เหนือมนตรา ตอนที่ 7

กระทู้สนทนา
กาแฟสดหอมกรุ่นกับข้าวตังหน้าตั้งที่ท่านเจ้าของบ้านสั่งมารับรองแขกในยามเช้าช่างเป็นอาหารยามเช้าที่เลิศรสของวรัญญาเหลือเกิน

“ กาแฟหอมจังนะคะ  เป็นกาแฟที่หอมที่สุดเท่าที่ฉันเคยดื่มมาเชียวนะคะ  ”
“ ผมดีใจที่คุณชอบ  มันเป็นกาแฟที่เราปลูกเองและคั่วบดกันเอง  ”
“ ฉันเพิ่งทราบนะคะว่ากาแฟที่คั่วบดเองมันจะหอมและรสชาติดีได้ขนาดนี้  เพราะปรกติฉันจะดื่มแต่กาแฟสำเร็จรูป  ”

พระเจ้าหัตถากานต์ยิ้มละมัย

“ คุณกับคุณภควัตเป็นเพื่อนกันมานานแล้วหรือ  ”
“ ความจริงฉันเป็นเพื่อนกับดาเขานะค่ะ  กับคุณวัตก็เพิ่งได้มารู้จักกันที่นี่  ”
“ หรือครับ  ”
“ ดากับคุณวัตเขาเป็นเพื่อสนิทกันค่ะ  เขาคบกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว  นี่ได้ขึ้นมาเชียงใหม่ก็เลยขึ้นมาเยี่ยมคุณวัตและก็เอาของฝากจากอาคุณวัตมาให้ด้วย  ”

วรัญญาพูด  สายตาของเธออดจะมองแหวนที่พระเจ้าหัตถากานต์สวมอยู่ที่นิ้มกลางข้างซ้ายไม่ได้

“ เมืองเหนือในสายตาของคุณเป็นอย่างไรบ้างครับ  ”
“ สวยค่ะเป็นเมืองที่สวยงามสมคำล่ำลือ  ถ้าฉันอยู่ที่เมืองไทยคงหาโอกาสขึ้นมาเที่ยวบ่อยๆแน่นอน  ”
“ แล้วทำไมคุณถึงไม่กลับมาอยู่เมืองไทย  ”
“ ถ้าถามว่าอยากกลับมาอยู่ที่เมืองไทยไหม  ฉันก็ขอตอบว่าอยากกลับมาค่ะ  แต่ฉันคต้องช่วยคุณพ่อกับคุณแม่ค้าขายที่โน่น  ก็ไม่ทราบว่าเมื่อใดจึงจะได้ย้ายกลับมาอยู่ที่เมืองไทยของเรา  ”
“ กิจการหรือ  ”
“ ค่ะ  ฉันต้องช่วยทางบ้านค้าขาย  ”
“ ขายอัญมณี  ”
“ คุณทราบได้อย่างไรค่ะว่าฉันขายพวกอัญมณี  ”

วรัญญาตาโต  ถามองค์หัตถากานต์อย่างแปลกใจที่เขารู้ว่าเธอทำอาชีพอะไร  แต่องค์หัตถากานต์ทรงพระสรวลเบาๆ

“ ถ้าผมต้องการจะรู้อะไรผมก็รู้  ”

เป็นคำตอบที่วรัญญามึนเหมือนกัน

“ คุณเชี่ยวชาญเรื่องอัญมณีและสนใจมันมาก  ”
“ อย่าพูดว่าเชี่ยวชาญเลยค่ะ  เอาแค่พอรู้บ้างเพราะว่ามีอาชีพแบบนี้มันจำเป็นต้องรู้ค่ะ  ”
“ คุณเข้าใจพูดถ่อมตนนะ  ”

วรัญญาหัวเราะให้กับคู่สนทนาและสายตาของเธอก็มองพระธำมรงค์วงงามอย่างสนใจเหลือเกิน

“ แหวนของคุณสวยเหลือเกิน  ”

พระเจ้าหัตถากานต์พระสรวลเบาๆทอดพระเนตรพระธำมรงค์ของพระองค์

“ แหวนวงนี้เป็นแหวนประจำตัวของผม  ”
“ เพชรเขี้ยวพญานาค  ”
“ อะไรนะคะ  เขี้ยวพญานาคหรือ  ”

วรัญญาทวนคำ  เธอรู้สึกตื่นเต้นที่สุด  รัศมีแห่งน้ำเพชรส่องประกายวูบเข้าตาของหญิงสาวอย่างบังเอิญ

๐๐๐๐๐

ความงดงามแห่งเพชรที่ประดับอยู่บนนิ้วกลางซ้ายของเจ้าหัตถากานต์ที่วรัญญาได้เห็นอย่างจะจะและใกล้ชิดทำให้วรัญญากลับมานั่งครุ่นคิด เธอนึกนึกครั้งหนึ่งในวัยเยาว์

“ ให้หนูช่วยไหมคะคุณย่าทวด  ”

เด็กหญิงลงนั่งข้างๆคุณย่าทวดที่กำลังทำความสะอาดเครื่องประดับอยู่ หญิงชราถึงกับยิ้มอย่าเอ็นดู

“ เอาสิลูก หัดทำเอาไว้ก้ดี มาย่าทวดจะสอนให้เจ้า  ”
“ อันนี้เพชรใช่ไหมคะ  ”

แม่หนูน้อยหยิบแหวนวงใหญ่ขึ้นมาดูแล้วถามอย่างสนใจ

“ เพชรลูก วงนี้เป็นเพชรสีชมพู เพชรสีชมพูเนี่ยเขาไม่นิยมเอามาล้อมพลอยเพราะมันสวยของมันอยู่แล้วจำเอาไว้นะ  ”
“ เพชรมีกี่สีคะคุณย่าทวด  ”
“ มีหลายสี แต่เพชรที่สวยที่สุดมีค่าที่สุดคือเพชรไม่มีสี น้ำยิ่งใสเท่าไหร่ยิ่งมีค่ามาก  ”
“ แต่อันนี้ก็สวยนี่คะสีแดง  ”
“ นั่นน่ะเขาเรียกทับทิมลูก ทับทิมก็มีค่าสูงโดยเฉพาะทับทิมสยาม ทับทิมบางเม็ดราคาแพงมากจนเทียบเท่าเพชรทีเดียว  ”
“ คนทุกคนเขาชอบเพชรพลอยใช่ไหมคะ  ”
“ ใช่ลูก ไม่มีใครปฏิเสธความงามของเพชรของพลอยเพราะมันเป็นสิ่งมีค่าสูงไม่เพียงแต่เอามาทำเป็นเครื่องประดับทำสร้อยทำแหวนเท่านั้นนะ บางอย่างมันยังมีอำนาจมีพลังในตัวเป็นเครื่องรางคุ้มกันภัยคุ้มครองเราได้  ”
“ หนูชอบเพชร มันเป็นประกายวาวาวับและสีของมันดูสะอาดกว่าพลอยอย่างอื่น  ”
“ เพชรใครๆก็ชอบทั้งนั้นแหละหลาน ความงดงามของเพชรเปรียบได้กับนางพญาของอัญมณีทั้งปวง  ”
“ แล้วเพชรอะไรดีที่สุด สวยที่สุด และก็แพงที่สุดคะ  ”
“ คุณค่าของเพชรมันสูงค่าทุกเม็ด ค่าของมันถ้าเปรียบเทียบกันก็เสมอกันนะหลาน แต่  ”
“ แต่อะไรคะ  ”
“ แต่ยังมีเพชรอยู่ชนิดหนึ่ง ที่สวยงามสูงค่าจนไม่สามารถประเมินราคาได้เลย  ”
“ เพชรอะไรคะ ทำไมถึงได้สูงค่าจนประเมินราคาไม่ได้ มันคงวิเศษกว่าเพชรชนิดอื่นๆใช่ไหมคะ  ”
“ วิเศษสิลูก มันคือเพชรเคี้ยวพญานาค สูงค่าสูงส่งจนไม่มีเพชรชนิดใดไปเปรียบได้  ”
“ คุณย่าทวดมีไหมคะเพชรเขี้ยวพญานาค  ”
“ ไม่มีหรอกลูก เพชรชนิดนี้ไม่มีใครเคยได้ครอบครองเป็นเจ้าของได้ ยิ่งสามัญชนอย่างเราแค่คิดยังไม่กล้าเลยลูกเอ๋ย  ”
“ ทำไมล่ะคะ  ”
“ เพชรเขี้ยวพญานาคเป็นของสูง ในตำนานกล่าวเอาไว้ว่าเป็นสมบัติอันล้ำค่าที่จะติดองค์พญานาคและไม่ใช่ว่าจะพญานาคทุกองค์นะที่จะมีเพชรชนิดนี้ประจำพระองค์ได้ นอกจากเป็นเจ้าแห่งพญานาคเท่านั้น หรือถ้าพูดอีกทีก็เป็นพระมหากษัตริย์ของพญานาค หากใครพบเห็นเพชรชนิดนี้บนนิ้วมือของใครจงมั่นใจได้เลยว่าท่านผู้นั้นคือองค์กษัตริย์แห่งพญานาค  ”

วรัญญาตื่นจากความคิดในอดีต  ย่าทวดของเธอคงจะฟังมาแต่คำล้ำคือในตำนานและยึดถือเชื่อมั่นไปแบบนั้นวันนี้เธอได้พบเห็นเขี้ยวพญานาคแล้ว  มันงดงามเหนือคำบรรยายอย่างที่ย่าทวดเล่า  แต่ผู้เป็นเจ้าของสวมใส่เป็นแค่เศรษฐีชาวเหนือเท่านั้น  ไม่ใช่พญานาคอย่างที่ย่าทวดบอกเล่าสักหน่อยเธอไม่ปฏิเสธว่าในชีวิตเพิ่งเคยพบเห็นเพชรงดงามล้ำเลิศก็วันนี้  ช่างงดงามเจิดจรัสเหนือเพชรชนิดใดเหลือเกิน  วรัญญาหลับตานึกภาคองค์หัตถากานต์คือพญานาคผู้งามสง่าประทับอยู่บนบัลลังก์ทองเพริศแพร้ว  แล้ววรัญญาก็หัวเราะเบาๆที่เธอคิดอะไรเช่นนั้น  สรีดาเปิดประตูเข้ามาเห็นเพื่อนนั่งหัวเราะคนเดียวก็เย้าเพื่อน

“ นั้นแหน่ะเกิดอะไรขึ้นจ๊ะถึงได้นั่งยิ้มหวานอยู่คนเดียว  ตั้งแต่กลับมาจากบ้านคุณกานต์ดาว่าญาจะอารมณ์เคลิบเคลิ้มฝันหวานอยู่ตลอดเลยนะ  ”
“ บ้าแล้ว  ใครฝันหวานแค่คิดอะไรที่มันเกินปรกติไปสักหน่อยเท่านั้นเอง  ”
“ อะไรกันเกินปรกติ  หรือว่า  นั่นแน่  ”
“ นี่เธอคิดอะไรกันแน่  ชักจะไปใหญ่แล้วนะ  ไม่เอาไม่คุยเรื่องนี้แล้ว  ”
“ ไม่คุย  เอ๊ะยิ่งน่าสงสัยเพื่อนเรามีอะไรพิเศษกันแน่  กาแฟบ้านคุณกานต์คงหวานหอมจนใครบอกคนประทับใจไม่อยากกลับแล้วละมัง  ”
“ นี่อย่าคิดอย่าพูดอะไรน่าเกลียดออกไปนะ  เดี๋ยวใครเขามาได้ยินเขาจะเข้าใจผิดกันไป  ”
“ ไม่ล้อก็ได้ว่าแต่เธอเตรียมตัวเสร็จหรือยัง  ”
“ เสร็จแล้วจ่ะ  ไปกันเลยก็ได้  ”
“ วันนี้วัตจะพาเราไปเที่ยวน้ำตกบอกว่าสวยมาก  ”
“ ดาเอาผ้าไปเปลี่ยนลงเล่นน้ำด้วยหรือเปล่า   ”
“ เอาไปสิคะ  ไปเล่นน้ำตกก็ต้องเอาป้าไปเปลี่ยนญาเตรียมเอาไปให้พร้อมเลยนะ  ”

ภควัตพาสรีดาและวรัญญามาเที่ยวที่น้ำตก  สองสาวขอลงเล่นน้ำที่ใสเย็นน่าเล่นส่วนภควัตเขาไม่ได้ลงเล่นน้ำเพราะไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยนจึงเดินดูดอกไม้ในบริเวณใกล้ๆ กล้วยไม้ป่าช่างสวยงามเหลือเกิน  ฟ้ามุ่นฟ้าช้างเผือกหางกระรอกออกดอกชูช่อเหมือนเอามาผูกติดไว้กับต้นไม้ใหญ่ให้สวยงามดารดาษ  เถาวัลย์ที่ห้อยโรยตัวลงมาจากต้นไม้ใหญ่เหมืองชิงช้าที่ใครจงใจผูกเอาไว้โยงเล่น  ดอกเถาว์ไม้สีส้มสดสลับกับสีขาวปนเหลือง  นี่หรือคือผลงานของธรรมชาติล้วนๆ  สวยงามเหมือนถูกตกแต่งก็ว่าได้  ภควัตเพลิดเพลินจนเดินเข้ามายังลานกว้างที่เต็มไปด้วยดอกไม้ดอกเล็กๆสีขาวสะพรั่งไปทั่วทั้งลาน  จากลานดอกไม้คือหน้าผาสูงที่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ร่มครึ้มและเถาไม้ที่ย้อยลงมาเหมือนม่านเถาไม้ทั้งหน้าผา

“ ทำไมที่นี่ถึงได้สวยงามอย่างนี้นะ  เป็นสวนสวรรค์ของเทพทั้งปวงหรือไร  ”

ความงดวงามเบื้องหน้าภควัตรู้สึกว่าเหมือนว่าตัวเองกำลังเดินอยู่ในอุทยานของเทพ  กลิ่นหอมรวยรื่นยิ่งสูดดมก็ให้รู้สึกไม่อิ่มเอมเพียงพอ  กลิ่นที่แสนจะคุ้นเคย  ความหอมที่แสนจะประทับใจ  ความงวดงามที่เหมือนปลุกความรู้สึกบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ความรู้สึกอย่างประหลาด  ภควัตลงมาจนถึงม่านเถาไม้แล้วสังเกตุเห็นว่าหลังม่านเถาวัลย์ที่ออกดอกงดงามเป็นสายนั้นมีทางเข้าไปเหมือนมีถ้ำ  เขาจึงจะเข้าไป

“ อยากรู้นักว่าในถ้ำนั้นจะสวยงามเพียงไหน  ”
“ ท่านอย่าเข้าไป  ”

น้ำเสียงที่ร้องห้ามดังอยู่ไม่ห่างจากตัวของชายหนุ่ม  ภควัตชะงักและหันมอง  หญิงสาวสองคนยืนถือตระกร้าที่ใส่ดอกไม้เอาไว้เต็ม  ท่าทางยืนสำรวมเรียบร้อยภควัตจึงยิ้มให้อย่างไมตรี

“ นั่นเป็นถ้ำใช่ไหมครับ  ”
“ ใช่ค่ะ  ท่านอย่าเข้าไปเลยนะคะ  เพราะในนั้นมีงูอาศัยอยู่มันจะเป็นอันตรายถ้าท่านจะเข้าไป  ”

ภควัตใจหาย  ยังนึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่นานนั้นได้ดีที่เขาประจันหน้ากับเจ้าจงอางตัวนั้น  ดังนั้นคำเตือนของหญิงสาวสองคนนี่จึงได้ผลทันที

“ ขอบคุณมากครับที่บอกผม  ผมไม่ทราบเห็นว่าเป็นถ้ำก็เลยคิดจะเดินเข้าไปดูข้างใน  ”


หญิงสาวสองคนมองภควัตเธอยิ้มอย่างยินดีโดยที่ภควัตไม่รู้ตัว  หญิงสาวทั้งสองคนหันหลังเดินออกไปภควัตหันไปมองที่ปากทางเข้าถ้ำอีกครั้งก่อนจะรีบเดินออกมาจากที่นั่นเพราะใจหวั่นเกรงว่าอาจจะพบเจอกับเจ้าของถ้ำตัวโตก็เป็นได้
ภควัตกลับมาที่แอ่งน้ำตก  สรีดากับวรัญญายังแช่น้ำคุยกันกระหนุงกระหนิงชายหนุ่มจึงไม่อยากรบกวนความสำราญของเพื่อน  เสียงน้ำตกที่ดังซ่านซ่าและความเย็นร่มรื่นเขาจึงนอนเล่นบนเสื่อที่ปูเอาไว้  หลับตาคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไม่นานภควัตก็หลับ
ในห้วงแห่งความฝัน  ภควัตนอนเอนกายอย่างสบายใจในลานดอกไม้  และที่หน้าแปลกคือตัวของเขาไมได้ตั้งตัวอย่างโลกปัจจุบัน  แต่แต่งกายด้วยอาภรณ์ที่แปลกตา  มีเครื่องประดับอย่างโบราณแต่งประดับตั้งแต่บนศีรษะจรดข้อเท้ายังกับเจ้าชายโบราณที่เขาเคยเห็นในภาพเขียนของจิตรกร  ผมที่ยาวมัดครอบด้วยรัดเกล้า  สวมเสื้อแขนยาวคอตั้งรอบคอและรอบแขนปักดิ้นสีทองอย่างงดงามตัดกับตัวเสื้อสีน้ำตาลเข้มที่เป็นผ้าเลื่อมระยับทั้งตัวสีเดียวกับกางเกงขายาวปักลายทองรอบข้อเท้า  ผ้าคาดเอวสีทองผืนยาวที่ถักทอด้วยผ้าไหมละเอียดปราณีต  มีสร้อยสังวาลสะพายเฉียงไหล่ดูงดงามเหลือเกิน  ที่สุดจะแปลกตาก็คือ  สร้อยที่สวมคอนั้นเป็นตัวพญานาคทั้งตัวที่ทำจากทองคำประดับเพชรงดงามเข้าชุดทั้งข้อมือและข้อเท้า  เสียงเรียกหวานละมุนภควัตหันไปมองแล้วรีบเดินไปหา  สตรีผู้เลอโฉมที่กำลังนั่งบนชิงช้า

“ เจ้าพี่เพคะ  ”
“ นักขวราช  ”

ภควัตสะดุ้งตื่น สรีดากับวรัญญานั่งมองแล้วหัวเราะเมื่อเขาตื่นแล้วทำสีหน้าตกใจแล้วรีบลุกขึ้นนั่ง

“ ตกใจหรือไงกำลังฝันเพลินสิท่าใช่ไหม  ”
“ ขึ้นกันมานานแล้วหรือ  ”
“ เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็มานั่งกำลังปรึกษากับญาว่าจะเอายังไงจะปลุกหรือปล่อยให้เธอหลับต่ออีกสักเดี๋ยวก็พอเธอตื่นขึ้นมาแล้วทำท่าเหมือนตกใจ  ”
“ เผลอหลับไปน่ะ  อากาศเย็นๆ  เสียงน้ำตกซ่านซ่าฟังแล้วเพลินก็เลยหลับ  ”
“ กินของว่างกันดีกว่านี่ก็บ่ายกว่าแล้วนะ  เราเล่นน้ำกันซะนาน  ”

สรีดากับวรัญญาจัดเอาของกินออกมาจากตระกร้า  ภควัตนั่งมองสองสาวช่วยกันแต่ใจของเขานึกถึงความฝันเมื่อครู่อย่างประหลาดใจทำไมเขาจึงฝันไปได้แบบนั้น  ฝันเห็นนักขวราชข้องสาวคนสวยของหัตถากานต์ด้วย







...พิมพ์พิลาสฒ์...
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่