล้ววิ่งเข้าไปเอารองเท้าในเวลาไม่ถึง10นาทีกลับออกมารถเราหาย!! ถามคนแถวนั้นบอกว่ามี ผช ทำเป็นมานั่งคุยโทรศัพท์ที่รถเราแล้วสักพักเขาก็ขี่รถ(เรา)ออกไป คนที่เห็นคิดว่าเป็นรถของเขา(โจร)เลยไม่ใส่ใจอะไร นาทีนั้นเราทำไรไม่ถูกเลยโทรหาแม่บอกแม่ว่ารถหาย แม่ก็ด่าเราใหญ่ทั้งพ่อแม่ทั้งญาติพี่น้องหรือแม้แต่คนข้างบ้านรุมด่าว่าเราสารพัดโดยที่ไม่มีใครห่วงเลยว่าถ้าเราออกมาเจอตอนที่โจรกำลังจะเอารถเราไปเราจะเป็นยังไง
จนเราทนแรงกดดันไม่ไหวก็เลยตัดสินใจ(แบบผิดๆ)หนีออกจากบ้านทิ้งการเรียนทิ้งทุกอย่าง ทิ้งไว้แค่ จ.ม ขอโทษแม่และบอกแม่ว่าไม่ต้องตามหาถึงเวลาหนูจะกลับมาเอง ตอนนั้นเรามีแฟน(เป็นทอม)เลยไปอยู่กะเขาแล้วก็ทำงาน 6เดือนผ่านไปเราเริ่มติดต่อพ่อแม่และกลับไปเที่ยวบ้าน จนเราเริ่มทนความตัวเงินตัวทองของแฟน(เก่า)เราไม่ไหวเลยกลับมาอยู่บ้านช่วยแม่ขายของ คิดอยากกลับไปเรียนแต่สายไปแล้วทาง ม. บอกว่าเรารีไม่ได้แล้วต้องสอบเอ็นใหม่ เราก็รอๆเปิดสอบเอ็น จนปีนี้น้องเราจบมัธยมพอดีก็เลยสอบเอ็นพร้อมกัน น้องสอบหลายที่แต่เราสอบที่เดียวผลคือเราเอ็นไม่ติด เราก็เลยช่วยแม่ขายของไปโดยที่ไม่มีรายได้อะไร อยากได้ไรต้องขอแม่กว่าจะได้แม่บ่นจนหูชาแต่ตอนนี้ไม่ว่าแม่จะบ่นยังไงก็ไม่น้อยใจแม่แล้ว จากที่เคยเกเร เคยทำให้พ่อแม่เสียใจ เคยแม้แต่ทำร้ายตัวเอง(กรีดข้อมือ) ความคิดและการตัดสินใจในวันนั้นคือสิ่งผิดพลาดในวันนี้ ยิ่งเจอคนที่อยากเรียนแต่ไม่มีโอกาสได้เรียนเรายิ่งรู้สึกแย่ทั้งๆที่เรามีโอกาสอีก2ปีจะจบอยู่แล้วแต่เรากลับโยนอนาคตทิ้งไป ด้วยความรู้สึกผิดมากบวกกับความคิดที่แม้ไม่ได้เรียนแล้วก็อยากที่จะยืนด้วยตัวเอง ไม่อยากเป็นภาระให้แม่หรือสามี(ที่อาจจะมีหรือไม่มีในอนาคต) เราอยากที่จะเลี้ยงแม่มากกว่าให้แม่มาเลี้ยงเราแต่ก่อนที่จะเลี้ยงพ่อแม่ได้เราต้องเลี้ยงตัวเองให้ได้ก่อน เลยตัดสินใจมาหางานทำหาเงินเอง จริงๆถ้าเราอยากเรียนเราเรียน ม.เอกชนได้ แต่เราสงสารพ่อกับแม่แล้วคิดว่าคงไม่ไหวแน่ค่าเทอมแพงมาก ทั้งเราทั้งน้อง ไหนจะต้องผ่อนรถอีก ค่าน้ำค่าไฟ กินอยู่สารพัดรายจ่าย บ้านเราไม่ได้ร่ำรวยแต่ไม่ถึงกับจนแค่พอมีพอใช้
จนตอนนี้เรามาทำงานใช้ชีวิตอยู่ใน กทม ตัวคนเดียว เราจากบ้านมาไกลมาก ที่นี่ไม่มีเพื่อนเลย เวลาท้อ เจอเรื่องแย่ๆไม่มีใครคอยให้กำลังใจ เลิกงานทุ่มครึ่งจะโทรหาแม่แต่เล่าให้แม่ฟังไม่ได้ ไม่อยากให้เขาเป็นกังวลแค่นี้เขาก็ห่วงเรามากอยู่แล้วเราอยากให้เขาเชื่อว่าเราดูแลตัวเองได้ การที่จะยืนด้วยตัวเองไม่ง่ายเลย เราเริ่มต้นจาก0 0จริงๆค่ะแม้แต่เสื้อผ้ายังติดมาแค่2-3ชุด โชคดีที่เจ้านายใจดีให้ตังมาจ่ายมัดจำห้องก่อน
ทั้งที่เราเพิ่งทำงานเดือนนี้เดือนแรก ซึ้งงง
เหงานะอยู่แบบไม่มีเพื่อน บางทีอยากมีโมเม้นแบบไปเที่ยวกับเพื่อน กินข้าว ดูหนัง เดินเล่น ถ่ายรูป แต่ไม่มี.. เคยไปเดินเล่นบนสะพานลอยตอนสามทุ่ม ขึ้นชื่อว่า ผญ เดินคนเดียวตอนกลางคืนก็น่ากลัวอยู่แล้วยิ่งไปเจอ ผช เดินตามบนสะพานลอยเรายิ่งกลัว ไม่กล้าไปไหนเลยตอนนี้ อยากไปก็ไปไม่ถูก แฮร่
ป.ล1 ยาวชิมิเราย่อละน๊าาา~ที่จริงมันแย่กว่านี้มากแต่เราระบายแค่นี้ก็สบายใจบ้างแล้ว
ป.ล2 ตอนนี้เราเข้าใจความรักของขุ่นแม่แล้ว แล้วเราก็รักแม่มาก ทำการขอขมาพ่อแม่เรียบร้อย^^ รักตัวเองก็เป็นละเน้อ
ป.ล3 ใครไม่มีเพื่อนเป็นเพื่อนกะเราได้นะ เราอยากมีเพื่อน เป็นเพื่อนแบบสนิ๊ทสนิทเลยก็ด้ะ
ป.ล4 เราคิดว่าคงไม่มีใครเข้ามาอ่านแหง แต่เราก็เขียนระบายไปงั้นล่ะ มันอัดอั้น
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะไม่ทำแบบนั้น..หนูขอโทษ
เราอายุ21(ตอนนี้)เป็นลูกคนโต มีน้องสาวคนนึงอายุห่างกัน4ปี ตอนเด็กๆเรากับน้องกัดกันบ่อยมาก(กัดกันจนโค) กัดกันทีไรพ่อแม่จะดุด่าแต่เราจนเราคิดไปว่าพ่อแม่รักน้องมากกว่า
เราเคยน้อยใจเวลาที่พ่อหรือแม่ไปเที่ยวที่ไหนๆมักจะซื้อของมาฝากน้องเสมอแต่เรากลับไม่ได้อะไรเลย จนเราโตมาเรียน ประถม มัธยม พ่อแม่ก็ยังทำอยู่แบบนั้นและเราก็ยังคงคิดน้อยใจอยู่ ตอนเราเรียน มอ4เราสอบได้ที่1ดีใจมากรีบกลับบ้านเอาผลสอบให้พ่อแม่ดูแต่กลับไม่มีคำพูดคำชมใดๆเลย ส่วนน้องเราสอบได้ที่3แม่ซื้อของขวัญให้ ตอนนั้นน้อยใจหนักมากนอนร้องไห้เลยค่ะ เราถูกเลี้ยงมาด้วยคำสอนที่ว่าเป็นสตรีงานบ้านงานเรือนอย่าได้ขาดตกบกพร่อง เราเลยต้องทำงานบ้านทุกอย่าง แรกๆทำกับแม่ แต่หลังๆเริ่มโตแม่ปล่อยให้ทำคนเดียว เราก็ทำค่ะ
จนเราจบมัธยม เริ่มเข้ามหาลัยเช้าเราไม่ต้องทำงานบ้านแม่จะตื่นมาทำเอง แต่หลังเลิกเรียนกลับมางานบ้านเป็นหน้าที่เราคนเดียว ตอนเรียนเราแทบไม่เคยไปเที่ยวไหนกับเพื่อนๆที่ ม. เลยเพราะเลิกเรียนต้องรีบกลับบ้านอย่างเดียวจึงทำให้เราไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไหร่ พอขึ้นปี2เริ่มเรียนหนักขึ้น งานที่ อ. ให้มาก็เยอะขึ้น มีวันนึงเราเลิกเรียนกลับมาบ้านด้วยความเหนื่อยมากก็เลยบอกแม่ว่า 'วันนี้หนูเรียนเหนื่อยมากขอพักวันนึงนะคะ แม่ทำกับข้าวเองได้ไหม' คำตอบที่ได้มาคือด่าสารพัดด่าเหมือนว่าที่ผ่านๆมาเราก็ไม่เคยทำอะไรเหมือนๆกับวันนี้แต่นั่นยังไม่เท่ากับการไล่เราออกจากบ้าน เราก็ทำเป็นไม่ได้ยินคำไล่นั้น ถัดมาอีกวันเราขี่รถไปตลาดเพื่อไปเอารองเท้าที่จองไว้ จอดรถไว้แล้ววิ่งเข้าไปเอารองเท้าในเวลาไม่ถึง10นาทีกลับออกมารถเราหาย!! ถามคนแถวนั้นบอกว่ามี ผช ทำเป็นมานั่งคุยโทรศัพท์ที่รถเราแล้วสักพักเขาก็ขี่รถ(เรา)ออกไป คนที่เห็นคิดว่าเป็นรถของเขา(โจร)เลยไม่ใส่ใจอะไร นาทีนั้นเราทำไรไม่ถูกเลยโทรหาแม่บอกแม่ว่ารถหาย แม่ก็ด่าเราใหญ่ทั้งพ่อแม่ทั้งญาติพี่น้องหรือแม้แต่คนข้างบ้านรุมด่าว่าเราสารพัดโดยที่ไม่มีใครห่วงเลยว่าถ้าเราออกมาเจอตอนที่โจรกำลังจะเอารถเราไปเราจะเป็นยังไง
จนเราทนแรงกดดันไม่ไหวก็เลยตัดสินใจ(แบบผิดๆ)หนีออกจากบ้านทิ้งการเรียนทิ้งทุกอย่าง ทิ้งไว้แค่ จ.ม ขอโทษแม่และบอกแม่ว่าไม่ต้องตามหาถึงเวลาหนูจะกลับมาเอง ตอนนั้นเรามีแฟน(เป็นทอม)เลยไปอยู่กะเขาแล้วก็ทำงาน 6เดือนผ่านไปเราเริ่มติดต่อพ่อแม่และกลับไปเที่ยวบ้าน จนเราเริ่มทนความตัวเงินตัวทองของแฟน(เก่า)เราไม่ไหวเลยกลับมาอยู่บ้านช่วยแม่ขายของ คิดอยากกลับไปเรียนแต่สายไปแล้วทาง ม. บอกว่าเรารีไม่ได้แล้วต้องสอบเอ็นใหม่ เราก็รอๆเปิดสอบเอ็น จนปีนี้น้องเราจบมัธยมพอดีก็เลยสอบเอ็นพร้อมกัน น้องสอบหลายที่แต่เราสอบที่เดียวผลคือเราเอ็นไม่ติด เราก็เลยช่วยแม่ขายของไปโดยที่ไม่มีรายได้อะไร อยากได้ไรต้องขอแม่กว่าจะได้แม่บ่นจนหูชาแต่ตอนนี้ไม่ว่าแม่จะบ่นยังไงก็ไม่น้อยใจแม่แล้ว จากที่เคยเกเร เคยทำให้พ่อแม่เสียใจ เคยแม้แต่ทำร้ายตัวเอง(กรีดข้อมือ) ความคิดและการตัดสินใจในวันนั้นคือสิ่งผิดพลาดในวันนี้ ยิ่งเจอคนที่อยากเรียนแต่ไม่มีโอกาสได้เรียนเรายิ่งรู้สึกแย่ทั้งๆที่เรามีโอกาสอีก2ปีจะจบอยู่แล้วแต่เรากลับโยนอนาคตทิ้งไป ด้วยความรู้สึกผิดมากบวกกับความคิดที่แม้ไม่ได้เรียนแล้วก็อยากที่จะยืนด้วยตัวเอง ไม่อยากเป็นภาระให้แม่หรือสามี(ที่อาจจะมีหรือไม่มีในอนาคต) เราอยากที่จะเลี้ยงแม่มากกว่าให้แม่มาเลี้ยงเราแต่ก่อนที่จะเลี้ยงพ่อแม่ได้เราต้องเลี้ยงตัวเองให้ได้ก่อน เลยตัดสินใจมาหางานทำหาเงินเอง จริงๆถ้าเราอยากเรียนเราเรียน ม.เอกชนได้ แต่เราสงสารพ่อกับแม่แล้วคิดว่าคงไม่ไหวแน่ค่าเทอมแพงมาก ทั้งเราทั้งน้อง ไหนจะต้องผ่อนรถอีก ค่าน้ำค่าไฟ กินอยู่สารพัดรายจ่าย บ้านเราไม่ได้ร่ำรวยแต่ไม่ถึงกับจนแค่พอมีพอใช้
จนตอนนี้เรามาทำงานใช้ชีวิตอยู่ใน กทม ตัวคนเดียว เราจากบ้านมาไกลมาก ที่นี่ไม่มีเพื่อนเลย เวลาท้อ เจอเรื่องแย่ๆไม่มีใครคอยให้กำลังใจ เลิกงานทุ่มครึ่งจะโทรหาแม่แต่เล่าให้แม่ฟังไม่ได้ ไม่อยากให้เขาเป็นกังวลแค่นี้เขาก็ห่วงเรามากอยู่แล้วเราอยากให้เขาเชื่อว่าเราดูแลตัวเองได้ การที่จะยืนด้วยตัวเองไม่ง่ายเลย เราเริ่มต้นจาก0 0จริงๆค่ะแม้แต่เสื้อผ้ายังติดมาแค่2-3ชุด โชคดีที่เจ้านายใจดีให้ตังมาจ่ายมัดจำห้องก่อน
ทั้งที่เราเพิ่งทำงานเดือนนี้เดือนแรก ซึ้งงง
เหงานะอยู่แบบไม่มีเพื่อน บางทีอยากมีโมเม้นแบบไปเที่ยวกับเพื่อน กินข้าว ดูหนัง เดินเล่น ถ่ายรูป แต่ไม่มี.. เคยไปเดินเล่นบนสะพานลอยตอนสามทุ่ม ขึ้นชื่อว่า ผญ เดินคนเดียวตอนกลางคืนก็น่ากลัวอยู่แล้วยิ่งไปเจอ ผช เดินตามบนสะพานลอยเรายิ่งกลัว ไม่กล้าไปไหนเลยตอนนี้ อยากไปก็ไปไม่ถูก แฮร่
ป.ล1 ยาวชิมิเราย่อละน๊าาา~ที่จริงมันแย่กว่านี้มากแต่เราระบายแค่นี้ก็สบายใจบ้างแล้ว
ป.ล2 ตอนนี้เราเข้าใจความรักของขุ่นแม่แล้ว แล้วเราก็รักแม่มาก ทำการขอขมาพ่อแม่เรียบร้อย^^ รักตัวเองก็เป็นละเน้อ
ป.ล3 ใครไม่มีเพื่อนเป็นเพื่อนกะเราได้นะ เราอยากมีเพื่อน เป็นเพื่อนแบบสนิ๊ทสนิทเลยก็ด้ะ
ป.ล4 เราคิดว่าคงไม่มีใครเข้ามาอ่านแหง แต่เราก็เขียนระบายไปงั้นล่ะ มันอัดอั้น