เรื่องที่อ่านต่อไปนี้คือเรื่องจริงทั้งหมด ไม่ได้แต่งเติมอะไรใดๆ ทั้งสิ้น
(โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน พอสมควร)
ขอเล่าประวัติตัวผมเองก่อนคราวๆ เผื่อจะได้ไม่ต้องสงสัยอะไรมาก ผมเป็นคนหนึ่งที่ค้อนข้างมีเซ้นส์หรือสัมผัสที่หก ส่วนมากก็จะเป็นการได้ยินซะมากกว่า ครอบครัวผม (เป็นคนต่างจังหวัดเรียกอีกอย่างก็คนบ้านนอก) ก็ปลูกฝังเรื่องแบบนี้มาพอสมควร เลยทำให้พอรู้อะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับเรื่องที่มองไม่เห็นหรือสัมผัสไม่ได้ (ปลูกฝังในที่นี้ไม่ใช่ให้เชื่อหรือต้องเชื่อ ออกแนวให้เราเคารพแบบผู้ใหญ่นะ)
อธิบายก่อนนะครับ บ้านผมเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวแต่ค้อนข้างที่จะกว้างมากทีเดียว ในตัวบ้านก็จะมีห้องใหญ่ คือห้องนอนของแม่แล้วก็แบ่งเป็นห้องเล็กๆ อีก 2 ห้อง แล้วก็จะมีห้องนอนของพี่ผมอีก 3 ห้อง ทุกคนคงสงสัยทำไมมีห้องเยอะ คือเป็นครอบครัวใหญ่ พี่น้องก็ 7 คนละ ไม่รวมคนอื่นเลยนะเนี่ย 5555 แล้วก็จะมีห้องครัว ห้องน้ำ แบ่งๆ ไป อธิบายให้เห็นภาพนิดนุง ที่บ้านไม่ได้กันฝ่ามองขึ้นไปก็จะเห็นคานไม้แล้วก็หลังคาเลยอะครับ ประมาณนั้น แต่ตรงที่ผมดูทีวีมันอยู่ตรงกลางบ้าน คิดสภาพตอนปิดไฟเหลือไฟดวงเดียวกับแสงทีวีเอานะครับว่ามันน่าขนลุกขนาดไหน
(ลืมบอกไปบ้านผมอยู่ติดกับทะเล ป่าชายเลน)
จะเล่าเรื่องตอนเด็กๆ ก่อนละกัน เพราะเรื่องที่จะเล่ามีเยอะมากกกก ที่เกิดขึ้นกับตัวเองและคนใกล้ตัว
จำได้เมื่อตอนเราอายุได้ 8 ขวบ เมื่อตอนนั้นแก่(อันนี้ไม่รู้จะใช้สรรพนามเรียกยังไง) ผมเสียพอรู้ข่าวเราก็ร้องไห้หนักมาก ผ่านงานศพไปได้สัก 4-5 วัน น้าเขยเราก็ถ่ายรูปหมู่ครอบครัว ตกดึกคืนนั้นเราก็ดูละครอยู่กับพี่สาวหน้าทีวี นั่งดูกันกำลังสนุก ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินในบ้าน เรากับพี่ก็มองหน้ากันแล้ววิ่งเข้าห้องแม่ทันที 555 กลัวสุดๆ
แม่: วิ่งกันทำไมเนี่ยดึกแล้ว
พี่: ก็เมื่อกี้ได้ยินเสียงใครเดินในบ้านก็ไม่รู้
แม่: ไร้สาระใครจะมาเดินในบ้าน ไปนอนได้แล้ว
พอเอารูปไปล้างก็มีควันติดมาด้วย ทั้งๆ ที่ไม่มีควันอะไรตอนถ่าย ถ่ายมาหลายรูป ก็มีควันติดอยู่ 2 รูป คือ 2 รูปนั้นก็ถ่ายตรงหน้าหิ้งที่ว่างรูปแก่ผม แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เพราะยังเด็กก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร ก็ผ่านไปแบบไม่ได้คิดอะไร
ช่วงก่อนจะ ม.3 ก็มีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ส่วนมากก็เรื่องที่ป่วยมากกว่า โดนนู้นโดนนี้ อันนี้ก็ไม่ได้เชื่อหรอก แต่พอไปหาปู่หรือทวดก็บอกว่าเป็นอะไรแก้ยังไงก็หายทุกที (ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยป่วยพอป่วยก็จะหนักมาก จนตอนนี้ป่วยหนักก็จะรู้สึกได้เองว่าเพราะอะไร)
ตอน ม.3
ผมมีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ เอ(นามสมมุติ) บ้านเขานับถือเรื่องพวกนี้มาก ไปที่บ้านก็จะพบศาลตั้งของบูชาอะไรเยอะแยะทีเดียว ผมกับเพื่อนก็รู้จักกันนานล่ะ ผมได้ไปนอนค้างบ้านเขา ตอนนั้นเพื่อนจะเข้านอนแล้ว ผมก็นั่งเล่นคอมอยู่ ประมาณ 4ทุ่มกว่าๆ (เพื่อนคนนี้มีเซ้นส์ในการมองเห็น)
เอ: มุงจะนอนตอนไหน
ผม: อีกพักอะ เดียวเข้าไปนอน
เอ: เออๆ ตามมาละกัน ถ้าได้ยินเสียงอะไรก็ไม่ต้องขาลตอบนะ
ผม: ทำไมวะ
เอ: เออน่า บอกไว้ก่อนละกันกุไปนอนก่อนละ ฝันดีๆ
ผมก็นั่งงงๆ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร นั่งเล่นไปได้สักพักใหญ่ ประมาณตีสาม พ่อของเพื่อนก็ลุกขึ้นมาอาบน้ำก็เห็นผมยังไม่นอน เลยถามว่า "ไม่นอนอีกเหรอ" ผมก็ตอบไป "อีกเดียวก็นอนละครับ" จากนั้นพ่ออาบน้ำเสร็จก็เข้านอน ผมปิดคอมแล้วเข้าไปอาบน้ำ อาบไปได้สักพักได้ยินเสียงคนเรียก "หนู... หนู...." งงสิครับ ในใจก็คิดว่าพ่อเพื่อนก็เข้าไปนอนแล้วหรือว่าอะไรยังไง ก็ไม่สนใจอาบต่อ "หนู......" เอาละวะ นึกขึ้นได้ เพื่อนบอกไว้ว่าถ้าใครเรียกห้ามตอบ วินาทีนั้นใจตกไปอยู่ตาตุ่มเลยครับ แต่ก็ยังทนอาบน้ำต่อ พอเสร็จแล้วเปิดประตูออกมาไม่เจอใคร(จะเจอได้ไงตีสาม 555) ก็เข้าไปนอนปกติ ตื่นเช้ามาคุยกับมัน มันบอกว่า "เรื่องปกติเดียวก็ชิน" ได้ยินบ่อยมากตอนได้ยินก็โคตรกลัว จนตอนนี้ไปนอนบ้านมันทีไร ชินแล้วครับ
วันนี้เวลาประมาณ 2 ทุ่ม ก็นัดกันไปขี่รถเล่นที่หาด(คือไปกัน 2 คันรถมอไซค์ คันของเอก็มีน้องมันซ้อนท้าย ของผมก็เพื่อนอีก 1 คน) พอผ่านหน้าเห็นหมายืนแถวๆ นั้น เอมันก็พูดขึ้นมาว่า "เห้ย!! ไปด้วยกันป่าว จะไปก็ขึ้นมาดิ" (นิสัยมันเหมือนผู้ชาย ลุยๆ ปากดีเป็นที่หนึ่ง 555) พอขี่ไปได้สักพักคันของเอ มันก็ดูช้าลง ก็เลยถามมันว่า
ผม: รถเป็นไรมุง ขี่ช้าจังว่า
เอ: เออ ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ดีๆ ก็หนักขึ้นมาซะงั้น
ผม: ทำไมวะ ไม่เห็นมันเป็นไรเลย
เอ: .......... (หน้าซีดๆ ทั้งพี่ทั้งน้อง)
ผม: มองอะไรหนักหนา ไม่มีรถหรอก
เอ: มุง กลับเหอะ กุเบื่อแล้ว(เสียงสั่นๆ น้ำตานี้คลอเบ้าละ)
ผม: กลับก็กลับ
ช่วงที่ขี่รถกลับรถก็ยังหนักเหมือนเดิม บิดยังไงก็ไม่ขึ้น จะถึบท่อให้ก็ถีบไม่ไหวหนักมากก ขี่มาได้สักพักผ่าน หน้า รร. รถก็เบาขึ้นมาทันที งงสิครับ คือหนักอะไร???? จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน พอถึงบ้านมันก็โทรมาร้องไห้ใหญ่โตแต่ไม่เล่าอะไรให้ฟังเลยสักอย่าง เช้ามามันก็เล่าให้ฟังว่าตอนที่มันพูดกับหมาอ่ะ พอขี่ไปรถมันหนัก มันกับน้องก็งง มันกมลงมองที่กระจกหลัง เห็นผู้หญิงนั่งซ้อนท้ายมาอีกคน น้องมันก็เห็น แต่ทำอะไรไม่ได้ในใจก็อยากให้กลับถึงบ้านเร็วๆ แล้วก็เล่าให้แม่ฟัง แม่ก็บอก "เขาคงพลอยมาลงมั้ง พอถึงที่หมายเขาก็ไปเอง ที่หลังก็อย่าปากดีละ สิ่งที่มองไม่เห็นมันอยู่รอบตัวเราตลอด ไม่ว่าที่ไหนๆ ก็มี" ตั้งแต่นั้นมาไปที่ไหน เจออะไร ก็ไม่เคยปริปากสักคำ เข็ดแล้วกับเรื่องปากดี 55555
คืนนี้ก็คงพิมพ์ได้แค่นี้แหละครับ น่ากลัวหรือเปล่าไม่แน่ใจตอนพิมพ์อยู่ยังระแวง555 แต่ยังมีอีกหลายเรื่องมากๆ ที่จะมาเล่าสู่กันฟัง
ปล. หัดพิมพ์ครั้งแรกเด็กใหม่พันทิปเลย ได้อ่านเรื่องในพันทิปแล้วเกิดแรงบันดาลใจอยากจะมาเล่าให้ทุกคนฟังบ้าง (โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะครับ ^^)
ผิดพลาดประกาณใด ขออภัย ณ ที่นี้ด้วย
สัมผัสที่ 6
(โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน พอสมควร)
ขอเล่าประวัติตัวผมเองก่อนคราวๆ เผื่อจะได้ไม่ต้องสงสัยอะไรมาก ผมเป็นคนหนึ่งที่ค้อนข้างมีเซ้นส์หรือสัมผัสที่หก ส่วนมากก็จะเป็นการได้ยินซะมากกว่า ครอบครัวผม (เป็นคนต่างจังหวัดเรียกอีกอย่างก็คนบ้านนอก) ก็ปลูกฝังเรื่องแบบนี้มาพอสมควร เลยทำให้พอรู้อะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับเรื่องที่มองไม่เห็นหรือสัมผัสไม่ได้ (ปลูกฝังในที่นี้ไม่ใช่ให้เชื่อหรือต้องเชื่อ ออกแนวให้เราเคารพแบบผู้ใหญ่นะ)
อธิบายก่อนนะครับ บ้านผมเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวแต่ค้อนข้างที่จะกว้างมากทีเดียว ในตัวบ้านก็จะมีห้องใหญ่ คือห้องนอนของแม่แล้วก็แบ่งเป็นห้องเล็กๆ อีก 2 ห้อง แล้วก็จะมีห้องนอนของพี่ผมอีก 3 ห้อง ทุกคนคงสงสัยทำไมมีห้องเยอะ คือเป็นครอบครัวใหญ่ พี่น้องก็ 7 คนละ ไม่รวมคนอื่นเลยนะเนี่ย 5555 แล้วก็จะมีห้องครัว ห้องน้ำ แบ่งๆ ไป อธิบายให้เห็นภาพนิดนุง ที่บ้านไม่ได้กันฝ่ามองขึ้นไปก็จะเห็นคานไม้แล้วก็หลังคาเลยอะครับ ประมาณนั้น แต่ตรงที่ผมดูทีวีมันอยู่ตรงกลางบ้าน คิดสภาพตอนปิดไฟเหลือไฟดวงเดียวกับแสงทีวีเอานะครับว่ามันน่าขนลุกขนาดไหน
(ลืมบอกไปบ้านผมอยู่ติดกับทะเล ป่าชายเลน)
จะเล่าเรื่องตอนเด็กๆ ก่อนละกัน เพราะเรื่องที่จะเล่ามีเยอะมากกกก ที่เกิดขึ้นกับตัวเองและคนใกล้ตัว
จำได้เมื่อตอนเราอายุได้ 8 ขวบ เมื่อตอนนั้นแก่(อันนี้ไม่รู้จะใช้สรรพนามเรียกยังไง) ผมเสียพอรู้ข่าวเราก็ร้องไห้หนักมาก ผ่านงานศพไปได้สัก 4-5 วัน น้าเขยเราก็ถ่ายรูปหมู่ครอบครัว ตกดึกคืนนั้นเราก็ดูละครอยู่กับพี่สาวหน้าทีวี นั่งดูกันกำลังสนุก ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินในบ้าน เรากับพี่ก็มองหน้ากันแล้ววิ่งเข้าห้องแม่ทันที 555 กลัวสุดๆ
แม่: วิ่งกันทำไมเนี่ยดึกแล้ว
พี่: ก็เมื่อกี้ได้ยินเสียงใครเดินในบ้านก็ไม่รู้
แม่: ไร้สาระใครจะมาเดินในบ้าน ไปนอนได้แล้ว
พอเอารูปไปล้างก็มีควันติดมาด้วย ทั้งๆ ที่ไม่มีควันอะไรตอนถ่าย ถ่ายมาหลายรูป ก็มีควันติดอยู่ 2 รูป คือ 2 รูปนั้นก็ถ่ายตรงหน้าหิ้งที่ว่างรูปแก่ผม แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เพราะยังเด็กก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร ก็ผ่านไปแบบไม่ได้คิดอะไร
ช่วงก่อนจะ ม.3 ก็มีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ส่วนมากก็เรื่องที่ป่วยมากกว่า โดนนู้นโดนนี้ อันนี้ก็ไม่ได้เชื่อหรอก แต่พอไปหาปู่หรือทวดก็บอกว่าเป็นอะไรแก้ยังไงก็หายทุกที (ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยป่วยพอป่วยก็จะหนักมาก จนตอนนี้ป่วยหนักก็จะรู้สึกได้เองว่าเพราะอะไร)
ตอน ม.3
ผมมีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ เอ(นามสมมุติ) บ้านเขานับถือเรื่องพวกนี้มาก ไปที่บ้านก็จะพบศาลตั้งของบูชาอะไรเยอะแยะทีเดียว ผมกับเพื่อนก็รู้จักกันนานล่ะ ผมได้ไปนอนค้างบ้านเขา ตอนนั้นเพื่อนจะเข้านอนแล้ว ผมก็นั่งเล่นคอมอยู่ ประมาณ 4ทุ่มกว่าๆ (เพื่อนคนนี้มีเซ้นส์ในการมองเห็น)
เอ: มุงจะนอนตอนไหน
ผม: อีกพักอะ เดียวเข้าไปนอน
เอ: เออๆ ตามมาละกัน ถ้าได้ยินเสียงอะไรก็ไม่ต้องขาลตอบนะ
ผม: ทำไมวะ
เอ: เออน่า บอกไว้ก่อนละกันกุไปนอนก่อนละ ฝันดีๆ
ผมก็นั่งงงๆ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร นั่งเล่นไปได้สักพักใหญ่ ประมาณตีสาม พ่อของเพื่อนก็ลุกขึ้นมาอาบน้ำก็เห็นผมยังไม่นอน เลยถามว่า "ไม่นอนอีกเหรอ" ผมก็ตอบไป "อีกเดียวก็นอนละครับ" จากนั้นพ่ออาบน้ำเสร็จก็เข้านอน ผมปิดคอมแล้วเข้าไปอาบน้ำ อาบไปได้สักพักได้ยินเสียงคนเรียก "หนู... หนู...." งงสิครับ ในใจก็คิดว่าพ่อเพื่อนก็เข้าไปนอนแล้วหรือว่าอะไรยังไง ก็ไม่สนใจอาบต่อ "หนู......" เอาละวะ นึกขึ้นได้ เพื่อนบอกไว้ว่าถ้าใครเรียกห้ามตอบ วินาทีนั้นใจตกไปอยู่ตาตุ่มเลยครับ แต่ก็ยังทนอาบน้ำต่อ พอเสร็จแล้วเปิดประตูออกมาไม่เจอใคร(จะเจอได้ไงตีสาม 555) ก็เข้าไปนอนปกติ ตื่นเช้ามาคุยกับมัน มันบอกว่า "เรื่องปกติเดียวก็ชิน" ได้ยินบ่อยมากตอนได้ยินก็โคตรกลัว จนตอนนี้ไปนอนบ้านมันทีไร ชินแล้วครับ
วันนี้เวลาประมาณ 2 ทุ่ม ก็นัดกันไปขี่รถเล่นที่หาด(คือไปกัน 2 คันรถมอไซค์ คันของเอก็มีน้องมันซ้อนท้าย ของผมก็เพื่อนอีก 1 คน) พอผ่านหน้าเห็นหมายืนแถวๆ นั้น เอมันก็พูดขึ้นมาว่า "เห้ย!! ไปด้วยกันป่าว จะไปก็ขึ้นมาดิ" (นิสัยมันเหมือนผู้ชาย ลุยๆ ปากดีเป็นที่หนึ่ง 555) พอขี่ไปได้สักพักคันของเอ มันก็ดูช้าลง ก็เลยถามมันว่า
ผม: รถเป็นไรมุง ขี่ช้าจังว่า
เอ: เออ ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ดีๆ ก็หนักขึ้นมาซะงั้น
ผม: ทำไมวะ ไม่เห็นมันเป็นไรเลย
เอ: .......... (หน้าซีดๆ ทั้งพี่ทั้งน้อง)
ผม: มองอะไรหนักหนา ไม่มีรถหรอก
เอ: มุง กลับเหอะ กุเบื่อแล้ว(เสียงสั่นๆ น้ำตานี้คลอเบ้าละ)
ผม: กลับก็กลับ
ช่วงที่ขี่รถกลับรถก็ยังหนักเหมือนเดิม บิดยังไงก็ไม่ขึ้น จะถึบท่อให้ก็ถีบไม่ไหวหนักมากก ขี่มาได้สักพักผ่าน หน้า รร. รถก็เบาขึ้นมาทันที งงสิครับ คือหนักอะไร???? จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน พอถึงบ้านมันก็โทรมาร้องไห้ใหญ่โตแต่ไม่เล่าอะไรให้ฟังเลยสักอย่าง เช้ามามันก็เล่าให้ฟังว่าตอนที่มันพูดกับหมาอ่ะ พอขี่ไปรถมันหนัก มันกับน้องก็งง มันกมลงมองที่กระจกหลัง เห็นผู้หญิงนั่งซ้อนท้ายมาอีกคน น้องมันก็เห็น แต่ทำอะไรไม่ได้ในใจก็อยากให้กลับถึงบ้านเร็วๆ แล้วก็เล่าให้แม่ฟัง แม่ก็บอก "เขาคงพลอยมาลงมั้ง พอถึงที่หมายเขาก็ไปเอง ที่หลังก็อย่าปากดีละ สิ่งที่มองไม่เห็นมันอยู่รอบตัวเราตลอด ไม่ว่าที่ไหนๆ ก็มี" ตั้งแต่นั้นมาไปที่ไหน เจออะไร ก็ไม่เคยปริปากสักคำ เข็ดแล้วกับเรื่องปากดี 55555
คืนนี้ก็คงพิมพ์ได้แค่นี้แหละครับ น่ากลัวหรือเปล่าไม่แน่ใจตอนพิมพ์อยู่ยังระแวง555 แต่ยังมีอีกหลายเรื่องมากๆ ที่จะมาเล่าสู่กันฟัง
ปล. หัดพิมพ์ครั้งแรกเด็กใหม่พันทิปเลย ได้อ่านเรื่องในพันทิปแล้วเกิดแรงบันดาลใจอยากจะมาเล่าให้ทุกคนฟังบ้าง (โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะครับ ^^)
ผิดพลาดประกาณใด ขออภัย ณ ที่นี้ด้วย