Guildmystic มนตราพันธนาการ II ตอนพิเศษ วันฟ้าใสกับไอศกรีม

กระทู้สนทนา
ตัวตนของเขาช่างเลือนราง หัวใจไร้ซึ่งแสงแห่งความหวังใด
มีเพียงนางยึดมั่นในดวงใจ ฤๅจะพ่ายพันธนาการแห่งมนตรา


บทก่อนหน้า
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

    วันฟ้าใสกับไอศกรีม


              “ร้อนนน!”

              ชาร์ล็อตส่งเสียงยานคางขณะแหงนหน้ามองท้องนภาสีฟ้าสดที่ไร้เมฆบดบัง แสงแดดยามบ่ายจัดจ้าร้อนแรงจนทำให้คนที่นั่งแผ่กินพื้นที่บนเก้าอี้ยาวใต้ร่มไม้ในสวนสาธารณะแทบจะละลาย

              “เรมิเรส ข้าอยากกินไอศกรีม” ชายหนุ่มเอ่ยพลางสะบัดผมเปียของตนต่างใบพัด

              “ไอศกรีม?” คนถูกเรียกหันมาเลิกคิ้ว เขาขยับแว่นกรอบหนาพลางซับเหงื่อตามใบหน้าอยู่ใต้ร่มไม้อีกต้นหนึ่ง “เรากำลังจะไปทำงานไม่ใช่หรือครับ แล้วมาเสียเวลาหาของกินเล่นระหว่างทางแบบนี้มันจะดีหรือ”

              ชาร์ล็อตตั้งคอจ้องหน้าศิษย์ทันใด และส่งสายตาเชิงบังคับ

              “ข้าบอกว่าอยากกินไอศกรีม ข้าก็จะกิน เจ้าไปซื้อมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ เอาแบบไหนก็ได้”

              ผู้เป็นศิษย์มองตามนิ้วที่อาจารย์ชี้สั่ง จึงเห็นร้านหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลนักขึ้นป้ายโฆษณาว่าขายไอศกรีม เขาถอนหายใจแผ่วเบา หากก็ยอมทำตามที่คนสูงวัยกว่าทว่ายังเอาแต่ใจเหมือนเด็กต้องการ ครั้นก้าวขาออกไปเพียงสองก้าวก็ได้ยินเสียงสำทับมา

              “เวลาอยู่ข้างนอก อยู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่ข้า เจ้าน่าจะหัดยิ้มให้มันดูสดใสน่ามองเสียหน่อยนะ”

              เรมิเรสมุ่นคิ้ว

              ยิ้มรึ...แล้วที่เขายิ้มอยู่นี่ยังใช้ไม่ได้หรือไร ยิ้มให้ดูสดใสน่ามองต้องยิ้มแบบไหนล่ะ

              จอมเวทหนุ่มน้อยนึกถึงใบหน้าตอนยิ้มแย้มของอาจารย์ยามถูกห้อมล้อมด้วยผู้คน ซึ่งส่วนมากที่เขาเห็นมักเป็นอิสตรี เป็นตอนที่เหมือนอาจารย์ของเขาจะอารมณ์ดีที่สุด

              แล้วเรมิเรสก็คิดได้ว่าควรยึดแบบอย่างจากผู้ใด

              “ขอโทษครับ ข้าอยากจะขอซื้อไอศกรีมสักหน่อย”

              “รับรสไหนดีคะ” สาวขายไอศกรีมส่งเสียงถามขณะละวางมือจากการเช็ดและจัดอุปกรณ์ก่อนเงยหน้าขึ้นมองลูกค้า ดวงตาของนางแทบพร่าเลือนเมื่อพบกับรอยยิ้มอันสดใสเจิดจ้าจากหนุ่มน้อยสวมแว่นหน้าตาหล่อเหลาใสกระจ่างซึ่งยืนอยู่หน้าร้าน

              “ว่าอย่างไรคะ จะรับอะไรดี” หญิงสาวถามย้ำพลางบิดตัวน้อย ๆ อย่างเขินอายเมื่ออีกฝ่ายยังจ้องนางอยู่เงียบ ๆ

              ที่จริงแล้วเป็นเพราะเรมิเรสไม่รู้ว่าควรสั่งอะไร เขาไม่รู้จักไอศกรีม ยิ่งไม่อาจรู้ว่าอาจารย์ชอบทานแบบไหน ครั้นมองป้ายเมนูซึ่งมีหลากหลายรายการอยู่ครู่หนึ่งจึงหันกลับมายังผู้ค้าสาว และยิ้ม

              “ช่วยแนะนำหน่อยได้ไหมครับ”

          

              ชาร์ล็อตมองเรมิเรสซึ่งเดินกลับมาพร้อมไอศกรีมสองถ้วย เขาคว้าถ้วยสีม่วงซึ่งเป็นไอศกรีมรสผลไม้ชนิดหนึ่งมาตักจ้วงใส่ปากแล้วจึงเอ่ยถามถึงความยุ่งยากที่ปรากฏบนใบหน้าอ่อนเยาว์หากหล่อเหลาน่ามองของผู้เป็นศิษย์

              “ข้าตั้งใจจะซื้อไอศกรีมให้อาจารย์แค่ถ้วยเดียว แต่คนขายกลับให้ข้ามาอีกถ้วยโดยไม่คิดเงิน การที่ข้ายอมรับสิ่งของมาโดยไม่มีสิ่งใดแลกเปลี่ยนให้นางอย่างนี้มันจะดีหรือครับ”

              ชาร์ล็อตเพียงยกยิ้มมุมปาก บทบัญญัติแห่งกิล์มิสทิคว่าไว้อย่างนั้น การจะรับหรือมอบสิ่งใดย่อมต้องมีอีกสิ่งแลกเปลี่ยนตอบแทน เพียงแต่บางครั้งอาจไม่ใช่สิ่งที่เห็นได้ด้วยตาหรือสัมผัสได้โดยการแตะต้อง

              มันไม่ได้เป็นแค่กฎบทบัญญัติ หากมันคือพื้นฐานของชีวิต เด็กที่ได้แต่ศึกษาทุกอย่างจากตำราอย่างเรมิเรส ยังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้อีกมากจากโลกภายนอก

              แต่จะว่าไป...เรมิเรสก็เคยใช้ชีวิตอยู่นอกองค์กรแห่งเวทมนตร์ ถึงจะนานมาแล้วก็เถอะ ลืมการใช้ชีวิตอยู่ในโลกภายนอกไปหมดแล้ว...หรือมันไม่มีอะไรให้อยากจดจำ

              ท่าทางเขาคงต้องปรับสมองเจ้าเด็กคนนี้อีกมาก

              จอมเวทหนุ่มใหญ่เห็นพ่อมดหนุ่มน้อยยังยืนมองไอศกรีมที่ถืออยู่จนมันเริ่มละลาย เขาตักคำสุดท้ายของตนเข้าปากแล้วจึงพูด

              “เจ้ากินเถอะ ยังไม่เคยกินไอศกรีมใช่ไหม มันอร่อยนะ”

              ศิษย์หนุ่มมองอาจารย์รับประทานไอศกรีมอย่างเอร็ดอร่อยแล้วจึงลองลิ้มชิมรสไอศกรีมที่ตนถืออยู่บ้าง

              เพียงปลายลิ้นสัมผัสกับเนื้อไอศกรีมสีนวลนุ่ม เขาก็ถึงกับเลิกคิ้วอย่างแปลกใจในความหวานละมุนผสมผสานกับรสเปรี้ยวของผลไม้เข้ากันอย่างกลมกล่อม ความเย็นชุ่มฉ่ำสร้างความชุ่มชื่นให้ฟื้นขึ้นมาในอกท่ามกลางอากาศอันแสนร้อนอบอ้าว

              เรมิเรสเคลิบเคลิ้มกับความหอมหวานแสนอร่อยของไอศกรีมที่ได้ลองชิมเป็นครั้งแรกอยู่ครู่หนึ่ง กระทั่งรู้สึกถึงสายตาของชาร์ล็อตที่จ้องมองมา มันทอประกายอ่อนโยนและเมตตาอยู่เจือจาง

              “ชอบใช่ไหม ตราบใดที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ ยังมีโอกาสที่ทำได้ เมื่อใดก็ตามที่เจ้าต้องการ ข้าจะพาเจ้ามากินทุกครั้ง”

              ...เพราะอย่างนั้น จงอย่าได้ท้อถอยถอดใจจากโชคชะตา อาจมีอนาคตอันสดใสในวันหน้าที่รออยู่....

              เรมิเรสเงยหน้าจ้องชาร์ล็อตซึ่งกำลังทอดสายตามองกลับมาด้วยรอยยิ้ม เขาวางช้อนลงในถ้วยไอศกรีมที่ว่างเปล่า คลี่ยิ้มบางและหรี่ตาลง

              “ท่านจะหาเรื่องหลอกใช้ข้า เพื่อหนีไปเที่ยวกับสาว ๆ เหมือนทุกครั้งสินะครับ ไม่มีทาง!"
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่