วันนี้เอารถเข้าศูนย์เลยตัดสินใจใช้ชีวิตเป็นคนใช้รถสาธารณะ แต่สิ่งที่เจอในวันนี้บอกเลยว่า "เปิดโลก" ของความลำบากมาก
ปัญหาที่เจอ
ทางเท้า: สภาพไม่เอื้ออำนวย เดินลำบาก ต้องคอยระวังตลอดทาง
สภาพอากาศ: ฝนตก จุดรอรถไม่มีที่หลบฝนที่เพียงพอ แถมบางป้ายไม่มีที่นั่งให้พักเลย
ระบบรถเมล์: ดูในแอปฯ ว่ารถจะมา พอมาถึงจริงๆ กลับเป็นรถที่วิ่งไม่ครบระยะ ต้องมาคอยลุ้นเอาดาบหน้า กระเป๋ารถเมล์เหวี่ยงใส่ผู้โดยสารที่ขึ้นมาตลอดทางว่าติดป้ายแดงแล้วยังจะขึ้นมา
พฤติกรรมรถสาธารณะ: รถเมล์บางคันขับผ่านไปเฉยๆ ไม่จอดรับ เรียกแท็กซี่ก็เลือกผู้โดยสาร จอดแต่ถามว่าจะไปไหน ถ้าไกลไปก็ไม่ไป จนสุดท้ายต้องพึ่งพา Grab กว่าจะถึงบ้านเล่นเอาหมดพลังงานชีวิต
เข้าใจเลยว่าทำไมท้องถนนบ้านเราถึงรถติด และทำไมใครๆ ก็พยายามออกรถส่วนตัวกันให้ได้ เพราะถ้าต้องเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้ทุกวัน มันไม่ใช่แค่ความสะดวก แต่มันคือ "ความจำเป็น" เเพื่อรักษาคุณภาพชีวิตของตัวเองจริงๆ
การที่คนออกรถมาขับกันเต็มถนน เพราะมันคือการซื้อ "คุณภาพชีวิต" และ "ความมั่นใจ" ว่าเราจะถึงที่หมายได้จริงๆ ไม่ใช่การเอาชีวิตไปเสี่ยงรอความไม่แน่นอนแบบนี้
การที่ผู้มีอำนาจจะบอกให้คนลดใช้รถส่วนตัว แล้วหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ มันจะเป็นไปได้ยังไงถ้าโครงสร้างพื้นฐานยังเป็นแบบนี้
-คุณภาพทางเท้า
-จุดพักคอยที่กันฝน/กันแดดได้จริง
-ห้องน้ำสาธารณะที่สะอาดและเข้าถึงง่าย
-การบังคับใช้กฎระเบียบกับพนักงานขับรถและกระเป๋ารถเมล์
อยากให้ลองลงมาสัมผัสชีวิตแบบคนทั่วไปดูสักวัน จะได้เข้าใจว่าทำไมคนถึงยอมทนรถติดบนถนน ดีกว่าไปติดแหง็กอยู่บนรถเมล์ที่ไม่มีความแน่นอนแบบนี้ หรือบางทีเรียก geab ก็แน่นอนกว่าเรียก taxi อีก
ลองใช้"รถสาธารณะ" วันเดียว... ถึงกับเข้าใจทันทีว่าทำไมคนไทยต้องมีรถส่วนตัว
ปัญหาที่เจอ
ทางเท้า: สภาพไม่เอื้ออำนวย เดินลำบาก ต้องคอยระวังตลอดทาง
สภาพอากาศ: ฝนตก จุดรอรถไม่มีที่หลบฝนที่เพียงพอ แถมบางป้ายไม่มีที่นั่งให้พักเลย
ระบบรถเมล์: ดูในแอปฯ ว่ารถจะมา พอมาถึงจริงๆ กลับเป็นรถที่วิ่งไม่ครบระยะ ต้องมาคอยลุ้นเอาดาบหน้า กระเป๋ารถเมล์เหวี่ยงใส่ผู้โดยสารที่ขึ้นมาตลอดทางว่าติดป้ายแดงแล้วยังจะขึ้นมา
พฤติกรรมรถสาธารณะ: รถเมล์บางคันขับผ่านไปเฉยๆ ไม่จอดรับ เรียกแท็กซี่ก็เลือกผู้โดยสาร จอดแต่ถามว่าจะไปไหน ถ้าไกลไปก็ไม่ไป จนสุดท้ายต้องพึ่งพา Grab กว่าจะถึงบ้านเล่นเอาหมดพลังงานชีวิต
เข้าใจเลยว่าทำไมท้องถนนบ้านเราถึงรถติด และทำไมใครๆ ก็พยายามออกรถส่วนตัวกันให้ได้ เพราะถ้าต้องเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้ทุกวัน มันไม่ใช่แค่ความสะดวก แต่มันคือ "ความจำเป็น" เเพื่อรักษาคุณภาพชีวิตของตัวเองจริงๆ
การที่คนออกรถมาขับกันเต็มถนน เพราะมันคือการซื้อ "คุณภาพชีวิต" และ "ความมั่นใจ" ว่าเราจะถึงที่หมายได้จริงๆ ไม่ใช่การเอาชีวิตไปเสี่ยงรอความไม่แน่นอนแบบนี้
การที่ผู้มีอำนาจจะบอกให้คนลดใช้รถส่วนตัว แล้วหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ มันจะเป็นไปได้ยังไงถ้าโครงสร้างพื้นฐานยังเป็นแบบนี้
-คุณภาพทางเท้า
-จุดพักคอยที่กันฝน/กันแดดได้จริง
-ห้องน้ำสาธารณะที่สะอาดและเข้าถึงง่าย
-การบังคับใช้กฎระเบียบกับพนักงานขับรถและกระเป๋ารถเมล์
อยากให้ลองลงมาสัมผัสชีวิตแบบคนทั่วไปดูสักวัน จะได้เข้าใจว่าทำไมคนถึงยอมทนรถติดบนถนน ดีกว่าไปติดแหง็กอยู่บนรถเมล์ที่ไม่มีความแน่นอนแบบนี้ หรือบางทีเรียก geab ก็แน่นอนกว่าเรียก taxi อีก