กาแฟสดหอมกรุ่นกับข้าวตังหน้าตั้งที่ท่านเจ้าของบ้านสั่งมารับรองแขกในยามเช้าช่างเป็นอาหารยามเช้าที่เลิศรสของวรัญญาเหลือเกิน
“ กาแฟหอมจังนะคะ เป็นกาแฟที่หอมที่สุดเท่าที่ฉันเคยดื่มมาเชียวนะคะ ”
“ ผมดีใจที่คุณชอบ มันเป็นกาแฟที่เราปลูกเองและคั่วบดกันเอง ”
“ ฉันเพิ่งทราบนะคะว่ากาแฟที่คั่วบดเองมันจะหอมและรสชาติดีได้ขนาดนี้ เพราะปรกติฉันจะดื่มแต่กาแฟสำเร็จรูป ”
พระเจ้าหัตถากานต์ยิ้มละมัย
“ คุณกับคุณภควัตเป็นเพื่อนกันมานานแล้วหรือ ”
“ ความจริงฉันเป็นเพื่อนกับดาเขานะค่ะ กับคุณวัตก็เพิ่งได้มารู้จักกันที่นี่ ”
“ หรือครับ ”
“ ดากับคุณวัตเขาเป็นเพื่อสนิทกันค่ะ เขาคบกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว นี่ได้ขึ้นมาเชียงใหม่ก็เลยขึ้นมาเยี่ยมคุณวัตและก็เอาของฝากจากอาคุณวัตมาให้ด้วย ”
วรัญญาพูด สายตาของเธออดจะมองแหวนที่พระเจ้าหัตถากานต์สวมอยู่ที่นิ้มกลางข้างซ้ายไม่ได้
“ เมืองเหนือในสายตาของคุณเป็นอย่างไรบ้างครับ ”
“ สวยค่ะเป็นเมืองที่สวยงามสมคำล่ำลือ ถ้าฉันอยู่ที่เมืองไทยคงหาโอกาสขึ้นมาเที่ยวบ่อยๆแน่นอน ”
“ แล้วทำไมคุณถึงไม่กลับมาอยู่เมืองไทย ”
“ ถ้าถามว่าอยากกลับมาอยู่ที่เมืองไทยไหม ฉันก็ขอตอบว่าอยากกลับมาค่ะ แต่ฉันคต้องช่วยคุณพ่อกับคุณแม่ค้าขายที่โน่น ก็ไม่ทราบว่าเมื่อใดจึงจะได้ย้ายกลับมาอยู่ที่เมืองไทยของเรา ”
“ กิจการหรือ ”
“ ค่ะ ฉันต้องช่วยทางบ้านค้าขาย ”
“ ขายอัญมณี ”
“ คุณทราบได้อย่างไรค่ะว่าฉันขายพวกอัญมณี ”
วรัญญาตาโต ถามองค์หัตถากานต์อย่างแปลกใจที่เขารู้ว่าเธอทำอาชีพอะไร แต่องค์หัตถากานต์ทรงพระสรวลเบาๆ
“ ถ้าผมต้องการจะรู้อะไรผมก็รู้ ”
เป็นคำตอบที่วรัญญามึนเหมือนกัน
“ คุณเชี่ยวชาญเรื่องอัญมณีและสนใจมันมาก ”
“ อย่าพูดว่าเชี่ยวชาญเลยค่ะ เอาแค่พอรู้บ้างเพราะว่ามีอาชีพแบบนี้มันจำเป็นต้องรู้ค่ะ ”
“ คุณเข้าใจพูดถ่อมตนนะ ”
วรัญญาหัวเราะให้กับคู่สนทนาและสายตาของเธอก็มองพระธำมรงค์วงงามอย่างสนใจเหลือเกิน
“ แหวนของคุณสวยเหลือเกิน ”
พระเจ้าหัตถากานต์พระสรวลเบาๆทอดพระเนตรพระธำมรงค์ของพระองค์
“ แหวนวงนี้เป็นแหวนประจำตัวของผม ”
“ เพชรเขี้ยวพญานาค ”
“ อะไรนะคะ เขี้ยวพญานาคหรือ ”
วรัญญาทวนคำ เธอรู้สึกตื่นเต้นที่สุด รัศมีแห่งน้ำเพชรส่องประกายวูบเข้าตาของหญิงสาวอย่างบังเอิญ
๐๐๐๐๐
ความงดงามแห่งเพชรที่ประดับอยู่บนนิ้วกลางซ้ายของเจ้าหัตถากานต์ที่วรัญญาได้เห็นอย่างจะจะและใกล้ชิดทำให้วรัญญากลับมานั่งครุ่นคิด เธอนึกนึกครั้งหนึ่งในวัยเยาว์
“ ให้หนูช่วยไหมคะคุณย่าทวด ”
เด็กหญิงลงนั่งข้างๆคุณย่าทวดที่กำลังทำความสะอาดเครื่องประดับอยู่ หญิงชราถึงกับยิ้มอย่าเอ็นดู
“ เอาสิลูก หัดทำเอาไว้ก้ดี มาย่าทวดจะสอนให้เจ้า ”
“ อันนี้เพชรใช่ไหมคะ ”
แม่หนูน้อยหยิบแหวนวงใหญ่ขึ้นมาดูแล้วถามอย่างสนใจ
“ เพชรลูก วงนี้เป็นเพชรสีชมพู เพชรสีชมพูเนี่ยเขาไม่นิยมเอามาล้อมพลอยเพราะมันสวยของมันอยู่แล้วจำเอาไว้นะ ”
“ เพชรมีกี่สีคะคุณย่าทวด ”
“ มีหลายสี แต่เพชรที่สวยที่สุดมีค่าที่สุดคือเพชรไม่มีสี น้ำยิ่งใสเท่าไหร่ยิ่งมีค่ามาก ”
“ แต่อันนี้ก็สวยนี่คะสีแดง ”
“ นั่นน่ะเขาเรียกทับทิมลูก ทับทิมก็มีค่าสูงโดยเฉพาะทับทิมสยาม ทับทิมบางเม็ดราคาแพงมากจนเทียบเท่าเพชรทีเดียว ”
“ คนทุกคนเขาชอบเพชรพลอยใช่ไหมคะ ”
“ ใช่ลูก ไม่มีใครปฏิเสธความงามของเพชรของพลอยเพราะมันเป็นสิ่งมีค่าสูงไม่เพียงแต่เอามาทำเป็นเครื่องประดับทำสร้อยทำแหวนเท่านั้นนะ บางอย่างมันยังมีอำนาจมีพลังในตัวเป็นเครื่องรางคุ้มกันภัยคุ้มครองเราได้ ”
“ หนูชอบเพชร มันเป็นประกายวาวาวับและสีของมันดูสะอาดกว่าพลอยอย่างอื่น ”
“ เพชรใครๆก็ชอบทั้งนั้นแหละหลาน ความงดงามของเพชรเปรียบได้กับนางพญาของอัญมณีทั้งปวง ”
“ แล้วเพชรอะไรดีที่สุด สวยที่สุด และก็แพงที่สุดคะ ”
“ คุณค่าของเพชรมันสูงค่าทุกเม็ด ค่าของมันถ้าเปรียบเทียบกันก็เสมอกันนะหลาน แต่ ”
“ แต่อะไรคะ ”
“ แต่ยังมีเพชรอยู่ชนิดหนึ่ง ที่สวยงามสูงค่าจนไม่สามารถประเมินราคาได้เลย ”
“ เพชรอะไรคะ ทำไมถึงได้สูงค่าจนประเมินราคาไม่ได้ มันคงวิเศษกว่าเพชรชนิดอื่นๆใช่ไหมคะ ”
“ วิเศษสิลูก มันคือเพชรเคี้ยวพญานาค สูงค่าสูงส่งจนไม่มีเพชรชนิดใดไปเปรียบได้ ”
“ คุณย่าทวดมีไหมคะเพชรเขี้ยวพญานาค ”
“ ไม่มีหรอกลูก เพชรชนิดนี้ไม่มีใครเคยได้ครอบครองเป็นเจ้าของได้ ยิ่งสามัญชนอย่างเราแค่คิดยังไม่กล้าเลยลูกเอ๋ย ”
“ ทำไมล่ะคะ ”
“ เพชรเขี้ยวพญานาคเป็นของสูง ในตำนานกล่าวเอาไว้ว่าเป็นสมบัติอันล้ำค่าที่จะติดองค์พญานาคและไม่ใช่ว่าจะพญานาคทุกองค์นะที่จะมีเพชรชนิดนี้ประจำพระองค์ได้ นอกจากเป็นเจ้าแห่งพญานาคเท่านั้น หรือถ้าพูดอีกทีก็เป็นพระมหากษัตริย์ของพญานาค หากใครพบเห็นเพชรชนิดนี้บนนิ้วมือของใครจงมั่นใจได้เลยว่าท่านผู้นั้นคือองค์กษัตริย์แห่งพญานาค ”
วรัญญาตื่นจากความคิดในอดีต ย่าทวดของเธอคงจะฟังมาแต่คำล้ำคือในตำนานและยึดถือเชื่อมั่นไปแบบนั้นวันนี้เธอได้พบเห็นเขี้ยวพญานาคแล้ว มันงดงามเหนือคำบรรยายอย่างที่ย่าทวดเล่า แต่ผู้เป็นเจ้าของสวมใส่เป็นแค่เศรษฐีชาวเหนือเท่านั้น ไม่ใช่พญานาคอย่างที่ย่าทวดบอกเล่าสักหน่อยเธอไม่ปฏิเสธว่าในชีวิตเพิ่งเคยพบเห็นเพชรงดงามล้ำเลิศก็วันนี้ ช่างงดงามเจิดจรัสเหนือเพชรชนิดใดเหลือเกิน วรัญญาหลับตานึกภาคองค์หัตถากานต์คือพญานาคผู้งามสง่าประทับอยู่บนบัลลังก์ทองเพริศแพร้ว แล้ววรัญญาก็หัวเราะเบาๆที่เธอคิดอะไรเช่นนั้น สรีดาเปิดประตูเข้ามาเห็นเพื่อนนั่งหัวเราะคนเดียวก็เย้าเพื่อน
“ นั้นแหน่ะเกิดอะไรขึ้นจ๊ะถึงได้นั่งยิ้มหวานอยู่คนเดียว ตั้งแต่กลับมาจากบ้านคุณกานต์ดาว่าญาจะอารมณ์เคลิบเคลิ้มฝันหวานอยู่ตลอดเลยนะ ”
“ บ้าแล้ว ใครฝันหวานแค่คิดอะไรที่มันเกินปรกติไปสักหน่อยเท่านั้นเอง ”
“ อะไรกันเกินปรกติ หรือว่า นั่นแน่ ”
“ นี่เธอคิดอะไรกันแน่ ชักจะไปใหญ่แล้วนะ ไม่เอาไม่คุยเรื่องนี้แล้ว ”
“ ไม่คุย เอ๊ะยิ่งน่าสงสัยเพื่อนเรามีอะไรพิเศษกันแน่ กาแฟบ้านคุณกานต์คงหวานหอมจนใครบอกคนประทับใจไม่อยากกลับแล้วละมัง ”
“ นี่อย่าคิดอย่าพูดอะไรน่าเกลียดออกไปนะ เดี๋ยวใครเขามาได้ยินเขาจะเข้าใจผิดกันไป ”
“ ไม่ล้อก็ได้ว่าแต่เธอเตรียมตัวเสร็จหรือยัง ”
“ เสร็จแล้วจ่ะ ไปกันเลยก็ได้ ”
“ วันนี้วัตจะพาเราไปเที่ยวน้ำตกบอกว่าสวยมาก ”
“ ดาเอาผ้าไปเปลี่ยนลงเล่นน้ำด้วยหรือเปล่า ”
“ เอาไปสิคะ ไปเล่นน้ำตกก็ต้องเอาป้าไปเปลี่ยนญาเตรียมเอาไปให้พร้อมเลยนะ ”
ภควัตพาสรีดาและวรัญญามาเที่ยวที่น้ำตก สองสาวขอลงเล่นน้ำที่ใสเย็นน่าเล่นส่วนภควัตเขาไม่ได้ลงเล่นน้ำเพราะไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยนจึงเดินดูดอกไม้ในบริเวณใกล้ๆ กล้วยไม้ป่าช่างสวยงามเหลือเกิน ฟ้ามุ่นฟ้าช้างเผือกหางกระรอกออกดอกชูช่อเหมือนเอามาผูกติดไว้กับต้นไม้ใหญ่ให้สวยงามดารดาษ เถาวัลย์ที่ห้อยโรยตัวลงมาจากต้นไม้ใหญ่เหมืองชิงช้าที่ใครจงใจผูกเอาไว้โยงเล่น ดอกเถาว์ไม้สีส้มสดสลับกับสีขาวปนเหลือง นี่หรือคือผลงานของธรรมชาติล้วนๆ สวยงามเหมือนถูกตกแต่งก็ว่าได้ ภควัตเพลิดเพลินจนเดินเข้ามายังลานกว้างที่เต็มไปด้วยดอกไม้ดอกเล็กๆสีขาวสะพรั่งไปทั่วทั้งลาน จากลานดอกไม้คือหน้าผาสูงที่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ร่มครึ้มและเถาไม้ที่ย้อยลงมาเหมือนม่านเถาไม้ทั้งหน้าผา
“ ทำไมที่นี่ถึงได้สวยงามอย่างนี้นะ เป็นสวนสวรรค์ของเทพทั้งปวงหรือไร ”
ความงดวงามเบื้องหน้าภควัตรู้สึกว่าเหมือนว่าตัวเองกำลังเดินอยู่ในอุทยานของเทพ กลิ่นหอมรวยรื่นยิ่งสูดดมก็ให้รู้สึกไม่อิ่มเอมเพียงพอ กลิ่นที่แสนจะคุ้นเคย ความหอมที่แสนจะประทับใจ ความงวดงามที่เหมือนปลุกความรู้สึกบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ความรู้สึกอย่างประหลาด ภควัตลงมาจนถึงม่านเถาไม้แล้วสังเกตุเห็นว่าหลังม่านเถาวัลย์ที่ออกดอกงดงามเป็นสายนั้นมีทางเข้าไปเหมือนมีถ้ำ เขาจึงจะเข้าไป
“ อยากรู้นักว่าในถ้ำนั้นจะสวยงามเพียงไหน ”
“ ท่านอย่าเข้าไป ”
น้ำเสียงที่ร้องห้ามดังอยู่ไม่ห่างจากตัวของชายหนุ่ม ภควัตชะงักและหันมอง หญิงสาวสองคนยืนถือตระกร้าที่ใส่ดอกไม้เอาไว้เต็ม ท่าทางยืนสำรวมเรียบร้อยภควัตจึงยิ้มให้อย่างไมตรี
“ นั่นเป็นถ้ำใช่ไหมครับ ”
“ ใช่ค่ะ ท่านอย่าเข้าไปเลยนะคะ เพราะในนั้นมีงูอาศัยอยู่มันจะเป็นอันตรายถ้าท่านจะเข้าไป ”
ภควัตใจหาย ยังนึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่นานนั้นได้ดีที่เขาประจันหน้ากับเจ้าจงอางตัวนั้น ดังนั้นคำเตือนของหญิงสาวสองคนนี่จึงได้ผลทันที
“ ขอบคุณมากครับที่บอกผม ผมไม่ทราบเห็นว่าเป็นถ้ำก็เลยคิดจะเดินเข้าไปดูข้างใน ”
หญิงสาวสองคนมองภควัตเธอยิ้มอย่างยินดีโดยที่ภควัตไม่รู้ตัว หญิงสาวทั้งสองคนหันหลังเดินออกไปภควัตหันไปมองที่ปากทางเข้าถ้ำอีกครั้งก่อนจะรีบเดินออกมาจากที่นั่นเพราะใจหวั่นเกรงว่าอาจจะพบเจอกับเจ้าของถ้ำตัวโตก็เป็นได้
ภควัตกลับมาที่แอ่งน้ำตก สรีดากับวรัญญายังแช่น้ำคุยกันกระหนุงกระหนิงชายหนุ่มจึงไม่อยากรบกวนความสำราญของเพื่อน เสียงน้ำตกที่ดังซ่านซ่าและความเย็นร่มรื่นเขาจึงนอนเล่นบนเสื่อที่ปูเอาไว้ หลับตาคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไม่นานภควัตก็หลับ
ในห้วงแห่งความฝัน ภควัตนอนเอนกายอย่างสบายใจในลานดอกไม้ และที่หน้าแปลกคือตัวของเขาไมได้ตั้งตัวอย่างโลกปัจจุบัน แต่แต่งกายด้วยอาภรณ์ที่แปลกตา มีเครื่องประดับอย่างโบราณแต่งประดับตั้งแต่บนศีรษะจรดข้อเท้ายังกับเจ้าชายโบราณที่เขาเคยเห็นในภาพเขียนของจิตรกร ผมที่ยาวมัดครอบด้วยรัดเกล้า สวมเสื้อแขนยาวคอตั้งรอบคอและรอบแขนปักดิ้นสีทองอย่างงดงามตัดกับตัวเสื้อสีน้ำตาลเข้มที่เป็นผ้าเลื่อมระยับทั้งตัวสีเดียวกับกางเกงขายาวปักลายทองรอบข้อเท้า ผ้าคาดเอวสีทองผืนยาวที่ถักทอด้วยผ้าไหมละเอียดปราณีต มีสร้อยสังวาลสะพายเฉียงไหล่ดูงดงามเหลือเกิน ที่สุดจะแปลกตาก็คือ สร้อยที่สวมคอนั้นเป็นตัวพญานาคทั้งตัวที่ทำจากทองคำประดับเพชรงดงามเข้าชุดทั้งข้อมือและข้อเท้า เสียงเรียกหวานละมุนภควัตหันไปมองแล้วรีบเดินไปหา สตรีผู้เลอโฉมที่กำลังนั่งบนชิงช้า
“ เจ้าพี่เพคะ ”
“ นักขวราช ”
ภควัตสะดุ้งตื่น สรีดากับวรัญญานั่งมองแล้วหัวเราะเมื่อเขาตื่นแล้วทำสีหน้าตกใจแล้วรีบลุกขึ้นนั่ง
“ ตกใจหรือไงกำลังฝันเพลินสิท่าใช่ไหม ”
“ ขึ้นกันมานานแล้วหรือ ”
“ เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็มานั่งกำลังปรึกษากับญาว่าจะเอายังไงจะปลุกหรือปล่อยให้เธอหลับต่ออีกสักเดี๋ยวก็พอเธอตื่นขึ้นมาแล้วทำท่าเหมือนตกใจ ”
“ เผลอหลับไปน่ะ อากาศเย็นๆ เสียงน้ำตกซ่านซ่าฟังแล้วเพลินก็เลยหลับ ”
“ กินของว่างกันดีกว่านี่ก็บ่ายกว่าแล้วนะ เราเล่นน้ำกันซะนาน ”
สรีดากับวรัญญาจัดเอาของกินออกมาจากตระกร้า ภควัตนั่งมองสองสาวช่วยกันแต่ใจของเขานึกถึงความฝันเมื่อครู่อย่างประหลาดใจทำไมเขาจึงฝันไปได้แบบนั้น ฝันเห็นนักขวราชข้องสาวคนสวยของหัตถากานต์ด้วย
...พิมพ์พิลาสฒ์...
เหนือมนตรา ตอนที่ 7
“ กาแฟหอมจังนะคะ เป็นกาแฟที่หอมที่สุดเท่าที่ฉันเคยดื่มมาเชียวนะคะ ”
“ ผมดีใจที่คุณชอบ มันเป็นกาแฟที่เราปลูกเองและคั่วบดกันเอง ”
“ ฉันเพิ่งทราบนะคะว่ากาแฟที่คั่วบดเองมันจะหอมและรสชาติดีได้ขนาดนี้ เพราะปรกติฉันจะดื่มแต่กาแฟสำเร็จรูป ”
พระเจ้าหัตถากานต์ยิ้มละมัย
“ คุณกับคุณภควัตเป็นเพื่อนกันมานานแล้วหรือ ”
“ ความจริงฉันเป็นเพื่อนกับดาเขานะค่ะ กับคุณวัตก็เพิ่งได้มารู้จักกันที่นี่ ”
“ หรือครับ ”
“ ดากับคุณวัตเขาเป็นเพื่อสนิทกันค่ะ เขาคบกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว นี่ได้ขึ้นมาเชียงใหม่ก็เลยขึ้นมาเยี่ยมคุณวัตและก็เอาของฝากจากอาคุณวัตมาให้ด้วย ”
วรัญญาพูด สายตาของเธออดจะมองแหวนที่พระเจ้าหัตถากานต์สวมอยู่ที่นิ้มกลางข้างซ้ายไม่ได้
“ เมืองเหนือในสายตาของคุณเป็นอย่างไรบ้างครับ ”
“ สวยค่ะเป็นเมืองที่สวยงามสมคำล่ำลือ ถ้าฉันอยู่ที่เมืองไทยคงหาโอกาสขึ้นมาเที่ยวบ่อยๆแน่นอน ”
“ แล้วทำไมคุณถึงไม่กลับมาอยู่เมืองไทย ”
“ ถ้าถามว่าอยากกลับมาอยู่ที่เมืองไทยไหม ฉันก็ขอตอบว่าอยากกลับมาค่ะ แต่ฉันคต้องช่วยคุณพ่อกับคุณแม่ค้าขายที่โน่น ก็ไม่ทราบว่าเมื่อใดจึงจะได้ย้ายกลับมาอยู่ที่เมืองไทยของเรา ”
“ กิจการหรือ ”
“ ค่ะ ฉันต้องช่วยทางบ้านค้าขาย ”
“ ขายอัญมณี ”
“ คุณทราบได้อย่างไรค่ะว่าฉันขายพวกอัญมณี ”
วรัญญาตาโต ถามองค์หัตถากานต์อย่างแปลกใจที่เขารู้ว่าเธอทำอาชีพอะไร แต่องค์หัตถากานต์ทรงพระสรวลเบาๆ
“ ถ้าผมต้องการจะรู้อะไรผมก็รู้ ”
เป็นคำตอบที่วรัญญามึนเหมือนกัน
“ คุณเชี่ยวชาญเรื่องอัญมณีและสนใจมันมาก ”
“ อย่าพูดว่าเชี่ยวชาญเลยค่ะ เอาแค่พอรู้บ้างเพราะว่ามีอาชีพแบบนี้มันจำเป็นต้องรู้ค่ะ ”
“ คุณเข้าใจพูดถ่อมตนนะ ”
วรัญญาหัวเราะให้กับคู่สนทนาและสายตาของเธอก็มองพระธำมรงค์วงงามอย่างสนใจเหลือเกิน
“ แหวนของคุณสวยเหลือเกิน ”
พระเจ้าหัตถากานต์พระสรวลเบาๆทอดพระเนตรพระธำมรงค์ของพระองค์
“ แหวนวงนี้เป็นแหวนประจำตัวของผม ”
“ เพชรเขี้ยวพญานาค ”
“ อะไรนะคะ เขี้ยวพญานาคหรือ ”
วรัญญาทวนคำ เธอรู้สึกตื่นเต้นที่สุด รัศมีแห่งน้ำเพชรส่องประกายวูบเข้าตาของหญิงสาวอย่างบังเอิญ
๐๐๐๐๐
ความงดงามแห่งเพชรที่ประดับอยู่บนนิ้วกลางซ้ายของเจ้าหัตถากานต์ที่วรัญญาได้เห็นอย่างจะจะและใกล้ชิดทำให้วรัญญากลับมานั่งครุ่นคิด เธอนึกนึกครั้งหนึ่งในวัยเยาว์
“ ให้หนูช่วยไหมคะคุณย่าทวด ”
เด็กหญิงลงนั่งข้างๆคุณย่าทวดที่กำลังทำความสะอาดเครื่องประดับอยู่ หญิงชราถึงกับยิ้มอย่าเอ็นดู
“ เอาสิลูก หัดทำเอาไว้ก้ดี มาย่าทวดจะสอนให้เจ้า ”
“ อันนี้เพชรใช่ไหมคะ ”
แม่หนูน้อยหยิบแหวนวงใหญ่ขึ้นมาดูแล้วถามอย่างสนใจ
“ เพชรลูก วงนี้เป็นเพชรสีชมพู เพชรสีชมพูเนี่ยเขาไม่นิยมเอามาล้อมพลอยเพราะมันสวยของมันอยู่แล้วจำเอาไว้นะ ”
“ เพชรมีกี่สีคะคุณย่าทวด ”
“ มีหลายสี แต่เพชรที่สวยที่สุดมีค่าที่สุดคือเพชรไม่มีสี น้ำยิ่งใสเท่าไหร่ยิ่งมีค่ามาก ”
“ แต่อันนี้ก็สวยนี่คะสีแดง ”
“ นั่นน่ะเขาเรียกทับทิมลูก ทับทิมก็มีค่าสูงโดยเฉพาะทับทิมสยาม ทับทิมบางเม็ดราคาแพงมากจนเทียบเท่าเพชรทีเดียว ”
“ คนทุกคนเขาชอบเพชรพลอยใช่ไหมคะ ”
“ ใช่ลูก ไม่มีใครปฏิเสธความงามของเพชรของพลอยเพราะมันเป็นสิ่งมีค่าสูงไม่เพียงแต่เอามาทำเป็นเครื่องประดับทำสร้อยทำแหวนเท่านั้นนะ บางอย่างมันยังมีอำนาจมีพลังในตัวเป็นเครื่องรางคุ้มกันภัยคุ้มครองเราได้ ”
“ หนูชอบเพชร มันเป็นประกายวาวาวับและสีของมันดูสะอาดกว่าพลอยอย่างอื่น ”
“ เพชรใครๆก็ชอบทั้งนั้นแหละหลาน ความงดงามของเพชรเปรียบได้กับนางพญาของอัญมณีทั้งปวง ”
“ แล้วเพชรอะไรดีที่สุด สวยที่สุด และก็แพงที่สุดคะ ”
“ คุณค่าของเพชรมันสูงค่าทุกเม็ด ค่าของมันถ้าเปรียบเทียบกันก็เสมอกันนะหลาน แต่ ”
“ แต่อะไรคะ ”
“ แต่ยังมีเพชรอยู่ชนิดหนึ่ง ที่สวยงามสูงค่าจนไม่สามารถประเมินราคาได้เลย ”
“ เพชรอะไรคะ ทำไมถึงได้สูงค่าจนประเมินราคาไม่ได้ มันคงวิเศษกว่าเพชรชนิดอื่นๆใช่ไหมคะ ”
“ วิเศษสิลูก มันคือเพชรเคี้ยวพญานาค สูงค่าสูงส่งจนไม่มีเพชรชนิดใดไปเปรียบได้ ”
“ คุณย่าทวดมีไหมคะเพชรเขี้ยวพญานาค ”
“ ไม่มีหรอกลูก เพชรชนิดนี้ไม่มีใครเคยได้ครอบครองเป็นเจ้าของได้ ยิ่งสามัญชนอย่างเราแค่คิดยังไม่กล้าเลยลูกเอ๋ย ”
“ ทำไมล่ะคะ ”
“ เพชรเขี้ยวพญานาคเป็นของสูง ในตำนานกล่าวเอาไว้ว่าเป็นสมบัติอันล้ำค่าที่จะติดองค์พญานาคและไม่ใช่ว่าจะพญานาคทุกองค์นะที่จะมีเพชรชนิดนี้ประจำพระองค์ได้ นอกจากเป็นเจ้าแห่งพญานาคเท่านั้น หรือถ้าพูดอีกทีก็เป็นพระมหากษัตริย์ของพญานาค หากใครพบเห็นเพชรชนิดนี้บนนิ้วมือของใครจงมั่นใจได้เลยว่าท่านผู้นั้นคือองค์กษัตริย์แห่งพญานาค ”
วรัญญาตื่นจากความคิดในอดีต ย่าทวดของเธอคงจะฟังมาแต่คำล้ำคือในตำนานและยึดถือเชื่อมั่นไปแบบนั้นวันนี้เธอได้พบเห็นเขี้ยวพญานาคแล้ว มันงดงามเหนือคำบรรยายอย่างที่ย่าทวดเล่า แต่ผู้เป็นเจ้าของสวมใส่เป็นแค่เศรษฐีชาวเหนือเท่านั้น ไม่ใช่พญานาคอย่างที่ย่าทวดบอกเล่าสักหน่อยเธอไม่ปฏิเสธว่าในชีวิตเพิ่งเคยพบเห็นเพชรงดงามล้ำเลิศก็วันนี้ ช่างงดงามเจิดจรัสเหนือเพชรชนิดใดเหลือเกิน วรัญญาหลับตานึกภาคองค์หัตถากานต์คือพญานาคผู้งามสง่าประทับอยู่บนบัลลังก์ทองเพริศแพร้ว แล้ววรัญญาก็หัวเราะเบาๆที่เธอคิดอะไรเช่นนั้น สรีดาเปิดประตูเข้ามาเห็นเพื่อนนั่งหัวเราะคนเดียวก็เย้าเพื่อน
“ นั้นแหน่ะเกิดอะไรขึ้นจ๊ะถึงได้นั่งยิ้มหวานอยู่คนเดียว ตั้งแต่กลับมาจากบ้านคุณกานต์ดาว่าญาจะอารมณ์เคลิบเคลิ้มฝันหวานอยู่ตลอดเลยนะ ”
“ บ้าแล้ว ใครฝันหวานแค่คิดอะไรที่มันเกินปรกติไปสักหน่อยเท่านั้นเอง ”
“ อะไรกันเกินปรกติ หรือว่า นั่นแน่ ”
“ นี่เธอคิดอะไรกันแน่ ชักจะไปใหญ่แล้วนะ ไม่เอาไม่คุยเรื่องนี้แล้ว ”
“ ไม่คุย เอ๊ะยิ่งน่าสงสัยเพื่อนเรามีอะไรพิเศษกันแน่ กาแฟบ้านคุณกานต์คงหวานหอมจนใครบอกคนประทับใจไม่อยากกลับแล้วละมัง ”
“ นี่อย่าคิดอย่าพูดอะไรน่าเกลียดออกไปนะ เดี๋ยวใครเขามาได้ยินเขาจะเข้าใจผิดกันไป ”
“ ไม่ล้อก็ได้ว่าแต่เธอเตรียมตัวเสร็จหรือยัง ”
“ เสร็จแล้วจ่ะ ไปกันเลยก็ได้ ”
“ วันนี้วัตจะพาเราไปเที่ยวน้ำตกบอกว่าสวยมาก ”
“ ดาเอาผ้าไปเปลี่ยนลงเล่นน้ำด้วยหรือเปล่า ”
“ เอาไปสิคะ ไปเล่นน้ำตกก็ต้องเอาป้าไปเปลี่ยนญาเตรียมเอาไปให้พร้อมเลยนะ ”
ภควัตพาสรีดาและวรัญญามาเที่ยวที่น้ำตก สองสาวขอลงเล่นน้ำที่ใสเย็นน่าเล่นส่วนภควัตเขาไม่ได้ลงเล่นน้ำเพราะไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยนจึงเดินดูดอกไม้ในบริเวณใกล้ๆ กล้วยไม้ป่าช่างสวยงามเหลือเกิน ฟ้ามุ่นฟ้าช้างเผือกหางกระรอกออกดอกชูช่อเหมือนเอามาผูกติดไว้กับต้นไม้ใหญ่ให้สวยงามดารดาษ เถาวัลย์ที่ห้อยโรยตัวลงมาจากต้นไม้ใหญ่เหมืองชิงช้าที่ใครจงใจผูกเอาไว้โยงเล่น ดอกเถาว์ไม้สีส้มสดสลับกับสีขาวปนเหลือง นี่หรือคือผลงานของธรรมชาติล้วนๆ สวยงามเหมือนถูกตกแต่งก็ว่าได้ ภควัตเพลิดเพลินจนเดินเข้ามายังลานกว้างที่เต็มไปด้วยดอกไม้ดอกเล็กๆสีขาวสะพรั่งไปทั่วทั้งลาน จากลานดอกไม้คือหน้าผาสูงที่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ร่มครึ้มและเถาไม้ที่ย้อยลงมาเหมือนม่านเถาไม้ทั้งหน้าผา
“ ทำไมที่นี่ถึงได้สวยงามอย่างนี้นะ เป็นสวนสวรรค์ของเทพทั้งปวงหรือไร ”
ความงดวงามเบื้องหน้าภควัตรู้สึกว่าเหมือนว่าตัวเองกำลังเดินอยู่ในอุทยานของเทพ กลิ่นหอมรวยรื่นยิ่งสูดดมก็ให้รู้สึกไม่อิ่มเอมเพียงพอ กลิ่นที่แสนจะคุ้นเคย ความหอมที่แสนจะประทับใจ ความงวดงามที่เหมือนปลุกความรู้สึกบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ความรู้สึกอย่างประหลาด ภควัตลงมาจนถึงม่านเถาไม้แล้วสังเกตุเห็นว่าหลังม่านเถาวัลย์ที่ออกดอกงดงามเป็นสายนั้นมีทางเข้าไปเหมือนมีถ้ำ เขาจึงจะเข้าไป
“ อยากรู้นักว่าในถ้ำนั้นจะสวยงามเพียงไหน ”
“ ท่านอย่าเข้าไป ”
น้ำเสียงที่ร้องห้ามดังอยู่ไม่ห่างจากตัวของชายหนุ่ม ภควัตชะงักและหันมอง หญิงสาวสองคนยืนถือตระกร้าที่ใส่ดอกไม้เอาไว้เต็ม ท่าทางยืนสำรวมเรียบร้อยภควัตจึงยิ้มให้อย่างไมตรี
“ นั่นเป็นถ้ำใช่ไหมครับ ”
“ ใช่ค่ะ ท่านอย่าเข้าไปเลยนะคะ เพราะในนั้นมีงูอาศัยอยู่มันจะเป็นอันตรายถ้าท่านจะเข้าไป ”
ภควัตใจหาย ยังนึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่นานนั้นได้ดีที่เขาประจันหน้ากับเจ้าจงอางตัวนั้น ดังนั้นคำเตือนของหญิงสาวสองคนนี่จึงได้ผลทันที
“ ขอบคุณมากครับที่บอกผม ผมไม่ทราบเห็นว่าเป็นถ้ำก็เลยคิดจะเดินเข้าไปดูข้างใน ”
หญิงสาวสองคนมองภควัตเธอยิ้มอย่างยินดีโดยที่ภควัตไม่รู้ตัว หญิงสาวทั้งสองคนหันหลังเดินออกไปภควัตหันไปมองที่ปากทางเข้าถ้ำอีกครั้งก่อนจะรีบเดินออกมาจากที่นั่นเพราะใจหวั่นเกรงว่าอาจจะพบเจอกับเจ้าของถ้ำตัวโตก็เป็นได้
ภควัตกลับมาที่แอ่งน้ำตก สรีดากับวรัญญายังแช่น้ำคุยกันกระหนุงกระหนิงชายหนุ่มจึงไม่อยากรบกวนความสำราญของเพื่อน เสียงน้ำตกที่ดังซ่านซ่าและความเย็นร่มรื่นเขาจึงนอนเล่นบนเสื่อที่ปูเอาไว้ หลับตาคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไม่นานภควัตก็หลับ
ในห้วงแห่งความฝัน ภควัตนอนเอนกายอย่างสบายใจในลานดอกไม้ และที่หน้าแปลกคือตัวของเขาไมได้ตั้งตัวอย่างโลกปัจจุบัน แต่แต่งกายด้วยอาภรณ์ที่แปลกตา มีเครื่องประดับอย่างโบราณแต่งประดับตั้งแต่บนศีรษะจรดข้อเท้ายังกับเจ้าชายโบราณที่เขาเคยเห็นในภาพเขียนของจิตรกร ผมที่ยาวมัดครอบด้วยรัดเกล้า สวมเสื้อแขนยาวคอตั้งรอบคอและรอบแขนปักดิ้นสีทองอย่างงดงามตัดกับตัวเสื้อสีน้ำตาลเข้มที่เป็นผ้าเลื่อมระยับทั้งตัวสีเดียวกับกางเกงขายาวปักลายทองรอบข้อเท้า ผ้าคาดเอวสีทองผืนยาวที่ถักทอด้วยผ้าไหมละเอียดปราณีต มีสร้อยสังวาลสะพายเฉียงไหล่ดูงดงามเหลือเกิน ที่สุดจะแปลกตาก็คือ สร้อยที่สวมคอนั้นเป็นตัวพญานาคทั้งตัวที่ทำจากทองคำประดับเพชรงดงามเข้าชุดทั้งข้อมือและข้อเท้า เสียงเรียกหวานละมุนภควัตหันไปมองแล้วรีบเดินไปหา สตรีผู้เลอโฉมที่กำลังนั่งบนชิงช้า
“ เจ้าพี่เพคะ ”
“ นักขวราช ”
ภควัตสะดุ้งตื่น สรีดากับวรัญญานั่งมองแล้วหัวเราะเมื่อเขาตื่นแล้วทำสีหน้าตกใจแล้วรีบลุกขึ้นนั่ง
“ ตกใจหรือไงกำลังฝันเพลินสิท่าใช่ไหม ”
“ ขึ้นกันมานานแล้วหรือ ”
“ เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็มานั่งกำลังปรึกษากับญาว่าจะเอายังไงจะปลุกหรือปล่อยให้เธอหลับต่ออีกสักเดี๋ยวก็พอเธอตื่นขึ้นมาแล้วทำท่าเหมือนตกใจ ”
“ เผลอหลับไปน่ะ อากาศเย็นๆ เสียงน้ำตกซ่านซ่าฟังแล้วเพลินก็เลยหลับ ”
“ กินของว่างกันดีกว่านี่ก็บ่ายกว่าแล้วนะ เราเล่นน้ำกันซะนาน ”
สรีดากับวรัญญาจัดเอาของกินออกมาจากตระกร้า ภควัตนั่งมองสองสาวช่วยกันแต่ใจของเขานึกถึงความฝันเมื่อครู่อย่างประหลาดใจทำไมเขาจึงฝันไปได้แบบนั้น ฝันเห็นนักขวราชข้องสาวคนสวยของหัตถากานต์ด้วย