ผมว่าสองสิ่งนี้มันสำคัญมากกับทีมไทย
1) อยากให้ทีมไทยพัฒนาเรื่องสภาพจิตใจและการคุมสติของผู้เล่นอย่างจริงจัง ผมว่ามันเป็นปัญหาสำคัญที่ครอบคลุมเรื่องอื่นๆ เช่น แท็คติค การแก้เกม
สังเกตในหลายๆแมตช์ ทีมไทยมักจะแผ่วปลาย หรือเสียแต้มติดๆกันเยอะเกินไป พูดง่ายๆคือเวลาเรานำเยอะแค่ไหนก็สามารถโดนแซงได้อยู่ดี
เรื่องสภาพจิตใจนี่สำคัญมาก เพราะทีมระดับโลกแล้วเจอกันมันสูสีกัน แต่มาวัดกันที่ปลายเซตนี่แหละว่าใครจะนิ่งกว่า มันดูเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ผลลัพธ์มันต่างกันมาก เช่น เราแพ้ญี่ปุ่น 0-3 เซต ด้วยสกอร์สูสี ได้ 22 23 บ้างละ มันดูดี แต่ผลคือเราแพ้ทั้งสามเซตและไม่ได้คะแนน กลับกันเมื่อตอนชิงแชมป์เอเชียที่โคราช เป็นเราที่นิ่งและสุดยอดจนแซงญี่ปุ่นและปิดเซตแรกได้ คือมันตัดกันที่ความนิ่งปลายเซตจริงๆ
2) อยากให้ทีมไทยเปลี่ยนจากการพยายามปล่อยออกเป็นพยายามรับ คือหลายๆครั้งเห็นการรับลูกตบในลักษณะที่เหมือนคิดว่าลูกจะออก ดึงมือกลับและก็มองดูลูกลงไปใกล้ๆเส้น แทนที่จะพยายามรับ กับอีกอย่างคือรับลูกตบในลักษณะที่พร้อมจะสไลด์หรือเคลื่อนตัวไปรับลูก ไม่ใช่ยืนปักหลักอยู่กับที่ สังเกตว่าทีมใหญ่อื่นๆจะมีการรับลูกตบที่มีการเคลื่อนตัว คือถึงแม้ลูกนั้นจะรับไม่อยู่แต่จะมีการเคลื่อนตัวหรือขยับให้เห็น แต่ทีมไทยจะเป็นลักษณะยืนนิ่งขาตาย แล้วลูกก็ตกไปตรงช่องว่าง แล้วก็มองหน้ากัน 5555 (อันนี้ขัดใจมาก 555 ) หรือยืดตัวยืดแขนไปรับแต่ขาอยู่กับที่ ลูกก็ตกตรงพื้นที่ปลายมือ เป็นต้น
สองข้อนี้ผมมองว่าเป็นเหมือนกับดักหรือช่องว่างที่ทำให้ทีมไทย ยังต่างกับทีมชั้นนำอื่นๆ แต่ผมรู้สึกว่าเกมรับทีมไทยดีขึ้นมาก การรับลูกตบแบบข้างต้นนั้นมีให้เห็นน้อยลงมาก และผมไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ยว่า เด็กรุ่นใหม่เราอย่าง เพียว เตย บุ๋มบิ๋ม มีศักยภาพทั้งสองข้อข้างต้นดีมาก คือดูนิ่ง หลุดแล้วดึงสติได้ ดูมีความมั่นใจไม่หวั่นกลัว และมีเกมรับที่ดี เตยเก็บลูกขลุกขลิกหน้าเน็ตได้ค่อนข้างดี เพียวกับบุ๋มบิ๋มรับตบ รับเสิร์ฟค่อนข้างดี ตรงนี้มันดูเป็นการพัฒนาที่ดูเป็นรูปธรรมดีมาก ในขณะที่ช่องว่างระหว่างรุ่นน้องหน้าใหม่กับรุ่นเก่ายังคงมีอยู่ แต่เชื่อว่าช่องว่างจะค่อยๆลดลงเรื่อยๆจนผสานกันได้เหมือนทีมใหญ่อื่นๆ เรื่องที่ผมมองว่าควรจะให้ความสำคัญมากจริงๆคือเรื่องสภาพจิตใจ ความนิ่ง อยากให้พัฒนาเรื่องนี้จริงๆ เป็น10 ปีก็รอได้
ปล. ดักไว้ก่อน ผมแค่อยากแสดงความเห็นและเชื่อว่าโค้ชและทีมงานก็รู้สิ่งต่างๆดีอยู่แล้ว ก็เป็นกำลังใจให้ 1.ไม่ต้องบอกว่าถ้าทำได้ก็คงเป็นแชมป์โลกไปแล้ว เพราะคิดแบบนี้ก็จบสิ 2. ไม่ต้องบอกให้ผมไปเป็นโค้ชหรือไปเล่นเอง เพราะในความเป็นจริงมันทำไม่ได้ ตรรกะนี้ก็ใช้ไม่ได้ด้วย เลยเกิดพื่นที่ของการวิจารณ์
ขอมากไปไหม อยากให้เน้นสองเรื่องนี้
1) อยากให้ทีมไทยพัฒนาเรื่องสภาพจิตใจและการคุมสติของผู้เล่นอย่างจริงจัง ผมว่ามันเป็นปัญหาสำคัญที่ครอบคลุมเรื่องอื่นๆ เช่น แท็คติค การแก้เกม
สังเกตในหลายๆแมตช์ ทีมไทยมักจะแผ่วปลาย หรือเสียแต้มติดๆกันเยอะเกินไป พูดง่ายๆคือเวลาเรานำเยอะแค่ไหนก็สามารถโดนแซงได้อยู่ดี
เรื่องสภาพจิตใจนี่สำคัญมาก เพราะทีมระดับโลกแล้วเจอกันมันสูสีกัน แต่มาวัดกันที่ปลายเซตนี่แหละว่าใครจะนิ่งกว่า มันดูเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ผลลัพธ์มันต่างกันมาก เช่น เราแพ้ญี่ปุ่น 0-3 เซต ด้วยสกอร์สูสี ได้ 22 23 บ้างละ มันดูดี แต่ผลคือเราแพ้ทั้งสามเซตและไม่ได้คะแนน กลับกันเมื่อตอนชิงแชมป์เอเชียที่โคราช เป็นเราที่นิ่งและสุดยอดจนแซงญี่ปุ่นและปิดเซตแรกได้ คือมันตัดกันที่ความนิ่งปลายเซตจริงๆ
2) อยากให้ทีมไทยเปลี่ยนจากการพยายามปล่อยออกเป็นพยายามรับ คือหลายๆครั้งเห็นการรับลูกตบในลักษณะที่เหมือนคิดว่าลูกจะออก ดึงมือกลับและก็มองดูลูกลงไปใกล้ๆเส้น แทนที่จะพยายามรับ กับอีกอย่างคือรับลูกตบในลักษณะที่พร้อมจะสไลด์หรือเคลื่อนตัวไปรับลูก ไม่ใช่ยืนปักหลักอยู่กับที่ สังเกตว่าทีมใหญ่อื่นๆจะมีการรับลูกตบที่มีการเคลื่อนตัว คือถึงแม้ลูกนั้นจะรับไม่อยู่แต่จะมีการเคลื่อนตัวหรือขยับให้เห็น แต่ทีมไทยจะเป็นลักษณะยืนนิ่งขาตาย แล้วลูกก็ตกไปตรงช่องว่าง แล้วก็มองหน้ากัน 5555 (อันนี้ขัดใจมาก 555 ) หรือยืดตัวยืดแขนไปรับแต่ขาอยู่กับที่ ลูกก็ตกตรงพื้นที่ปลายมือ เป็นต้น
สองข้อนี้ผมมองว่าเป็นเหมือนกับดักหรือช่องว่างที่ทำให้ทีมไทย ยังต่างกับทีมชั้นนำอื่นๆ แต่ผมรู้สึกว่าเกมรับทีมไทยดีขึ้นมาก การรับลูกตบแบบข้างต้นนั้นมีให้เห็นน้อยลงมาก และผมไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ยว่า เด็กรุ่นใหม่เราอย่าง เพียว เตย บุ๋มบิ๋ม มีศักยภาพทั้งสองข้อข้างต้นดีมาก คือดูนิ่ง หลุดแล้วดึงสติได้ ดูมีความมั่นใจไม่หวั่นกลัว และมีเกมรับที่ดี เตยเก็บลูกขลุกขลิกหน้าเน็ตได้ค่อนข้างดี เพียวกับบุ๋มบิ๋มรับตบ รับเสิร์ฟค่อนข้างดี ตรงนี้มันดูเป็นการพัฒนาที่ดูเป็นรูปธรรมดีมาก ในขณะที่ช่องว่างระหว่างรุ่นน้องหน้าใหม่กับรุ่นเก่ายังคงมีอยู่ แต่เชื่อว่าช่องว่างจะค่อยๆลดลงเรื่อยๆจนผสานกันได้เหมือนทีมใหญ่อื่นๆ เรื่องที่ผมมองว่าควรจะให้ความสำคัญมากจริงๆคือเรื่องสภาพจิตใจ ความนิ่ง อยากให้พัฒนาเรื่องนี้จริงๆ เป็น10 ปีก็รอได้
ปล. ดักไว้ก่อน ผมแค่อยากแสดงความเห็นและเชื่อว่าโค้ชและทีมงานก็รู้สิ่งต่างๆดีอยู่แล้ว ก็เป็นกำลังใจให้ 1.ไม่ต้องบอกว่าถ้าทำได้ก็คงเป็นแชมป์โลกไปแล้ว เพราะคิดแบบนี้ก็จบสิ 2. ไม่ต้องบอกให้ผมไปเป็นโค้ชหรือไปเล่นเอง เพราะในความเป็นจริงมันทำไม่ได้ ตรรกะนี้ก็ใช้ไม่ได้ด้วย เลยเกิดพื่นที่ของการวิจารณ์