หวิดมือถือหายบนแท็กซี่

มีเรื่องมาเล่าให้ฟัง หวิดมือถือหายบนแท็กซี่
ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยลืมของบนแท็กซี่เลย แล้วทุกครั้งที่ขึ้นจะท่องเลขทะเบียน
วันนี้ เป็นวันเริ่มงานวันแรกของสัปดาห์ ที่ได้หยุดยาวนาน เป็นธรรมดาที่วันแรกของสัปดาห์งานจะเยอะมาก และมากที่สุด ผมเข้างานตอนเกือบเที่ยง เพราะช่วงเช้ามีภารกิจต้องไปทำงานอีกที่ ทำให้ช่วงบ่ายงานจึงเยอะจากการหมักของช่วงเช้า ผมได้รับคำสั่งจาก หัวหน้า ให้ทำงาน ขั้นตอนสุดท้าย ของระบบการทำงานของทุกคน ซึ่งผมก็ต้องนั่งรอ งานจากกระบวนการก่อนหน้า นั่งรอจนถึง 6 โมง หัวหน้าก็ให้เงินมา เอาไว้ซื้อ อาหารเย็นกินกัน ผมนั่งรองานกับพี่ที่ทำงานอีกคน ซึ่งพี่เขาจะตรวจงานก่อนที่ให้ผมทำ แล้วเย็นวันนี้เป็นวันที่ เงียบกว่าปกติ เพราะห้องข้างๆปิดไฟกลับบ้านไป ปกติจะกลับกันดึก เกือบทุ่ม งานก็มาถึงกระบวนการขั้นตอนของผม ผมคิดในใจ แผนกอื่นกลับกันหมดละ เงียบก็เงียบ มืดก็มืด กลัวก็กลัว จะทำเสร็จไหมนิ พี่คนที่อยู่ด้วยบอกเดี๋ยวอยู่เป็นเพื่อน แต่ทำให้เร็วๆแล้วกัน ผมนี้โคตรดีใจเลย  ผมก็เลยรีบนั่งทำ ทำด้วยความกดดัน เพราะ เกรงใจพี่ที่อยู่เป็นเพื่อน พอเวลา 2 ทุ่มกว่าๆ ฝนก็ตกหนักมากฝนแบบไม่มีสัญญาณเตือนเลยว่าจะตก ดีนะที่ในห้องที่ทำงานมีร่ม 2 คัน ผมตัดสินใจไม่ซื้ออะไรกินละ นั่งแท็กซี่ กลับบ้านดีกว่า (ปกติ ผมจะอยู่กับพี่อีกคน ซึ่งถ้ามืดเค้าจะขับมาส่งที่บ้าน แต่ตอนนี้เขาไปบวชแล้ว)
ผมทำงานเสร็จ 3 ทุ่มกว่า ตึกเงียบมาก ฝนตกปรอยๆ โชคดีจริงที่พี่เขาอยู่เป็นเพื่อน ผมก็ออกจากตึกแยกย้ายกับพี่ที่อยู่เป็นเพื่อนไปกันคนละทาง ระหว่างเดินมาที่ถนนใหญ่ ทั้งมืดทั้งเงียบ เห็นแต่แสงรถที่วิ่งที่ถนนใหญ่ ผมนี้รีบเดินให้ถึงถนนอย่างไวด้วยความกลัว แต่ทางที่พี่อีกคนเดินกลับเป็นชอย มืดกว่า ไกลกว่า และมีตึกที่กำลังก่อสร้างด้วย หน้ากลัวกว่าทางที่ผมเดินอีกครับ พี่เขาก็บ่นว่าจะกลับทางไหนดีมืดแล้ว ผมก็ชวนเขากลับด้วยกันนะ เดี๋ยวผมนั่งแท็กซี่ไปส่งแต่พี่เขาไม่เอา
พอถึงถนนผมก็โบกแท็กซี่จากหน้าที่ทำงานซึ่งอยู่แถวๆวงสว่าง ผมขึ้นมานั่งข้างหลัง เพราะมีร่ม ถ้านั่งหน้าร่มก็จะเกะกะ เปียกกางเกง  ตาก็มองทะเบียนเหมือนทุกครั้ง เห็น ทส กับ x แต่อีกใจก็เป็นห่วงพี่คนที่เดินกลับอีกทางว่าถึงไหนแล้ว จึงหยิบมือถือไลน์ถามว่า ถึงไหนแล้ว เค้าว่าถึงบ้านแล้ว โอเคเราสบายใจ คราวนี้ไลน์บอกแม่ด้วย แม่จะได้ไม่เป็นห่วง ผมก็ไลน์หาแม่ว่า อยู่บนแท็กซี่แล้วนะเพิ่งเสร็จงาน แม่ไม่อ่าน เราก็ถือมือถือไว้ ก็นั่งคุยกับพี่คนขับมาเรื่อยๆ คุยไปถามไถ่ทั่วไป คุยเรื่องฝนตก ขับไม่ค่อยได้ตังค์รถติด จนผมถามเขาว่าขับกลางคืนไม่กลัวหรอครับ พี่เขาก็เล่าว่าขับมา 20ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 34 คนขับก็เล่าว่าขับจนส่งลูกจบมหาลัย เป็นครูสอน อยู่ในค่ายทหาร เกิด ปี 34 ผมก็เห็นว่าห่างจากผมปีเดียว พี่เขาคงจะรุ่นๆพ่อแม่ผม ผมก็ถามว่าพี่อายุ 50 ป่าวครับ  พี่เขาว่า อายุ 46 คุยกันตลอดทาง พี่เขาขับรถซิ่งมาก  เหมือนชำนาญทาง ก็เลยถามพี่บ้านอยู่แถวนี้หรอครับ พี่เขาว่าอยู่เตาปูน พอใกล้มาถึงจุดที่ผมลง ผมก็บอกว่า จอดป้ายรถเมล์นะพี่ พอถึงป้ายรถเมล์ที่จะลง พี่เขาก็ขับเลย ฮ่าๆๆ ผมก็พี่ๆเลยแล้ว พี่เขาก็ยังบอกป้ายมองไม่เห็นเลย  ผมจ่ายเงินลงรถในใจคิดอยู่อย่างเดียวว่าอย่าลืมร่มนะ ค่ารถทั้งหมด 105 บาท ลงมาถึงก็เช็คของ ว่าลืมอะไรไหม ปรากฎว่า มือถือหายครับ ตอนนั้นที่ป้ายที่ผมลง มีผู้หญิงยืนรอรถหรือรอใครมารับไม่รู้ อยู่คนนึง ผมรีบหาเหรียญในกระเป๋าตังค์เพื่อโทรไปมือถือผม ตู้แรก true หยอดเหรียญไม่รับครับหยิ่ง ผมเลยเดินไปหาผู้หญิงคนนั้น เพื่อขอยืมมือถือโทรเข้าเครื่องผม ผมบอกเขาว่าลืมมือถือไว้ในแท็กซี ขอยืมมือถือโทรเข้าหน่อยได้ไหมครับ ด้วยหน้าตาตื่น ผู้หญิงคนนั้นบอกไม่ได้เอามือถือมา ลืมเหมือนกัน โอ้โห......ชีวิต ทำไมมันซวยอย่างนี้ เขาให้ผมไปโทรตู้ ถามว่ามีเหรียญไหม เขาก็พยายามหาเหรียญให้นะ ผมก็บอกมีลวงเหรียญแล้วเดินไปโทรอีกตู้ คราวนี้ TOT แย่กว่าเก่า คราวนี้กินเหรียญเลยครับ ในใจคิดละ นานอย่างนี้ พี่แท็กซี่ไปไหนไกลแล้วมั้ง หรือมีผู้โดยสาร ขึ้นไปที่อื่นแล้วมั้ง ไม่ได้คืนละ แต่ยังไงก็ต้องเอาคืนให้ได้ พยายามคิดถึงทะเบียน สีรถ คำพูด ของพี่คนขับ  ยอมรับเลยว่าคิดว่าจะไปเอาคืนที่ลูกสาว ที่ค่ายทหาร หรือบ้านที่เตาปูน อายุ46  กะจะโทรไปศูนย์ ให้ตามให้ได้ ระหว่างที่คิดก็วิ่งข้ามถนนมาวินหามอไซค์ฝั่งตรงข้าม เพื่อขอยืมมือถือโทร ตอนนั้นใจไม่ดีเลยครับ ว่าจะมีคนหยิบไปแล้วหรือเปล่า มองโลกแง่ร้ายไปเลยรู้สึกว่าโทรนานมาก แต่จริงๆแล้วแปปเดียว แล้วมีคนรับ ผมจำเสียงได้เลย พี่คนขับนั้นเอง พี่เขาว่าขับวนมาแล้วเห็นแต่ผู้หญิงยืนอยู่ไม่เห็นผม พี่เขาว่าจะจอดรอ ผมก็วิ่งข้ามถนนไปหาพี่เขา ไม่เห็นมีรถจอดที่ป้ายรถเมล์เลย พอมองเลยป้ายรถเมล์ประมาณ100เมตรไปเห็นรถจอดอยู่คันนึง รถสีชมพู แต่ตอนผมขึ้นผมคิดว่าขึ้นสีเหลือง เลยลองเสี่ยงวิ่งไปดู วิ่งไปใกล้ถึงรถคันนั้นเข้าเกียร์ถอยหลัง ทำให้ผมหมั่นใจว่าใช่คันนี้แหระ แล้วใช่พี่คนขับจริงๆ เขายื่นมือถือมาให้ผม ผมนี้ขอบคุณพี่เขาด้วยความดีใจ จนลืมดูป้ายชื่อหน้ารถ กับเลขทะเบียนเลย ต้องขอบคุณพี่คนขับมากๆนะครับ เกือบเสียมือถือที่เพิ่งใช้ได้ไม่ถึงเดือนเลย ระหว่างทางที่เดินกลับมาที่ป้ายรถ ยังแอบคิดในใจเลยว่า เพิ่งรับเงินถูกหวยมา 1300 ไม่คุ้มค่ามือถือเลย ฮ่าาาาา

อยากให้มีคนแบบนี้เยอะๆจัง ขอให้พี่คนขับโชคดีมีชัย มีลูกค้าขึ้นไม่ขาด ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จนะครับพี่
ขอโทษ ผู้หญิงที่ป้ายรถเมล์ด้วยนะครับ ที่ผมคิดว่าคุณไม่ไว้ใจผม Facepalm

หากพิมผิด ขออภัยด้วยนะครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่