จข กท ยังไม่เคยเขียนกระทู้ยาวๆแบบนี้มาก่อน ถ้าใครว่างๆ ลองอ่านดูกันนะคะ แล้วขอให้ร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย จะขอขอบคุณมากๆๆคะ
เหตุเกิดขึ้นที่เคานเตอร์เช็คอินของสายการบินการต้าแอร์เวย เมื่อ 7 โมงเช้า วันอาทิตย์ 12 กคที่ผ่านมา จขกท เดินทางออกจากประเทศไทยพร้อมกับลูกวัยทีนสองคนด้วยพาสปอร์ตต่างด้าว เราเช็คอินด้วยกระเป๋าที่หุ้มพลาสติกกันกระแทก 4 ใบ เช็คน้ำหนักก่อนออกจากที่พักและเช็คแบบหยอดเหรียญ 10 บาทที่เคาน์เตอร์ตอนหุ้มพลาสติก เพื่อให้มั่นใจว่า น้ำหนัก ต่ำกว่าโควต้า 3-4 โลอย่างที่เราเคยปฏิบัติเป็นประจำ
พนง เคาน์เตอร์สายการบินการต้าแอร์เวย ชื่อ Chu.K เป็น พนง ให้บริการเมื่อถึงคิวเรา หล่อนยิงคำถามเรากับลูกๆว่า Where you go?? แบบเหยียดๆ เราเงียบและมองหน้าให้หล่อนรู้สึกตัว เพื่อเรียบเรียงคำถามใหม่เป็น Where do you want to go? และสอบถามเรากับลูกๆว่ามีแบตเตอรีสำรองในกระเป๋าเดินทางหรือเปล่า เพราะระเบียบการท่าไม่อนุญาติให้เช็คอิน หากมีขอให้รื้อกระเป๋า เพื่อเอาออก ไม่งั้นถ้าหากการท่าเอ็กซเรย์เจอจะโดนรื้อกระเป๋า ออกข้างเครื่อง ฟังแล้วก็งงและไม่เชื่อ เพราะขามาไม่เจอปัญหาแบบนี้ แล้วอีกอย่างเราเสียเงินหุ้มกระเป๋าด้วยพลาสติกอย่างเรียบร้อยแล้วใบละ 150 บาท เราไม่อยากรื้อและเสียตังค์ฟรี หรือต้องออกไปหุ้มใหม่และกลับมาต่อคิวเช็คอินอีก บล้า บล้า บล้า เราเลยเริ่มพูดไทยกับหล่อน เผื่อจะเจรจากันได้บ้างในฐานะคนไทยด้วยกัน ต้องบอกก่อนว่าจริงๆเราเป็นลูกครึ่ง (ยุโรป-ไทย) หน้าเราก็ไม่ค่อยเหมือนคนไทยเท่าไรนัก
##ถึงตรงนี้อยากสอบถามเพื่อนๆว่า เรื่องระเบียบห้ามเช็คอินแบตเตอร์รีสำรองในกระเป๋าเดินทาง มีมานานแล้วหรือ เราตกข่าวใช่ไหม เรากลับไทยเมื่อ 3 ปีแล้ว เราเลยไม่รู้จริงๆว่าเป็นกฏของที่นี้ แล้วทำไมที่สนามบินอื่นๆ เขาไม่เห็นมีข้อห้ามแบบนี้หล่ะ #ใครเคยเจอแบบเราบ้างไหม# power bank ต้องเอาขึ้นเครื่องโดยตรง จริงรึป่าว#
การเจรจาด้วยภาษาไทย กลับเลวร้ายยิ่งขึ้น เพราะหล่อนสะบัดคำ เล่นลิ้นแถมพูดกับเราแบบไม่มีคำลงท้าย “คะ” จนกลายเป็นการปะทะคารม แบบนี้มันไม่ใช่ เราบอกไปเชิญตัวใหญ่หรือผจก มาคุยหน่อย ก็มีซุปเปอร์ไวเซอร์มาคุยด้วย ยืนยันว่าเป็นระเบียบจริง เลยถามไปว่า ทำไมไม่โพสในเวปไซค์ หรือแจ้งสายการบิน ผดส จะได้จัดกระเป๋าถูก ไม่ต้องมามีปัญหาหรือถูกประจาน ให้รื้อกระเป๋าที่เคาน์เตอร์ ทั้ง พนง และซุป ทำงานสไตล์เดียวกัน คือหล่อนถูก ผดส คือคนผิด หล่อนสั่งเราให้รื้อกระเป๋า แล้วซุปก็เดินหนีไป ส่วน Chu.K ก็นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์มองเหมือนเราเป็น#สูญญากาศ#
ในที่สุดเราก็จำยอมรื้อกระเป๋าด้วยเหตุผลสองประการ ประการแรกคือ เพื่อความปลอดภัยของผดส ท่านอื่นๆ และประการที่สองคือ เราจะได้ไม่ตกเครื่อง ถ้าไม่รื้อเขาก็ไม่ให้เราเช็คอิน เคาน์เตอร์ก็จะปิดเช็คอิน เลื่อนตั๋วก็ไม่ทัน เราพยายามแจ้งให้ Chu.K ติดต่อ ผู้มีอำนาจตัดสินใจมาเคลียให้เรา หล่อนยังนั่งเก็กอยู่หน้าคอมทำเสมือนเราเป็นสูญญกาศต่อไป เรานึกว่าเรื่องจะจบ เมื่อเอาแบตเตอรรีสำรองต้นเหตุออกและเช็คอินได้ เปล่าเลย เธอยังไม่ยอมให้เราเช็คอิน
มีต่อนะคะ
เจอจนได้ที่สุวรรณภูมิ…มีเรื่องคาใจที่อยากขอความช่วยเหลือจากชาวพันทิปและขอเตือนผู้โดยสารท่านอื่นๆ
เหตุเกิดขึ้นที่เคานเตอร์เช็คอินของสายการบินการต้าแอร์เวย เมื่อ 7 โมงเช้า วันอาทิตย์ 12 กคที่ผ่านมา จขกท เดินทางออกจากประเทศไทยพร้อมกับลูกวัยทีนสองคนด้วยพาสปอร์ตต่างด้าว เราเช็คอินด้วยกระเป๋าที่หุ้มพลาสติกกันกระแทก 4 ใบ เช็คน้ำหนักก่อนออกจากที่พักและเช็คแบบหยอดเหรียญ 10 บาทที่เคาน์เตอร์ตอนหุ้มพลาสติก เพื่อให้มั่นใจว่า น้ำหนัก ต่ำกว่าโควต้า 3-4 โลอย่างที่เราเคยปฏิบัติเป็นประจำ
พนง เคาน์เตอร์สายการบินการต้าแอร์เวย ชื่อ Chu.K เป็น พนง ให้บริการเมื่อถึงคิวเรา หล่อนยิงคำถามเรากับลูกๆว่า Where you go?? แบบเหยียดๆ เราเงียบและมองหน้าให้หล่อนรู้สึกตัว เพื่อเรียบเรียงคำถามใหม่เป็น Where do you want to go? และสอบถามเรากับลูกๆว่ามีแบตเตอรีสำรองในกระเป๋าเดินทางหรือเปล่า เพราะระเบียบการท่าไม่อนุญาติให้เช็คอิน หากมีขอให้รื้อกระเป๋า เพื่อเอาออก ไม่งั้นถ้าหากการท่าเอ็กซเรย์เจอจะโดนรื้อกระเป๋า ออกข้างเครื่อง ฟังแล้วก็งงและไม่เชื่อ เพราะขามาไม่เจอปัญหาแบบนี้ แล้วอีกอย่างเราเสียเงินหุ้มกระเป๋าด้วยพลาสติกอย่างเรียบร้อยแล้วใบละ 150 บาท เราไม่อยากรื้อและเสียตังค์ฟรี หรือต้องออกไปหุ้มใหม่และกลับมาต่อคิวเช็คอินอีก บล้า บล้า บล้า เราเลยเริ่มพูดไทยกับหล่อน เผื่อจะเจรจากันได้บ้างในฐานะคนไทยด้วยกัน ต้องบอกก่อนว่าจริงๆเราเป็นลูกครึ่ง (ยุโรป-ไทย) หน้าเราก็ไม่ค่อยเหมือนคนไทยเท่าไรนัก
##ถึงตรงนี้อยากสอบถามเพื่อนๆว่า เรื่องระเบียบห้ามเช็คอินแบตเตอร์รีสำรองในกระเป๋าเดินทาง มีมานานแล้วหรือ เราตกข่าวใช่ไหม เรากลับไทยเมื่อ 3 ปีแล้ว เราเลยไม่รู้จริงๆว่าเป็นกฏของที่นี้ แล้วทำไมที่สนามบินอื่นๆ เขาไม่เห็นมีข้อห้ามแบบนี้หล่ะ #ใครเคยเจอแบบเราบ้างไหม# power bank ต้องเอาขึ้นเครื่องโดยตรง จริงรึป่าว#
การเจรจาด้วยภาษาไทย กลับเลวร้ายยิ่งขึ้น เพราะหล่อนสะบัดคำ เล่นลิ้นแถมพูดกับเราแบบไม่มีคำลงท้าย “คะ” จนกลายเป็นการปะทะคารม แบบนี้มันไม่ใช่ เราบอกไปเชิญตัวใหญ่หรือผจก มาคุยหน่อย ก็มีซุปเปอร์ไวเซอร์มาคุยด้วย ยืนยันว่าเป็นระเบียบจริง เลยถามไปว่า ทำไมไม่โพสในเวปไซค์ หรือแจ้งสายการบิน ผดส จะได้จัดกระเป๋าถูก ไม่ต้องมามีปัญหาหรือถูกประจาน ให้รื้อกระเป๋าที่เคาน์เตอร์ ทั้ง พนง และซุป ทำงานสไตล์เดียวกัน คือหล่อนถูก ผดส คือคนผิด หล่อนสั่งเราให้รื้อกระเป๋า แล้วซุปก็เดินหนีไป ส่วน Chu.K ก็นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์มองเหมือนเราเป็น#สูญญากาศ#
ในที่สุดเราก็จำยอมรื้อกระเป๋าด้วยเหตุผลสองประการ ประการแรกคือ เพื่อความปลอดภัยของผดส ท่านอื่นๆ และประการที่สองคือ เราจะได้ไม่ตกเครื่อง ถ้าไม่รื้อเขาก็ไม่ให้เราเช็คอิน เคาน์เตอร์ก็จะปิดเช็คอิน เลื่อนตั๋วก็ไม่ทัน เราพยายามแจ้งให้ Chu.K ติดต่อ ผู้มีอำนาจตัดสินใจมาเคลียให้เรา หล่อนยังนั่งเก็กอยู่หน้าคอมทำเสมือนเราเป็นสูญญกาศต่อไป เรานึกว่าเรื่องจะจบ เมื่อเอาแบตเตอรรีสำรองต้นเหตุออกและเช็คอินได้ เปล่าเลย เธอยังไม่ยอมให้เราเช็คอิน
มีต่อนะคะ