ขอบคุณ ที่ทิ้งฉันไป...

สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกในชีวิต ที่อยากเอามาแบ่งปันเพื่อนๆได้อ่าน เผื่อจะเป็นประโยชน์กับใครได้บ้าง
เราอายุ 26  เรื่องราวเบญจเพสของเราเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ปีนึงที่ผ่านมา เหมือนเราได้เรียนรู้ชีวิตเท่ากับสิบๆปี
เราเรียนและทำงานมาในสายศิลปินมาตลอด ชีวิตเราไม่ค่อยสนใจกับเรื่องของความรักมากนัก เราทุ่มเททั้งหมดให้กับเพลงและดนตรี เรามีเพื่อนที่น่ารักเพื่อนสนิทสามคนของเราดูแลเราอย่างดี พวกนางรู้ดีว่าเราโลกส่วนตัวสูงมาก และเพี้ยน และติ๊งต๊อง ซึ่งนั่นแหละมันทำให้เราไม่เคยมีแฟนมาก่อน พอมีคนเข้ามา เราก็จะถอยหลังหนีทุกครั้ง ด้วยสิ่งที่ผ่านตาเข้ามารอบตัว ความรักเป็นเรื่องราวที่น่ากลัว และเจ็บปวด เราแต่งเพลงได้เป็นสิบๆ โดยที่ไปฟังคนนั้นคนนี้เล่าประสบการณ์ความรักอันทรมานทรกรรมให้ฟัง โดยที่เราไม่เคยเข้าใจมันซักครั้ง เราเป็นสิรานีที่ไม่เคยเจ็บปวดจากความรัก ให้คำปลอบใจคนอื่น แต่ลึกๆ เราเองไม่นึกไม่ออกเลย ว่าทำไมมันถึงเจ็บปวดขนาดนั้น...

    เรื่องราวเกิดขึ้นในช่วงมิถุนาของปีที่แล้ว เราได้รู้จักกับผู้ชายคนนึง ทางFB ด้วยความเห็นบางอย่างทางการเมืองของเราตรงกัน เราจึงเริ่มคุย สนิทกันในเวลาอันรวดเร็ว ตอนนั้นใจเรารู้สึกสุขใจอย่างประหลาด แบบที่ไม่เคยเป็นกับใครมาก่อน เค้าคนนั้นมีความอบอุ่นและความคิดที่เราไม่เคยได้เจอจากใคร เรารู้สึกว่าคนนี้ใช่สำหรับเรา ใจดีและอบอุ่น เค้าอายุน้อยกว่าเราสองปี เพื่อนๆจึงเริ่มล้อว่าเรา "กินเด็ก" เราเริ่มนัดไปดูหนังกินข้าวกัน และเค้าน่ารักมากกว่าที่เราคิด ตอนนั้นโลกของเราสดใสมาก แบบที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน(คนมีแฟนเค้าเป็นแบบนี้กันหรอ) เหมือนอยู่ในโลกของความฝันเลย ทุกอย่างมีแต่เธอๆๆๆๆ
เราแต่งเพลงให้เค้า ในวันที่เราตกลงเป็นแฟนกัน...

      ไม่มีวันไหนที่เราจะไม่ได้ยินเสียงเค้าเลย เราโทรคุยกันทั้งวันทั้งคืน ใจของเราอยู่กับเค้าทั้งหมดและวาดฝันอนาคตไปกับเค้า เราเชื่อเรื่องโซเมท และคิดว่า คนที่เรารอคอยเป็นเค้าแน่ๆ วันนึงเค้าดูดวงกราฟชีวิตให้เรา เค้าทายทุกอย่างถูกทั้งหมด เราประหลาดใจมากๆ จนมีประโยคนึง เค้าบอกว่า "ดวงคู่ครองมีน้อยมาก" เราก็ยิ้ม เราก็บอกว่า "สงสัยจะมีแค่คนเดียวคือเธอนี่แหละ" (หยอดตลอดเวลา)
เค้าขำ บอกว่า "บนโลกนี้มันไม่มีหรอกที่จะเจอกัน เป็นแฟนกัน แค่คนเดียวแล้วรักกันตลอดไป" ตอนนั้นเราวิ๊ปมาก เหมือนใจมันโหวงๆไปชั่วขณะ ที่เค้าหมายถึงคืออะไร???

    ต่อมาเราเริ่มมีปัญหากัน เค้าเป็นคนหึงแรงมาก ค้นFB ค้นไลน์ ค้นมือถือ ค้นโน๊ตบุ๊ค inbox ไปด่าคนที่เราเคยคุยด้วย ซึ่งเป็นเพื่อนกันมานานมากๆบนFB คุยโทรศัพท์รับช้าเค้าจะเริ่มโมโหวางสายใส่ สบทด่า  จนบางครั้งหลุดคำหยาบคายแรงๆออกมา เราตกใจมาก เราไม่ได้เป็นผู้ดีถึงขนาดว่าไม่พูดคำพวกนั้น แต่เราไม่คิดจะใช้มันกับคนที่เรารักหรือรู้จักเลย น้ำตาเรามันไหลออกมา เค้าไม่ปลอบได้แต่หงุดหงิดและด่าซ้ำ เราแฟดตัวออกจากเพื่อนๆที่เราเคยคุยด้วย เราไม่อยากให้เค้าเสียใจ เราลบเพื่อนและบล็อกทุกคนที่เค้าไม่ชอบใจออกไป ชีวิตเราตอนนั้นเหมือนยกให้เค้าแค่คนเดียว เราเริ่มเสียความเป็นตัวเองโดยที่เราไม่รู้ตัว เราทิ้งความฝันว่าเราจะเป็นนักร้อง เราอยากอยู่แค่กับเค้า

       หลายเดือนผ่านไป เรายังมีปัญหากันอยู่ และมันมากขึ้นเรื่อยๆ เค้าเริ่มบ่นว่าเราอ้วน ทั้งที่ไม่เคยจะสนใจเรื่องนี้เลย เค้าบอกว่าเราอ่อนแอ ขี้ขลาด ไม่มีวันไหนที่เราไม่ทะเลาะกันเลย เราเริ่มเกลียดตัวเองมากขึ้น เราพยายามทำทุกอย่างให้เค้าพอใจ แต่มันก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย... เรานอนร้องไห้ทุกวัน อยากให้เค้ากลับมาเป็นคนเดิม คนที่เรารู้จักตั้งแต่แรก

       จนมาในช่วงเดือนมกรา เรารู้สึกแปลกๆ เราไม่เคยแตะโทรศัพท์เค้าเลย แต่ช่วงหลังเค้าดูระแวงมาก เราไปเจอเค้าคอมเม้นส์หวานๆกับผู้หญิงคนนึง แต่คนนั้นปิดหน้าปิดตา เป็น FB อวตาน เราเลยแคปไปถามเค้าว่าคนนี้คือใคร เค้าหงุดหงิดขึ้นมาเลย บอกว่าเพื่อนผู้ชาย ปลอมเฟสเป็นผู้หญิง เราก็เชื่อ เค้าพูดอะไรก็เชื่อไปหมด
      
      เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นวันเกิดของเรา เค้าซื้อตุ๊กตาหมาสีดำให้เรา เป็นของขวัญ เราถูกใจมากเพราะเราชอบมาตัวดำสุดๆ เรามีความสุขมากๆ วันเกิดเราปีแรกที่มีแฟนอยู่ข้างๆเป่าเค็กกับเพื่อนๆของเรา เรามองหน้าเค้าก่อนอธิฐาน ภาพของเขาในวันนั้นช่างสวยงาม เค้ายิ้มให้เราสายตาของเค้าอบอุ่นมาก ตอนนั้นฉันคิด "ฉันขอเห็นหน้าของเธอไปในทุกๆวัน ขอให้ได้ยินเสียงของเธอทุกๆวัน หัวใจฉันให้เธอแค่คนเดียวตลอดไป"


      ต่อมาเราทะเลาะกัน เค้าเปลี่ยนไปจริงๆ เปลี่ยนไปจนน่าตกใจ เค้าเริ่มขว้างของ ทุบประตู เตะกำแพง เราเลยตัดสินใจ บอกเลิกเค้า แค่อยากให้เค้าง้อเราเท่านั้น  แล้วเราก็ลบเฟส บล็อกเฟสเค้าไปสองวัน พอกลับมาอีกที เราทักเค้าไป เราขอโทษเค้าที่เราทำแบบนั้น โทรไปหาเป็นร้อยรอบ เค้าก็ไม่มีวี่แววว่าจะทักตอบกลับมาเลย ตอนนั้นเราย้ายที่ทำงานใหม่ เราไม่เป็นอันทำงานเลย ทุกอย่างมันเฟลไปหมด เรากดโทรหาเค้าวันละร้อยๆจริงๆ เราคิดถึงเค้ามาก เหมือนโลกมันพลิกด้าน เราไม่สามารถอยู่ได้เลยถ้าไม่มีเค้า เราไปดูที่เฟสเค้า สรุปว่าเค้าไปคบกับคนนั้นจริงๆ ในเวลาแค่สองวัน ที่เราหายไป T^T  

       เราพยายามทำทุกทางให้เค้ากลับมา แต่เค้าก็ไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย เราเพี้ยนเดินตกบันไดสะพานลอย ข้อเท้าพลิกแต่เราเดินต่อกลับมาที่ห้องโดยไม่รู้สึกเจ็บเลย ที่เจ็บที่สุดคือหัวใจ มันเจ็บจนอธิบายไม่ถูก เรานอนตื่นมาในตอนเช้า ข้อเท้าเราบวมมาก เพื่อนเรามาหา มันพาไปโรงบาล เพราะเราขาดงาน เราไม่พูดกับใครเลย เราไม่อยากมองหน้าตัวเองในกระจก เราเดินไปร้านขายยา อารมณ์ตอนนั้นอยากนอนหลับไปตลอดเลย ขออยู่ในความฝัน ความฝันที่มีเค้าอยู่ในทุกเวลาก็ยังดี ร้านขายยาปิดT^T  แม้แต่ร้านขายยายังปิดใส่เรา ตอนนั้นอะไรก็ดูแย่ไปหมด เราเดินกลับมานั่งเฉยๆที่ห้อง ตั้งแต่บ่ายถึงมืด เราไม่ไปทำงานแบบที่ไม่พูดกับใครเลย คนที่ทำงานไม่เคยเห็นเรากินข้าว เราจ้องโทรศัพท์และกดไปหาเค้า ส่งข้อความไปหาเค้าเหมือยคนบ้า
       เค้าบอกให้เราหยุด ที่เรากำลังทำไม่ได้รักเค้า เราเห็นแก่ตัว เค้ารำคาน เราก็ยังคงส่งข้อความไปหาเค้า เข้าไปดูเฟสเค้า ดูเค้าพูดคำหวานๆแบบที่เคยพูดกับเรา กับคนใหม่ เราเดินเข้าห้องน้ำทุกครึ่ง ชม เพื่อไปร้องไห้ วันหยุดเราได้แต่นั่งเฉยๆ อาการเป็นแบบนั้นราวเดือนกว่า น้ำหนักเราลดไป 10กิโล  เรายังส่งข้อความไปหาเค้าเรื่อยๆ เค้าอ่านแต่ไม่ตอบ
        วันนึงเพื่อนเราทักมา เราเล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนฟัง เพื่อนคนนี้เราเคยแอบชอบเค้านะ นานมาแล้ว แต่เค้าเป็นเกย์หนะ เค้ามีคำพูดหลายคำ ที่ทำให้เราสะเทือนไปถึงใจ บนโลกนี้มีคนที่เจ็บกว่าเราอีกมาก บางคนเค้ามีลูกกันแล้ว เค้ายังเลิกกันเลย เราคบมาแค่8เดือน เพื่อนให้เราหันกลับมาดูตัวเอง เรากลับบ้าน หลังจากที่ไม่ได้กลับมาสองเดือน แม่เห็นสภาพเรา แม่ไม่ถามอะไร แม่กอด แล้วบอกว่า "ไม่มีใครแต่ลูกยังมีแม่นะ" ตอนนั้นเหมือนหน้าชา เหมือนหลุดออกมาจากอะไรที่มันเหนี่ยวเราอยู่
      เราไปปฎิบัติธรรมอาทิตย์นึงและนั่นคือจุดเปลี่ยนในชีวิตเรา เราได้พบแสงสว่างของพระพุทธองค์ เรารู้สึกถึงบางอย่างที่มันของจริงแท้และแน่นอนกว่าความหลงทางโลก เราได้รู้ว่าความแน่นอนคือความไม่แน่นอน สิ่งที่เราทำมันเห็นแก่ตัวจริงๆ การที่เราเอาชีวิตไปผูกไว้กับใครมากเกินไป บางทีเค้าอาจจะอึดอัดมากกว่าเราซะอีก เค้าอาจจะทรมานมากกว่าเราเสียอีก เราทำให้คนที่เราบอกว่ารักทรมาน เราเองที่เป็นคนผลักให้เค้าออกไปจากชีวิตเรา เป็นเราที่ผิดเอง เค้าไปจากเราเค้ามีความสุข เราควรสุขไปกับเค้า เราต้องยอมรับความจริงของชีวิตและธรรมชาติ ที่แน่ๆคือใจเราต้องฝึกให้มีสติรู้เท่าทันตนเองตลอดเวลา แค่ชั่ววินาทีเราอาจเสียใจไปตลอดชีวิต เพราะการตัดสินใจแบบไร้สติอย่างที่เราเป็น
        
     หลังจากกลับมา เราลบรูปภาพทั้งหมดทิ้ง จัดห้องใหม่ เอาของเค้าทั้งหมดไปทิ้ง และสมัครฟิตเนต เริ่มปฎิวัติตัวเอง เราก็น้ำหนักลงไปอีก10 กิโล  ภายในเวลา 3 เดือน เราเปลี่ยนอาหารทั้งหมด งดน้ำตาล และเริ่มสร้างกล้ามเนื้อ จากการเล่นเวท และคาร์ดิโอ้เผาผลาญไขมันไปพร้อมๆกัน ตอนนี้เราเกือบได้รูปร่างแบบที่ต้องการแล้ว ชีวิตมันเปลี่ยนไปอย่างมาก เราหลงไหลตัวเองในกระจก555+

     เรายิ้มและพูดกับตัวเองทุกวัน เรากอดตัวเองในทุกๆเช้า เรารักตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ จนมันล้นออกมาจริงๆ เรารักเพื่อน รักครอบครัว รักทุกคนที่เดินผ่านเราไป เรารักสิ่งของ และขอบคุณมันเสมอ และเราไม่ลืมคนสำคัญของเรา "พระพุทธองค์" ที่ชี้ทางสว่างให้แก่เรา
สุดท้าย เราอยากขอบคุณเค้า ขอบคุณ ที่ทำให้ตาล ได้รู้จัก"ความรัก" ตาล จะเก็บทุกความทรงจำที่สวยงามเอาไว้ตลอดไป

   ไม่มีอะไรที่มนุษย์ทำไม่ได้ มันอยู่ที่ใจจริงๆ หากเรากล้ายอมรับความจริง และสู้กับมัน สู้เพื่อตัวเอง สู้เพื่อคนที่รักเรา ใครไม่รักเราช่างแมร่ง ขอเป็นกำลังใจ ให้ทุกคนที่กำลังเสียใจ ทั้งเรื่องความรักและปัญหาต่างๆ ทางออกมีเป็นล้านๆ เลือกให้ถูก ชีวิตเป็นของเรา!!!  
#เราจะไปป็นซุปตาร์ เย้ 55+
เราแต่งเพลงนี้ให้เธอในวันที่คบกัน "เพลงขอบคุณ" วันนี้เราอยากให้มันเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ที่เรามีให้อย่างบริสุทธิ์ใจ ของผู้หญิงคนนึงที่จะให้ผู้ชายคนนึงได้ ขอโทษและขอบคุณอีกครั้งในวันที่จากลา ขอให้เราหมดกรรมกันในชาตินี้  ลาก่อนความรักครั้งแรก
ขอบคุณที่ทิ้งฉันไป....
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่