ออกทริปในห้วงเวลาตกงานครับ กทม - แม่ฮ่องสอน ไปเรื่อยๆ

สวัสดีครับเพื่อนๆ, พี่ๆ , น้อง ทุกๆท่านผมมีทริปการเดินทางท่องเที่ยวอยากมาแบ่งปันประสบการณ์กับทุกๆคนน่ะครับ

แล้วก็จะเอาไว้บอกตัวเองว่าครั้งหนึ่งเราเองก็เคยทำอะไรแบบนี้เหมือนกันนะ


จริงๆเรื่องที่ทุกๆท่านกำลังจะได้เลื่อนลงไปอ่านเป็นเรื่องเก่าเก็บที่ผมเคยนำไปลงไว้ในบอร์ด Ninja250Thailand เมื่อนานมาแล้ว

อาจเป็นด้วยฤกษ์งามยามดีหรือความครึ้มอกครึ้มใจอะไรก็ตาม ผมได้กลับไปเปิดอ่านอีกครั้ง เมื่อไม่นานมานี้

แล้วความรู้สึกต่างๆมันก็กลับเข้ามาในตัวผมอีกครั้ง เป็นความรู้สึกดีๆ หัวใจมันพองๆบอกไม่ถูกครับ

เลยตั้งใจนำมาลงให้ทุกท่านได้สัมผัสความรู้สึกต่างๆที่เกิดขึ้น และผมก็กำลังจะไปซ้ำเส้นทางเดิมอีกครั้งในเวลาไม่นานนี้ครับ

แล้วจะได้นำรูปล่าสุดมาแบ่งปันอีกครั้งนะครับ


เริ่มกันดีกว่านะครับ

เรื่องมันเริ่มมาจากการที่ผมได้ลาออกจากงานที่ทำมาเกือบ 8 ปี เนื่องจากถึงจุดอิ่มตัวแล้ว

แต่ตอนที่ออกนี่ยังไม่ได้งานใหม่เลยนะครับ -_-“   

หลังจากที่ออกมาอยู่บ้านเฉยๆ มันก็สบายดีครับ

แต่ไม่นานหลังจากนั้น มันก็เกิดความรู้สึกต่างๆมากมาย

เรื่องความเบื่อหน่ายที่อยู่บ้านเฉยๆ เรื่องความเครียดของค่าใช้จ่ายต่างๆนาๆ ที่รออยู่ทุกๆเดือน

แรงกดดันจากคนรอบข้าง คือเค้าไม่ได้มากดมาดันอะไรเราหรอกนะครับ ตัวผมเองต่างหากที่กดดันตัวเอง

คนอื่นเค้าทำงานกัน แล้วเราล่ะ มัวทำอะไรอยู่

ความเครียดที่รุมเร้า มันทำให้ผมไม่สามารถทำจิตใจให้สงบได้เลย จนในที่สุด

ผมเห็นประกาศขายรถอยู่หนึ่งคัน เห็นแล้วปิ๊งเลยครับ ก็เลยติดต่อนัดพี่คนขาย ขอดูรถ

และก็ตกลงซื้อขายกันในวันที่นัดดูรถนั่นแหละครับ




เมื่อได้รถมาอยู่ในมือแล้ว ผมก็จัดหาเครื่องแต่งกายเพิ่มเติม เพื่อใช้งานทันที

ใช้ไปไหนล่ะ ใช้ออกทริปไงครับ ผมซื้อรถคันนี้เพื่อที่จะให้เค้าพาผมไปในที่ๆผมอยากไป โดยใช้ความเร็วได้พอสมควร
(ก่อนหน้านี้ผมใช้หนูดี 250 หมดปลอกได้ 110 แถมยังปวดตูดที่สุด)

ตอนแรกผมจะไปโดยไม่มีจุดหมายหรอกครับว่าจะไปทำอะไร รู้แค่ว่าจะไปไหน เพราะไปคนเดียวนี่ครับ ทุกสิ่งทุกอย่างเรากำหนดเอง
จะไปต่อ จะพัก จะจอดถ่ายรูป

แต่มันก็เหงาน่ะครับ ไม่เหมือนไปกันเป็นกลุ่มสนุกสนานเฮฮา   

เอาครับเข้าเรื่องและรับชมภาพกันเลยดีกว่าครับ


วันที่ 9 มิ.ย.55


เวลาประมาณ 2 ทุ่ม ผมออกเดินทางไปยังบ้านที่จอดรถไว้แถวบางใหญ่ เพื่อจัดของและเช็ครถให้พร้อมสำหรับการออกเดินทางวันรุ่งขึ้น
(คืนนั้นฝนตกด้วยครับ ผมคิดในใจว่าสงสัยจะได้ลุยฝนจาก กทม. ซะแล้วสิ)



นี่ครับอุปกรณ์คู่ชีพ ทั้งเก่าทั้งใหม่ ปนๆกันไป มันอาจจะช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้

เราไม่มีทางรู้หรอกครับ ผมขอมีติดไว้ก่อนอุ่นใจดี




เช้าวันที่ 10 มิ.ย. 55



ออกจากบ้านที่บางใหญ่ประมาณ 7 โมงนิดๆมาถึงปั๊ม ปตท.ก่อนเข้าเมืองสุพรรณฯ

เพิ่งนึกได้ว่าลืมถ่ายรูปเลขไมล์ไว้ เลยถ่ายซะเลยครับ






วิ่งต่อมาอีกนิดนึงก็เจอป้ายนี้ครับ

ใช่แล้วครับหลังจากขี่รถออกมาจากบ้าน ระหว่างที่ขี่มา

ผมก็คิดว่าถ้าไม่มีเป้าหมายที่จะทำอะไรเลยซักอย่าง มันก็คงจะไม่น่าจดจำ

ผมเลยตั้งเป้าหมายว่าจะถ่ายรูปกับทุกๆป้ายจังหวัดและสถานที่ท่องเที่ยวที่ผ่านไป ซึ่งก็ดูบ้าๆบอๆดีครับ -..-

ปล.ตอนนี้เป็นเวลา 8 โมง 11 นาทีครับ




ตอนนี้เวลา 8 โมง 47 นาที ผมยืนอยู่ที่หน้าป้ายนี้ครับ ที่นี่ผมเคยมาเที่ยว พบว่าของกินเยอะดีครับ เป็นที่ๆมีเสน่ห์ในตัวเอง

ตอนนั้นผมมาตอนสงกรานต์ รถเยอะเชียว คนเล่นน้ำมากมายครับ วันนี้มาผ่านอีกครั้ง ปล. จริงๆก็ผ่านบ่อยครับ แต่ไม่เคยมาถ่ายรูปป้ายนี้ซักที
วันนี้ขอเถอะครับ ขอหน่อย ไหนๆก็ทำตามใจตัวเองได้แล้ว




จากนั้นผมแวะ ปั๊ม ปตท. เจ้าประจำเพื่อหาอาหารเข้าท้องครับ ผมแวะที่นี่ทุกทีเวลาขึ้นเหนือทางสุพรรณ ออกเช้าๆ ถึงที่นี่ก็กำลังหิวเลยครับ
หลังจากกินข้าวเช้าแล้วไม่นานผมก็มายืนที่นี่ที่บึงฉวากครับ ผมยังไม่เคยเข้าชมเลย ครั้งนี้ก็มาได้แค่ป้าย -_-“






เวลา 9 โมง 51 นาที ผมก็จอดถ่ายป้ายนี้ครับ ผมว่าเส้นทางสุพรรณขึ้นเหนือ

ถนนดีนะครับ รถก็ไม่เยอะมากนัก สบายๆสำหรับ 2 ล้อ อย่างเราๆครับ




จากนั้น 10 โมง 33 นาที ผมก็จอดอีกครั้งกับป้ายจังหวัดอุทัยธานีครับ มรดกโลกห้วยขาแข้ง

ต้องมาให้ได้ครับ ไกล้แค่นี้ มีวัดท่าซุง ท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำครับ




จากนั้น 10 โมง 48 นาทีผมก็มาถึงป้ายนครสวรรค์แล้ว เวลาขับรถมาผมก็ขับผ่านไป ให้รีบๆถึงจุดหมาย

ซึ่งแตกต่างจากครั้งนี้มากครับ เรียกได้ว่ามันคนละฟีลลลลล 555++




ปล.ผมแวะเติมน้ำมันครั้งแรกที่นี่ครับ จากบ้านวิ่งไป 311.5 ก.ม. เติมไป 12.67 ลิตร

เท่ากับว่ากินน้ำมัน 24.58 ก.ม./ลิตร เรียกได้ว่ายิ่งซัดยิ่งซดครับ






แล้วผมก็เข้าสู่กำแพงเพชรเมื่อเวลา 11 โมง 42 นาที ครับ นานใช้ได้เลย

ปกติไม่ได้ดูเวลาก็เรื่อยๆครับ พอนั่งทำรีวิวแล้วนับเวลาเลยทำให้รู้สึกว่านานนะเนี่ย




เวลาเที่ยง 51 นาที ก็ถึงเมืองตาก

ปล.ถนนจากกำแพงเพชรเข้าตากนี่มันแย่จริงๆ มากี่ทีๆก็แย่คงเส้นคงวา เฮ่อออ




จากป้ายนั้นขี่รถต่อมาอีกซักพัก แลไปทางซ้ายเห็นเมฆดำทะมึน เลี้ยวฝั่บเข้าไปเลยครับ

เข้าไปหาป้ายถ่ายกับเมฆ 555++




จากนั้นผมก็ขี่รถผ่านเมืองตาก แวะปตท. กินข้าว

ในขณะที่นั่งทอดอาลัยนั้น เมฆฝนดำๆก็ลอยมา ผมเลยจำใจรีบออกเดินทางต่อ

โดนฝนไปเล็กน้อยพอชื่นใจ แล้วก็มาถึงที่นี่เวลา บ่ายสองโมงสี่สิบเก้านาที




ผ่านป้ายนั้นไม่นานก็มาป้ายนี้ครับ ถนนสายบุญ :--)




ผมเติมน้ำมันที่ปั๊มไกล้ๆป้ายนี้ครับ โดยจากปั๊มที่แล้วถึงที่นี่วิ่งไป 333.4 ก.ม.

เติมน้ำมันไป 12.81 ลิตร แปลว่ากินน้ำมัน 26.02 ก.ม./ลิตร ดีขึ้นนะเนี่ย






หลังจากนั้นผมก็ขี่รถผ่านเมืองลำปางเพื่อไปเชียงใหม่ มีแวะกินกาแฟที่ร้านป่าดงดิบ ;p Amazon น่ะครับ

แล้วผมก็โทรหาน้องรัก เผื่อมันอยู่เชียงใหม่

แต่ปรากฎว่ามันพาแฟนมาสอบตำรวจที่ลำปางพอดีเชียว เลยนัดกันซะ (ก็ไอ้การสอบรอบที่มีการโกงข้อสอบนั่นแหละครับ -..-)

ก็แวะไปไหว้พ่อแม่ของไอ้น้องรัก ไปดูน้องหมาพิตบูลชื่อซูซี่

ที่ผมกับมันพากันไปซื้อที่ชลบุรี ตั้งแต่ซูซี่อายุแค่ 2 สัปดาห์

จนตอนนี้ตัวใหญ่ชิบเลยครับ แล้วก็กินข้าวเย็นกัน

แล้วก็กลับเชียงใหม่กันออกจากลำปางสองทุ่มกว่าแหละครับ

ปล.มันคนพื้นที่ ขับโคตรเร็ว โค้งดอยขุนตาล มันเอากระบะสาดโค้งไม่ปราณีเลย -..-

จากนั้นก็มาแยกกันที่เชียงใหม่ ผมก็ขี่รถหาที่พักแถวถนนนิมมานต์

ดันเต็มซะส่วนใหญ่ ไม่น่าชะล่าใจเลย เห็นว่าเป็นวันอาทิตย์ แถมไม่ชนหยุดยาว เลยไม่จองมาก่อน

วนประมาณ 40 นาที ก็มาได้ที่นี่ครับ ห้องสุดท้าย พี่ยามทำหน้าที่ทุกอย่าง

ทั้งเฝ้ายาม ทั้งลงทะเบียนแขก แหล่มครับพี่ ปล.เข้าห้องได้ก็ห้าทุ่มนิดๆเลยล่ะครับ




วันที่ 10 มิ.ย. 2555 ก็จบลงเพียงเท่านี้ครับ

ปล.รูปวิวมีถ่ายมานะครับ แต่มันอยู่วันหลังๆ เค้าล้อเล่น

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่