วิธีการแสดงปรัชญาของพุทธธรรมในแบบหนึ่งกระทู้ ... ลองเชิญดูคนละหนึ่งความคิดเห็น.. ฟรีสไตล์.. สำหรับ จขกท. จะลองร่ายดูเหมือนกัน
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ปรัชญาของพุทธธรรมมันต่อต้านต่อกระแสโลกที่หมุนเวียนตามใจกับดีมานด์ความต้องการทั่วๆไปของคนเรา มีโอกาสกินดื่มเที่ยวเซ็กส์ แต่พุทธบอกว่าอย่ากินตามใจ ดื่มตามใจ เที่ยวตามใจ และเอากันทั่วไป แปลกที่ทำไมไม่ทำตามความต้องการลึกๆของคนเรา
พุทธสอนว่าโลกคือทุกข์ แต่คนทั่วไปเขาเห็นว่ามีสุข และเต็มไปด้วยสิ่งที่ควรจะไปค้นหา ไขว่คว้า พุทธทานกระแสโลกที่พยายามดื่มด่ำกับการเสพความสุข เกิดมาชาตินี้ชาติเดียว อยู่ไปก็ไม่นาน แต่พุทธดันบอกว่าอย่าไปเสพสุข เพลินในกระแสความต้องการภายในใจ
พุทธบอกว่าเราไม่ได้เกิดมาแค่ครั้งเดียว แต่ก็ไม่สามารถพิสูจน์อะไรให้เห็นได้จริง ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ที่เก่งกาจเขาสามารถสร้างดาวเทียว นำคนกว่าเจ็ดร้อยคนเหาะบนอากาศพร้อมๆกัน สื่อสารกันทันสมัย ไปไหนมาไหนก็รวดเร็ว นำมาให้โลกมนุษย์พ้นจากความอดยากด้วยการผลิตอาหารที่ทันสมัย
พุทธบอกว่าอย่ามีเซ็กส์ เพราะเซ็กส์มันของต่ำ ห้ามมีอารมณ์ทางเพศ ในขณะที่เซ็กส์จริงๆแล้วสนุกจะตาย เลียกันไปมา แลกลิ้นดูด กอด จับ สัมผัส บี้ตะบันเสียดสี เต็มไปด้วยความสนุก
เขาว่าอย่ากินเหล้าเพราะทำให้ไม่มีสติ แต่จริงๆแล้วเหล้านี่คือสิ่งที่กล่อมใจ ทำให้มีความสุข เคลิ้มและคุยสนุก ถ้าชีวิตปราศจากเหล้ามันจะมันส์ตรงไหน
คนพุทธเขาไม่ฆ่าสัตว์ อ้าวก็โลกต้องการอาหาร ถ้าเราไม่ทำการเกษตรปศุสัตว์ขนาดใหญ่ แล้วประชาชนจะมีแหล่งโปรตีนได้อย่างไร แล้วสัตว์ฆ่าแป๊บเดียวก็ตายแล้ว เราตกลงที่จะไม่ทำให้มันทรมาน แล้วสัตว์เองก็ควรจะเป็นอาหารของมนุษย์ไม่ใช่หรือ
เหล่านี้คือความแปลกของปรัชญาพุทธที่แท้จริงแล้วตรงข้ามกับกระแสโลกที่กำลังหมุนไปอย่างรุนแรงและเชี่ยวกราก ในข้อเหล่านี้นั้นข้อที่ยากที่สุดที่จะทำให้เห็นคือการตายแล้วเกิดขึ้นมาใหม่ เพราะบรรดานักตีตราความจริงได้แก่นักวิทยาศาสตร์แกไม่เชื่อ แล้วคนพุทธเองก็ไม่เคยมีใครสามารถมีญาณที่จะชี้ให้เห็น หรือมีการแสดงให้เห็นได้ แล้วทั้งหมดก็ล้วนแต่ใช้ความเชื่อ
นักแสดงเอวีหรือหนังโป๊คงจะตกนรกหมกไหม้ในนรกของชาวพุทธ เพราะทุกคนไม่ได้มีปรัชญาแนวคิดเช่นเดียวกับพุทธ เขาคิดในใจว่าร่างกายและชีวิตที่เกิดมานั้นควรจะใช้ให้คุ้มค่าและมีความสุขที่สุด ความสุขอย่างหนึ่งที่ธรรมชาติให้มาคือการมีเซ็กส์ และความสามารถในการมีความสุขในเซ็กส์ยิ่งมาก ยิ่งพลิกแพลง ยิ่งทำให้อีกฝ่ายมีความต้องการและมีความสุขคือเป้าหมาย
คนรวยที่ไม่ใช่คนพุทธ ที่มีความสุข ก็มีมากกว่าที่ชาวพุทธคุยอวดกันเยอะแยะว่าความรวยหรือจนเป็นเพราะกรรมในอดีตชาติ คนรวยชาตินี้ไม่ได้นับถือพุทธมีมากกว่าคนพุทธมากมายหลายเท่าตัวนัก ไอด้อนแคร์พุทธ ซี้..ไอแอมรีช
คนพุทธที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองแนวคิดปรัชญานี้ ได้แก่ กามสุขัลลิกานุโยค หรือสุขนิยม กับพุทธนิยม จะสับสน บางทีก็มองไม่เห็นทาง
ปรัชญาของสุขนิยม คือ ทำความเพลินให้เกิดขึ้นตลอดชีวิต ถ้าทุกข์ ก็หาสุขมาช่วยบรรเทา เปิดเพลงเบาๆกล่อมความรู้สึก ปรัชญาของพุทธมันค้านกับวิวัฒนการและความต้องการของร่างกายทั้งหมด
เวิ่นเว้อมานาน ไม่มีเรื่องโลกุตระให้แสดง เอาเรื่องพื้นๆมาขีดเขียน แนวคิดของพุทธทั้งหมดเหล่านี้แน่นอนว่ามันระเหิดออกมาจากปรัชญาพื้นฐานเขียนได้ไม่ยาวนัก ฟูไม่ให้ เหี่ยวไม่เอา ตระหนกไม่มี นิ่งเมื่อจะต้องเผชิญกับทุกข์ที่สุด และไม่เกรงกลัวกับทุกข์ภัยใดๆเมื่อไร้ความรักแล้ว
ปรัชญาของพุทธ
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ปรัชญาของพุทธธรรมมันต่อต้านต่อกระแสโลกที่หมุนเวียนตามใจกับดีมานด์ความต้องการทั่วๆไปของคนเรา มีโอกาสกินดื่มเที่ยวเซ็กส์ แต่พุทธบอกว่าอย่ากินตามใจ ดื่มตามใจ เที่ยวตามใจ และเอากันทั่วไป แปลกที่ทำไมไม่ทำตามความต้องการลึกๆของคนเรา
พุทธสอนว่าโลกคือทุกข์ แต่คนทั่วไปเขาเห็นว่ามีสุข และเต็มไปด้วยสิ่งที่ควรจะไปค้นหา ไขว่คว้า พุทธทานกระแสโลกที่พยายามดื่มด่ำกับการเสพความสุข เกิดมาชาตินี้ชาติเดียว อยู่ไปก็ไม่นาน แต่พุทธดันบอกว่าอย่าไปเสพสุข เพลินในกระแสความต้องการภายในใจ
พุทธบอกว่าเราไม่ได้เกิดมาแค่ครั้งเดียว แต่ก็ไม่สามารถพิสูจน์อะไรให้เห็นได้จริง ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ที่เก่งกาจเขาสามารถสร้างดาวเทียว นำคนกว่าเจ็ดร้อยคนเหาะบนอากาศพร้อมๆกัน สื่อสารกันทันสมัย ไปไหนมาไหนก็รวดเร็ว นำมาให้โลกมนุษย์พ้นจากความอดยากด้วยการผลิตอาหารที่ทันสมัย
พุทธบอกว่าอย่ามีเซ็กส์ เพราะเซ็กส์มันของต่ำ ห้ามมีอารมณ์ทางเพศ ในขณะที่เซ็กส์จริงๆแล้วสนุกจะตาย เลียกันไปมา แลกลิ้นดูด กอด จับ สัมผัส บี้ตะบันเสียดสี เต็มไปด้วยความสนุก
เขาว่าอย่ากินเหล้าเพราะทำให้ไม่มีสติ แต่จริงๆแล้วเหล้านี่คือสิ่งที่กล่อมใจ ทำให้มีความสุข เคลิ้มและคุยสนุก ถ้าชีวิตปราศจากเหล้ามันจะมันส์ตรงไหน
คนพุทธเขาไม่ฆ่าสัตว์ อ้าวก็โลกต้องการอาหาร ถ้าเราไม่ทำการเกษตรปศุสัตว์ขนาดใหญ่ แล้วประชาชนจะมีแหล่งโปรตีนได้อย่างไร แล้วสัตว์ฆ่าแป๊บเดียวก็ตายแล้ว เราตกลงที่จะไม่ทำให้มันทรมาน แล้วสัตว์เองก็ควรจะเป็นอาหารของมนุษย์ไม่ใช่หรือ
เหล่านี้คือความแปลกของปรัชญาพุทธที่แท้จริงแล้วตรงข้ามกับกระแสโลกที่กำลังหมุนไปอย่างรุนแรงและเชี่ยวกราก ในข้อเหล่านี้นั้นข้อที่ยากที่สุดที่จะทำให้เห็นคือการตายแล้วเกิดขึ้นมาใหม่ เพราะบรรดานักตีตราความจริงได้แก่นักวิทยาศาสตร์แกไม่เชื่อ แล้วคนพุทธเองก็ไม่เคยมีใครสามารถมีญาณที่จะชี้ให้เห็น หรือมีการแสดงให้เห็นได้ แล้วทั้งหมดก็ล้วนแต่ใช้ความเชื่อ
นักแสดงเอวีหรือหนังโป๊คงจะตกนรกหมกไหม้ในนรกของชาวพุทธ เพราะทุกคนไม่ได้มีปรัชญาแนวคิดเช่นเดียวกับพุทธ เขาคิดในใจว่าร่างกายและชีวิตที่เกิดมานั้นควรจะใช้ให้คุ้มค่าและมีความสุขที่สุด ความสุขอย่างหนึ่งที่ธรรมชาติให้มาคือการมีเซ็กส์ และความสามารถในการมีความสุขในเซ็กส์ยิ่งมาก ยิ่งพลิกแพลง ยิ่งทำให้อีกฝ่ายมีความต้องการและมีความสุขคือเป้าหมาย
คนรวยที่ไม่ใช่คนพุทธ ที่มีความสุข ก็มีมากกว่าที่ชาวพุทธคุยอวดกันเยอะแยะว่าความรวยหรือจนเป็นเพราะกรรมในอดีตชาติ คนรวยชาตินี้ไม่ได้นับถือพุทธมีมากกว่าคนพุทธมากมายหลายเท่าตัวนัก ไอด้อนแคร์พุทธ ซี้..ไอแอมรีช
คนพุทธที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองแนวคิดปรัชญานี้ ได้แก่ กามสุขัลลิกานุโยค หรือสุขนิยม กับพุทธนิยม จะสับสน บางทีก็มองไม่เห็นทาง
ปรัชญาของสุขนิยม คือ ทำความเพลินให้เกิดขึ้นตลอดชีวิต ถ้าทุกข์ ก็หาสุขมาช่วยบรรเทา เปิดเพลงเบาๆกล่อมความรู้สึก ปรัชญาของพุทธมันค้านกับวิวัฒนการและความต้องการของร่างกายทั้งหมด
เวิ่นเว้อมานาน ไม่มีเรื่องโลกุตระให้แสดง เอาเรื่องพื้นๆมาขีดเขียน แนวคิดของพุทธทั้งหมดเหล่านี้แน่นอนว่ามันระเหิดออกมาจากปรัชญาพื้นฐานเขียนได้ไม่ยาวนัก ฟูไม่ให้ เหี่ยวไม่เอา ตระหนกไม่มี นิ่งเมื่อจะต้องเผชิญกับทุกข์ที่สุด และไม่เกรงกลัวกับทุกข์ภัยใดๆเมื่อไร้ความรักแล้ว