เรื่องเล่าจากอุบัติเหตุที่เกิดติด ๆ กัน จนอดคิดไม่ได้ว่ามันแปลก

เรื่องเล่าจากอุบัติเหตุที่ยิ้ม…เออว่ะ งงยิ้ม

ขอเล่าไว้ตรงนี้เลย
ผม ไม่ได้ฟันธงว่าเป็นผีหรืออะไร

แค่มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดติด ๆ กัน
จนผมต้องอะไรว่ะเนี้ยในใจหลายรอบว่า

“แม่งกล้วย…อะไรของกูเนี่ย”


ตอนที่ 1 : ผ้าห่มใครวะ ยิ้มตกกลางถนน

วันนั้นช่วงหัวค่ำ
ผมขี่มอเตอร์ไซค์อยู่ดี ๆ

จู่ ๆ ก็เห็น ผ้าห่มผืนหนึ่งกางอยู่กลางถนน

สัญชาตญาณมาทันที
หักหลบแทบตาย
ในหัวคิดอย่างเดียว

“เชี่ย…กูจะล้ม”

รอดมาได้ก็ขี่ต่อ
ไปถึงปั๊มน้ำมันในตัวตำบล

ระหว่างทางรู้สึกเหมือนมีรถตามหลัง
กระพิบไฟใส่
แต่ผมก็ชิล เปิดเพลง ขี่ไป ร้องเพลงไป
คิดว่า…คงไม่มีอะไรแหละ

พอถึงปั๊ม
พี่ผู้ชายกับเด็กปั๊มทักขึ้นว่า

“น้อง ๆ มีผ้าติดอยู่ใต้ท้องรถ ไม่เห็นเหรอ”

ผมก้มไปดู
เอ้า…มีจริงเว้ย! มาไงวะ!?

พี่แกยังบอกเราว่า

“ก่อนหน้านี้พี่ก็เห็นผ้าผืนนี้ตกอยู่กลางถนนเหมือนกัน
ไม่ใช่ตูคนเดียวนิ”


ตอนที่ 2 : หมาโผล่มาจากไหนไม่รู้ แล้วกูก็กลิ้งเป็นลูกขนน

เติมน้ำมันเสร็จ
ใส่หูฟัง เปิดเพลง
ขี่กลับบ้านตามปกติ
เวลาประมาณสองทุ่มครึ่ง

ขี่มาได้ไม่ถึง 10 นาที
หมาแม่งกระโจนออกมาหน้ารถแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเลย

ความเร็วประมาณ 70–80
ไม่มีจังหวะให้เบรก
ชนเข้าจังๆเลย!!

…ภาพตัด

ลืมตาขึ้นมาอีกที
เห็นรถตัวเองไถลไปไกล
ประกายไฟกระจาย

ในหัวคิดได้อย่างเดียว

“ออกจากกลางถนนก่อน
ยังไงก็ช่างยิ้ม

หยิบโทรศัพท์ได้
ก็นั่งอยู่ข้างทาง
ชาวบ้านเริ่มออกมามุงถาม

ผมน่าจะมึนมาก
ถึงขั้นคิดอะไรไม่ออก
กดถ่ายสตอรี่ลงเฉย
กูจะบ้ารั่วไปไหน 555

สุดท้ายโทรหาพ่อ
ไปโรงพยาบาล
หมอบอกไม่หักไม่แตก
รับยาแล้วกลับบ้าน

(ตอนอยู่โรงพยาบาลเรื่องฮาเยอะ
แต่ตัดออก เดี๋ยวยาว 555)


ตอนที่ 3 : อยู่ดี ๆ ก็นึกถึงผ้าผืนนั้นเฉย!!

แปลกมาก
ตอนอยู่โรงพยาบาล
ผมไม่ได้นึกถึงผ้าผืนนั้นเลย
ลืมไปสนิท

แต่พอใกล้ถึงบ้าน
จู่ ๆ ผ้าเจ้ากรรมดันโผล่ขึ้นมาในหัว

“เออ…กูเก็บผ้านั้นมาทำไมวะ?”

พ่อแม่ถามทันที

“ผ้าอะไร?”

ผมก็บอกไปแบบไม่คิดลัย

“มันติดใต้ท้องรถมา
เลยพับใส่ไว้”

โดนสวดยับทั้งพ่อทั้งแม่ 555
สรุปคุยกันว่า
ถึงบ้านแล้วเอาไปทิ้งคลองใกล้บ้าน

แต่ผมเดินไม่ไหว
ข้อเท้าเจ็บหนักมาก
เดินเองไม่ได้ด้วยดิ
เลยให้น้องเอาไปทิ้งแทน

น้องกลับมาหน้าซีด
ขนแขนขนขาชี้

“ตอนทิ้ง เหมือนเห็นผู้หญิงตัวดำ ๆ
นั่งกอดเข่าอยู่ตรงผ้าน่ะ
พอหันกลับไปดูอีกที…ก็ไม่เห็นแล้ว”

พอได้ยินเท่านั้นแหละ
กูของขึ้นเลยทีนี้

“อีสันขวาน! ริดมากเกินไปละอี🌸!!
ถ้ายังไม่ไป เดี๋ยวกูเผา จำคำกูไว้!!”

พ่อพูดขึ้นมานิ่ง ๆ แบบคนใต้

“ต่างคนต่างอยู่
อย่าไปยุ่งกับมันต่ะ”

ตอนนั้น…
ยอมรับตรง ๆ
ไม่ได้ฟังอะ😋


ตอนที่ 4 : วันนี้กูเดินได้…แล้วยิ้มยังอยู่ใช่ไหม!!

ผ่านไป 3 วัน
ผมเริ่มเดินได้

ผ้าผืนนั้น…
ยังอยู่ที่เดิม
พับแบบเดิม

เพิ่มเติมคือ
หนอนเต็มผืน

สาบานเลย
ไม่เคยเห็นหนอนขึ้นผ้าห่มมาก่อนในชีวิต
ตอนพับใส่รถยังสะอาดอยู่เลย

อันนี้มีคลิป
แต่เจ้าของคลิปก็กูเองนั่นแหละ 555

ด้วยความรั่ว + หงุดหงิด+เจ็บตัว
ผมเอาน้ำมันราด
แล้วจุดไฟเผายิ้มเลย

ในใจคิด

“กูศิษย์หมอปลาเว้ย!!”
(แต่ไม่ได้ทุบศาลนะ 555)

ไฟแรงนะ
แต่ผ้ายิ้มไหม้ไม่หมดสักที
เอานู่นเอานี่มาสุมไฟก็ไม่ยอมหมด

เผาจนเหนื่อย
ยืนมองแล้วพูดกับตัวเอง

อุส่าไปเป่าแท้งรถแล้ว
มาเผายิ้มอีกที

“เออว่ะ…พอแล้ว
กูเหนื่อย”

สุดท้ายโยนลงคลองไป
แล้วพูดส่งท้าย

“ไปไกลตีนกูต่ะ
พับใส่ใต้เบาะอย่างดี
ยิ้มมาหลอกน้องกูอีก
ไอเปตร”
“ภาษาใต้นิสนุง
ยิ้มคงฟังออกแหละ”

ตอนนี้เป็นยังไง?

หลังจากนั้น
ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เพราะผ่านมาไม่กี่วันเอง 😅

ผมไม่ได้บอกว่ามันคือผี
อาจเป็นแค่ความบังเอิญล้วน ๆ

อุบัติเหตุ
•ความมึน
•ความรั่ว
•จินตนาการ (ทรงเหมือนนอนน้อย)

แค่อยากเอามาเล่าไว้
เพราะมันทำให้ผมคิดว่า

“บางเรื่อง…ไม่ต้องรู้ว่ามันคืออะไร
แค่ปล่อยมันผ่านไปก็พอ”

ย้ำอีกที  ไม่ฟันธงว่าเป็นผี
แล้วแต่คนอ่านจะคิดเอง 🫡
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่