เรื่องเล่าของมนุษย์ขี้ขลาด ผมเป็นโรคหวาดกลัวสังคมครับ

สวัสดีครับ ชาวพันทิป  ผมติดตามกระทู้นพันทิปมานาน วันนี้จะขอมาเล่าเรื่องราวของชีวิตผมให้พวกท่านได้อ่านกันนะครับ  

ผมเป็นโรคหวาดกลัวสังคมมาตั้งแต่จำความได้ อาการคือเวลาพูดคุยกับคนอื่นจะเหงื่อออกเยอะ ปากสั่น มือสั่น ใจสั่น ลนลาน ไปหมด เป็นคนที่ความมั่นใจติดลบเลยและมีอาการ คิดมาก เศร้า จิตตก เป็นพักๆ สงสัยจะเป็นโรคซึมเศร้าร่วมด้วย

ส่วน เพื่อนนั้นน้อยมากหรือแทบไม่มีเลยในปัจจุบันนี้ เคยคิดอยากตายหลายครั้ง แต่ไม่เคยคิดจะฆ่าตัวตายเพราะรู้ว่ามันเป็นบาปมาก  อยากจะเป็นโรคร้ายอะไรซักโรคที่รักษาไม่หาย จะได้นอนรอวันตายอยากอยู่ในโลกใบนี้ได้น้อยลงๆ ยิ่งผมอยู่บนโลกนี้นานเท่าไรยิ่งรู้สึกรักมันน้อยลงเท่านั้น

สาเหตุที่ผมเป็นโรคหวาดกลัวสังคมนี้เป็นได้หลายสาเหตุอะครับ อย่างตอนเด็กๆแม่เคยเล่าว่าเอาผมไปฝากเลี้ยงกับป้าคนนึง ป้าเขาทรมาณผมมากเช่นล่ามผมไว้ไม่ให้ผมคลานไปไหนได้ ทั้งวันไม่ให้ผมกินอะไรเลยแต่เวลาก่อนแม่จะกลับบ้านเขาก็บังคับให้ผมกินข้าวโดยเอาขาหนีบหัวผมไว้แล้วป้อนข้าว ถ้าไม่กินจะโดนตบปาก แล้วอื่นๆอีก คนข้างบ้านป้าคนนั้นเขาเห็นเลยทนไม่ไหวมาฟ้องแม่ผม แม่ผมเลยต้องย้ายผมไปเลี้ยงบ้านย่า ย่าผมจริงๆเขาไม่รับเลี้ยงหลานแล้วอะครับ เพราะเขาเลี้ยงมาเยอะแล้ว เขาบอกว่า เบื่ออยากไปเที่ยวบ้าง แต่พอแม่เล่าให้ฟังเรื่องที่ผมเจอมา ย่าก็รับเลี้ยงผมไว้ด้วยความเต็มใจ พอผมไปอยู่บ้านย่าก็เข้ากับญาติพี่น้องได้ดี ตอนเด็กๆอาการยังน้อยอยู่

อีกสาเหตุหนึ่งแม่เลี้ยงผมมาแบบขี้กลัวด้วย แบบว่า เวลาเจอข่าวอะไรไม่ดี ก็จะเตือนให้ระวังตัวตลอด แล้วสอนผมว่าอย่าไปสบตาใคร(เพราะกลัวจะมีเรื่อง)

ผมเป็นคนแปลกแยกมาตั้งแต่เด็กแล้วอะ จำได้ว่าสมัยอนุบาล 1-2 ครูให้วาดรูปอะไรก็ได้ ผมเป็นคนเดียวในห้องที่วาดไม่เป็นรูป วาดออกมาเป็นเส้นหงิกงอยุ่งเหยิงสลับวกวนวุ่นวาย แต่คนอื่นจะวาดเป็นรูปหมด
ผมก็โดนครูเรียกให้ไปวาดใหม่(โดนดุด้วย) พอวาดใหม่ ความรู้สึกตอนนั้นคือจะตั้งใจวาดให้เป็นรูปให้ได้ จำได้ว่าวาดผลส้มมีหน้า พอรู้สึกตัวอีกที ยิ้ม วาดออกมาเป็นเส้นยุ่งเหยิงเต็มกระดาษอีกแล้ว แต่รู้สึกครูก็ให้ผ่านมาได้

ตอนเด็กๆสมัยอยู่อนุบาลผมเป็นเด็กเงียบๆกลัวการเข้าสังคมอยู่แล้ว ครูเคยมาเล่าให้พ่อแม่ผมฟังว่าผมมักเล่นอยู่คนเดียวเสมอ เวลามีเพื่อนมาเล่นด้วยผมจะปลีกตัวไปเล่นที่อื่น

พอเข้าเรียนประถม ผมพบว่าตัวเองเข้าสังคมได้ดีขึ้น มีเพื่อนมากมาย แต่ไม่เคยมีเพื่อนผู้หญิงเลย(จะตื่นเต้นเวลาคุยกับผู้หญิง) ช่วงป.3 ผมก็โดนเพื่อนคนนึงไถตังและแกล้งเสมอๆ และครูประจำชั้นก็มาตั้งฉายาผมว่าเตมีใบ้ เพื่อนทุกคนจึงล้อผมตลอดปี ทำให้เกิดความกลัวไม่อยากไปโรงเรียนเลย ช่วงนั้น ทุกข์ใจสุดๆ

ต่อมาเมื่อเข้าเรียนมัธยม ผมเริ่มมีเพื่อนน้อย ผมพบว่าตนเองร่วมกลุ่มสนธนากับคนที่มีมากกว่า 2 คนขึ้นไปไม่ได้(เวลาคุยจะรู้สึกเป็นส่วนเกิน) แล้วโลกในรร.มัธยมมันโหดร้ายมากสำหรับผม โดนแกล้งแรงๆบ้าง โดนทำร้าย โดนไถเงินสารพัด และยังโดนเพื่อนในรร.ล้อว่าเป็นคนเอ๋อ เป็นตุ้ดบ้าง ผมไปเรียนๆโดยภาวนาให้เรียนจบเร็วๆ และไม่อยากเรียนต่อแล้ว

เมื่อเรียนจบมัธยมแล้วผมบอกกับพ่อแม่ว่าไม่อยากเรียนต่อแล้ว แต่พ่อแม่ไม่ยอม และให้ผมเรียนต่อ ปวช. ผมพบว่าตัวเองเข้ากับเพื่อนใหม่ไม่ได่เลย ไม่มีเพื่อนเลย จนต้องโดดเรียนไปเล่นเกมส์ พอพ่อแม่จับได้ก็ไม่กล้าบอกว่าไม่มีเพื่อน เข้ากับใครไม่ได้ ผมเครียดมากจนคิดอยากฆ่าตัวตายแต่ก็กลัวบาปจึงไม่กล้าทำ แล้วผมก็ออกจาก รร. ในที่สุด โดยอ้างกับพ่อแม่ว่าจะออกมาทำงาน

พอออกจาก รร.มา ผมก็ยังไม่กล้าไปทำงาน เลยอยู่บ้านเล่นเกมส์มาเกือบ 8 ปี โรคนี้ทำให้ผมสูญเสียอะไรไปหลายๆอย่าง ย่าที่เลี้ยงผมมา อยากให้ผมไปหาท่าน ผมก็ไม่กล้าไป จนทุกวันนี้ท่านเสียไปได้หลายปีแล้ว ญาติๆก็มองผมแปลกๆ คงอาจนึกโทษผมด้วย ที่ไม่เคยไปดูใจย่าเลย ทั้งๆทีย่ารักผมมาก

ผมเคยมีเพื่อนอยู่2คนเป็นเพื่อนรักผม ไปไหนด้วยกันตลอดจนคนทักว่าเป็นคู่เกย์กัน   ทุกวันนี้มันก็ไปมีเพื่อนใหม่  ทักไปในเฟสก็ทำแบบไม่อยากคุย แถมบางทีก็โพสกระทบกระทั่งผมด้วย  ผมงงมากทั้งที่เมื่อก่อนสนิทกันมาก แบบว่ามันตายแทนผมได้เลย แต่ตอนนี้ผมไร้ค่าสำหรับพวกมัน
อาจจะเป็นเพราะเมื่อก่อนผมเห็นแก่ตัวมากๆ เห็นเพื่อนทุกคนไร้ค่า ไม่เคยให้ใจใครก่อน  ไม่เคยแบ่งปันใครก่อน ทุกวันนี้ผมเลยได้รับผลกรรมนั้นแล้ว

ผมได้มีโอกาสคุยกับพี่คนนึงที่เป็น social phobia เหมือนผม เขาบอกว่าโรคนี้ทำให้เราเสียโอกาสหลายๆอย่างไป ซึ่งผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
อย่างเรื่องที่หนึ่งการเรียน ซึ่งแม่ผมก็บอกชีวิตวัยเรียนเป็นช่วงที่สนุกที่สุด แต่ผมกับเจอแต่สิ่งไม่ดีตอนไปเรียน มันเลยเป็นเหมือนบาดแผลฝังใจผม ที่กลัวไปเรียนแล้วไม่มีเพื่อนบ้าง กลัวโดนแกล้งบ้าง อาจจะเพราะเราเป็นคนติ๋มๆด้วย ทำให้เพื่อนไม่ชอบ

เรื่องที่สองก็เรื่องเพื่อน ผมสูญเสียเพื่อนไปเยอะมากตั้งแต่เป็นโรคนี้ เพื่อนสนิทบางคนของผมก็เลิกคบกับผมไปเลย อยากติดต่อเพื่อนเก่าๆบางคนก็ไม่กล้า บางคนจะค้นหาในเฟสก็จำนามสกุลเขาไม่ได้ บางคนจำได้ติดต่อไปเขาก็ไม่คุยด้วย รู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียวบนโลกเลย

เมื่อก่อนแม่ผมไปหาหมอดูดวงเรามา หมอดูทักว่าหัวสมองผมว่างมาก แบบว่าไม่ได้คิดอะไรเลย ซึ่งมันก็ตรงอย่างมาก คือมันไม่รู้จะคิดไร ไม่รู้อนาคตจะทำอะไร หาสิ่งที่ชอบไม่เจอ

แล้วเมื่อก่อนผมขังตัวเองอยู่แต่ในห้องคล้ายๆฮิคิโคโมริ ชีวิตสิ้นหวังกว่าตอนนี้เยอะ ตอนนี้ออกมาไปไหนๆได้ แต่ยังไม่กล้าปฏิสัมพันธ์กับใครเลย ไปขายของก็ไม่มีพ่อค้าแม่ค้าคนอื่นคุยด้วย เขาคงมองเราแปลกๆไรเงี้ย แล้วบอกต่อๆกัน เครียดจัง เฮ้อ

เคยดู totoro กันมั้ยครับผมดูแล้วนึกถึงสมัยเด็กๆนะ แบบว่าได้ไปอยู่บ้านในชนบทกับญาติพี่น้อง ไม่มีเทคโนโลยีเหมือนสมัยนี้ก็มีความสุขได้ บางทีก็อยากไปอยู่ป่า อยู่กับธรรมชาติ ไม่ต้องมีสังคม ไม่ต้องสุงสิงกับใคร แต่ถ้าเราไปอยู่จริงๆก็คงไม่รอดแน่ๆ ผมทำอะไรไม่เป็นเลย T-T

ทุกวันนี้ผมทำอาชีพค้าขาย ซึ่งรู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวผมเอามากๆ ที่ต้องพบปะผู้คน พูดคุย บางทีลูกค้าคุยเล่นด้วยผมก็เหวอไปเลย แบบว่าคุยเล่นกับคนไม่สนิทไม่ได้ มันเกร็ง กลัว ปากสั่นไปหมด

แม่ผมเคยบอกว่าอยู่ไม่ได้หากไม่มีผม ผมเลยคิดได้ว่าหากเลือกได้ขอให้แม่ตายก่อนผม แล้วไม่นานก็ขอให้ผมตายตามแม่ไป

มาคิดๆดูแล้วชีวิตผมมันไม่มีอะไรเลย คิดแล้วมันน่าใจหาย แฟนก็ไม่เคยมี ความรักก็ไม่เคยมี งานก็ไม่มี ความมั่นใจก็ไม่มี อยากมีเพื่อน-สังคม ก็เข้ากับใครไม่ได้ สนิทกับคนอื่นไม่ได้ เพราะคิดหัวข้อคุยไม่ค่อยออก บางทีก็อยากร้องไห้ระบายออกมา แต่น้ำตามันก็ไม่ยอมไหลซะงั้น

ผมอยากนอนหลับทั้งวันทั้งคืนอะครับ เพราะความฝันเรามีความสุข เรามีเพื่อนมากมาย เรามีพลังพิเศษ เราอยากทำอะไรก็ได้ที่อยากจะทำ ผิดกับโลกความเป็นจริง เราไม่มีอะไรเลย ว่างเปล่า มันทั้งโหดร้าย และ เป็นทุกข์

สุดท้ายนี้ ผมตั้งใจจะไปเรียนต่อ กศน. แต่ไม่รู้จะไหวหรือเปล่า เครียดมากๆ นอนไม่หลับเลย กลัวว่าจะไม่มีเพื่อนอะไรต่างๆกังวลใจสุดๆ หรือใครมีงานแนะนำที่เหมากับบุคลิกอย่างผมก็บอกทีนะครับ อยากมีเพื่อนที่เข้าใจเราจัง แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว

แก้ไขเพิ่มเติมครับ ผมได้ไปหาจิตแพทย์มาปีกว่าแล้วนะครับ ดีขึ้นแค่อยากออกไปไหนมากขึ้นเอง แต่ไม่กล้าพูดคุยกับใครเหมือนเดิม เคยฝืนไปพูดคุย ผลคือปากมันสั่นแบบควบคุมตัวเองไม่ได้ คนที่เราคุยด้วยเขาก็ยิ่งมองเราแปลกไปใหญ่เลยครับ เขาก็ไม่มาคุยด้วยอีกเลย Y-Y
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่