เรื่องราวเกรียนๆ เชยๆ ไร้สาระ ในวัยเด็ก ของผู้ชายบ้านๆ

จากที่ได้อ่านกระทู้  http://pantip.com/topic/33802951  >>>> เคยมีดาวพลูโตของตัวเองกันหรือเปล่าครับ?..

จากทีไ่ด้อ่านกระทู้ดังกล่าว เรื่องราวสมัยเด็กๆ เริ่มไหลเข้าเต็มสมอง เชื่อได้เลยใครหลายๆคนก็มีเรื่องราว เกรียนๆในวัยเด็กๆ นั้น มีทั้งประทับใจ สุข เศร้า อารมดี สุดเหวี่ยง จริงๆ เรื่องที่ผุดในหัวของผมก็มีหลายเรื่องมากๆ แต่มีเรื่องที่เด่นชัด 5-6 เรื่อง วันนี้ ขออนุญาตินำซักเรื่องมาเล่าสู่กันฟังนะครับ
ถ้าใครไม่ชอบอ่านกระทู้ยาวๆ ข้ามทู้นี้ไปได้เลย เพราะมันไร้สาระมากๆ 5555 เม่าดี๊ด๊า



....ท้าวความซักหน่อยก่อนแล้วกัน ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด ไกล้ๆ กทม นี่หละ วันเสาร์-อาทิตย์ ผมจะต้องตื่นตั้งแต่ ตี 4 เพื่อเข้ามาเรียนพิเศษในกทม  ม.1-
3 เรียนที่สยาม GSC โรงหนังสยาม ไม่เคยเข้าเรียนเลย เข้าแค่ วันแรกและวันสอบ (ผลสอบยังไม่ได้ดูเลย 555) พอมาถึงสยาม ก็เข้าร้านเกมส์ หลังโรงหลังลิโด Counter Strike เล่นกันจนเย็นแล้วนั่งรถกลับบ้าน พอมาคิดแล้ว รู้สึกผิดมากๆ ที่บ้านก็ไม่ได้รวยเกือบจนด้วยซ้ำ เอาเงินไปเล่นเกมส์ เสียเวลาเสียเงินเดินทางมาเล่นเกมส์ถึง กทม เม่าเหม่อ


....... พอจบ ม.3 ผมก็รบเร้าพ่อมาเรียนสยามอีก หมายมั่นเพื่อมาเล่นเกมส์ เรียนหลักก็ 3 วิชา ฟิสิกส์ อังกฤษ และเคมี  ผมชอบเรียน 3 วิชานี้ วิชาเคมีก็เรียนที่ๆทุกคนเรียนกันนั่นหละ อาจารย์คนนี้ดังสุดๆแบบไร้คู่แข่ง ตอนนั้นสอนสดอยู่สะพานควายแต่เราเรียน VDO ที่สยาม (ถ้าอายุ 20-33 น่าจะเดาได้ว่าเรียนที่ไหน) ทุกๆครั้งก่อนเรียนผมก็จะนั่งรอ อยู่ข้างล่าง และทุกๆครั้งก็จะมีกลุ่มเสียงดังอยู่กลุ่มนึง กลุ่มนั้นเสียงดังมากๆ แต่ผมก็ไม่ได้รำคาญอะไร เฉยๆ เป็นคนอะไรก็ได้ 555+


.........ทุกๆครั้งก็จะมองกลุ่มๆนั้น ผมจำขาประจำกลุ่มนั้นได้ 3 คน คนนึง ผช สูงขาว หุ่นดี สะอาด (สเปคสาวๆทั่วไป) คนที่สอง ผญ ผมยาว ขาว ตัวสูง อวบนิสหน่อย คนที่สาม ผญตัวไม่สูง ออกคล้ำๆ ผมสั้น ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ กลุ่มๆนี้จะเป็นกลุ่มที่แฟชันจัดเกือบทั้งกลุ่ม  แต่มีผญคนที่สามนี่หละ แต่งตัวบ้านๆ ชิลๆ ที่เห็นทุกๆครั้งที่ผมมาเรียนก็เพราะว่า เราเรียนคลาสเดียวกัน ห้องเดียวกัน ดังนั้นก็ต้องรุ่นเดียวกันอย่างไม่ต้องสงสัย


.............ผมมองกลุ่มๆนั้นทุกๆครั้งที่มาเรียน ผมได้เห็นรอยยิ้มของผญผมสั้นที่แต่งตัวชิลๆ คนนั้นทุกๆครั้ง เธอเป็นคนยิ้มเก่ง และยิ้มสุดใสมากๆ ผมพยายามมองหาเธอตลอดว่าเธอมาถึงรึยัง เธอนั่งตรงไหนของห้อง วันนี้เธอยิ้มแล้วรึยัง วันนี้เธอดูเศร้าไปหนะ จนหลังๆคอร์สผมจะพยายามมาเร็ว มารอเห็นรอยยิ้มที่สดใสของเธอ  


.....................จนจบคอร์สผมก็ไม่ได้เข้าไปคุยจริงๆ เพราะตอนนั้นไม่กล้า และคิดว่าถ้าเธอไม่ชอบเรา เวลาเธอเห็นเราเธอจะไม่ยิ้มให้เราเห็นอีกและคงไม่มีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มแบบไกล้ๆอีก จึงไม่เข้าไปคุยหรือสานต่ออะไรทั้งนั้น และก็ตัดใจ


..............................ผมลงอีกคอร์สนึง (จริงๆผมเรียนทุกคอร์สหละ) ก็เรียนไป 3-4 ครั้งแล้ว ไม่เห็นเธอและเดอะแก๊งเลย ผมเลยไม่ได้หวังว่าจะเจอเธออีก


เม่าเหม่อ จนมีวันนึงผมเรียนเสร็จแล้ว นัดเพื่อนว่าจะกินข้าวกลางวันกันก่อนกลับ แต่ผมต้องรอมันเรียนเสร็จ ผมก็ไม่รู้จะไปไหน ก็เลยนั่งรอตากแอร์ที่โรงเรียนเคมี นั้น นั่งก้มหลับไปสักพัก ได้ยินเสียงคุ้นเคยเสียงดังๆของแก๊งนั้น (ตอนแรกนึกว่าฝัน) ก็เลยรีบเงยหน้าตื่นขึ้นมา ดีใจสุดๆ ได้เห็นรอยยิ้มเธออีกแล้ว เธอกำลังยิ้มกำลังหัวเราะ ก็เลยได้รู้ว่าเธอเรียนคนละเวลากับผม แล้วเธอก็ขึ้นเรียนไป พอถึงเวลานัดผมก็เดินออกมาตั้งใจไปกินข้าวกับเพื่อน เดินผ่านชานมไข่มุกเจ้าดัง Mr.Shake อยู่ตรงหัวมุม (เดาว่าเป็นสาขาแรกในประเทศ) มีความคิดอยากกินทุกครั้งที่เดินผ่านแต่ไม่กินและไม่เคยกินเพราะมันแพง(เมื่อก่อนเป็นของกินที่แพงและไฮโซมาก) ณ.นาทีนั้นเหมือนผีสิง


....................................หยุด ยืนอยู่หน้าร้าน คิดและควักตังค์ในกระเป๋าออกมานับว่ามีเท่าไหร่ พอค่ารถกลับไหม แล้วก็ซื้อแก้วใหญ่ 1 แก้ว  แล้วก็เดินกลับไปที่อุ๊แล้วก็ขึ้นไปชั้นเรียน คิดว่าจะเอาน้ำที่ซื้อมาไปให้เธอ แต่เจ้ากรรม ไม่รู้ว่าเรียนห้องไหน มีเกือบ7-8 ห้อง ห้องละเป็นร้อยคน ก็เลย เดินกลับมาถามพี่ที่เค้าเตอร์ ว่าเรียนคลาสนี้ ห้องไหนครับ พอดีผมมาเรียนแทนช่วงเช้าที่ไม่มา(ผมก็ว่าไป)พี่เค้าก็บอกว่ามีห้องอะไรบ้างให้ไปเลือกนั่งแทนเลย(เพราะตอนนั้นเลยเวลาเรียนมาเกือบ ชม แล้ว) สรุปมีทั้งหมด 4 ห้อง ผมคิดในใจ  แมร่งง จะหาเจอไหวว๊ะ.........ก็มองจากหลังห้องมองหาๆๆๆ .(ด้วยความที่แอบมองตลอด บวกกับ ผมสั้น ทำให้จำลักษณะด้านหลังได้แม่นเลยทีเดียว) สรุปวันนั้นเธอนั่งหน้า เกือบหน้าสุด กว่าจะมองหาเจอ ผมก็แกล้งๆเปิดเดินเข้าไปในห้อง แกล้งๆมองๆไปเรื่อยๆ หาที่นั่ง สายตานับร้อยคู่มาจับจ้องที่ผม แบบว่าอีนี่ มาช้ามากๆ  ยังมาลีลาอีก แล้วเดินไปที่หน้าเธอ เธอตั้งใจเรียนมากไม่มองผมเลย มองทีวี แล้วก็จดๆๆ ผมเลยแป๊กเลยย T_T


............................................ ผมเลยเดินออกจากห้อง คิดว่าวันนี้ยังไงต้องให้ ให้ได้ .......มันแพง เสียดาย อมยิ้ม20 ก็เลยปิ๊งไอเดีย เอาเศษกระดาษสมุดจด ฉีกแล้วเขียนหมายเลขที่นั่งของเธอแล้วเขียนว่า


                                                          ขอโทษที่รบกวนครับ ฝากชานมแก้วนี้ไปให้

                                                                    ผญ ที่นั่งเก้าอี้หมายเลข XXXXX

                                                                                ขอบคุณครับ


ผมเขียนประมาณนี้(จำไม่ได้แล้วมันนานมาก) แล้วก็ส่งจากคนที่นังหลังสุดแถวไกล้ๆกับที่เธอนั่ง แล้วก็ชี้ไปว่าช่วยส่งให้คนนั้นหน่อย  แก้วนั้นก็ส่งไปเรื่อยๆ จนถึงเธอ พอถึงเธอก็หันมามองหาคนส่งแต่ขอโทษครับ ถ้ามองจากข้างในจะไม่เห็นคนข้างนอก ฮ่าาาา ผมจำไม่ได้วันแรกนั้นเธอได้ทานชานมของผมรึเปล่า


......................นับตั้งแต่นั้นทุกครั้งผมก็จะส่งไปแบบนี้ตลอด พอเธอนั่งปุ๊บ ผมก็จะส่งปั๊บ มีหลายครั้ง ที่เธอพยายามมองหาก่อนจะนั่งว่าวันนี้จะส่งมาไหม ผมไม่ทราบหรอกว่าเธอต้องการจะสื่อกับผมอะไร อาจจะบอกว่าไม่อยากได้ ไม่ต้องส่งแล้ว ไม่ชอบ ไม่กิน หรออยากจะขอบคุณ แต่สุดท้ายผมก็ไม่กล้าที่จะเปิดเผยตัว เพราะกลัวไม่ได้เห็นรอยยิ้มของเธออีก


...........................ผมเข้ามหาลัย รุ่น รหัสปี 48 ถ้าใครรุ่นเดียวกับผม แล้วเรียนเคมีที่สยาม ได้เคยได้ส่งแก้วให้ผม ก็ขอขอบคุณไว้ในที่นี้ด้วย ผมไม่ได้มีโอกาสขอบคุณเลย (ช้าไปไหมเนี่ย)


...........................ปล.เคยสืบๆว่าเธอ เรียนอยุ่เตรียมอุดม เป็นคนจังหวัดสมุทร...อะไรสักอย่างเนี่ยหละ
      
                      ผมก็ไม่ได้หวังว่าเธอจะได้อ่านกระทู้ หรือผมจะได้เจอเธอ หรืออะไรก็ตาม เป็นแค่ความทรงจำ การกระทำเกรียนๆของเด็กต่างจังหวัดคนนึงที่มีความสุขทุกครั้งที่นึกถึง



ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่