“...ขอเพียงมีลมหายใจ ทุกสิ่งสามารถเริ่มต้นใหม่ได้”
ซีรินซ์ทวนคำของแม่เฒ่าโอราลล์เบาๆ ใจนั้นไม่ได้นึกถึงราอูลล์แล้วในตอนนี้ พอสะกิด ตรงคำ ‘ขอเพียงมีลมหายใจ’ หล่อนก็รีบลนลาน
“รอประเดี๋ยวนะแม่เฒ่า หนูรินซ์จะเอายาวิเศษ มาให้...”
แต่หญิงชราเอ่ยปากห้าม นางกระอักเลือดออกมาอีกคำใหญ่ ก่อนจะได้พูด
“ไม่มีประโยชน์หรอก เลือดในกายแม่เฒ่าแทบไม่หลงเหลือ ร่างนี้มีดินน้ำลมไฟประกอบ เวลานี้แม่เฒ่าเพียงสูดลมเติมเชื้อไฟให้รักษาชีวิตรอด แต่เลือดในกายเหือดแห้ง ร่างเปล่าๆ ไม่ว่ายาวิเศษแค่ไหนก็ช่วยไม่ได้”
แล้วคนพูดก็หอบหนัก มือที่กุมไม้เท้ากำมั่น ยังแข็งใจทรงกาย
“ถ้าอย่างนั้น เอาชีวิตหนูไปเลย เอาเลือดเอาเนื้อของหนูรินซ์ไปชดเชย...”
ซีรินซ์น้ำตาพราก คร่ำคราญเพราะสงสารหญิงชราเหลือเกิน พอเห็นนางสำลักเลือดออกมาอีกคำ ก็ถึงกับปล่อยโฮ
“แม่เฒ่า... แม่เฒ่าอย่าเพิ่งทิ้งหนูรินซ์ไปนะ!”
หล่อนคร่ำครวญ วนไปวนมาอยู่เท่านี้
กระทั่งชายหนุ่มตามมาจนทัน...
“แม่เฒ่า...”
เห็นซีรินซ์นั่งคุกเข่าอยู่ข้างเก้าอี้ที่มีหญิงชรา อกเสื้อและใบหน้าเปรอะเปื้อนโลหิต เขาก็เรียกตามที่หญิงสาวเอ่ยถึงมาตลอด
คำเรียกตัวนาง หญิงชราย่อมจำเสียงได้ แข็งใจหันมองหา เห็นเป็นเขาจริงๆ ก็ยิ้มออกมาได้
“ราอูลล์ เป็นเจ้า... เป็นเจ้าก็มาแล้ว...”
แม้คนถูกเรียกจะยังจำคนตรงหน้าไม่ได้ แต่แววตาเช่นนั้น ทำให้เขาต้องคุกเข่าลงอีกข้าง อย่างน้อยการให้คนใกล้สิ้นชีวิตได้สมใจ ก็ย่อมดีกว่าแสดงออกเป็นอย่างอื่น
“ขอบใจ... ขอบใจนะ... ขอบใจเจ้ามาก”
ไม้เท้าใหญ่เริ่มโอนเอน เรี่ยวแรงสุดท้ายของนางกำลังจะหมดไป ชายหนุ่มต้องช่วยจับประคองไว้อีกแรง
อึดใจต่อมา แม่เฒ่าโอราลล์ก็ถึงกับเอนซบกับซีรินซ์ เปลือกตาค่อยปิด กระตุกนิดๆ คล้ายยังไม่อยากหลับตา การหายใจกระเพื่อมแรง...
“คุณซีรินซ์... แม่เฒ่า จะไปแล้ว...”
“ไม่จริง!”
แม้จะรู้อยู่เต็มอก แต่หล่อนยังตวาดเถียง
“นี้แม่เฒ่าโอราลล์นะ! แม่เฒ่าผู้วิเศษ ผู้เนรมิตสิ่งต่างๆ ทั่วเกาะนี้ มีหรือ แม่เฒ่าจะตายง่ายๆ ไม่มีทาง!”
แต่คนใกล้ขาดใจ พยายามยกมือห้าม แข็งใจปรามหล่อนเบาๆ
“ราอูลล์พูด...ถูกแล้ว...”
“แต่ว่า... ไม่ ไม่นะคะ”
ภาพตรงหน้าช่างชวนสลดหดหู่ ชีวิตหนึ่งใกล้จะดับสูญ ซ้ำชีวิตนั้นยังเป็นที่พึ่งพิงสุดท้ายของอีกหนึ่งชีวิต ราอูลล์ในฐานะที่รู้สึกว่า ตัวเองเป็นคนนอก ทำได้แค่ทอดถอนใจ แล้วปลอบโยนคนยังต้องอยู่ ต่อสู้ชีวิตต่อไป
“คุณหนู... คุณซีรินซ์... สงบจิตใจไว้ก่อนเถอะ”
ทว่าหล่อนยิ่งปล่อยโฮ ยิ่งสะอึกสะอื้น ยิ่งกอดหญิงชราแนบแน่น จนเขาต้องพูดต่อ...
“อย่าร้องไห้หนักหนา แม่เฒ่าจะเป็นห่วง... ให้แม่เฒ่าไปอย่างหมดห่วงหมดกังวลเถิดนะ”
“ราอูลล์...”
แม่เฒ่าโอราลล์เอ่ยขึ้นอีกครั้งอย่างยากเย็น นี้อาจเป็นการสั่งความครั้งสุดท้าย คนถูกเรียกชื่อรีบขยับใกล้
“อยู่ตรงนี้ กระผมอยู่ตรงนี้ กุม... เอ่อ... กุมมือ...”
คนพูดชะงัก มือที่ยังกุมไม้เท้า เย็นเฉียบไม่ต่างจากซากศพที่เกลื่อนอยู่บนเกาะ
“...แม่เฒ่า... มีอะไรจะสั่งเสีย... ก็บอกมาได้เลยขอรับ...”
หญิงชรายังแข็งใจ หันมาสบสายตากับเขาตรงๆ
“ราอูลล์... จงพาซีรินซ์กลับไป... นครแห่งแสง ไปพบซีริอัสส์...”
“ซีริอัสส์... เขาเป็นใครขอรับ”
“เถิด... เจอเขา... แล้วพวกเจ้าก็จะรู้เอง...”
ราอูลล์พยักรับอย่างหนักแน่น สายตาสบตากับหญิงชรา สื่อความหมายจริงใจที่สุด
แล้วนางก็ทำสิ่งที่เขาไม่อยากเชื่อว่าจะหลงเหลือเรี่ยวแรง เมื่อมือเย็นเยียบกลับสามารถขยับเขยื้อน...
เคลื่อนมาจับมือชายหนุ่ม ให้มากุมไว้กับมือนุ่มของหญิงสาว...
ราอูลล์ มองหน้าหล่อน... แม้เข้าใจความนัยอยู่เต็มอก แต่จะให้คล้อยตามสถานการณ์ไปเช่นนี้ได้อย่างไร
“หนูรินซ์...” นางหันกลับหา ผู้ที่ตนเลี้ยงดูมาตั้งแต่เป็นเด็กตัวน้อยๆ
“รับปากทุกอย่าง หนูรินซ์รับปากแม่เฒ่าทุกอย่างเลย...”
คนใกล้สูญสิ้นชีวิตยังหลับตา ไม่ทันพูดอะไร หล่อนก็ละล่ำละลักบอก
“... ต่อไปนี้ จะไม่ซนไม่ดื้อ จะยอมตามคำแม่เฒ่าทุกอย่าง...แต่ขอร้อง... หนูรินซ์ขอร้อง แม่เฒ่าอย่าทิ้งหนูไปเลยนะ... นะ...”
ซีรินซ์ซบอยู่กับอกหญิงชรา น้ำตาอาบแก้มและยังพรากลงมาไม่หยุด เป็นความโศกเศร้าเสียใจของการสูญเสีย ที่น่าสลดหดหู่ จนราอูลล์ยังต้องเบือนหน้า หันเหสายตาไปเสียจากความสะเทือนหัวใจ
“หนูรินซ์... ยิ้ม... ยิ้มให้แม่เฒ่าดู ให้แม่เฒ่าจดจำรอยยิ้มของเจ้าตลอดไป...”
คนพูดฝืนลืมตา มองดวงหน้าใสกระจ่างที่บัดนี้เต็มไปด้วยน้ำตา พยักให้นิดๆ เพื่อย้ำเจตนาตนเอง
หญิงสาวปาดเช็ดน้ำตา พยายามอย่างยิ่ง ที่จะ... ยิ้มให้...
ริมฝีปากอิ่มสีชมพูนั้นสั่นระริก ความสะเทือนใจในความสูญเสีย ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในไม่กี่อึดใจข้างหน้า ทำให้หล่อนไม่สามารถสะกัดกั้นความหวาดหวั่นเอาไว้ได้
ซบหน้ากับใบหน้าเหี่ยวย่นของหญิงชราอีกครั้ง... ยังได้ยินเสียงนางพึมพำ ทั้งที่คงไม่เหลือเรี่ยวแรงอะไรอีกแล้ว
“ราอูลล์ สัญญาแล้ว... รับปากแล้วนะ... พาไปนครแห่งแสง ไปพบซิริอัสส์... ดูแลซีรินซ์ให้ดี... ให้ดีที่สุด”
(มีต่อ)
ราอูลล์ มหาเวทย์ป่วนฟ้า (แฟนตาซี) ตอนที่ 11 จุดจบที่เพิ่งเริ่มต้น
ตอนก่อนหน้า
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
********************************
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านสำหรับการติดตาม ราอูลล์ มหาเวทย์ป่วนฟ้า นะคะ
ขอบคุณมากมายสำหรับทุกกิ๊บ ทุกโหวตกำลังใจ
จากหัวกระทู้ที่แล้ว
ขอบคุณ คุณ lovereason ทึ่ง, Lady Star 919 ถูกใจ, Psycho man ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1182478 ถูกใจ
จากความคิดเห็นที่๑กระทู้ที่แล้ว
ขอบคุณ คุณ Inverness ถูกใจ, Lady Star 919 ซึ้ง, Psycho man ทึ่ง, สมาชิกหมายเลข 1182478 ซึ้ง
ขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับ ขออนุญาตเรียกว่าแฟนพันธุ์แท้นะคะ จากความคิดเห็นทั้งสองท่าน ในกระทู้ก่อน http://pantip.com/topic/34275630
ช่วงปิดภาคเรียน คนเขียนยุ่งเหยิงมหาศาล ขอตอบความคิดเห็นในหัวกระทู้นี้เลยนะคะ
ตอบ คุณสมาชิกหมายเลข 1182478
แม่เฒ่าจะเป็นอะไรบ้าง... บทนี้นะคะ... ไม่ปล่อยให้สงสัยนาน ก้อ...
ชีวิตต้องดำเนินต่อไปนี่คะ... นิยายเรื่องนี้ก็เช่นกัน อิอิ
ตอบ คุณPsycho man
เรมีก็น่ารักค่ะ สองสาวบรีเซียร์กับปรารีสก็น่ารัก พยายามเขียนให้มีแต่คนน่ารักๆ ค่ะ
เลยอาจทำให้อัชชาร์ร้ายโดดอยู่คนเดียว จะค่อยๆ หาร้ายรองๆ ใส่เข้ามาแล้วละค่ะ
ก็... นิยายแฟนตาซีผจญภัยในโลกของนักรบผู้กล้า(มั้ง) นิคะ... โปรดติดตาม (ได้โปรด... นะคะ)
*******************************************
ราอูลล์ มหาเวทย์ป่วนฟ้า
011
จุดจบที่เพิ่งเริ่มต้น
“...ขอเพียงมีลมหายใจ ทุกสิ่งสามารถเริ่มต้นใหม่ได้”
ซีรินซ์ทวนคำของแม่เฒ่าโอราลล์เบาๆ ใจนั้นไม่ได้นึกถึงราอูลล์แล้วในตอนนี้ พอสะกิด ตรงคำ ‘ขอเพียงมีลมหายใจ’ หล่อนก็รีบลนลาน
“รอประเดี๋ยวนะแม่เฒ่า หนูรินซ์จะเอายาวิเศษ มาให้...”
แต่หญิงชราเอ่ยปากห้าม นางกระอักเลือดออกมาอีกคำใหญ่ ก่อนจะได้พูด
“ไม่มีประโยชน์หรอก เลือดในกายแม่เฒ่าแทบไม่หลงเหลือ ร่างนี้มีดินน้ำลมไฟประกอบ เวลานี้แม่เฒ่าเพียงสูดลมเติมเชื้อไฟให้รักษาชีวิตรอด แต่เลือดในกายเหือดแห้ง ร่างเปล่าๆ ไม่ว่ายาวิเศษแค่ไหนก็ช่วยไม่ได้”
แล้วคนพูดก็หอบหนัก มือที่กุมไม้เท้ากำมั่น ยังแข็งใจทรงกาย
“ถ้าอย่างนั้น เอาชีวิตหนูไปเลย เอาเลือดเอาเนื้อของหนูรินซ์ไปชดเชย...”
ซีรินซ์น้ำตาพราก คร่ำคราญเพราะสงสารหญิงชราเหลือเกิน พอเห็นนางสำลักเลือดออกมาอีกคำ ก็ถึงกับปล่อยโฮ
“แม่เฒ่า... แม่เฒ่าอย่าเพิ่งทิ้งหนูรินซ์ไปนะ!”
หล่อนคร่ำครวญ วนไปวนมาอยู่เท่านี้
กระทั่งชายหนุ่มตามมาจนทัน...
“แม่เฒ่า...”
เห็นซีรินซ์นั่งคุกเข่าอยู่ข้างเก้าอี้ที่มีหญิงชรา อกเสื้อและใบหน้าเปรอะเปื้อนโลหิต เขาก็เรียกตามที่หญิงสาวเอ่ยถึงมาตลอด
คำเรียกตัวนาง หญิงชราย่อมจำเสียงได้ แข็งใจหันมองหา เห็นเป็นเขาจริงๆ ก็ยิ้มออกมาได้
“ราอูลล์ เป็นเจ้า... เป็นเจ้าก็มาแล้ว...”
แม้คนถูกเรียกจะยังจำคนตรงหน้าไม่ได้ แต่แววตาเช่นนั้น ทำให้เขาต้องคุกเข่าลงอีกข้าง อย่างน้อยการให้คนใกล้สิ้นชีวิตได้สมใจ ก็ย่อมดีกว่าแสดงออกเป็นอย่างอื่น
“ขอบใจ... ขอบใจนะ... ขอบใจเจ้ามาก”
ไม้เท้าใหญ่เริ่มโอนเอน เรี่ยวแรงสุดท้ายของนางกำลังจะหมดไป ชายหนุ่มต้องช่วยจับประคองไว้อีกแรง
อึดใจต่อมา แม่เฒ่าโอราลล์ก็ถึงกับเอนซบกับซีรินซ์ เปลือกตาค่อยปิด กระตุกนิดๆ คล้ายยังไม่อยากหลับตา การหายใจกระเพื่อมแรง...
“คุณซีรินซ์... แม่เฒ่า จะไปแล้ว...”
“ไม่จริง!”
แม้จะรู้อยู่เต็มอก แต่หล่อนยังตวาดเถียง
“นี้แม่เฒ่าโอราลล์นะ! แม่เฒ่าผู้วิเศษ ผู้เนรมิตสิ่งต่างๆ ทั่วเกาะนี้ มีหรือ แม่เฒ่าจะตายง่ายๆ ไม่มีทาง!”
แต่คนใกล้ขาดใจ พยายามยกมือห้าม แข็งใจปรามหล่อนเบาๆ
“ราอูลล์พูด...ถูกแล้ว...”
“แต่ว่า... ไม่ ไม่นะคะ”
ภาพตรงหน้าช่างชวนสลดหดหู่ ชีวิตหนึ่งใกล้จะดับสูญ ซ้ำชีวิตนั้นยังเป็นที่พึ่งพิงสุดท้ายของอีกหนึ่งชีวิต ราอูลล์ในฐานะที่รู้สึกว่า ตัวเองเป็นคนนอก ทำได้แค่ทอดถอนใจ แล้วปลอบโยนคนยังต้องอยู่ ต่อสู้ชีวิตต่อไป
“คุณหนู... คุณซีรินซ์... สงบจิตใจไว้ก่อนเถอะ”
ทว่าหล่อนยิ่งปล่อยโฮ ยิ่งสะอึกสะอื้น ยิ่งกอดหญิงชราแนบแน่น จนเขาต้องพูดต่อ...
“อย่าร้องไห้หนักหนา แม่เฒ่าจะเป็นห่วง... ให้แม่เฒ่าไปอย่างหมดห่วงหมดกังวลเถิดนะ”
“ราอูลล์...”
แม่เฒ่าโอราลล์เอ่ยขึ้นอีกครั้งอย่างยากเย็น นี้อาจเป็นการสั่งความครั้งสุดท้าย คนถูกเรียกชื่อรีบขยับใกล้
“อยู่ตรงนี้ กระผมอยู่ตรงนี้ กุม... เอ่อ... กุมมือ...”
คนพูดชะงัก มือที่ยังกุมไม้เท้า เย็นเฉียบไม่ต่างจากซากศพที่เกลื่อนอยู่บนเกาะ
“...แม่เฒ่า... มีอะไรจะสั่งเสีย... ก็บอกมาได้เลยขอรับ...”
หญิงชรายังแข็งใจ หันมาสบสายตากับเขาตรงๆ
“ราอูลล์... จงพาซีรินซ์กลับไป... นครแห่งแสง ไปพบซีริอัสส์...”
“ซีริอัสส์... เขาเป็นใครขอรับ”
“เถิด... เจอเขา... แล้วพวกเจ้าก็จะรู้เอง...”
ราอูลล์พยักรับอย่างหนักแน่น สายตาสบตากับหญิงชรา สื่อความหมายจริงใจที่สุด
แล้วนางก็ทำสิ่งที่เขาไม่อยากเชื่อว่าจะหลงเหลือเรี่ยวแรง เมื่อมือเย็นเยียบกลับสามารถขยับเขยื้อน...
เคลื่อนมาจับมือชายหนุ่ม ให้มากุมไว้กับมือนุ่มของหญิงสาว...
ราอูลล์ มองหน้าหล่อน... แม้เข้าใจความนัยอยู่เต็มอก แต่จะให้คล้อยตามสถานการณ์ไปเช่นนี้ได้อย่างไร
“หนูรินซ์...” นางหันกลับหา ผู้ที่ตนเลี้ยงดูมาตั้งแต่เป็นเด็กตัวน้อยๆ
“รับปากทุกอย่าง หนูรินซ์รับปากแม่เฒ่าทุกอย่างเลย...”
คนใกล้สูญสิ้นชีวิตยังหลับตา ไม่ทันพูดอะไร หล่อนก็ละล่ำละลักบอก
“... ต่อไปนี้ จะไม่ซนไม่ดื้อ จะยอมตามคำแม่เฒ่าทุกอย่าง...แต่ขอร้อง... หนูรินซ์ขอร้อง แม่เฒ่าอย่าทิ้งหนูไปเลยนะ... นะ...”
ซีรินซ์ซบอยู่กับอกหญิงชรา น้ำตาอาบแก้มและยังพรากลงมาไม่หยุด เป็นความโศกเศร้าเสียใจของการสูญเสีย ที่น่าสลดหดหู่ จนราอูลล์ยังต้องเบือนหน้า หันเหสายตาไปเสียจากความสะเทือนหัวใจ
“หนูรินซ์... ยิ้ม... ยิ้มให้แม่เฒ่าดู ให้แม่เฒ่าจดจำรอยยิ้มของเจ้าตลอดไป...”
คนพูดฝืนลืมตา มองดวงหน้าใสกระจ่างที่บัดนี้เต็มไปด้วยน้ำตา พยักให้นิดๆ เพื่อย้ำเจตนาตนเอง
หญิงสาวปาดเช็ดน้ำตา พยายามอย่างยิ่ง ที่จะ... ยิ้มให้...
ริมฝีปากอิ่มสีชมพูนั้นสั่นระริก ความสะเทือนใจในความสูญเสีย ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในไม่กี่อึดใจข้างหน้า ทำให้หล่อนไม่สามารถสะกัดกั้นความหวาดหวั่นเอาไว้ได้
ซบหน้ากับใบหน้าเหี่ยวย่นของหญิงชราอีกครั้ง... ยังได้ยินเสียงนางพึมพำ ทั้งที่คงไม่เหลือเรี่ยวแรงอะไรอีกแล้ว
“ราอูลล์ สัญญาแล้ว... รับปากแล้วนะ... พาไปนครแห่งแสง ไปพบซิริอัสส์... ดูแลซีรินซ์ให้ดี... ให้ดีที่สุด”
(มีต่อ)