โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ต.ค. 2558
คมนาคมลุ้นระทึก! เอฟเอเอเริ่มกระบวนการตรวจสอบมาตรฐานกรมการบินพลเรือน 26-28 ต.ค.นี้ สอบผ่านหรือตก 35 ปัญหาการบิน ด้าน “อาคม” ยันพร้อมรับมือการตรวจสอบเต็มที่ ขณะที่เอโอซีห่วงหากผลออกมาแย่กระทบความเชื่อมั่นประเทศเพิ่ม
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักงานบริหารการบินพลเรือนแห่งสหรัฐอเมริกา (เอฟเอเอ) จะเดินทางเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินแก่กรมการบินพลเรือนไทย วันที่ 26-28 ต.ค.นี้ว่า ในส่วนของกรมการบินพลเรือน ขณะนี้มีความพร้อมรับการตรวจสอบปัญหาทั้ง 35 ข้อที่ถูกเอฟเอเอตั้งโจทย์ไว้แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ไทยได้มีการแก้ไขปัญหาตามแผนที่ได้เสนอกับองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ไปหมดแล้ว รวมถึงประสานกับกองทัพอากาศเข้ามาช่วยเสริมขีดความสามารถด้านบุคลากร
ส่วนผลการตรวจสอบจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเอฟเอเอ ซึ่งไม่สามารถตอบได้ว่าไทยจะถูกปรับลดสถานะลง หรือจะคงอยู่ในสถานะเดิม ส่วนกรณีที่สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหภาพยุโรป หรือเอียซ่า จะเดินทางเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ในเดือน พ.ย.นั้น การบินไทยก็มีความพร้อมเช่นกัน
ด้านนายหลุยส์ จูเนีย มอเซอร์ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบิน (เอโอซี) กล่าวว่าหากไทยถูกลดสถานะความเชื่อถือจากเอฟเอเอ แม้จะไม่กระทบโดยตรงต่อธุรกิจการบินของไทย เพราะขณะนี้ไม่มีสายการบินที่จดทะเบียนในไทยบินตรงเข้าไปสหรัฐอเมริกาแล้ว แต่ก็มีความเป็นห่วงว่าจะมีผลกระทบอย่างมากต่อความเชื่อมั่นด้านธุรกิจการบินของประเทศ เพราะก่อนหน้านี้ไทยเพิ่งถูกไอซีเอโอปักธงแดง ดังนั้นจึงถือเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาลุล่วงให้ได้
ที่มาภาพ: blog.eiqnetworks.com
“ตามหลักการแล้ว หากไทยถูกลดสถานะก็จะมีผลให้สายการบินจากไทยไม่สามารถบินเข้าไปสหรัฐอเมริกาได้ แต่ตอนนี้ไม่มีสายการบินที่จดทะเบียนในไทยบินตรงไปสหรัฐฯแล้ว หลังจากการบินไทยเพิ่งยกเลิกเส้นทางบิน กรุงเทพฯ-โซล-ลอสแอนเจลิส ดังนั้นจึงไม่น่ามีผลกระทบโดยตรง แต่อาจกระทบอย่างมากต่อความน่าเชื่อถือของประเทศ เพราะสหรัฐฯถือเป็นประเทศใหญ่ที่มาตรฐานการตรวจสอบการบินที่สูงมาก”
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่าปัญหา 35 ข้อที่เอฟเอเอได้ตรวจพบเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยทางการบินของกรมการบินพลเรือนนั้นมีหัวข้อสำคัญได้แก่ การไม่มีผู้สังเกตการณ์ฝ่ายปฏิบัติการด้านการบินที่เพียงพอ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานในภาพรวม การขาดผู้ตรวจสอบที่เชี่ยวชาญในเรื่องเครื่องบินหลายรุ่น การไม่มีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพและประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ที่รับการอบรมจากต่างชาติหรือผู้เชี่ยวชาญ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการให้คำแนะนำทางเทคนิคเพื่อสนับสนุนระบบการทำงานของผู้ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยการบิน เช่นคู่มือความปลอดภัยที่ไม่กล่าวถึงเงื่อนไขของการลาดตระเวนการบิน คู่มือความปลอดภัยไม่มีข้อมูลด้านนโยบาย ขั้นตอนและมาตรฐานสำหรับโปรแกรมจำลองการบิน คู่มือความปลอดภัยไม่มีข้อมูลด้านขั้นตอนและกระบวนการออกใบอนุญาตนักบิน (เอทีพีแอล) การประเมินเครื่องบินในแต่ละรุ่นไม่มีการแจกแจงรายละเอียด ขณะเดียวกันยังได้มีการตรวจพบว่า ไทยยังไม่มีแนวทางที่ยืนยันได้ว่าคำสั่งของผู้ตรวจสอบจะมีการนำไปใช้จริง รวมถึงการตรวจสอบการดำเนินงานของเครื่องบินหลายรุ่นกับไม่ครอบคลุมเรื่องการปฏิบัติการการอพยพผู้โดยสารและการสาธิตความปลอดภัย เป็นต้น.
http://www.thairath.co.th/content/534780
'อาคม' มั่นใจมาตรการเข้มงวด คสช.เอาอยู่ ลุ้นมาตรฐานการบินเอฟเอเอ
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักงานบริหารการบินพลเรือนแห่งสหรัฐอเมริกา (เอฟเอเอ) จะเดินทางเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินแก่กรมการบินพลเรือนไทย วันที่ 26-28 ต.ค.นี้ว่า ในส่วนของกรมการบินพลเรือน ขณะนี้มีความพร้อมรับการตรวจสอบปัญหาทั้ง 35 ข้อที่ถูกเอฟเอเอตั้งโจทย์ไว้แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ไทยได้มีการแก้ไขปัญหาตามแผนที่ได้เสนอกับองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ไปหมดแล้ว รวมถึงประสานกับกองทัพอากาศเข้ามาช่วยเสริมขีดความสามารถด้านบุคลากร
ส่วนผลการตรวจสอบจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเอฟเอเอ ซึ่งไม่สามารถตอบได้ว่าไทยจะถูกปรับลดสถานะลง หรือจะคงอยู่ในสถานะเดิม ส่วนกรณีที่สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหภาพยุโรป หรือเอียซ่า จะเดินทางเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ในเดือน พ.ย.นั้น การบินไทยก็มีความพร้อมเช่นกัน
ด้านนายหลุยส์ จูเนีย มอเซอร์ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบิน (เอโอซี) กล่าวว่าหากไทยถูกลดสถานะความเชื่อถือจากเอฟเอเอ แม้จะไม่กระทบโดยตรงต่อธุรกิจการบินของไทย เพราะขณะนี้ไม่มีสายการบินที่จดทะเบียนในไทยบินตรงเข้าไปสหรัฐอเมริกาแล้ว แต่ก็มีความเป็นห่วงว่าจะมีผลกระทบอย่างมากต่อความเชื่อมั่นด้านธุรกิจการบินของประเทศ เพราะก่อนหน้านี้ไทยเพิ่งถูกไอซีเอโอปักธงแดง ดังนั้นจึงถือเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาลุล่วงให้ได้
“ตามหลักการแล้ว หากไทยถูกลดสถานะก็จะมีผลให้สายการบินจากไทยไม่สามารถบินเข้าไปสหรัฐอเมริกาได้ แต่ตอนนี้ไม่มีสายการบินที่จดทะเบียนในไทยบินตรงไปสหรัฐฯแล้ว หลังจากการบินไทยเพิ่งยกเลิกเส้นทางบิน กรุงเทพฯ-โซล-ลอสแอนเจลิส ดังนั้นจึงไม่น่ามีผลกระทบโดยตรง แต่อาจกระทบอย่างมากต่อความน่าเชื่อถือของประเทศ เพราะสหรัฐฯถือเป็นประเทศใหญ่ที่มาตรฐานการตรวจสอบการบินที่สูงมาก”
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่าปัญหา 35 ข้อที่เอฟเอเอได้ตรวจพบเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยทางการบินของกรมการบินพลเรือนนั้นมีหัวข้อสำคัญได้แก่ การไม่มีผู้สังเกตการณ์ฝ่ายปฏิบัติการด้านการบินที่เพียงพอ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานในภาพรวม การขาดผู้ตรวจสอบที่เชี่ยวชาญในเรื่องเครื่องบินหลายรุ่น การไม่มีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพและประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ที่รับการอบรมจากต่างชาติหรือผู้เชี่ยวชาญ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการให้คำแนะนำทางเทคนิคเพื่อสนับสนุนระบบการทำงานของผู้ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยการบิน เช่นคู่มือความปลอดภัยที่ไม่กล่าวถึงเงื่อนไขของการลาดตระเวนการบิน คู่มือความปลอดภัยไม่มีข้อมูลด้านนโยบาย ขั้นตอนและมาตรฐานสำหรับโปรแกรมจำลองการบิน คู่มือความปลอดภัยไม่มีข้อมูลด้านขั้นตอนและกระบวนการออกใบอนุญาตนักบิน (เอทีพีแอล) การประเมินเครื่องบินในแต่ละรุ่นไม่มีการแจกแจงรายละเอียด ขณะเดียวกันยังได้มีการตรวจพบว่า ไทยยังไม่มีแนวทางที่ยืนยันได้ว่าคำสั่งของผู้ตรวจสอบจะมีการนำไปใช้จริง รวมถึงการตรวจสอบการดำเนินงานของเครื่องบินหลายรุ่นกับไม่ครอบคลุมเรื่องการปฏิบัติการการอพยพผู้โดยสารและการสาธิตความปลอดภัย เป็นต้น.
http://www.thairath.co.th/content/534780