เว็บไซต์ในเครือ
bloggang.com Bloggang pantown.com Pantown pantipmarket.com PantipMarket
maggang.com Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
Pantip Application Pantip iOS Pantip Android Pantip Android
เกี่ยวกับเรา

อุปาทาน-ความยึดมั่นถือมั่น

อุปาทาน แปลว่า ความยึดมั่นถือมั่น หรือ ความยึดถือ ซึ่งถ้าความหมายทางร่างกายก็หมายถึง อาการที่เราได้แบกหรือหามสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้บนบ่า แล้วก็ทำเกิดความรู้สึกหนักแก่ร่างกาย ส่วนความหมายทางจิตใจจะหมายถึง อาการที่จิตของเราได้จับยึดเอาสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้อย่างเหนี่ยวแน่นด้วยความพอใจ (ความพอใจก็คือกิเลสหรือตัณหานั่นเอง คือเมื่อเกิดอุปาทานขึ้นมาเมื่อใด ก็แสดงว่าต้องเกิดกิเลสหรือตัณหาขึ้นมาด้วยพร้อมกันทุกครั้ง) แล้วก็ทำให้จิตใจของเราเกิดความรู้สึกหนัก-เหนื่อยใจหรือทรมานใจขึ้นมาทันที ซึ่งความหนักเหนื่อยใจหรือทรมานใจนี้เองที่เรียกว่า ความทุกข์ ตามหลักอริยสัจ ๔

อุปาทานนี้ มันเกิดขึ้นมาจากการที่จิตของเราได้สัมผัสกับสิ่งต่างๆภายนอก (คือรูป เสียง กลิ่น รส สิ่งสัมผัสกาย สิ่งสัมผัสใจ โดยผ่านทางตา หู จมูก ล้น กาย ใจ) แล้วเกิดความรู้สึก (เวทนา-ความรู้สึกต่อสิ่งที่มาสัมผัสจิต ซึ่งมี ๓ อย่างคือ ความรู้สึกสุข, ทุกข์, ไม่สุขไม่ทุกข์) ขึ้นมา ซึ่งในขณะที่สัมผัสนั้นจิตของเราไม่มีสติ-ปัญญา-สมาธิ (ตามหลักอริยมรรค) จึงทำให้จิตของเราเกิดกิเลส (คือพอใจในความสุข, ไม่พอใจในความทุกข์, ลังเลใจในความไม่สุขไม่ทุกข์) ขึ้นมาทันที ซึ่งความพอใจหรือไม่พอใจหรือลังเลใจนี้เอง ที่ทำให้เกิดความยึดถือขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ว่ามีตัวเราที่เป็นผู้พอใจหรือไม่พอใจหรือลังเลใจขึ้นมาด้วยทันที ซึ่งนี่ก็คืออาการที่เรียกว่าอุปาทานนั่นอง

การที่จิตของเราเกิดกิเลสและอุปาทานขึ้นมาโดยอัตโนมัติอย่างรวดเร็วจนห้ามหรือหยุดมันไม่ได้นี้ เป็นเพราะความเคยชิน (อนุสัย) ของจิตเราที่เคยเกิดกิเลสและอุปาทานขึ้นมามากมายแล้วตั้งแต่เริ่มจำความได้ จึงทำความเคยชินนี้มีมากจนกลายเป็นนิสัยที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก (จิตใต้สำนึกคือจิตส่วนลึกที่บังคับไม่ได้และเปลี่ยนแปลงได้ยากมาก) ไปเสียแล้ว และเมื่อมีสิ่งใดมาสัมผัสจิตก็จะทำให้จิตเกิดกิเลสและอุปาทานขึ้นมาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วพร้อมความทุกข์ ส่วนต้นเหตุที่ทำให้เกิดกิเลสและอุปาทานนั้นก็คือ อวิชชา (ความรู้ผิดว่ามีตัวเรา) ที่ก็เป็นความเคยชินที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกด้วยเหมือนกัน (ซึ่งเรื่องนี้เราจะได้ศึกษากันโดยละเอียดต่อไป)

สรุปได้ว่าต้นเหตุที่ทำให้เกิดความทุกข์ทั้งหลายก็คือ อวิชชา (ความรู้ผิดว่ามีตัวเรา)  ที่เป็นความเคยชินที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก ที่เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วมันก็จะครอบงำจิต แล้วทำให้จิตเกิดการปรุงแต่ง (กระทำโดยอัตโนมัติ) ให้เกิดกิเลสและอุปาทานขึ้นมาทันทีโดยอัตโนมัติอย่างรวดเร็วทันทีพร้อมกับความทุกข์ ซึ่งหลักอริยมรรคของอริยสัจ ๔ ของพระพุทธเจ้านี่เอง ที่เป็นหลักปฏิบัติเพื่อที่จะระวังไม่ให้อวิชชาและกิเลสกับอุปาทานเกิดขึ้นมา (แม้ชั่วคราวก็ได้) แล้วก็ทำให้ความทุกข์ไม่เกิดขึ้นได้ (แม้ชั่วคราว) รวมทั้งยังเป็นการปฏิบัติที่จะเข้าไปละลายหรือเปลี่ยนแปลงความเคยชิน (อนุสัย) ของอวิชชาและกิเลสกับอุปาทานให้หมดสิ้นไปจากจิตใต้สำนึกได้อย่างถาวร (คือตลอดชีวิต) อันจะทำให้จิตไม่กลับมาเกิดความทุกข์ได้อีกต่อไปอย่างถาวร (คือตลอดชีวิต) และจิตก็จะนิพพาน (สงบเย็น) ได้อย่างสูงสุด (คือเย็นสนิท) และ ถาวร (คือตลอดชีวิต)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่