เมื่อพ่อต้องกู้เงินให้ คนอื่นยืม 2 ล้าน คุณจะทำยังไง

คือเรื่องมีอยู่ว่าพ่อเรา ต้องกู้เงิน ให้คนอื่นยืม 2ล้าน ความจริงจริงก็ไม่ใช่ คนอื่นหรอก เป็นน้องชายของพ่อ ที่ยายรับมาเลี้ยงตั้งแต่สมัยแบเบาะ (แต่คือเราไม่อยากนับเป็นญาติอ่ะนะ เพราะมันมีเหตุผลหลายๆอย่างที่ที่เราอยกนับเค้าเป็นญาติ)
       คือเรื่องมันยาวมาก และไม่รู้จะเริ่มยังไง จะพยายามเรียบเรียงคำพูด ให้อ่านรู้เรื่องล่ะกันนะ

       เริ่มตั้งแต่สมัยย่าเรารับน้องชายพ่อมาเลี้ยงล่ะกัน (เราเรียนเป็นอาแทนล่ะกัน) พออาอายุ ประมาณ 12 ช่วงขึ้นม.1 มั้ง แม่เราบอกว่า อาเค้าประมาณว่า รู้ความจริงว่าไม่ใช่ลูกของย่า ก็เลย ไม่เรียนต่อ แล้วก็พูดประมาณว่า จะออกไปตามหาแม่ที่แท้จริง Z(แต่จนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่ไปไหน อยู้ยายเหมือนเดิมนั้นล่ะ) เอาเป็นว่าอา จบแค่ ป.6 พอโตมา ก้เริ่มเกเร  เริ่มเป็นขโมย (เคยขโมยเงินแม่เราด้วย) แค่ก็พูดว่าไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวโตขึ้นมันรู้เองล่ะ ว่ามันไม่ดี  อาเราไม่ทำงานทำการ จนสุดท้าย อาเรา ก็เคยติดคุก ด้วยคดีทะเลาะวิวาท   ต่อมาอาเราก็เริ่มติดผู้หญิง ชอบอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วคือ อาก็อยากจะไปขอเค้าแต่งงาน แต่ไม่มีเงินก็เลยมาขอให้พ่อเราช่วย ด้วยการขอยืมเงิน 50,000 (เราขอย้ำนะ ว่าตอนนั้นอาบอกว่า ขอยืม!!! ) พอแต่งงานอยู่กินกัน เริ่มตั้งใจทำมาหากิน ทั้งคู่ทำงานเป็นพนักงาน ซุปเปอร์มาเก็ตแห่งหนึ่ง ก็มีลูกสาวหนึ่งคน ช่วงนั้นเหมือนจะดี ขยันขันแข็ง (ด้วยความรูสึกของการเป็นพ่อคนล่ะมั้ง) มีทองใส่เต็มตัวทั้งสามคน
    มาจนถึงจุดนี้ เราอยากจะบอกว่า  มีทองใส่แต็มตัว แล้วเงิน 50,000 ที่ยืมพ่อเราไปล่ะ จริงๆคือตอนนั้นพ่อเราไม่ได้มีเงินนะ แต่พ่อเราเห็นว่า น้องมันคงรักจริงๆ ก็เลยช่วย ด้วยการ ไปกู้เงินมา โดยไม่ให้แม่เรารู้ แล้วผ่อนแบบเงียบ  คือ ฝั่งอาเรา สบายเนอะ มีทองใส่แต็มตัว  ส่วนฝั่งพ่อเราทำงานงกๆ เพื่อใช้หนี้ให้อาเรา ถ้าเรื่องจบแค่นี้ ก็คงไม่เท่าไร โอเค พ่อเรายอมใช้หนี้แทนน้อง เพื่อให้น้องอยู่สบาย จะได้มีเงินให้ยายใช้ด้วย (ลูกทุกคนของย่าอยู่กรุงเทพ หมด แล้วก็คอยส่งเงินไปให้ทุกเดือน ยกเว้นอาเราที่ยังอยู่กับย่า คือพ่อคิดว่าแบบ ถ้าน้องมีงานมีการทำดีๆ ก็จะได้มีเงินย่าใช้มากขึ้น) แต่คือถ้าเรื่องจบแค่นี้ ก็คงจะดี
    ทำงานไปไม่เท่าไรก็เริ่มทะเลาะกับหัวหน้างาน เพราะ หัวงานเคยเป็นเพื่อนเก่ากัน แต่เค้าเรียนต่อเลยมีตำแหน่งที่สูงกว่า ก็คงเหน็บแหนมกันระหว่างงาน สุดท้ายก็มีเรื่องละเทาะวิวาท จนอาต้องออกจากงาน  และไปทำงานที่ใหม่ ทำงานเป็นพนังงาน บริษัทโรงพิมพ์แห่งหนึ่ง สักพักก็เริ่มติดมีผู้หญิงมาติด แฟนที่ทำงานที่ซุปเปอร์เลยลาออกแล้วมาทำงานที่เดียวกับอา เพื่อกันผู้หญิงคนนั้น จนอากับแฟนเริ่มทะเลาะกัน ทะเลาะกันหนักมากจนมีลงไม้ลงมือ  สุดท้าย คือแฟนก็หนีไปแล้วทิ้งลูกไว้ให้อาเราเลี้ยง (ตอนนั้น ลูกประมาณ 2ขวบ) ตอนแรกอาเราก็พูดซะดิบดีกับลูกตัวเองว่า "ไม่เป็นไรนะ ลูกอยู่กับพ่อนี่ล่ะ พ่อจะเลี้ยงลูกเอง"  สุดท้ายก็มีผู้หญิงคนอื่น (คนที่ทำงานที่โรงพิมพ์นั่นล่ะ) เริ่มพามาบ้าน ผู้หญิงตอนนั้นก็เหมือนจะดี ซื้อของมาให้ยายตลอด (ตอนนั้นย่าไม่ยอมให้ผู้หญิงคนนั้นเข้าบ้านเลย) ตอนนั้นเราก็คิดว่าจะดี เราคิดในใจ อ่อ คงจะเป็นแม่เลี้ยงี่ดีไม่กับเด็กคนนั้นด้วย (ถึงจะไม่ค่อยชอบที่อามาเอาเงินพ่อเราไป  แต่ยังไง เด็กคนนั้นก็ป็นลูกพี่ลูกน้องเรา ซึ่งเราก็เป็นห่วงน้องเหมือนกัน) เราคิดว่า อ่อคงเป็นผู้หญิงที่ดูแลน้องเราได้ล่ะ อาเราถึงเลือกผู้หญิงคนนี้ แต่เปล่าเลยจร้าาาาา  นางก็ทำเป็นดีช่วงแรกนั้นล่ะ  สุดท้ายย่าใจอ่อน ยอมให้นางเข้าบ้าน ละแล้วนางก็ท้อง เป็นเด็กผู้ชาย อาเราแลดูชอบอกชอบใจกับลูกคนใหม่มาก แล้วน้องของเราล่ะ หมายถึงลูกสาวคนแรกล่ะ ก็กลายเป็น หมาหัวเน่าเลยจร้าาา ตอนแรกพูดว่าไง เดี๋ยวเลี้ยงเองนะลูก สุดท้ายอาเราก็ไม่สนใจลูกสาวคนแรกเลย ปล่อยให้ย่าเราเป็นคนเลี้ยง

.....ยังไม่จบเพียงเท่านี้ นี่แค่เริ่มต้น พฤติกรรมของอาเรา ยังมีอีกมาก และเป็นเหตุให้เราไม่อยากให้เค้ายืมเงินพ่อเราอีกแล้ว

มาต่อ สุดท้ายก็ออกจากงานทำคู่ เริ่มหางานใหม่แต่หาไม่ได้ พ่อเราเลยช่วยฝากงานให้ เข้าทำงานได้ไม่นานก็เลิกเพราะ อาเราบอก เบื่อ!!! พ่อหาก็หาที่ใหม่ให้ ก็ออกอีก ด้วยเหตุผลร้อยแปด สุดท้ายอาตัคสินใจ ขายผลไม้ แล้วก็มาขอให้พ่อเราช่วยอีกตามเคย พ่อเราลงทุนให้ 100,000  หวังว่าครั้งนี้คงจะดีจริงๆ ช่วงนั้นคือเหมือนจะดีมากๆ ได้กำไร เงินดีมาก อาทำไปได้สักพักก็เบื่อ สุดท้ายไปทำงานเป็นคนขับรถตู้
     และนี่เป้นจุดเริ่มต้น ทำงานขับตู้อยู่สักพก หัวหน้างานบอก คนเริ่มเยอะ ต้องคัดคนออก หัวหน้าแนะนำให้อาเรา มีรถตู้เป้นของตัวเอง จะได้ไม่ตกงาน ซึ่งรถตู้ ราคา 1,800,000++ กว่า (เราขอเรียกว่า 2ล้าน) อาเราไม่มีเงินจะเลยไปกู้ แต่คือด้วยหน้าที่การงานทำผ่านมา บวกกับวุติการศึกษา อาเลยกู้ไม่ได้  ล่ะแล้วก็มาขอพ่อเราอีกตามเคย คือพ่อเราที่หน้าทีการงานดีกว่าก็จริง แต่พ่อเราก็ไม่ได้มีตังขนาดนั้นนะเว้ย ทุกวันนี้ยังกู้เงินมาดาว์นรถ และยังผ่อนไม่หมด กู้มาเซ็งกิจการให้แม่อีก ซึ่งก็ยังผ่อนไม่หมดเลย
     คือตอนนี้ สิ่งที่พ่อกำลังทำ คือการหาวิธีกู้โดยไม่ให้แม่เรารู้
1.อย่างแรกคือ เมียของอามีที่ดิน ซึ่งจะโอนให้เป็นชื่อพ่อเรา แล้วให้พ่อเราทำเรื่องกู้
2.คือ เอาบ้านย่าที่ต่างจังหวัดซึ้งเป็นชื่อพ่อ ไปทำเรื่อง (เพราะชื่อแม่ไม่ได้อยู่ในบ้าน และชื่อเราก็ไม่อยู่ในบ้าน)
3.คือ กู้อะไรสักอย่างซึ่งเป็นของสหกรณ์เกี่ยวกับราชการ (พ่อเรารับราชการ อ่อ เงินเดือน หมื่นแปด แต่จะกู้ ล้านแปด เหอะ) ซึ่งเราไม่ค่อยรู้เรื่องนี้

    และตอนนี้คือแม่รู้เรื่องทุกอย่างจากน้องสาวของพ่อ แต่พ่อไม่ยอมเล่าอะไรให้แม่ฟังเลย พอแม่ถาม ก็จะทำเป็นโมโหทุกครั้ง  
คือตอนนี้ แม่เราเครียดมาก จนมากปรึกษาเรา เพราะ พ่อไม่ยอมพูดอะไรสักอย่างเลย  

เราควรยังไงดี  พอจะพูดอะไร พ่อก็บอกไม่ใช่เรื่องของเด็ก (คือเราเพิ่ง17)  เราทำอะไรได้บ้างงงงงงงงงง
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่