ได้ฟังคุณวิษณุชี้แจงในกรณีใช้อำนาจมาตรา 44 แล้วผมยิ่งงงหนักเข้าไปอีก--------------ทวดเอง

กระทู้สนทนา
สืบเนื่องจากการชี้แจงจากที่นี่ครับ

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1446454735

ปกติก็ยังงงเล็กน้อย เพราะการใช้มาตรานี้ ให้สิทธิ์กับท่านนายกฯนำมาใช้ได้อย่างสร้างสรรค์อยู่แล้ว แต่เมื่อฟังคุณวิษณุชี้แจงถึงกรณีที่ใช้คุ้มครองบุคคลและองค์กรที่มีหน้าที่รับผิดชอบบริหารจัดการในเรื่องของโครงการรับจำนำข้าว ผมยิ่งงงหนักเข้าไปอีกเลยครับ

ก็คุณวิษณุก็บอกเองว่า โดยปกติหากทำโดยสุจริต กฎหมายจะให้ความคุ้มครองอยู่แล้ว ถึงไม่เขียนก็มีผลเหมือนกัน แล้วทำไมจึงต้องออกคำสั่งนี้ให้สังคมสับสนกันล่ะครับคุณวิษณุ

เมื่อเป็นการกระทำโดยสุจริต ต่อให้ถูกฟ้องกลับ ก็ไม่มีทางที่จะได้รับโทษ หรืออาจถูกยกฟ้องตั้งแต่เข้าสู่กระบวนการ แล้วเจ้าหน้าที่กลัวอะไรกันหรือครับ จึงต้องใช้มาตรานี้เข้าคุ้มครอง

คุณวิษณุใช้คำว่า เพื่อตอกย้ำให้รู้ว่าถ้ากระทำโดยสุจริตก็ไม่สามารถฟ้องกลับได้ นั่นหมายความว่า ถ้าไม่มีการตอกย้ำแล้ว เจ้าหน้าที่จะไม่กล้าทำงานต่อ ทั้งๆที่เป็นการกระทำอย่างสุจริตอย่างนั้นหรือครับ ถ้าเป็นแบบนี้ผมคิดว่า ระบบราชการของเราน่าจะมีปัญหานะครับคุณวิษณุ

และที่ผมเห็นเจ้าหน้าที่ๆได้รับการคุ้มครองจากความพยายามตรวจสอบทุจริตนั้น ก็มีเพียงการทำงานของ คตส.ในวันนั้น แล้วก็มาถึงโครงการจำนำข้าวในวันนี้ ทำไมจึงมีแต่สองเรื่องนี้เท่านั้น ที่เจ้าหน้าที่ต้องได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายพิเศษกันเล่าครับคุณวิษณุ

ยิ่งคุณวิษณุพูดว่า เป็นการปรามเท่านั้นเอง ผมยิ่งงงหนักเข้าไปอีก การคุ้มครองกลายเป็นการปรามไปได้อย่างไรกันครับ เจ้าหน้าที่ๆกระทำเรื่องใหญ่ขนาดนี้ โง่ขนาดไม่รู้ว่า การกระทำที่ไม่สุจริตอาจถูกฟ้องได้? จนทำให้เกิดความกลัวจนปล่อยเกียร์ว่าง จึงทำให้ต้องใช้มาตรานี้เพื่อบอกให้รู้ว่า คุณไม่ถูกฟ้องแน่ถ้าคุณสุจริต ฟังดูแล้วมันยังไงๆอยู่นะครับคุณวิษณุ

คุณวิษณุครับ ท่ามกลางความแตกแยกของสังคม ส่วนหนึ่งนั้นมาจากคนอีกข้างรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรม รู้สึกถูกกระทำด้วยมาตรฐานที่ต่างกัน และยังรู้สึกว่าเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อเอาผิดให้ได้นั้น ทำไมแทนที่จะปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปตามครรลองของมัน กลับนำเรื่องที่ไม่จำเป็นอย่างที่คุณวิษณุพูดไว้ตอนต้น มาทำให้สังคมคลางแคลงทำไมกันล่ะครับ ผมไม่เข้าใจจริงๆ

คุณวิษณุครับ หรือที่พวกเขากลัวก็อย่างที่คุณวิษณุพูดถึงการจัดการตามลำดับ เหมือนจับมือปืนแล้วค่อยจับผู้จ้างวาน แต่เมื่อโครงการจำนำข้าวกลับไม่ได้เป็นไปตามลำดับ เพราะเป็นการฟ้องอดีตฯนายกฯปล่อยปะละเลยทำให้เกิดการทุจริต ก่อนที่จะจับคนที่ทุจริตได้ มันจึงเป็นความกลัวที่อาจถูกฟ้องกลับได้ เพราะผิดขั้นตอนตั้งแต่แรก

เว้นเสียแต่คุณวิษณุกับเจ้าหน้าที่ทั้งหลายแหล่ มองว่า คุณยิ่งลักษณ์เป็นมือปืน และพวกทุจริตนั้นเป็นผู้จ้างวาน การกระทำเหล่านี้จึงเป็นการกระทำเป็นไปตามลำดับดังที่คุณวิษณุเปรียบเทียบ

ดังนั้นการกระทำต่างๆจึงเป็นไปด้วยความสุจริต อย่างนี้ยิ่งไม่จำเป็นต้องใช้มาตรา 44 คุ้มครอง ผมคิดของผมอย่างนี้จริงๆนะครับคุณวิษณุ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่