วันแม่ปีนี้และปีต่อๆไปมันคงไม่เหมือนเดิมอีกแล้วล่ะ

กระทู้สนทนา
ถ้าหากเพียงได้รู้ว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้าย ฉันคงทำให้ดีกว่านี้

ความรู้สึกต่างๆมันตีกันไปหมดนับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้
ทั้งนึกถึงคืนที่เราได้คุยกันครั้งสุดท้ายนั้น คืนที่แม่จากฉันไป วันเวลาที่ได้ดูแลเป็นครั้งสุดท้าย
ที่แม่เคยกังวล ว่าถ้าป่วยจะมีใครดูแลไหม สิ่งเหล่านั้นฉันได้ทำให้แม่ทั้งหมด แต่แม่กลับไม่ได้อยู่กังวลด้วยซ้ำ
ทุกอย่างที่ฉันได้ทำให้เป็นครั้งสุดท้ายนั้น แม่ไม่เคยได้รับรู้
บางสิ่ง ที่เคยคิดว่าจะทำให้แม่ แต่เพราะว่าโอกาสมันไม่เคยดีพอ จึงไม่ได้ทำสักที
ฉันเคยคิดว่าจะกราบเท้าแม่ในวันเกิดของฉัน และอยากจะบอกแม่ว่าขอบคุณที่ทำให้ฉันเกิดมา และขอบคุณที่แม่เป็นแม่ที่ดีเหลือเกิน แต่ฉันก็ไม่ได้ทำ เพราะว่าอาย หรือโอกาสไม่เหมาะก็ไม่รู้ แต่คิดแค่เพียงผลัดมันไปก่อน เพราะทำเมื่อไรก็ได้ แต่ใครเล่าจะไปรู้ว่าผ่านวันเกิดฉันไปแค่ไม่ถึงสามเดือนแม่ก็จากไปเสียแล้ว

แต่พอนึกแล้วก็ประหลาดใจ เรื่องราวหลายอย่างในช่วงหลังมานี้มันก็แปลกๆอยู่เสมอ
เรามักจะขัดใจกันเวลาที่คุยบ่อยกว่าเดิม แต่ในขณะเดียวกันฉันก็ใจเย็นขึ้น และไม่ลืมที่จะบอกรักแม่อยู่บ่อยๆ
ฉันมักจะจินตนาการถึงช่วงเวลาที่ไม่มีแม่อยู่เสมอแล้วฉันก็จะเศร้า แต่ที่จินตนาการนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความจริงที่เกิดขึ้น
แม่เองก็พูดอยู่บ่อยๆ ว่าถ้าแม่ไม่อยู่แล้วฉันต้องอยู่ให้ได้
ทั้งหมดนี้เราเองต่างก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
เราต่างก็ไม่รู้ว่าวันนี้จะมาถึงเร็วขนาดนี้
วันแรกที่รู้ข่าวว่าแม่ป่วยนั้นฉันใจหาย ตั้งแต่ตอนที่มีคนโทรมาบอก ฉันก็คิดแล้วว่าไม่ใช่ข่าวดี ยิ่งพอได้รู้ว่า แม่ไม่ได้สติเลย ฉันก็กระจ่างใจในทันทีว่าโรคความดันมันกลับมาเล่นงานแม่อีกครั้งแล้ว

“แม่ไม่พูด ไม่ขยับ ไม่รู้สึกตัวเลยใช่ไหม” ฉันถามปลายสายที่โทรมาแจ้งข่าว
“ใช่แล้ว” ปลายสายตอบกลับมา

หัวใจฉันหวิวๆ นึกถึงเมื่อสิบปีก่อนที่แม่ป่วยด้วยโรคนี้เป็นครั้งแรก หมอบอกกับฉันว่าโรคนี้มีโอกาสเป็นซ้ำได้ แต่ฉันก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นซ้ำในเวลาอันรวดเร็วขนาดนี้ นับจากสิบปีก่อนมาจนถึงตอนนี้มันนานพอ นานพอที่จะทำให้ฉันชะล่าใจและไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แต่มันก็ยังเร็วไปอยู่ดี สำหรับคนที่เราคิดเสมอมาว่าเขาจะอยู่กับเราไปอีกนานแสนนาน
ฉันรู้สึกคุ้มคลั่ง กระวนกระวายจนรอถึงเช้าไม่ไหว ต้องโทรหาเพื่อนรักให้พาฉันไปส่งที่บ้านที
ฉันร้องไห้ตลอดเวลานับแต่ได้ทราบข่าว จนกระทั่งนั่งรถชั่วโมงกว่าๆ และไปถึงโรงพยาบาลในที่สุด
สภาพของแม่ทำให้ทำนบน้ำตาฉันพังครืนอีกครั้ง แม่ต้องต่อท่อช่วยหายใจ และมีสายระโยงระยาง
สำคัญที่สุดคือแม่ไม่รู้สึกตัวเลย
ฉันกระซิบข้างหูแม่ บอกว่าฉันมาแล้ว แต่แม่ก็คงไม่รับรู้
แม่มีน้ำตาไหล
แต่ฉันรู้ดีว่าแม่ไม่ได้รู้สึกตัวหรอก เพราะว่าสมองแม่เสียหาย ทำให้มันไม่สามารถควบคุมการทำงานของร่างกายได้ น้ำตาที่ไหล ร่างกายที่ไข้ขึ้นจนร้อนผ่าวนั้นเกิดจากสมองที่เสียหายทั้งนั้น
แม่นอนอยู่อย่างนั้นสี่วันสี่คืน นับตั้งแต่คืนวันอาทิตย์ที่ 14 จนกระทั่งแม่จากไปในวันที่ 18 ซึ่งเป็นวันพฤหัสฯ เวลา 01:25 น.
ระหว่างที่แม่นอนอยู่ที่โรงพยาบาลนั้นฉันต้องคอยเช็ดตัวแม่อยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ไข้ลด บางคนบอกว่าแม่ฉันไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ฉันก็อยากทำให้แม่ให้ดีที่สุด ยังคงหวังน้อยๆว่าถ้าแม่ไข้ลดแม่อาจจะฟื้น
ฉันหวังลมๆแล้งๆแม้ว่าจะถามหมอหรือพยาบาลมาแล้ว หมอเองก็บอกว่าเหมือนนับถอยหลังรอเวลา
แม่ไม่ทางกลับมานั่งคุยกับฉันเหมือนเดิมได้อีกแล้ว...

เช้าวันอังคาร ฉันเช็ดตัวให้แม่ มันเป็นเช้าวันที่สองที่แม่ไข้ขึ้นถึง 41 องศา
ตอนที่ฉันเช็ดหลังให้แม่ ผิวแม่ร้อน จนมันลอกออกมาขณะที่ฉันเช็ด ฉันไม่รู้ว่าแม่จะเป็นขนาดนี้ ฉันเช็ดหนักมือไปเพราะอยากให้มันสะอาดๆ มือฉันสั่น แต่ก็ต้องทำให้เสร็จ พยาบาลมาปิดแผลให้ และบอกกับฉันว่าควรจะพลิกตัวคนไข้บ่อยๆ เพราะว่าไข้ขึ้นสูง จำเป็นต้องพลิกตัวเพื่อระบายความร้อน ฉันแอบเคืองนิดๆว่าทำไมไม่บอกแต่แรก ฉันจะไปรู้หรือ แต่คิดอีกทีพยาบาลก็เหนื่อยกันเหลือเกิน เขาคงทำดีที่สุดแล้วละ ต้องขอบคุณพยาบาลทุกคนมา ณ ที่นี้อีกครั้ง

หลังจากนั้นฉันก็พลิกตัวแม่ทุกสองชั่วโมง แม่ตัวเย็นลง อุณหภูมิลดลง ฉันยิ่งใจชื้น วันถัดมาแฟนของฉันก็มาอยู่เป็นเพื่อน
เขาลางานมาได้หนึ่งวัน และอยู่กับฉันทั้งวัน ช่วยฉันดูแม่ตลอดคืน ฉันพอได้หลับบ้างตอนที่เขามา ขอบคุณเธอมากนะที่รักที่ทำเพื่อฉันขนาดนี้
ฝ่ายพวกญาติๆเอาแต่พูดว่าจะจัดงานศพแม่อย่างไรทั้งที่ฉันยังแอบหวังว่าแม่จะหาย ฉันโกรธพวกเขาอีกแล้ว แม้จะรู้ว่าพวกเขาแค่พูดความจริงไม่ได้ผิดอะไร แต่ฉันก็ไม่อยากให้ทำเหมือนแช่งแม่ฉันแบบนี้ บางคนบอกให้ฉันไปถอดเครื่องช่วยหายใจแม่ที่บ้าน ฉันถามว่าแม่ยังไม่ตาย จะถอดไปทำไม นี่เพิ่งเข้ารพ.มาได้แค่สองวัน ไม่ใช่สองปีสักหน่อย

ยิ่งแม่อุณหภูมิลดลง ตัวไม่ค่อยร้อน ฉันยิ่งมีหวัง แต่ว่าความดันแม่กลับค่อยๆตก สวนทางกับหัวใจที่เต้นเร็วแรงขึ้น
พยาบาลบอกว่าเป็นเพราะว่าหัวใจพยายามสู้ มันพยายามสูบฉีดเลือดอยู่
ฉันรู้สึกสะท้อนในอก แม่พยายามสู้อยู่งั้นหรือ แม่คงยังไม่อยากตายสินะ แต่อีกใจนึงก็พยายามคิดว่าไม่ใช่หรอก มันเป็นปฏิกิริยาของร่างกายต่างหาก
สายระโยงระยาง อุณหภูมิร้อนจี๋ และการดูดเสมหะ กับผิวหนังที่ร้อนจนหลุดลอกทำให้ฉันเริ่มคิด
ว่าบางทีแม่จากไปคงดีกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้

ฉันไม่ได้เข้มแข็ง

ฉันอ่อนแอเพราะว่าทนดูแม่เจ็บไม่ได้ ฉันคิด ว่าอยากให้คนเจ็บเป็นฉัน แต่พอคิดอีกทีถ้าฉันนอนเจ็บแบบนี้แม่คงแย่กว่าหลายเท่า
จากที่ฉันเป็นคนชอบกิน แต่ตอนนี้แค่ขนมปังคำเดียวฉันยังกลืนไม่ลง  
ฉันเจ็บปวดจนใจแทบขาด สวนทางกับการยอมรับสภาพที่เป็นอยู่ แม้จะเจ็บมากเหลือเกิน แต่ฉันก็อยากให้แม่ไปสบาย
ฉันอธิษฐานกับพระเจ้า “ขอให้แม่ไม่ทรมาน”
บางคนอวยพรให้แม่หาย แต่ฉันไม่คิดอย่างนั้น สำคัญที่สุดคือเราต้องอยู่กับความเป็นจริง ฉันรู้ว่าแม่ไม่มีทางหายตั้งแต่ตอนที่หมอบอกว่าแม่เส้นโลหิตในสมองแตก มีขนาดก้อนเลือดประมาณผลส้มและเป็นจุดที่สำคัญมาก
ฉันอยากให้แม่ไม่ทรมาน อยากให้แม่ไปสบาย ไม่ต้องเจ็บปวดอะไรอีก

จนกระทั่งคืนวันพุธ ที่ฉันหลับฟุบข้างเตียงแม่สลับกับการสะดุ้งตื่นเป็นระยะ
ฉันไม่เคยได้หลับนาน เพราะกลัวว่าแม่จะจากไปตอนที่ฉันหลับ
คืนนั้นฉันสะดุ้งตื่นตอนตีหนึ่งได้แล้ว ล่วงเข้าวันใหม่พอดี และพยาบาลกำลังทะยอยดูดเสมหะให้คนไข้เตียงอื่น
ฉันลืมตาขึ้นมาและจับตัวแม่ แม่ยังคงตัวร้อนนิดหน่อย ฉันจึงเตรียมน้ำสำหรับเช็ดตัวให้แม่ ฉันเช็ดจนเสร็จ จับแม่พลิกตัวเรียบร้อย ฉันกำลังจะนั่งลง พอดีกับเครื่อง Multi-parameter Monitor ส่งเสียงดังยาวๆครั้งที่หนึ่ง และพยาบาลก็เข้ามาจับตัวแม่ พอมันดังครั้งที่สอง พยาบาลจึงใช้ Stethoscope มาฟังเสียงหัวใจแม่ และบอกกับฉันว่าคนไข้เสียแล้ว

ฉันดีใจเหลือเกิน

อย่างน้อยแม่ก็รอฉัน ให้ฉันได้เช็ดตัวแม่ครั้งสุดท้าย ได้ปรนนิบัติแม่เป็นครั้งสุดท้าย

พยาบาลทำความสะอาดร่างกายแม่และเปลี่ยนชุดให้แม่ ฉันได้นั่งร้องไห้อยู่กับแม่เป็นเวลาสองชั่วโมง จนกระทั่งเขามารับร่างแม่ลงไปห้องเย็น

ฉันแทบไม่ได้ร้องไห้อีกเลยหลังจากนั้นจนกระทั่งวันเผา
เพราะว่าฉันเป็นลูกคนเดียว จึงยุ่งวุ่นวายมากกับการจัดงานเตรียมงานและเรื่องค่าใช้จ่าย

แม้จะไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายอีก แต่ฉันรู้ตัวดี ว่าแทบทำใจไม่ได้เลย
วันเผาร่างแม่ ฉันยังคงหวังน้อยๆ ว่าแม่จะฟื้น ฉันไม่อยากให้เผา เพราะกลัวแม่ร้อน ฉันอยากกระโดดเข้าไปในเตาเผากับแม่ อยากจะตายไปด้วยกันเสียให้พ้นโลกใบนี้

โลกที่จะไม่มีแม่อยู่ด้วยอีกแล้ว มันเหมือนไม่มีใครอีกเลย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่