ผมตัดสินใจออกไปเที่ยวกับเพื่อนชาวต่างชาติ และเป็นการหัดสนทนาภาษาอังกฤษอย่างจริงจังครั้งแรกในชีวิต

สวัสดีครับ นี่เป็นการเขียนพันทิฟครั้งแรกของผม ด้วยความที่มีเรื่องราวมากมายที่อยากแชร์ แต่ไม่รู้ว่าต้องเริ่มต้นอย่างไร ครั้งนี้เลยขอหยิบยกเรื่องที่ผมประทับใจที่สุดออกมาหนึ่งเรื่อง คือ การออกเดินทางท่องเที่ยวกับเพื่อนชาวต่างชาติ และเริ่มต้นพูดภาษาอังกฤษอย่างจริงจังครั้งแรกในชีวิต ซึ่งอาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่ต้องการหาวิธีฝึกภาษาไปด้วย ^^

ขอเริ่มเลยนะกันนะครับ

ผมได้เจอกับเพื่อน (ชาวต่างชาติ) ตั้งแต่สมัยตอนเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ปี 4 เนื่องจากในส่วนงาน และก็ได้พูดคุยกันต่อเนื่องมาตลอดเป็นเวลาประมาณ 1 ปี โดยใช้การแชทผ่านโปรแกรมไลน์เพียงอย่างเดียว เพราะเคยลองโทรคุยกัน ปรากฏว่าคุยไม่รู้เรื่องครับ!! ผมฟังไม่ออก จะมีนานๆครั้งที่โทรมาขอความช่วยเหลือตอนเขามากรุงเทพฯ เพื่อถามภาษาไทยเวลาบอกคนขับรถตู้หรือแท๊กซี่เวลาไปไหน แล้วผมก็จะบอกไปว่า..."ok ok, can you typing in Line" ทุกครั้ง ขอบอกก่อนนะครับที่รับแอดกันเพราะเค้าทักมาว่า "คุณต้องการหาเพื่อนฝึกภาษารึเปล่า ?"ในเว็ปหาเพื่อนต่างชาติ... ผมไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่า เออลองคุยกันดูก็ไม่เสียหายอะไร แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ... จนปัจจุบัน ผมพึ่งรู้สึกตัวว่าผมจำเป็นที่จะต้องหัดภาษาอังกฤษอย่างจริงจังได้แล้ว และผมเริ่มฝึกจากพื้นฐานไล่ตั้งแต่พื้นฐานอ่าน A-Z เลยครับ 555 เพราะผมมีประสบการณ์จากการฝึกฝนบางอย่าง ข้ามขั้นตอนไปมา ผลสุดท้ายมันทำได้ครับ แต่มันหาทางไปต่อไม่ถูก เลยมีความคิดว่า หากคนเรามีพื้นฐานที่ดีจะสามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างความมั่นคง เลยเป็นจุดเริ่มต้นของการนั่งออกเสียงให้ถูกตั้งแต่แรกครับ ผมใช้เวลาประมาณ 2 เดือนในการฝึกค่อนข้างหนักหากมีเวลา เพราะผมเองก็ทำงานไปด้วย และมีอยู่วันหนึ่งเพื่อนชาวต่างชาติชวนผมไปเที่ยวครับ บอกประมาณว่า ลองไปเที่ยวกันถือซะว่าแลกเปลี่ยนภาษา เพราะเพื่อนผมก็ต้องการฝึกภาษาไทยเหมือนกัน ในครั้งแรกผมลังเลมากครับ คิดในใจ "เอาไงดีวะ อยากไป แต่กูพูดไม่ได้ชัวร์" จนสุดท้ายเอาวะลองดู ไปก็ไป ก็เลยจองตั๋วเครื่องบิน บินไปสุราษณ์ฯครับ ลืมบอกไป... เพื่อนต่างชาติของผมเป็นชาวฟิลิปปินส์ และเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษณ์ฯ และนี่คือจุดเริ่มต้นของการที่คน 2 คนที่อาจจะคุยกันไม่รู้เรื่อง ต้องมาอยู่ด้วยกัน 24 ชม. ถึง 4 วัน 3 คืนครับ

วันแรกที่ไปถึงสุราษณ์ผมก็ได้พบกับเพื่อนครับ ชื่อว่า Eddy ก็ทักทายตามภาษาพูดถูกผิดงูๆ ปลาๆ บลาๆ "ฮัลโหล้ว ไนส์ ทูมีท ยู้ว" 555 ผมตื่นเต้นมากครับ คิดในใจ เอาไงดีวะ มาถึงตรงนี้แล้ว เอาวะลุย!! ก็เลยชวนกันไปกินข้าวก่อนเลยครับ คุยเบื้องต้นก็พอรู้เรื่องครับ ว่าพูดว่าอะไร เพราะเวลาทักทายกันเบื้องต้นศัพท์มันค่อนข้างเบสิกครับ และเวลาพูดผิดก็ ED ก็จะคอยบอกว่าต้องพูดแบบนี้ ก็สลับกันครับ ผมก็จะสอนเวลาสั่งอาหารไทย เวลาพูดขอบคุณครับ สวัสดีครับ ซึ่ง ED ก็รู้อยู่แล้ว แต่ผมก็บอกว่ามันต้องพูดแบบนี้ พูดเสียงต่ำกว่านี้ ละก็สอนไอที่เรียกว่าไล่วรรณยุกต์ "กา ก่า ก้า ก๊า ก๋า" เพื่อที่เวลาออกเสียงไม่ถูกก็ลองไล่ดู ED ก็บอก ขอยอมแป้ โผมม่ายเอาแหล่วขร้าบบ ซึ่งตามปกติเวลาต่างชาติพูดไทยมักจะพูดเสียงสูงๆ ตามภาษาอังกฤษครับ เพราะเวลาผมบอกให้ลองพูดเสียงต่ำๆ ก็สามารถทำให้ฟังรู้เรื่องมากกว่า ในขณะเดียวกัน ผมเองก็ยังพูดภาษาอังกฤษสำเนียงภาษาไทยด้วยความคุ้นชินตั้งแต่เกิด ก็คือจะเสียงโทนต่ำๆ หน่อย เลยทำให้ฟังดูไม่ชัด ถ้าให้นึกคงได้อารมคนพม่าพูดภาษาไทยนะครับ คือเราสามารถที่จะฟังเข้าใจที่เค้าพูดได้ กลับกันที่เวลาเพื่อนฟังผมพูดก็คงไม่ต่างกัน และก็เลยพยายามสอนการออกเสียงที่ถูก เวลาคุยกันจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักครับ เพราะ ED ไม่เข้าสามารถเข้าใจภาษาไทยได้เลย ผมก็ต้องพยายามที่จะพูด แม้จะผิดก็ตาม เวลาคุยกันไม่รู้เรื่องก็อาศัยการพิมครับ ให้ ED พิมภาษาอังกฤษ และผมก็แปลกูเกิ้ล จนสุดท้ายก็เข้าใจกันจนได้ แม้จะเป็นประโยคสั้นๆ บางประโยค T-T หลังจากนั้นก็จดครับ แล้วก็หัดออกเสียง ... วันแรกๆ ยังค่อนข้างยากครับ ไม่คุ้นชินกับการใช้ แอคเซ้น ที่ฟังดูแล้วกระแดะในความคิดสมัยก่อน แต่ปัจจุบันไม่ใช่ครับ จะคุยให้รู้เรื่องต้องใช้เสียงกระแดะๆ แบบนั้นเลยครับ  ED ก็สอนว่าภาษาอังกฤษเวลาพูดจะเป็นจังหวัดขึ้นลง คือ ขึ้นเสียงสูง ลงเสียงต่ำสลับกันในประโยคในบางคำ อย่างเวลาพูด ทูเดย์ (Today) จริงๆ แล้วก็เป็น ทู้วเด่ย์ ประมาณนี้นะครับเท่าที่จำมา แรกๆก็พยายามปรับสำเนียงครับ ไอเรื่องพูดคุย เริ่มคุ้นชินในวันต่อๆ ไป และในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว จากสุราษณ์ไปภูเก๊ต ไปต่อยังเกาะพีพี และกลับมาภูเก๊ต และผมกลับมากรุงเทพ ในระหว่างนี้คือช่วงเวลาที่ผมพูดภาษาอังกฤษตลอดเวลา พอเริ่มคุ้นชินปุ๊ปก็พูดๆ ไป ครับ แม้จะมีคนไทยบนรถระหว่างการเดินทางผมก็ลืมตัว บางทีพูดไปพูดมา พูดภาษาไทยกับคนไทยเป็นสำเนียงต่างชาติครับ หรือบางทีคนไทยพูดภาษาอังกฤษมาก็เผลอตอบภาษาอังกฤษกลับ สงสัยอยู่ในช่วงอินจัดครับ (555) และในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวก็ยังได้พบกับเพื่อนต่างชาติคนอื่นๆ ครั้งแรก ED พยายามแนะนำให้กับชาวอังกฤษครับ แต่ผมยังฟังไม่ค่อยออก เพราะพูดเร็วสุดๆ บวกกลับไม่กล้าและไม่คุ้นชิ้น ก็เลยผ่านไป ได้แค่แนะนำตัว ครั้งที่ 2 คือ เจอกันระหว่างกลับจาก เกาะพีพี เจอกับเพื่อนต่างชาติเป้นชาวเยอรมัน กับอเมริกา ED ก็พยายามหาเรื่องคุย คือ พยายามเป็นครูที่ดี ให้นักเรียนได้ลองพูดเรียนรู้จริงๆ กับคนอื่น ตอนแรกผมก็ไม่กล้า จนสุดท้ายมาพักที่โรงแรมเดียวกัน กินข้าวด้วยกัน ตอนแรกอยู่เงียบๆ พอฟังออกบ้าง ED ก็มาสกิด บอก "come on, man. lets talk with them" ผมก็เลยเอาหวะ ไหนๆก็ไหนๆ ตั้งใจมาหัดพูดอยู่แล้ว ก็เลยตามเลย สุดท้ายพอเริ่มพูดคุย เราก็สามารถเข้าใจเค้าได้ครับ สามารถคุยกันรู้เรื่องจนกลางคืนแอบชวนผมไปปาร์ตี้ โดยED ไปกับเพื่อนเก่าในจังหวัดภูเก๊ต ผมก็เลยต้องอยู่กัน 3 คน ก็คือ มีเพื่อนเยอรมัน และอเมริกา และก็ตามเดิมครับ พอเริ่มกล้าพูดคุยปุ๊ป ก็เริ่มฟังออก คุยกันได้เรื่อยๆ เวลาฟังไม่ออกก็จะบอกประมาณว่า พูดช้าๆ หน่อย ไม่เข้าใจ เพื่อนต่างชาติก็จะพยายามพูดศัพท์ง่ายๆ และช้าลง (ใจดีมากครับ) ผมก็เลยคิดในใจ เออ... กูก็ทำได้เหมือนกันแฮะ (เฮ้!!) และนี่คือช่วงเวลาที่ดีและได้อะไรกลับมามากมายของผม จากการตัดสินใจออกไปลองลุยดูสักตั้ง เผื่อเป็นแรงบันดาลใจให้หลายๆคนลองออกไปเจออะไรใหม่ ๆ ว่าสิ่งที่ได้รับมันจากการเดินทาง ล้วนแล้วแต่เป็นประสบการณ์ที่ดีทั้งสิ้น

ผมเองเป็นคนชอบการเดินทาง และในการทำงานของผมมีโอกาสได้เดินทางบ่อย  และจากการเดินทางของผมทำให้ผมสามารถตอบคำถามหลักๆ ที่เกิดขึ้นในใจของตัวเองได้ 2 ข้อ หลังจากเรียนจบ คือ
1. ผมได้อะไรออกมาจากมหาวิทลัย (เพราะผมเป็นคนไม่ตั้งใจเรียน และการเข้ามาเรียนของผมและจบออกไปผมได้อะไรออกมา?)
2. เป้าหมายในชีวิตของผมคือไร (จากการที่ใช้ชีวิตอย่างเรื่อยเปื่อย ความฝันต่างๆ ที่มีมาตั้งแต่เด็กค่อยๆ จางหายไป)




ขอบคุณสำหรับอ่านเรื่องของผมจนจบนะครับ ก็มีรูปนิดๆ หน่อยๆ เผื่อใครอยากดู และผมอยากชวนเพื่อนๆ ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวและกำลังอยากฝึกภาษาด้วยลองดูครับ (ฝรั่งใจดี)

http://www.mx7.com/view2/yEknmBIQeWYSp6KL
http://www.mx7.com/view2/yEkn5WIMUSvy1FS4
http://www.mx7.com/view2/yEknmfK9Xn6LJ1dn

https://www.facebook.com/he.smart
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่