ออกกฎคุมเข้มอากาศยานต้องมีนักบินคนไทย 20% กรมการบินพลเรือนยันพร้อมให้ FAA ตรวจ

กระทู้ข่าว
จตุจักร * คมนาคมออกกฎเหล็กบีบสายการบิน ต้องใช้นักบินสัญชาติไทยไม่น้อยกว่า 20% เพื่อกระตุ้นให้เอกชนมีส่วนร่วมกับภาครัฐพัฒนาบุคลากร ด้าน "อาคม" แจง บพ.มีความพร้อมรับการตรวจมาตรฐานความปลอดภัยจาก FAA 26 ต.ค.นี้

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า  กระทรวงคมนาคมได้มีความเข้มงวดในเรื่องออกใบอนุญาต  หรือต่อใบอนุญาต ให้กับสายการบินที่ทำการบินในประเทศไทย ทั้งสายการบินไทยและต่างชาติ โดยมีข้อกำหนดให้มีสัดส่วนนักบินสัญชาติไทยอย่างน้อย 20% พร้อมทั้งต้องเพิ่มสัดส่วนในปีต่อๆ ไป เพื่อกระตุ้นให้สายการบินซึ่งเป็นภาคเอกชนมีส่วนร่วมกับภาครัฐ คือ สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) ในการพัฒนาและผลิตนักบินไทย เพื่อเป็นการขยายโอกาสให้กับนักบินของไทยด้วย
ปัจจุบัน สบพ.ผลิตนักบิน สัญชาติไทยปีละ 100 คน แต่ไม่เพียงพอกับความต้องการของ อุตสาหกรรมการบินที่เติบโตแบบก้าวกระโดด ส่วนหนึ่งเพราะมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณการพัฒนาบุคลากรและอุปกรณ์การสอนที่ทันสมัย เนื่องจากได้รับจัดสรรงบลงทุนปีละ 400 ล้านบาท ในเบื้องต้นจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยกำหนดเงื่อนไขบังคับสายการบินต่างๆ ต้องใช้นักบินไทยอย่างน้อย 20% มาทำการบิน เป็นมาตรการหนึ่งในการเร่งรัดธุรกิจสายการบินเพื่อช่วยพัฒนาและผลิตนักบินไทยมากขึ้น และแก้ปัญหานักบินขาดแคลน
"มีหลายสายการบินที่ให้บริการในไทยไม่สามารถทำตามข้อกฎหมายได้ ทำให้บางสายการบินที่ทำธุรกิจในไทยนานถึง 10 ปี แต่ใช้นักบินไทยไม่ถึง 15% ส่วนใหญ่ใช้นักบินต่างชาติ ดังนั้นจากนี้กระทรวงจะเพิ่มความเข้มงวดกับสายการบินเหล่านี้มากขึ้น ส่วนการแก้ไขกฎหมายเพื่อปรับเพิ่มสัดส่วนนักบินไทยมากขึ้นนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะต้องเพิ่มสัดส่วนเท่าไร ต้องรอให้ สบพ.ศึกษาและจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรด้านการบินแล้วเสร็จ และเสนอกลับมาก่อน" นายอาคมกล่าว

นายอาคมกล่าวว่า ส่วนกรณีที่สำนักงานบริหารการบินพลเรือนแห่งสหรัฐอเมริกา (FAA) จะเดินทางเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบิน กรมการบินพลเรือน (บพ.) ในวันที่ 26-28 ต.ค.นี้นั้น บพ.มีความพร้อมที่จะรับการตรวจสอบ เพราะได้มีการแก้ไขปัญหาตามแผนที่ได้เสนอกับองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ไปหมดแล้ว รวมถึงประสานกับกองทัพอากาศเข้ามาช่วยเสริมขีดความสามารถด้านบุคลากร

"FAA จะเข้ามาตรวจสอบการดำเนินการแก้ไขข้อสังเกตรวม 35 ข้อ ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นด้านของบุคลากร คุณสมบัติของบุคลากรที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบ ซึ่งได้มีการหารือกับ บพ.อย่างใกล้ชิดและมีการปรับแผนการทำงาน เพื่อให้มีความสอดคล้องและสัมพันธ์กัน ระหว่างการฝึกอบ รม" นายอาคมกล่าว

"ผลการตรวจสอบจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ FAA  ไม่สามารถตอบได้ว่าไทยจะถูกปรับลดสถานะลง หรือจะยังคงอยู่ในสถานะเดิม ส่วนสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหภาพยุโรป หรือเอียซ่า (EASA) จะเดินทางเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของ บมจ.การบินไทย ในเดือน พ.ย.นั้น การบินไทยก็มีความพร้อมแล้วเช่นกัน" นายอาคมกล่าว.

บรรยายใต้ภาพ
อาคม  เติมพิทยาไพสิฐ

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/tpd/2280694

** ภาพใช้เพื่อการประกอบเนื้อหาข่าวเท่านั้น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่