เราทำงานมารักทุกที่ๆ ทำ แม้ว่าจะมีปัญหาบ้าง อะไรบ้าง ก็ธรรมดา
วันนี้ เราอยู่ในฐานะที่ช่วยวางแผนงานได้ เสนอแผนงานและแนวปฏิบัติได้ แต่ก็ยังเป็นลูกจ้าง ที่สิ้นเดือนก็รับเงินเต็มเม็ด เต็มหน่วย เห็นธุรกิจหลายรายเกิดปัญหา เช่น นายจ้างแทบหมดตัวหลังจากจ่ายเงินเดือน พนง. หรือ กำไรลดลงมากกว่า 80% อย่างต่อเนื่อง จนอาจทำให้ยอดรวมรายปี ประสบภาวะขาดทุน
ผู้บริหารระดับสูง ที่อยู่ในฐานะลูกจ้างเช่นกัน (ไม่มีหุ้นส่วน ไม่มีส่วนแบ่งจากการทำกำไร) หลายรายอาจมีทัศนคติที่ว่า เหนื่อยเหลือเกิน ใครจะช่วยฉันคิด ใครจะช่วยฉันรับผิดชอบ ใครจะช่วยฉันแก้ปัญหา หากว่าใกล้สิ้นเดือนแล้ว รายได้ยังไม่พอจ่ายเงินเดือนและรายจ่ายของบริษัทฯ
คุณคิดว่า จะช่วยเหลือบริษัทฯ ได้อย่างไรบ้างคะ
- ระดับปฎิบัติการที่ยังไม่มีปาก ไม่มีเสียงในการเสนอแผนงานให้ถึงผู้บริหารระดับสูง
- ระดับวางแผนที่เป็นแนวทางให้ พนง.นำไปปฏิบัติเพื่อสร้างยอดขาย
สำหรับเราเอง เราเครียดนะ เพราะแผนงานที่เราวาง หากนำไปขายได้ ย่อมสร้างรายได้ไม่สิ้นสุด และส่วนตัวเราเป็นคนที่ทำงานนี้เพราะความภูมิใจ หาก ความคิดเราประสบผลสำเร็จ แม้ว่าคนที่เอาแผนเราไปขายงานอาจได้รายได้มากกว่าเรา 2 เท่า เราก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะรู้อยู่แล้วว่าธรรมชาติของงานต่างกัน
แต่หากขายไม่ได้อาจพลาดลูกค้ารายใหญ่ แต่ก็จริงแท้แน่นอนว่า เราก็ยังรับเงินเดือนเท่าเดิมทุกสิ้นเดือน สถานการณ์ส่วนตัวเหรอ ยังไม่มีแววว่าเค้าจะให้ออก หากแผนงานไม่ประสบผลสำเร็จ ก็คงโดนด่าบ้างไรบ้างตามประสา เราก็พยายามปรับปรุงงานตนเองอยู่ ก็อยากรู้บ้างอ่ะค่ะ ว่าทุกท่านมีแนวคิดกับเรื่องนี้อย่างไรบ้างคะ
เศรษฐกิจแบบนี้ เราในฐานะลูกจ้างจะช่วยเหลือองค์กรได้อย่างไรบ้างคะ
วันนี้ เราอยู่ในฐานะที่ช่วยวางแผนงานได้ เสนอแผนงานและแนวปฏิบัติได้ แต่ก็ยังเป็นลูกจ้าง ที่สิ้นเดือนก็รับเงินเต็มเม็ด เต็มหน่วย เห็นธุรกิจหลายรายเกิดปัญหา เช่น นายจ้างแทบหมดตัวหลังจากจ่ายเงินเดือน พนง. หรือ กำไรลดลงมากกว่า 80% อย่างต่อเนื่อง จนอาจทำให้ยอดรวมรายปี ประสบภาวะขาดทุน
ผู้บริหารระดับสูง ที่อยู่ในฐานะลูกจ้างเช่นกัน (ไม่มีหุ้นส่วน ไม่มีส่วนแบ่งจากการทำกำไร) หลายรายอาจมีทัศนคติที่ว่า เหนื่อยเหลือเกิน ใครจะช่วยฉันคิด ใครจะช่วยฉันรับผิดชอบ ใครจะช่วยฉันแก้ปัญหา หากว่าใกล้สิ้นเดือนแล้ว รายได้ยังไม่พอจ่ายเงินเดือนและรายจ่ายของบริษัทฯ
คุณคิดว่า จะช่วยเหลือบริษัทฯ ได้อย่างไรบ้างคะ
- ระดับปฎิบัติการที่ยังไม่มีปาก ไม่มีเสียงในการเสนอแผนงานให้ถึงผู้บริหารระดับสูง
- ระดับวางแผนที่เป็นแนวทางให้ พนง.นำไปปฏิบัติเพื่อสร้างยอดขาย
สำหรับเราเอง เราเครียดนะ เพราะแผนงานที่เราวาง หากนำไปขายได้ ย่อมสร้างรายได้ไม่สิ้นสุด และส่วนตัวเราเป็นคนที่ทำงานนี้เพราะความภูมิใจ หาก ความคิดเราประสบผลสำเร็จ แม้ว่าคนที่เอาแผนเราไปขายงานอาจได้รายได้มากกว่าเรา 2 เท่า เราก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะรู้อยู่แล้วว่าธรรมชาติของงานต่างกัน
แต่หากขายไม่ได้อาจพลาดลูกค้ารายใหญ่ แต่ก็จริงแท้แน่นอนว่า เราก็ยังรับเงินเดือนเท่าเดิมทุกสิ้นเดือน สถานการณ์ส่วนตัวเหรอ ยังไม่มีแววว่าเค้าจะให้ออก หากแผนงานไม่ประสบผลสำเร็จ ก็คงโดนด่าบ้างไรบ้างตามประสา เราก็พยายามปรับปรุงงานตนเองอยู่ ก็อยากรู้บ้างอ่ะค่ะ ว่าทุกท่านมีแนวคิดกับเรื่องนี้อย่างไรบ้างคะ