ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอด
(สถาพร นาควิไลโรจน์, พ.ศ. ๒๕๕๘, ช่อง ONE)
ปรกติจะไม่ค่อยเขียนถึงอะไรก็ตามที่ยังดูหรือยังอ่านไม่จบบริบูรณ์ เพราะกลัวว่าพอดูพออ่านไปถึงตอนท้ายๆใกล้จบแล้ว เห็นประเด็นที่น่าสนใจอยากเขียนถึงขึ้นมา ถ้าจะเอามาเขียนอีกก็จะแลดูเปนการพูดซ้ำซาก พูดแล้วพูดอีก ไม่จบไม่สิ้น น่ารำคาญเสียเปล่าๆ แต่ก็มีอยู่บ่อยครั้งอีกเหมือนกัน ที่ได้ดูได้อ่านไปจนจบแล้ว ก็ตัดสินใจว่าอย่าเขียนถึงเลยจะดีกว่า ซึ่งเหตุผลนั้นก็มีหลายข้อ แต่บอกสั้นๆง่ายๆแค่ข้อเดียวละกันคือ
'ขี้เกียจ' 555+
เพราะงั้น การเขียนถึงละคร
ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอด นี้จึงเปนครั้งแรกที่เขียนโดยที่ยังดูไม่จบ เพราะละครยังออนแอร์อยู่ทางช่อง ONE อย่างหนึ่งคือคิดว่าต่อให้ดูไปจนจบ ก็คงจะมิมีประเด็นใดเพิ่มเติมให้เกิดความรู้สึกอย่างเขียนถึงมากขึ้น ยิ่งกว่านั้น ยังออกจะเชื่อมั่นว่า ถ้าดูไปจนละครถึงตอนอวสาน ความอยากเขียนถึงคงจะแห้งเหือดลงจนหมดสิ้นเปนแน่แท้ อย่ากระนั้นเลย รีบเขียนซะในตอนกำลัง
'คันไม้คันมือ' ดีกว่า
เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตามดูละครเรื่องนี้ คือชอบนวนิยายเรื่องนี้อยู่แล้ว ถือเปนหนึ่งในงานชิ้นเอกของ
โบตั๋น ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ. ๒๕๔๒ เลยก็ว่าได้ อีกเหตุผลคือได้ดูทีเซอร์ที่ตัดเฉพาะฉากดราม่าแรงๆให้ดูเปนตัวอย่าง ก็รู้สึกว่าน่าจะทำออกมาได้สนุกและถึงอกถึงใจไม่น้อย อีกทั้งนักแสดงที่มาสวมบทบาทเปนตัวละครต่างๆในคราวนี้ ล้วนเปนนักแสดงฝีมือดีแทบทุกคน ก็เลยอยากดูขึ้นมาซะงั้นเอง
(อีกอย่างคือเปนคน 'บ้าดารา' อยู่แล้วด้วย อิอิ)
เนื้อเรื่องก็...ข้ามไปละกันนะ คิดว่าน่าจะรู้ๆกันดี เพราะเรื่องนี้ถูกนำมาสร้างเปนหนังเปนละครหลายหน ขอพูดถึงนักแสดงเลยละกัน เพราะตั้งใจมาพูดอยู่แล้ว คนแรกที่ต้องพูดถึงก่อนใครเพื่อคือ
นุ่น ศิรพันธ์ ที่รับบท
บุญรอด เวอร์ชั่นล่าสุดนี้ ซึ่งถือว่าโอเค เรื่องฝีมือการแสดงก็เปนที่ยอมรับกันอยู่แล้วว่าเด็ดขาดฉกาจฉกรรจ์ไม่น้อย โดยเฉพาะฉากดราม่าหนักๆ ต้องแสดงอารมณ์แรงๆ ร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหลพรากๆนั้น พูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าเธอถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกของตัวละครออกมาได้สุดยอดมากๆ
ติดขัดอยู่นิดหน่อยตรงที่บุคลิกของเธออาจจะดู over qualified
(ขออภัยที่ใช้คำภาษาอังกฤษ เพราะนึกคำไทยไม่ออกจริงๆ) สำหรับตัวละครตัวนี้อยู่หน่อย ทำให้ทุกครั้งที่เห็นการพูดการจาของบุญรอด แทนที่จะรู้สึกว่าเธอเปนผู้หญิงซื่อๆ คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น โดยไม่ต้องตกแต่งคำพูดใดๆ กับบุคลิกที่ค่อนข้าง
'กร้านโลก' เพราะเคยผ่านความบอบช้ำในชีวิตมานับครั้งไม่ถ้วน ก็กลับรู้สึกว่าบุญรอดเวอร์ชั่นนี้เปนผู้หญิงที่มีความฉลาดเฉลียว คิดก่อนพูดทุกครั้ง และมีบุคลิกที่แลดู
'แก่นเซี้ยว' จนเหมือนจะเปน
ดาวเรือง(ของ
ทมยันตี) มากกว่าบุญรอด ทำให้รู้สึกขัดตาขัดใจขึ้นมาได้ โดยเฉพาะในฉากที่บุญรอดลุกขึ้นมาท้า(ตบ)ตีท้าต่อยกับคนที่พูดจาดูถูกเหยียดยาม หรือกล่าวหาว่าเธอเปนผู้หญิงขายตัว
เห็นได้ชัดว่า แม้นุ่นจะพยายามแสดงฉากเหล่านี้ให้ออกมาดูสมจริงเพียงใดก็ตาม แต่ด้วยบุคลิกของนุ่นที่
'ดูแพง' (ซึ่งไม่น่าจะเกี่ยวกับการที่นุ่นเคยเล่นเปน อีแพง ในเรื่อง บ่วง มาก่อน ^^) ทำให้ไม่อาจเชื่อได้อย่างสนิทใจว่าบุญรอดเวอร์ชั่นนี้ คือผู้หญิงที่เติบโตขึ้นมาจากชนชั้นล่าง ต้องต่อสู้กับมรสุมชีวิตที่โหมกระหน่ำทุกด้านตั้งแต่เล็กจนโตเปนสาว จึงอดที่จะรู้สึกเสียดายขึ้นมานิดๆมิได้ แต่กระนั้นก็มองเห็นถึงความพยายามอย่างเต็มที่ของเธอ ในการถ่ายทอดจิตวิญญาณและอารมณ์ความรู้สึกของบุญรอดออกมาให้ใกล้เคียงกับบทประพันธ์มากที่สุด ซึ่งต้องถือว่า
'เกือบ' จะทำได้สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
กลายเปนว่าคนที่ทำให้เรา
'ทึ่ง' ได้มากกว่ากลับเปน
เข็ม ลภัสรดา ที่ถ่ายทอดบุคลิกความกร้านโลกของ
สุณี หญิงผู้มีอาชีพโสเภณี ออกมาได้อย่างเข้าถึงมากๆ ไม่ว่าจะเปนจริตจะก้านการแสดงท่าทีที่ทำให้รู้ว่าสุณีน่าจะผ่านอะไรๆในชีวิตมาอย่างโชกโชน ดูปราดเปรียวก็รู้ในทันทีว่าเธอทำอาชีพอะไร แต่สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นมากในคาแร็กเตอร์ของสุณีเวอร์ชั่นนี้ คือความเปนคนไม่ค่อยคิดอะไรมาก ซื่อสัตย์กับความรู้สึก ยึดถือความต้องการของตนเปนหลัก และทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมาครอบครอง โดยไม่สนใจว่าเปนวิธีการที่ถูกต้องหรือเปล่า
ยอมรับเลยว่าเข็มสวมบทบาทเปน สุณี ได้อย่างชนิด
'ตีบทแตก' สุดๆ เพราะถึงแม้ว่าสุณีจะเปนตัวร้ายของเรื่อง ถูกวางให้เปนขั้วตรงข้ามของบุญรอด พูดอีกแบบคือเปนตัวละครที่ทำให้ความดีงามของบุญรอดดูโดดเด่นขึ้นมา แต่เรากลับไม่รู้สึกชิงชังหรือนึกเหยียดหยามสุณีเลยแม้แต่น้อย แต่กลับอดที่จะรู้สึกสงสารและสมเพชเสียมิได้ ค่าที่สุณีช่างไม่รู้ตัวเองเสียจริงๆ ว่าทั้งหลายทั้งปวงที่เธอทำลงไปนั้น มันเปนเรื่องผิด!
กลายเปนว่าละครเวอร์ชั่นนี้ เรากลับชอบสุณีมากกว่าบุญรอดอย่างช่วยไม่ได้ ทว่าในบรรดาบุญรอดเท่าที่เคยได้ดูมา เราชอบเวอร์ชั่น จันทร์จิรา จูแจ้ง มากที่สุด
พูดถึงละครเวอร์ชั่นจันทร์จิรา เทียบกับเวอร์ชั่นนี้แล้ว อดรู้สึกไม่ได้ว่าเวอร์ชั่นใหม่ค่อนข้างจะเน้นไปที่การให้คนหันมาทำความดีกันมากขึ้น เริ่มตั้งแต่เพลงประกอบละครเลยก็ว่าได้ ที่คราวนี้ใช้เพลง
"สักวันต้องได้ดี" ของ
เรวัติ พุทธินันท์ ซึ่งมีเนื้อหาให้กำลังใจคนว่าอย่าท้อแท้ถอดใจต่อการทำความดี เพราะเชื่อว่าสักวันความดีที่ทำจะส่งผลดีตอบแทนกลับคืนมา แต่เวอร์ชั่นที่แล้วใช้เพลง
"เพราะฉะนั้น" ของ
ชรัส เฟื่องอารมณ์ ที่พูดถึงการไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา และยืนหยัดต่อสู้ด้วยจิตใจอันเข้มแข็งแกร่งกล้าของตนเองเปนสำคัญ...ส่วนตัวคิดว่าเปนเพลงที่เข้ากับธีมหลักของนวนิยายเรื่องนี้มากกว่า
ส่วนการนำเสนอของเวอร์ชั่นนี้ ก็เช่นเดียวกับเพลงประกอบละครที่เลือกมา คือเน้นพูดถึงการทำความดีเปนหลัก อย่างการที่บุญรอดปฏิเสธไม่ยอมขายตัว ก็แลดูเปนเพราะเธอมองว่ามันเปนเรื่องชั่วร้ายเลวทรามมากกว่าอะไรทั้งปวง สังเกตได้จากการที่บุญรอดมักจะพูดเสมอๆ ว่าเธอยินดีที่จะขายแรงงาน ใช้มือ-ตีนทำงานแลกเงิน เพราะถึงอย่างไรก็ดีกว่าไปขายตัวเหมือนพวกโสเภณี มิหนำซ้ำยังเอ่ยอ้างถึงคำว่า
'ศักดิ์ศรี' อยู่หลายครั้ง จนอดคิดไม่ได้ว่าบุญรอดค่อนข้างจะยกตัวเองว่าเหนือกว่าวิเศษกว่าคนอื่นอยู่กลายๆด้วยซ้ำ
นอกจากนี้ในเวอร์ชั่นนี้ก็ยังมีอีกหนึ่งตัวละครที่แลดูเปน
'กระบอกเสียงแห่งศีลธรรม' ประจำละครอยู่ไม่น้อยคือ
เจ๊เพ็ญ (หมู พิมพ์ผกา) ที่ออกมาทีไรก็มักจะมีคำพูดคมๆมาสอนใจเตือนสติบรรดา
'คุณตัว' ทั้งหลายอยู่ทุกครั้ง จนอดคิดเล่นๆไม่ได้ว่า สงสัยเจ๊เพ็ญน่าจะเคยเปน
'แม่ชี' ก่อนมาเปน
'แม่เล้า' เสียละมัง... :'-P
(รูปจาก FB: ช่อง ONE)
อ่านรีวิวอื่นๆได้ที่เพจ -->
https://www.facebook.com/Nongmodkit-1455715884652777
[CR] [Thai Series Review] "ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอด"
(สถาพร นาควิไลโรจน์, พ.ศ. ๒๕๕๘, ช่อง ONE)
ปรกติจะไม่ค่อยเขียนถึงอะไรก็ตามที่ยังดูหรือยังอ่านไม่จบบริบูรณ์ เพราะกลัวว่าพอดูพออ่านไปถึงตอนท้ายๆใกล้จบแล้ว เห็นประเด็นที่น่าสนใจอยากเขียนถึงขึ้นมา ถ้าจะเอามาเขียนอีกก็จะแลดูเปนการพูดซ้ำซาก พูดแล้วพูดอีก ไม่จบไม่สิ้น น่ารำคาญเสียเปล่าๆ แต่ก็มีอยู่บ่อยครั้งอีกเหมือนกัน ที่ได้ดูได้อ่านไปจนจบแล้ว ก็ตัดสินใจว่าอย่าเขียนถึงเลยจะดีกว่า ซึ่งเหตุผลนั้นก็มีหลายข้อ แต่บอกสั้นๆง่ายๆแค่ข้อเดียวละกันคือ 'ขี้เกียจ' 555+
เพราะงั้น การเขียนถึงละคร ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอด นี้จึงเปนครั้งแรกที่เขียนโดยที่ยังดูไม่จบ เพราะละครยังออนแอร์อยู่ทางช่อง ONE อย่างหนึ่งคือคิดว่าต่อให้ดูไปจนจบ ก็คงจะมิมีประเด็นใดเพิ่มเติมให้เกิดความรู้สึกอย่างเขียนถึงมากขึ้น ยิ่งกว่านั้น ยังออกจะเชื่อมั่นว่า ถ้าดูไปจนละครถึงตอนอวสาน ความอยากเขียนถึงคงจะแห้งเหือดลงจนหมดสิ้นเปนแน่แท้ อย่ากระนั้นเลย รีบเขียนซะในตอนกำลัง 'คันไม้คันมือ' ดีกว่า
เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตามดูละครเรื่องนี้ คือชอบนวนิยายเรื่องนี้อยู่แล้ว ถือเปนหนึ่งในงานชิ้นเอกของ โบตั๋น ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ. ๒๕๔๒ เลยก็ว่าได้ อีกเหตุผลคือได้ดูทีเซอร์ที่ตัดเฉพาะฉากดราม่าแรงๆให้ดูเปนตัวอย่าง ก็รู้สึกว่าน่าจะทำออกมาได้สนุกและถึงอกถึงใจไม่น้อย อีกทั้งนักแสดงที่มาสวมบทบาทเปนตัวละครต่างๆในคราวนี้ ล้วนเปนนักแสดงฝีมือดีแทบทุกคน ก็เลยอยากดูขึ้นมาซะงั้นเอง (อีกอย่างคือเปนคน 'บ้าดารา' อยู่แล้วด้วย อิอิ)
เนื้อเรื่องก็...ข้ามไปละกันนะ คิดว่าน่าจะรู้ๆกันดี เพราะเรื่องนี้ถูกนำมาสร้างเปนหนังเปนละครหลายหน ขอพูดถึงนักแสดงเลยละกัน เพราะตั้งใจมาพูดอยู่แล้ว คนแรกที่ต้องพูดถึงก่อนใครเพื่อคือ นุ่น ศิรพันธ์ ที่รับบท บุญรอด เวอร์ชั่นล่าสุดนี้ ซึ่งถือว่าโอเค เรื่องฝีมือการแสดงก็เปนที่ยอมรับกันอยู่แล้วว่าเด็ดขาดฉกาจฉกรรจ์ไม่น้อย โดยเฉพาะฉากดราม่าหนักๆ ต้องแสดงอารมณ์แรงๆ ร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหลพรากๆนั้น พูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าเธอถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกของตัวละครออกมาได้สุดยอดมากๆ
ติดขัดอยู่นิดหน่อยตรงที่บุคลิกของเธออาจจะดู over qualified (ขออภัยที่ใช้คำภาษาอังกฤษ เพราะนึกคำไทยไม่ออกจริงๆ) สำหรับตัวละครตัวนี้อยู่หน่อย ทำให้ทุกครั้งที่เห็นการพูดการจาของบุญรอด แทนที่จะรู้สึกว่าเธอเปนผู้หญิงซื่อๆ คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น โดยไม่ต้องตกแต่งคำพูดใดๆ กับบุคลิกที่ค่อนข้าง 'กร้านโลก' เพราะเคยผ่านความบอบช้ำในชีวิตมานับครั้งไม่ถ้วน ก็กลับรู้สึกว่าบุญรอดเวอร์ชั่นนี้เปนผู้หญิงที่มีความฉลาดเฉลียว คิดก่อนพูดทุกครั้ง และมีบุคลิกที่แลดู 'แก่นเซี้ยว' จนเหมือนจะเปน ดาวเรือง(ของ ทมยันตี) มากกว่าบุญรอด ทำให้รู้สึกขัดตาขัดใจขึ้นมาได้ โดยเฉพาะในฉากที่บุญรอดลุกขึ้นมาท้า(ตบ)ตีท้าต่อยกับคนที่พูดจาดูถูกเหยียดยาม หรือกล่าวหาว่าเธอเปนผู้หญิงขายตัว
เห็นได้ชัดว่า แม้นุ่นจะพยายามแสดงฉากเหล่านี้ให้ออกมาดูสมจริงเพียงใดก็ตาม แต่ด้วยบุคลิกของนุ่นที่ 'ดูแพง' (ซึ่งไม่น่าจะเกี่ยวกับการที่นุ่นเคยเล่นเปน อีแพง ในเรื่อง บ่วง มาก่อน ^^) ทำให้ไม่อาจเชื่อได้อย่างสนิทใจว่าบุญรอดเวอร์ชั่นนี้ คือผู้หญิงที่เติบโตขึ้นมาจากชนชั้นล่าง ต้องต่อสู้กับมรสุมชีวิตที่โหมกระหน่ำทุกด้านตั้งแต่เล็กจนโตเปนสาว จึงอดที่จะรู้สึกเสียดายขึ้นมานิดๆมิได้ แต่กระนั้นก็มองเห็นถึงความพยายามอย่างเต็มที่ของเธอ ในการถ่ายทอดจิตวิญญาณและอารมณ์ความรู้สึกของบุญรอดออกมาให้ใกล้เคียงกับบทประพันธ์มากที่สุด ซึ่งต้องถือว่า 'เกือบ' จะทำได้สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
กลายเปนว่าคนที่ทำให้เรา 'ทึ่ง' ได้มากกว่ากลับเปน เข็ม ลภัสรดา ที่ถ่ายทอดบุคลิกความกร้านโลกของ สุณี หญิงผู้มีอาชีพโสเภณี ออกมาได้อย่างเข้าถึงมากๆ ไม่ว่าจะเปนจริตจะก้านการแสดงท่าทีที่ทำให้รู้ว่าสุณีน่าจะผ่านอะไรๆในชีวิตมาอย่างโชกโชน ดูปราดเปรียวก็รู้ในทันทีว่าเธอทำอาชีพอะไร แต่สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นมากในคาแร็กเตอร์ของสุณีเวอร์ชั่นนี้ คือความเปนคนไม่ค่อยคิดอะไรมาก ซื่อสัตย์กับความรู้สึก ยึดถือความต้องการของตนเปนหลัก และทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมาครอบครอง โดยไม่สนใจว่าเปนวิธีการที่ถูกต้องหรือเปล่า
ยอมรับเลยว่าเข็มสวมบทบาทเปน สุณี ได้อย่างชนิด 'ตีบทแตก' สุดๆ เพราะถึงแม้ว่าสุณีจะเปนตัวร้ายของเรื่อง ถูกวางให้เปนขั้วตรงข้ามของบุญรอด พูดอีกแบบคือเปนตัวละครที่ทำให้ความดีงามของบุญรอดดูโดดเด่นขึ้นมา แต่เรากลับไม่รู้สึกชิงชังหรือนึกเหยียดหยามสุณีเลยแม้แต่น้อย แต่กลับอดที่จะรู้สึกสงสารและสมเพชเสียมิได้ ค่าที่สุณีช่างไม่รู้ตัวเองเสียจริงๆ ว่าทั้งหลายทั้งปวงที่เธอทำลงไปนั้น มันเปนเรื่องผิด!
กลายเปนว่าละครเวอร์ชั่นนี้ เรากลับชอบสุณีมากกว่าบุญรอดอย่างช่วยไม่ได้ ทว่าในบรรดาบุญรอดเท่าที่เคยได้ดูมา เราชอบเวอร์ชั่น จันทร์จิรา จูแจ้ง มากที่สุด
พูดถึงละครเวอร์ชั่นจันทร์จิรา เทียบกับเวอร์ชั่นนี้แล้ว อดรู้สึกไม่ได้ว่าเวอร์ชั่นใหม่ค่อนข้างจะเน้นไปที่การให้คนหันมาทำความดีกันมากขึ้น เริ่มตั้งแต่เพลงประกอบละครเลยก็ว่าได้ ที่คราวนี้ใช้เพลง "สักวันต้องได้ดี" ของ เรวัติ พุทธินันท์ ซึ่งมีเนื้อหาให้กำลังใจคนว่าอย่าท้อแท้ถอดใจต่อการทำความดี เพราะเชื่อว่าสักวันความดีที่ทำจะส่งผลดีตอบแทนกลับคืนมา แต่เวอร์ชั่นที่แล้วใช้เพลง "เพราะฉะนั้น" ของ ชรัส เฟื่องอารมณ์ ที่พูดถึงการไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา และยืนหยัดต่อสู้ด้วยจิตใจอันเข้มแข็งแกร่งกล้าของตนเองเปนสำคัญ...ส่วนตัวคิดว่าเปนเพลงที่เข้ากับธีมหลักของนวนิยายเรื่องนี้มากกว่า
ส่วนการนำเสนอของเวอร์ชั่นนี้ ก็เช่นเดียวกับเพลงประกอบละครที่เลือกมา คือเน้นพูดถึงการทำความดีเปนหลัก อย่างการที่บุญรอดปฏิเสธไม่ยอมขายตัว ก็แลดูเปนเพราะเธอมองว่ามันเปนเรื่องชั่วร้ายเลวทรามมากกว่าอะไรทั้งปวง สังเกตได้จากการที่บุญรอดมักจะพูดเสมอๆ ว่าเธอยินดีที่จะขายแรงงาน ใช้มือ-ตีนทำงานแลกเงิน เพราะถึงอย่างไรก็ดีกว่าไปขายตัวเหมือนพวกโสเภณี มิหนำซ้ำยังเอ่ยอ้างถึงคำว่า 'ศักดิ์ศรี' อยู่หลายครั้ง จนอดคิดไม่ได้ว่าบุญรอดค่อนข้างจะยกตัวเองว่าเหนือกว่าวิเศษกว่าคนอื่นอยู่กลายๆด้วยซ้ำ
นอกจากนี้ในเวอร์ชั่นนี้ก็ยังมีอีกหนึ่งตัวละครที่แลดูเปน 'กระบอกเสียงแห่งศีลธรรม' ประจำละครอยู่ไม่น้อยคือ เจ๊เพ็ญ (หมู พิมพ์ผกา) ที่ออกมาทีไรก็มักจะมีคำพูดคมๆมาสอนใจเตือนสติบรรดา 'คุณตัว' ทั้งหลายอยู่ทุกครั้ง จนอดคิดเล่นๆไม่ได้ว่า สงสัยเจ๊เพ็ญน่าจะเคยเปน 'แม่ชี' ก่อนมาเปน 'แม่เล้า' เสียละมัง... :'-P
อ่านรีวิวอื่นๆได้ที่เพจ --> https://www.facebook.com/Nongmodkit-1455715884652777