...ข้อเท็จจริงคลื่นสัญญาณมือถือ...


นายอาจณรงค์ ฐานสันโดษ ที่ปรึกษาทางวิชาการ สำนักมาตรฐานและเทคโนโลยีโทรคมนาคม กสทช. นักวิทยาศาตร์อาวุโสจากกระทรวงอนามัย แคนนาดา

การถกเถียงประเด็นอันตรายของคลื่นสัญญาณจากเสาส่งโทรศัพท์มือถือกลายเป็นเรื่องราวที่ทำให้เกิดความสับสนกับผู้ใช้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะอันตรายจากคลื่นสัญญาณที่ตั้งใกล้ชุมชน การตั้งข้อสังเกตถึงประกาศขององค์การอนามัยโลก ให้มือถือเป็นกลุ่มอุปกรณ์ 2B หรือกลุ่มที่อาจจะก่อให้เกิดสารก่อมะเร็ง หรือแม้กระทั่งอาการวิตกจริตที่มักเกิดขึ้นต่อร่างกายและจิตใจ เมื่อรู้ว่าเสาสัญญาณจะเข้ามาตั้งในพื้นที่ใกล้ตัว หากแต่ความกังวลดังกล่าวทำให้เกิดการต่อต้านไม่ให้ตั้งเสาสัญญาณในพื้นที่ชุมชนซึ่งแน่นอนว่า เมื่อเสาสัญญาณไม่ใกล้ผู้ใช้หากเกิดการใช้สัญญาณในปริมาณมากๆ ปัญหาที่ตามมาคือการสื่อสารติดขัด และอาจจะขัดต่อระเบียบการขยายพื้นที่ครอบคลุมสัญญาณที่สัญญาไว้หลังได้ใบอนุญาต เดือดร้อนถึงกสทช.ที่ต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้องกับประชาชน
       
       นายอาจณรงค์ ฐานสันโดษ ที่ปรึกษาทางวิชาการ สำนักมาตรฐานและเทคโนโลยีโทรคมนาคม กสทช. นักวิทยาศาตร์อาวุโสจากกระทรวงอนามัย แคนนาดา กล่าวบนเวทีโครงการให้ความรู้เรื่องผลกระทบของการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากสถานีฐานของระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อความปลอดภัยด้านสุขภาพของมนุษย์ใน 5 ภูมิภาค ซึ่งจัดขึ้นในเดือนตุลาคม 2558 ที่โรงแรมเทพนคร จังหวัดบุรีรัมย์ ว่า ข้อเท็จจริงบางอย่างอาจจะเดินทางไม่ถึงประชาชน ทำให้เกิดการต่อต้าน ซึ่งจากผลการวิจัยที่ผ่านมายังไม่มีความชัดเจนที่ระบุว่าคลื่นสัญญาณจากเสาส่งหรือสถานีฐานจะเป็นอันตรายต่อมนุษย์ โดยนักวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องได้มีการศึกษาและวิจัยมากมาย จนได้มาตรฐานที่ประกาศใช้ทั่วโลก ซึ่งสำนักงานกำกับดูแลในประเทศไทยก็ได้นำมาตรฐานดังกล่าวมาบังคับใช้แล้ว
       
       ขณะที่ก็มีข้อมูลอีกหลายประเภทที่ไม่ได้รับการตรวจสอบและได้รับการยืนยันอย่างถูกต้อง แต่ถูกนำมาเผยแพร่อย่างกว้างขวางจนทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจที่ผิดพลาดจากกลุ่มนักวิทยาศาสตร์บางคนที่มีอคติเกิดขึ้น ทำให้หยิบยกประเด็นบางส่วนที่สนับสนุนความคิดเห็นของตนเองจนทำให้เกิดความเข้าใจที่บิดเบือน กลับกัน ข้อสรุปที่เป็นกลางกลับไม่ได้รับการหยิบยกในการเผยแพร่ข่าวสารเพื่อทำความเข้าใจที่ถูกต้องกับประชาชน
       
       *** ทำไมต้องมีเสาส่งสัญญาณ
       
       เพราะสถานีฐานเป็นส่วนสำคัญของการสื่อสารระหว่างโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งจะประกอบไปด้วยเครื่องส่งวิทยุ เครื่องรับวิทยุ สายอากาศ สายเคเบิลสัญญาณ และโครงสร้างเสา โดยสายอากาศเป็นตัวกระจายและส่งสัญญาณที่สำคัญและเป็นตัวปล่อยคลื่นสัญญาณออกไปยังตัวรับ ซึ่งในประเทศแคนนาดามีการประยุกต์เสาสัญญาณมือถือให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด เพื่อลดการบดบังทัศนียภาพของพื้นที่โดยรอบ ซึ่งลักษณะการทำงานของเสาส่งจะมีการเชื่อมต่อสัญญาณเป็นแบบรวงผึ้ง เพื่อเชื่อมสัญญาณทั้งหมดเป็นเครือข่าย
       
       ขณะที่ในประเทศไทยเริ่มมีการใช้สัญญาณวิทยุครั้งแรกในปี 2470 โดยสัญญาณวิทยุโทรทัศน์มีระดับการส่งสัญญาณที่แรงหลายกิโลวัตต์ และสัญญาณมือถือเริ่มเข้ามาในปี 2529 ด้วยความแรงของเสาส่งประมาณ 60-70 วัตต์ โดยตัวมือถือเองมีการปล่อยกำลังเพียงแค่ 2 วัตต์เท่านั้น และเมื่อเกิดการใช้งานมากขึ้น ความต้องการสถานีฐานเพื่อขยายสัญญาณให้รองรับการใช้งานได้มากขึ้น ขนาดของตัวส่งสัญญาณจึงเริ่มมีการพัฒนาให้เล็กลงเพื่อให้เข้าถึงพื้นที่ชุมชนได้อย่างสะดวก โดยตัวไมโครเซลล์ที่ติดตั้งทั่วไปในชุมชน เริ่มกำลังส่งไม่ถึง 10 วัตต์


นายดำรงค์ วัสโสทก ผู้อำนวยการสำนักการอนุญาตและกำกับวิทยุโทรคมนาคม กสทช.
       
       นายดำรงค์ วัสโสทก ผู้อำนวยการสำนักการอนุญาตและกำกับวิทยุโทรคมนาคม กสทช. กล่าวว่าระบบโทรศัพท์ที่เข้ามาในประเทศไทย จะมีการออกแบบสถานีฐานเพื่อไม่ให้เกิดจุดบอดในระหว่างการใช้งานทั้งแบบเคลื่อนที่และอยู่กับที่ โดยการอนุญาตได้มีการแบ่งเป็นขนาดของสัญญาณแบบสเปกตรัมซึ่งผู้ประกอบการก็ต้องดีไซน์ให้เกิดการใช้คลื่นสัญญาณให้ได้มากที่สุด ยกตัวอย่างเช่นเมื่อจัดสถานที่ที่มีผู้คนมาก การตั้งสถานีฐานเข้าไปในชุมชน จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อตอบสนองการใช้งานที่เพียงพอ โดยในทางปฏิบัติจะต้องตั้งใกล้ชุมชนมากที่สุด ตามมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้ชุมชนนั้นๆได้รับการบริการที่มีคุณภาพดีที่สุด
       
       *** จริงไหมระยะอันตรายคือ 400 เมตรรอบเสาส่ง
       
       นายอาจณรงค์ กล่าวว่า ระยะ 400 เมตรที่สร้างความสับสนให้เกิดขึ้นกับประชาชนนั้น กสทช. ได้มีการสำรวจเสาในพื้นที่ใช้งานจริงที่ระดับความแรงเทียบกับระยะห่าง โดยพบว่าไม่ได้มีความแตกต่างตามระยะห่างมากนัก ซึ่งก็ยังคงคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานอยู่หลายพันเท่า ซึ่งมาจากการออกแบบสัญญาณให้เกิดขึ้นแบบแนวนอน โดยลาดเอียงลงพื้นดินเล็กน้อย ซึ่งก็ยืนยันได้ว่าสิ่งที่ได้ยินมาไม่จริงแต่อย่างใด
       
       ในประเทศแคนนาดา มีการกำกับดูแลโดยกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งผู้ประกอบการก็มีระเบียบปฏิบัติที่คล้ายกับประเทศไทย ซึ่งก็ไม่มีข้อกำหนด 400 เมตรเกิดขึ้น โดยจริงๆแล้วความแรงของสัญญาณเป็นเกณฑ์ในการกำหนดมาตรฐานมากกว่า นอกจากนี้ในประเทศไทยยังมีการสุ่มสำรวจมาตรฐานโดยที่ผู้ให้บริการไม่รู้ตัว เพื่อสุ่มตรวจสอบและพบบางสถานีฐานมีการปล่อยสัญญาณต่ำกว่าข้อกำหนดมาตรฐาน 1,000 - 10,000 เท่า
       
       ด้านนายดำรงค์ กล่าวเสริมว่า เราไม่ได้กำหนดกฏเกณฑ์ว่าจะต้องห่างชุมชน 400 เมตร แต่สิ่งที่เราควบคุมเริ่มตั้งแต่การอนุญาตตั้ง และหลังตั้งก็มีการตรวจสอบและควบคุมตามที่ กสทช. กำหนด มีการควบคุมว่ามีการป้องกันฟ้าผ่าหรือไม่ และการออกใบอนุญาตจะต้องผ่านขั้นตอนมากมาย ตลอดจนมีการประเมินประชาชนรอบพื้นที่การตั้งสถานีฐาน โดยข้อกำหนดดังกล่าว มีความปลอดภัยและใส่ใจที่จะดูแล ยกตัวอย่างเช่นในจังหวัดบุรีรัมย์มีสถานีฐานของทั้ง 3 ค่ายหลักกว่า 1,224 แห่ง โดยจะมีทั้งส่วนที่จัดตั้งขึ้นในอดีตก่อนที่จะมี กสทช. และส่วนที่จัดตั้งขึ้นหลังมีข้อกำหนด แต่ทั้งหมดถ้ามีการนำอุปกรณ์ใหม่เข้าไปเชื่อมต่อกับเสาเก่าจะต้องผ่านมาตรฐานตามข้อกำหนด กสทช.ทั้งสิ้น
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่