จะเล่าก่อนนะค่ะว่า แม่เคยหย่าครั้งนึงแล้วตอนเรายังอนุบาล พอขึ้นประถมแม่เราแต่งงานใหม่ และรับเราเป็นลูกบุญธรรม ชีวิตก็ดี เป็นพ่อที่ดีเลย ดูแลเราดี เอาใจใส่และรักเรากับแม่มาก พ่อบุญธรรมเราเป็นข้าราชการค่ะ เวลาผ่านไป 6-7 ปี ชีวิตดีมาตลอด ใครจะคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับตัวเอง
พอเราเริ่มขึ้นมัธยมตอนใกล้จบม.3 ปัญหาก็เริ่มเข้ามาเรื่องที่เราจะเรียนต่อ คือเราติดขี้เกียจ เรียนไม่ค่อยได้คะแนนดี เกรดเฉลี่ย 2 กว่าๆ พ่อเค้าก็อยากให้เราต่อสายอาชีพ แต่เราไม่ชอบ เราอยากต่อสายสามัญ ก็พยายามดื้อรั้นมาจนในที่สุดก็ได้ต่อ ม.4 ที่รร.เก่า แต่ก็ทำให้ครอบครัวอึมครึม ไม่พูดไม่จากันไปพักใหญ่
และในระหว่างที่เรียนม.ปลาย เราเป็นเด็กกิจกรรม ชอบทำนู่นทำนี่กับรร. ซึ่งก็เหมือนว่าจะส่งผลกับการเรียน (แต่อันที่จริงมาคิดดูแล้วเราว่ามันไม่ได้เป็นเพราะกิจกรรมหรอก แต่เป็นเพราะสมองเราด้วยละมั้ง เพราะเรียนยังไง ก็ได้เท่าเดิมไม่น้อยลงไม่เพิ่มขึ้น) พ่อเลยสั่งห้ามนู่นห้ามนี่ ห้ามทำกิจกรรมทุกอย่างกับโรงเรียน แต่เราโชคดีที่มีแม่คอยเป็นกำลังใจ และคอยช่วยเหลือตลอด เวลาเราทำอะไรเราก็ต้องแอบไปทำ แล้วคอยโกหกหาข้ออ้างเพื่อที่จะได้ทำกิจกรรมนั้นๆ แล้วพอม.5 เราก็มีแฟน ตอนแรกๆ ก็ไม่อะไร พอพ่อได้เจอกับแฟนเราก็กลายเป็นว่าไม่ชอบหน้า ไม่ชอบๆ ทุกอย่าง และสั่งห้ามเรามีแฟนจนกว่าจะเรียนจบ (ซึ่งมันเป็นไปได้แน่นอน เพราะแฟนเรายังไม่ได้ไปทำอะไรให้เลย) แฟนคนนี้มีไรเราก็จะเล่าให้แม่ฟังตลอด ไม่เคยปิดบังท่านเลย แม่ก็จะรับรู้ตลอดว่าแฟนเราเป็นคนยังไง แต่สุดท้ายด้วยปัญหาครอบครัวของทั้งคู่ มีเหตุให้ต้องเลิกกันไปตอนเราขึ้นม.6 แล้วเราก็ต้องเจอปัญหาอีกอย่างคือทางเลือกการเข้ามหาลัย พ่อเรากลายเป็นคนที่คอยดูถูกเราตลอดว่าเราไม่มีทางเข้ามหาลัยได้ เพราะเกรดแค่นี้ แต่เราก็พยายามอธิบายว่าได้ คือเรามุ่งไว้ว่าเราจะเข้านิเทศ เพราะเราชอบมากจริงๆ แต่พ่อต้องการให้เราเข้าเรียนในคณะที่ดูมีความมั่นคงอย่างบัญชี หรืออะไรก็ตามที่จบมามีงานทำเลย (เอ่ออ...) และสุดท้าายหลังจากบ้านแทบแตกเราก็สามารถเข้ามหาลัยราชภัฎแห่งหนึ่งได้ ในความคิดเรา เราคิดว่าไม่ว่าจะที่ไหน จะจบมาเป็นยังไง ได้ทำงานที่ไหน ทุกอย่างนั้นล้วนขึ้นอยู่กับตัวเราทั้งนั้น หลังจากเราเข้าได้เราก็ได้ไปอยู่หอ นั่นทำให้เรารู้สึกดีมากไม่ใช่เพราะว่าจะไม่ได้เจอกับพ่อที่คอยหาเรื่องเราตลอดนะ แต่มันเพราะบางสิ่งที่เราจะเล่าต่อไปนี้
บอกก่อนเลยว่าหลังจากที่เราเข้ามหาลัยได้ ทุกอย่างในครอบครัวมันก็เริ่มจะดีขึ้น ความมีชีวิตชีวาเริ่มมา และเสียงหัวเราะก็เริ่มกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่เรื่องที่เราจะเล่าต่อไปนี้คือสิ่งที่เราอยากจะปรึกษากับคนที่มีความรู้ทางด้านจิตวิทยา กฎหมาย หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้อง เรื่องมีอยู่ว่า
พ่อไม่ได้เป็นคนรวย แต่หาเงินเก่งมาก และเค้าก็เก็บเงินเก่งด้วย หลายครั้งที่เราอยากได้อะไร เราก็มักจะได้ แต่พอเราเริ่มโตเข้าสู่วัยรุ่น เรื่องอัปยศมันก็เกิด จำไม่ได้ว่าช่วงตอนไหน เราลืมไปแล้ว แต่มันก็ผ่านมาน่าจะหลายปีแล้ว ในฤดูร้อนเป็นช่วงที่ประเทศไทยอากาศร้อนโคตรๆ เรานอนพัดลมไม่ไหว เราต้องการแอร์ เราเลยเปรยไปว่าอยากติดแอร์นะ เพราะไม่ไหวกับอากาศแล้วนอนไม่ค่อยหลับจริงๆ ก็ขอได้ประมาณ2-3 เดือน ช่วงปิดเทอม แม่เราต้องไปทำงานไกล และที่ทำงานพ่ออยู่ใกล้บ้าน พ่อจะกลับบ้านทุกเที่ยง และตอนนั้นเป็นวันที่เราอยู่บ้าน ตอนเที่ยงวันนั้นเรายังไม่ได้อาบน้ำและพ่อกลับมาพอดี พ่อเรียกเราไปคุยบอกว่าเดี๋ยวพ่อจะติดแอร์ให้ เราก็ดีใจ เราเลยขอตัวไปอาบน้ำ ละเรื่องทุเรศก็เกิดขึ้นกับตัวเรา หลังจากเราอาบน้ำเสร็จ ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าแต่งตัวออกจากห้องนอน เราก็ยืนทาแป้งอยุ่หน้าห้องน้ำ พ่อก็บอกว่ามาเดี๋ยวพ่อทาให้ เราก็โอเค แล้วเดินไปที่โซฟาหน้าทีวี พ่อก็บอกนอนหันหลังสิ เราก็นอนแล้วพ่อเลิกเสื้อข้างหลังขึ้นละก็ทาแป้งให้เรา แต่แล้วพ่อก็พูดว่าพ่อปลดตะขอเสื้อในนะ เราก็เอ๊ะใจ + ตกใจในใจ แต่ก็เงียบละเค้าก็ปดละก็บอกทาแป้งละบอกว่า ขอจับนมหน่อยนะ น้ำเสียงแบบทีเล่นทีจริง (ซึ่งเราคาดว่าตอนนั้นเราอาจเด็กมั้ง) คือเอาจริงๆ อ่ะช็อคมากว่าเฮ้ย บ้าป่ะ แต่เราทำไรไม่ถูกเราได้แต่กดตัวเองลงไปบนโซฟา เพื่อให้มือมันล้วงเข้าไปได้ เราจำไม่ได้ว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น จำได้อีกทีคือตอนร้องไห้โทรไปหาแฟน (สงสัยตอนนั้นจะเป็นม.ปลาย) เราอ้ำๆ อึ้งๆ ที่จะบอกแฟนแต่แล้วเราก็บอก (พ่อแฟนเราเป็นตำรวจ) แฟนเราก็ถามว่าบอกแม่รึยัง บอกให้เราไปบอกแม่ แต่เราไม่กล้า เราทำอะไรไม่ถูก จนกระทั่งมีอยู่ครั้งนึงที่เรากะแม่เคยทะเลาะกับพ่อแรงมาก จนแม่พาเราหนีออกจากบ้าน และวันที่เราทะเลาะตอนนั้นคือ วันที่เราตะโกนบอกความจริงทุกอย่างกับแม่ แม่เราช็อกและตกใจมากว่าทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แต่เรื่องทั้งหมดผ่านไปด้วยยังไงดีละ คือจะว่าไปแม่ก็คิดว่าพ่อคงไม่ทำอีก คือตอนนั้นเรากะแม่หนีไปอยู่ที่ทำงานแม่ และเช้าวันต่อมาพ่อโทรมาตามให้กลับบ้าน เราเป็นเด็กอ่ะเนอะก็พูดไรมากไม่ได้ละก็เข้าใจว่าแม่รักพ่อมาก
เรื่องราวผ่านไปหลายปีจนปัจจุบันนี้ที่เรากำลังจะขึ้นปี 2 แล้วแหละ เราเรียนนิเทศ เราก็ต้องการกล้อง จิงๆ แม่เราก็ซื้อให้แล้วละ แต่ราคามันสูงแม่ก็อยากได้เงินคืนเลยบอกให้เราลองไปขอพ่อดู เราก็ขอไปหลายครั้งแล้วละ จนกระทั่งวันนึงพ่อเรียกเราไปคุยแล้วให้เงินเรามาสามหมื่น ตอนนั้นเรายังไม่อาบน้ำและเป็นตอนเที่ยงที่พ่อกลับลงมาพอดี (เอาแล้วไง ภาพในหัวผุดขึ้นมาแบบว้าบๆๆ เลย) เราเข้าไปอาบน้ำ และในใจมันก็สังหรใจแปลกๆ เพราะวันนี้แหละ พ่อเค้าบอกว่าเค้าทำเข็มที่ติดตรงหน้าอกหาย ตอนช่วงเช้าเค้ากลับมาหาแล้วละรอบนึงให้เราช่วยหา ละก็หาไม่เจอเลย แต่เค้าก็ไม่เลิกหาเราก็งง หาไม่เจอก็ไม่ต้องหาละป่ะ ก็แค่เอ๊ะใจอ่ะนะ! ตอนเราอาบน้ำอยู่คือประตูห้องน้ำที่บ้านมันมีช่องข้างล่างที่ก็ประมาณครึ่งคืบ เราตะหงิดใจมาก หลังจากเปิดฝักบัว คือเราได้ยินเสียงเหมือนพ่อก้มหาของใกล้ๆ หน้าประตู คือแบบเราก็คิดในใจว่า

ใช่ ต้องใช่แน่ หันกลับไปมอง แค่หันแต่หัวนะ ตัวก็พยายามหันหลัง ช็อคค่ะ เห็นกล้องมือถือตรงช่องนั้น เราทำตัวไม่ถูก เอาแต่ยืนสั่นหันหน้าเข้ากำแพง น้ำตาไหลพรากๆ และคิดในใจว่ามันเกิดขึ้นอีกแล้วหรอ เราก็คิดตอนนั้นเลยว่าจะทำยังไงดี เราก็แกล้งทำฝักบัวตกแล้วน้ำมันจะฉีดไปมาไม่มีทิศทางใช่มั้ยค่ะ เราก็พยายามหันฝักบัวไปทางช่องประตูให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และในที่สุดเขาก็ไปค่ะ เรายืนนิ่งอยู่นานกว่าจะตัดสินใจอาบน้ำได้
เรื่องนี้เราคิดแล้วคิดอีกว่าเราจะทำยังไง เราจะบอกแม่ดีมั้ย ถ้าเราบอกไป เรากับแม่จะทำไงต่อกับชีวิต เพราะทุกวันนี้เราพึ่งเขาอยู่ เราคิดหนักมาก เราสงสารแม่ แต่เงินเดือนแม่ก็ไม่ถึงหมื่นถ้าเกิดว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจริง แม่จะอยู่ยังไงแล้วเราจะอยู่ยังไง ตอนนี้คือเราหาหนทางไม่ได้ แต่เราก็คงทนเจอเรื่องแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกไม่ได้ เราพยายามศึกษาเรื่องกฎหมาย แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เข้าใจ เราเลยอยากให้คนที่รู้วิธีแก้ปัญหาช่วยชี้แนะ และให้คำปรึกษากับเรา
จะทำยังไง? ถ้าลูกอย่างเราเจอพ่อที่ไม่ควรเป็นพ่อ
พอเราเริ่มขึ้นมัธยมตอนใกล้จบม.3 ปัญหาก็เริ่มเข้ามาเรื่องที่เราจะเรียนต่อ คือเราติดขี้เกียจ เรียนไม่ค่อยได้คะแนนดี เกรดเฉลี่ย 2 กว่าๆ พ่อเค้าก็อยากให้เราต่อสายอาชีพ แต่เราไม่ชอบ เราอยากต่อสายสามัญ ก็พยายามดื้อรั้นมาจนในที่สุดก็ได้ต่อ ม.4 ที่รร.เก่า แต่ก็ทำให้ครอบครัวอึมครึม ไม่พูดไม่จากันไปพักใหญ่
และในระหว่างที่เรียนม.ปลาย เราเป็นเด็กกิจกรรม ชอบทำนู่นทำนี่กับรร. ซึ่งก็เหมือนว่าจะส่งผลกับการเรียน (แต่อันที่จริงมาคิดดูแล้วเราว่ามันไม่ได้เป็นเพราะกิจกรรมหรอก แต่เป็นเพราะสมองเราด้วยละมั้ง เพราะเรียนยังไง ก็ได้เท่าเดิมไม่น้อยลงไม่เพิ่มขึ้น) พ่อเลยสั่งห้ามนู่นห้ามนี่ ห้ามทำกิจกรรมทุกอย่างกับโรงเรียน แต่เราโชคดีที่มีแม่คอยเป็นกำลังใจ และคอยช่วยเหลือตลอด เวลาเราทำอะไรเราก็ต้องแอบไปทำ แล้วคอยโกหกหาข้ออ้างเพื่อที่จะได้ทำกิจกรรมนั้นๆ แล้วพอม.5 เราก็มีแฟน ตอนแรกๆ ก็ไม่อะไร พอพ่อได้เจอกับแฟนเราก็กลายเป็นว่าไม่ชอบหน้า ไม่ชอบๆ ทุกอย่าง และสั่งห้ามเรามีแฟนจนกว่าจะเรียนจบ (ซึ่งมันเป็นไปได้แน่นอน เพราะแฟนเรายังไม่ได้ไปทำอะไรให้เลย) แฟนคนนี้มีไรเราก็จะเล่าให้แม่ฟังตลอด ไม่เคยปิดบังท่านเลย แม่ก็จะรับรู้ตลอดว่าแฟนเราเป็นคนยังไง แต่สุดท้ายด้วยปัญหาครอบครัวของทั้งคู่ มีเหตุให้ต้องเลิกกันไปตอนเราขึ้นม.6 แล้วเราก็ต้องเจอปัญหาอีกอย่างคือทางเลือกการเข้ามหาลัย พ่อเรากลายเป็นคนที่คอยดูถูกเราตลอดว่าเราไม่มีทางเข้ามหาลัยได้ เพราะเกรดแค่นี้ แต่เราก็พยายามอธิบายว่าได้ คือเรามุ่งไว้ว่าเราจะเข้านิเทศ เพราะเราชอบมากจริงๆ แต่พ่อต้องการให้เราเข้าเรียนในคณะที่ดูมีความมั่นคงอย่างบัญชี หรืออะไรก็ตามที่จบมามีงานทำเลย (เอ่ออ...) และสุดท้าายหลังจากบ้านแทบแตกเราก็สามารถเข้ามหาลัยราชภัฎแห่งหนึ่งได้ ในความคิดเรา เราคิดว่าไม่ว่าจะที่ไหน จะจบมาเป็นยังไง ได้ทำงานที่ไหน ทุกอย่างนั้นล้วนขึ้นอยู่กับตัวเราทั้งนั้น หลังจากเราเข้าได้เราก็ได้ไปอยู่หอ นั่นทำให้เรารู้สึกดีมากไม่ใช่เพราะว่าจะไม่ได้เจอกับพ่อที่คอยหาเรื่องเราตลอดนะ แต่มันเพราะบางสิ่งที่เราจะเล่าต่อไปนี้
บอกก่อนเลยว่าหลังจากที่เราเข้ามหาลัยได้ ทุกอย่างในครอบครัวมันก็เริ่มจะดีขึ้น ความมีชีวิตชีวาเริ่มมา และเสียงหัวเราะก็เริ่มกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่เรื่องที่เราจะเล่าต่อไปนี้คือสิ่งที่เราอยากจะปรึกษากับคนที่มีความรู้ทางด้านจิตวิทยา กฎหมาย หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้อง เรื่องมีอยู่ว่า
พ่อไม่ได้เป็นคนรวย แต่หาเงินเก่งมาก และเค้าก็เก็บเงินเก่งด้วย หลายครั้งที่เราอยากได้อะไร เราก็มักจะได้ แต่พอเราเริ่มโตเข้าสู่วัยรุ่น เรื่องอัปยศมันก็เกิด จำไม่ได้ว่าช่วงตอนไหน เราลืมไปแล้ว แต่มันก็ผ่านมาน่าจะหลายปีแล้ว ในฤดูร้อนเป็นช่วงที่ประเทศไทยอากาศร้อนโคตรๆ เรานอนพัดลมไม่ไหว เราต้องการแอร์ เราเลยเปรยไปว่าอยากติดแอร์นะ เพราะไม่ไหวกับอากาศแล้วนอนไม่ค่อยหลับจริงๆ ก็ขอได้ประมาณ2-3 เดือน ช่วงปิดเทอม แม่เราต้องไปทำงานไกล และที่ทำงานพ่ออยู่ใกล้บ้าน พ่อจะกลับบ้านทุกเที่ยง และตอนนั้นเป็นวันที่เราอยู่บ้าน ตอนเที่ยงวันนั้นเรายังไม่ได้อาบน้ำและพ่อกลับมาพอดี พ่อเรียกเราไปคุยบอกว่าเดี๋ยวพ่อจะติดแอร์ให้ เราก็ดีใจ เราเลยขอตัวไปอาบน้ำ ละเรื่องทุเรศก็เกิดขึ้นกับตัวเรา หลังจากเราอาบน้ำเสร็จ ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าแต่งตัวออกจากห้องนอน เราก็ยืนทาแป้งอยุ่หน้าห้องน้ำ พ่อก็บอกว่ามาเดี๋ยวพ่อทาให้ เราก็โอเค แล้วเดินไปที่โซฟาหน้าทีวี พ่อก็บอกนอนหันหลังสิ เราก็นอนแล้วพ่อเลิกเสื้อข้างหลังขึ้นละก็ทาแป้งให้เรา แต่แล้วพ่อก็พูดว่าพ่อปลดตะขอเสื้อในนะ เราก็เอ๊ะใจ + ตกใจในใจ แต่ก็เงียบละเค้าก็ปดละก็บอกทาแป้งละบอกว่า ขอจับนมหน่อยนะ น้ำเสียงแบบทีเล่นทีจริง (ซึ่งเราคาดว่าตอนนั้นเราอาจเด็กมั้ง) คือเอาจริงๆ อ่ะช็อคมากว่าเฮ้ย บ้าป่ะ แต่เราทำไรไม่ถูกเราได้แต่กดตัวเองลงไปบนโซฟา เพื่อให้มือมันล้วงเข้าไปได้ เราจำไม่ได้ว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น จำได้อีกทีคือตอนร้องไห้โทรไปหาแฟน (สงสัยตอนนั้นจะเป็นม.ปลาย) เราอ้ำๆ อึ้งๆ ที่จะบอกแฟนแต่แล้วเราก็บอก (พ่อแฟนเราเป็นตำรวจ) แฟนเราก็ถามว่าบอกแม่รึยัง บอกให้เราไปบอกแม่ แต่เราไม่กล้า เราทำอะไรไม่ถูก จนกระทั่งมีอยู่ครั้งนึงที่เรากะแม่เคยทะเลาะกับพ่อแรงมาก จนแม่พาเราหนีออกจากบ้าน และวันที่เราทะเลาะตอนนั้นคือ วันที่เราตะโกนบอกความจริงทุกอย่างกับแม่ แม่เราช็อกและตกใจมากว่าทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แต่เรื่องทั้งหมดผ่านไปด้วยยังไงดีละ คือจะว่าไปแม่ก็คิดว่าพ่อคงไม่ทำอีก คือตอนนั้นเรากะแม่หนีไปอยู่ที่ทำงานแม่ และเช้าวันต่อมาพ่อโทรมาตามให้กลับบ้าน เราเป็นเด็กอ่ะเนอะก็พูดไรมากไม่ได้ละก็เข้าใจว่าแม่รักพ่อมาก
เรื่องราวผ่านไปหลายปีจนปัจจุบันนี้ที่เรากำลังจะขึ้นปี 2 แล้วแหละ เราเรียนนิเทศ เราก็ต้องการกล้อง จิงๆ แม่เราก็ซื้อให้แล้วละ แต่ราคามันสูงแม่ก็อยากได้เงินคืนเลยบอกให้เราลองไปขอพ่อดู เราก็ขอไปหลายครั้งแล้วละ จนกระทั่งวันนึงพ่อเรียกเราไปคุยแล้วให้เงินเรามาสามหมื่น ตอนนั้นเรายังไม่อาบน้ำและเป็นตอนเที่ยงที่พ่อกลับลงมาพอดี (เอาแล้วไง ภาพในหัวผุดขึ้นมาแบบว้าบๆๆ เลย) เราเข้าไปอาบน้ำ และในใจมันก็สังหรใจแปลกๆ เพราะวันนี้แหละ พ่อเค้าบอกว่าเค้าทำเข็มที่ติดตรงหน้าอกหาย ตอนช่วงเช้าเค้ากลับมาหาแล้วละรอบนึงให้เราช่วยหา ละก็หาไม่เจอเลย แต่เค้าก็ไม่เลิกหาเราก็งง หาไม่เจอก็ไม่ต้องหาละป่ะ ก็แค่เอ๊ะใจอ่ะนะ! ตอนเราอาบน้ำอยู่คือประตูห้องน้ำที่บ้านมันมีช่องข้างล่างที่ก็ประมาณครึ่งคืบ เราตะหงิดใจมาก หลังจากเปิดฝักบัว คือเราได้ยินเสียงเหมือนพ่อก้มหาของใกล้ๆ หน้าประตู คือแบบเราก็คิดในใจว่า
เรื่องนี้เราคิดแล้วคิดอีกว่าเราจะทำยังไง เราจะบอกแม่ดีมั้ย ถ้าเราบอกไป เรากับแม่จะทำไงต่อกับชีวิต เพราะทุกวันนี้เราพึ่งเขาอยู่ เราคิดหนักมาก เราสงสารแม่ แต่เงินเดือนแม่ก็ไม่ถึงหมื่นถ้าเกิดว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจริง แม่จะอยู่ยังไงแล้วเราจะอยู่ยังไง ตอนนี้คือเราหาหนทางไม่ได้ แต่เราก็คงทนเจอเรื่องแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกไม่ได้ เราพยายามศึกษาเรื่องกฎหมาย แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เข้าใจ เราเลยอยากให้คนที่รู้วิธีแก้ปัญหาช่วยชี้แนะ และให้คำปรึกษากับเรา