สวัสดีค่ะ คือช่วงนี้เห็นมีกระทู้อวดแฟน อวดความน่ารักของคนรักเยอะล่ะ เลยอยากเข้ามาซ้ำคนโสด เอ๊ย!! เข้ามาบอกเล่าเรื่องของเรากับคนรักบ้างค่ะ อยากประกาศให้โลกรู้ไปเลยว่ารักมากกกกกกกกกก
เราคบกับแฟนมาจะปีนึงแล้วค่ะ เป็นรักทางไกลด้วย คือพี่เขาทำงานอยู่ต่างประเทศแถบตะวันออกกลาง
การพบเจอกันของเราสองคนมันเป็นเรื่องบังเอิญ ผิดที่ผิดเวลาอยู่สักหน่อย แต่ชีวิตเราช่วงนั้นแย่มากๆ ปัญหาเยอะสุดๆ เราแทบจมบ่อน้ำตาตายกับเรื่องทุกข์ทรมานที่สุดในชีวิตของเราช่วงนั้น
ตอนที่พี่เขาเข้ามาในชีวิตเรา เราปิดกั้นทุกอย่าง ข้อห้ามมากมาย คุยได้ แต่ห้ามจีบเรานะ ห้ามรักเรานะ ห้ามแม้แต่จะคิดถึงเรา เรากลัวการมีความรัก ณ ขณะนั้น
แต่ทำไมเราจะไม่รู้ล่ะคะว่า....เขารู้สึกยังงัยกับเรา ทุกครั้งที่เขาบอกว่าคิดถึง สิ่งที่ตอบกลับจากเราคือความเงียบ ไม่มีการตอบรับหรือรับรู้อะไรทั้งนั้น
เสียงเราจะเปลี่ยนไปทันที ทางพี่เขาก็รับรู้ได้ แต่เขาก็อดทนกับเราค่ะ สิ่งที่เขาบอกกับเราหลังจากที่เราตกลงคบกันแล้วคือ......”พี่รู้สึกว่าพี่รักเรานะ แต่พี่ก็ไม่รู้จะทำยังงัย พี่ก็ทำได้แค่นี้ ถ้าเราจะไม่รักพี่ ไม่คบกับพี่ พี่ก็ยอม แต่ขอให้เป็นแบบนี้ไปตลอดได้มั้ย ขอให้เรายังอยู่ ยังคุยกับพี่ ไม่หายไปไหน เป็นได้แค่นี้ก็พี่ก็ยอม”
เป็นเดือนๆที่เขาเพียรพยายาม โทรหาบ่อยๆทุกช่วงที่ว่าง(โทรทางไกลจากต่างประเทศ) กลับจากที่ทำงานถึงที่พัก ก็ไลน์มาบอก อาบน้ำกินข้าวเสร็จ ก็จะโทรมาคุยด้วย โทรผ่านไลน์บ้าง(เปิดกล้องคุยกัน) ทางไกลบ้าง ไม่ต่ำกว่า 1-2 ชั่วโมง ทุกวัน
ความพยายามเป็นผล เราเริ่มใจอ่อน แต่ยังมีข้อแม้ อย่างที่บอกว่าช่วงนั้นชีวิตเราค่อนข้างเลวร้าย ทุกการกระทำของเรานอกจากเราจะเจ็บปวดใจแล้ว เราก็ยังทำให้เขาปวดใจด้วย แต่...เขาไม่เคยว่าเราแม้แต่ครั้งเดียว เราจะได้ยินคำว่า “พี่เข้าใจ” ออกมาจากปากเขาตลอด เราเลยสัญญาว่า เราจะเลิกสิ่งที่ไม่ดีที่เราทำอยู่ เมื่อมีคนๆนึงรักและให้โอกาสเราขนาดนี้ แล้วทำไม เราไม่ให้โอกาสตัวเองได้มีรักที่ดีๆ และคนดีๆ เข้ามาในชีวิตเรา
ตั้งแต่เราคบกันมาเราไม่เคยทะเลาะกันแม้แต่ครั้งเดียว แต่มีช่วงที่เราต้องห่างกัน เราถูกพ่อ-แม่ของทางพี่เขากีดกันและไม่ยอมรับเรา คำว่า “ใจจะขาด” เป็นแบบนี้นี่เอง ไม่ได้คุยกัน ไม่ได้ติดต่อ ทุกอย่างหายไปราวกับเราฝันแล้วตื่น มันทรมานแบบไม่เคยเจอมาก่อน เราสองคนต่างทุกข์ในความคิดถึงกันมากมาย
จนเวลาผ่านไปเดือนกว่าๆ เขาติดต่อมาโดยที่เขาบอกว่า “แม่เขายอมแล้ว” วันแรกของเวลาเดือนกว่าๆที่เราได้คุยกัน ได้เห็นหน้ากัน เราสองคนนั่งร้องไห้ไปด้วยกัน เอื้อมมือไปลูบหน้าจอคอม เพื่ออยากจะเช็ดน้ำตาของอีกฝ่าย พี่เขาถึงขนาดยกมือไหว้ขอโทษเรา ที่ปล่อยเราเสียใจ ร้องไห้อยู่เป็นเดือน แต่เขาก็ดูผอมไปมาก วันนั้นเหมือนเราพยายามเรียกวันเวลาที่หายไปกลับคืนมา โดยการเล่าความรู้สึกตลอด 1 เดือนที่หายไป ว่าชีวิตเราสองคนมีอะไรขาดหายไปบ้าง เขาต้องพยายามพูดกับแม่เขาอย่างมากมาย เพื่อจะให้ยอมรับเรา สิ่งที่เขาถามแม่เขาคือ...”แม่ไม่มีความสุขเหรอที่เห็นผมมีความสุข”
และหลังจากเรื่องนี้ นี่คือสัญญาแรกที่เขาเอ่ยปากพูดออกมา...”พี่จะไม่ยอมให้อะไรมาพรากเราสองคนจากกันอีกแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่จะไม่ยอมปล่อยมือเธออีกแล้ว จะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก จะไม่ทำให้เธอเสียใจแบบนี้อีก สัญญาจากลูกผู้ชายคนนี้เลย”
แต่เราจะบอกเสมอว่า เราไม่ชอบคำสัญญา เราไม่ชอบคนพูดจาพล่อยๆ พูดในสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้ เราไม่รับสัญญา แต่เราขอให้เวลาเป็นสิ่งพิสูจน์
จนช่วงที่พี่เขาได้พักร้อนกลับมาเมืองไทย 1 เดือน เราไปรับที่สนามบิน พาไปพักโรงแรม พร้อมกับอาหารมื้อแรกที่เราเป็นคนทำให้เขา ใส่ปิ่นโตมาจากบ้าน กับข้าว 4-5 อย่าง กินกันจนจุกเลยล่ะ
10 วันที่เราอยู่ด้วยกัน ไปกินข้าว ดูหนัง เดินเล่น ถ่ายรูป วันนึง เราเดินกันจนเมื่อยขาไปหมดแล้ว พอกลับมาถึงห้อง เราไปนั่งตรงโซฟา ไม่ได้ถอดรองเท้า นั่งได้แป๊ปเดียวเราก็เผลอหลับไปเลย เพราะเหนื่อยมากจริงๆ เพลียแดดด้วย เรามาสะดุ้งตื่นคือ...พี่เขานั่งที่พื้นแล้วถอดรองเท้าให้ เรารีบชักขาออก เขาก็บอกว่าไม่ต้อง อยู่เฉยๆ แล้วเขาก็เอาขาเราไปวางตรงตักเขา แล้วก็ข้างๆตัวมีกาลามังน้ำอุ่น กับผ้าขนหนูผืนเล็กๆ พี่เขาเอาผ้าชุบน้ำอุ่นแล้วมาโปะที่ขาเราแล้วนวดให้ตรงช่วงน่องช่วงเท้า เราก็เขินๆนะ บอกเขาว่าขาเราสกปรก อย่านวดเดี๋ยวมือเปื้อน เขาก็พูดว่า....นี่ขาของแฟนพี่ เท้าของแฟนพี่ ร่างกายของคนที่พี่รัก และครึ่งนึงก็เป็นของพี่ด้วย พี่ดูแลร่างกายนี้ดีเท่าไหร่ นั่นคือพี่ดูแลหัวใจแล้วก็ความสุขของพี่เอง
เราร้องไห้เลยล่ะ ร้องแล้วก็ถามว่า...มันเป็นความจริงใช่มั้ย เรื่องจริงใช่รึเปล่า ที่วันนี้จะมีคนๆนึงรักเราได้มากขนาดนี้ รักเราจริงๆใช่มั้ย ไม่ได้หลอก ไม่ใช่เรื่องโกหกใช่มั้ย พี่เขากอดเราแล้วบอกว่า....”ขออีก 2 ปีนะ ขอพี่เก็บเงินก่อน พี่จะเอาเงินไปปรับปรุงบ้าน บ้านที่พี่จะให้เราไปอยู่ด้วยกัน พี่บอกพ่อกับแม่แล้ว แล้วอีก 2 ปี เราแต่งงานกันนะ ขอเวลาพี่หน่อย พี่จะไม่ให้เราต้องลำบากเลย”...... บ่อน้ำตาแตกเลยค่า กับประโยคนี้
ทุกวันนี้เราก็ยังใช้ชีวิตกันเหมือนเดิม ทุกเช้าของเขา ก่อนเขาจะเข้างานก็จะโทรมาหา กลางวันกินข้าวเสร็จก็จะโทรมาคุยกันแป๊ปนึงแล้วเขาก็จะไปพักต่อ ถ้าวันไหนต้องมีโอทีก็จะโทรมาบอก ก่อนนอนเราก็จะคุยกัน
เมื่อเร็วๆนี้เราเงินช๊อต คือแทบจะไม่มีเงินติดตัวเลย เราก็ไม่ได้บอกเขา คือเราไม่ชอบรบกวนใครถ้าไม่จำเป็นจริงๆ จนเขาไปเห็นกับข้าวเราในเฟสบุ๊ค
คือเราทำกับข้าวจากของเหลือในตู้เย็น แล้วดันโพสไปว่า กับข้าวยามไม่มีตังค์
พอเปิดกล้องคุยกันพี่เขาก็ถามว่า....มีตังค์ใช้มั้ย เราก็ไม่กล้าตอบ จนบังคับถามเรามากๆ เราก็บอกไปตามความจริง พี่เขาบอกว่า “พรุ่งนี้พี่โอนให้นะ แล้วฟังนะ มีอะไรให้บอกพี่ ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เราน่ะเป็นสมบัติเป็นทรัพย์สินของพี่ที่พี่ต้องดูแล เรารู้มั้ยว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว เรากำลังจะมีครอบครัวนะ รู้รึยัง พี่จะดูแลเรานะ” เรายกมือไหว้เขอบคุณเขาเลย ไม่ได้ขอบคุณเพราะเขาให้เงินเราอย่างเดียว แต่เราไหว้ขอบคุณความรักของเขาด้วย
ทุกวันนี้ที่ทำงานเขา รู้จักเราหมดแล้วโดยที่ไม่ต้องเจอตัวจริง เขาเล่าเรื่องเราให้ทุกคนฟัง เอารูปเราให้ทุกคนได้ดู เปิดเผยและอวดเรากับคนอื่นๆเสมอ เขาพูดเสมอว่าภูมิใจที่มีเราเป็นแฟน ต่อให้มีผู้หญิงสวยกว่านี้ น่ารักกว่านี้เขาก็ไม่สน เพราะเขาไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงพวกนั้นจะดีเท่านี้มั้ย ผู้หญิงสวยใครๆก็ชอบมอง แต่ผู้หญิงที่เข้าใจเขา มีคนเดียว
เราโชคดีที่ได้พบกับผู้ชายคนนี้ ได้เจอคนดีๆ คนที่รับเราได้ทุกอย่าง คนที่รักในตัวเราจริงๆ ไม่เคยโกรธ ไม่เคยรำคาญ ไม่ว่าเราจะเผลอเกรี้ยวกราดใส่ หรือ เราจะขี้แยร้องไห้ไม่มีเหตุผล บอกเสมอเวลาจะไปไหน ทำอะไร เราเกรงใจเขาในระดับนึง เกรงใจในความรักและความดีของเขา ความเหงาอาจจะกัดกินเราบ้าง มีหลายครั้งที่ในความคิดเราเตลิดด้วยความเบื่อหน่ายต่อความห่างไกล แต่เพราะความรักของเขา เป็นตัวช่วยให้เราไม่ออกนอกลู่นอกทาง ไม่กล้าที่แม้จะทำให้เขาเสียใจหรือไม่สบายใจ
ในมุมกลับกัน เราเองก็วางตัวให้เหมาะสม ไม่เอาความรักเขามาเป็นข้อต่อรองหรือเงื่อนไข มีเหตุผล และเข้าใจเขาให้มากๆ ยิ่งเขาอยู่ไกลทำงานเหนื่อยๆ ก็อย่าทำตัวเป็นภาระรกสมองรกใจเขา ทำตัวเป็นเหมือนบ้าน เป็นที่พักที่เขาต้องกลับมาอยู่ด้วยเสมอเวลาที่เหนื่อยที่สุด ไม่งี่เง่า ไม่ง้องแง้ง เอาแต่ใจ หรือทำตัวไร้สาระ จากผู้หญิงน่ารักจะกลายเป็นน่าเบื่อทันที
บางทีเขามีปัญหาเรื่องงาน เขาเล่าให้เราฟัง เราช่วยเขาไม่ได้หรอก แต่เราเป็นผู้ฟังที่ดี ยามเขากราดเกรี้ยวใส่ใครเราก็ทำให้เขาสงบได้ แค่เราไม่ซ้ำเติม และให้กำลังใจเสมอ เราเคยถามพี่เขาว่า "พี่กลัวเค้าบ้างมั้ย" เขาตอบกลับมาว่า "พี่ไม่เคยกลัวเธอนะ แต่พี่เกรงใจเธอ เกรงใจพี่คือให้เกียรติ ไม่ทำให้เธอเสียใจ นึกถึงอยู่เสมอ"
เราไม่รู้หรอกว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นยังงัย เราจะยังรักกันเหมือนวันนี้มั้ย แต่วันนี้ เราจะรักกันให้มากที่สุด เราบอกรักกันทุกวัน เหมือนเราจะแข่งกันว่าใครรักมากกว่า เราจะไม่คิดถึงอีกฝ่ายในเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ ในสิ่งที่มันยังไม่เกิด เราสงสัยอะไร มีปัญหาอะไร เราจะคุยกัน ไม่เก็บเอาไปมโนคนเดียว แล้วมาชวนทะเลาะหรือเก็บเอาไปคิดมากให้เราจมทุกข์อยู่คนเดียว เพราะบางอย่าง ถ้าคนมันจะโกหก ต่อให้บังคับถามยังงัยก็โกหกอยู่ดี
เราบอกเสมอว่า...วันไหนที่ไม่รักกันแล้ว ขอให้บอกกันตรงๆ อย่าใช้วิธีนอกใจ เพราะลูกผู้ชายเขาจะไม่ทำกัน แล้วผู้ชายที่ใช้วิธีนอกใจ เราก็ไม่เรียกว่าผู้ชาย เรียกว่าอะไรคงรู้เอง เมื่อกล้าทำเลว ก็ต้องกล้ายอมรับว่าตัวเองเลว
วันนี้เราโชคดีที่มีเขาเป็นคนรัก แล้ววันนี้เราก็สัญญาว่าเราจะเป็นคนรักที่ดีเช่นกัน
ฉันโชคดีที่มีผู้ชายคนนี้เป็นแฟน (คำเตือน......กระทู้นี้ไม่เหมาะกับคนโสด)
เราคบกับแฟนมาจะปีนึงแล้วค่ะ เป็นรักทางไกลด้วย คือพี่เขาทำงานอยู่ต่างประเทศแถบตะวันออกกลาง
การพบเจอกันของเราสองคนมันเป็นเรื่องบังเอิญ ผิดที่ผิดเวลาอยู่สักหน่อย แต่ชีวิตเราช่วงนั้นแย่มากๆ ปัญหาเยอะสุดๆ เราแทบจมบ่อน้ำตาตายกับเรื่องทุกข์ทรมานที่สุดในชีวิตของเราช่วงนั้น
ตอนที่พี่เขาเข้ามาในชีวิตเรา เราปิดกั้นทุกอย่าง ข้อห้ามมากมาย คุยได้ แต่ห้ามจีบเรานะ ห้ามรักเรานะ ห้ามแม้แต่จะคิดถึงเรา เรากลัวการมีความรัก ณ ขณะนั้น
แต่ทำไมเราจะไม่รู้ล่ะคะว่า....เขารู้สึกยังงัยกับเรา ทุกครั้งที่เขาบอกว่าคิดถึง สิ่งที่ตอบกลับจากเราคือความเงียบ ไม่มีการตอบรับหรือรับรู้อะไรทั้งนั้น
เสียงเราจะเปลี่ยนไปทันที ทางพี่เขาก็รับรู้ได้ แต่เขาก็อดทนกับเราค่ะ สิ่งที่เขาบอกกับเราหลังจากที่เราตกลงคบกันแล้วคือ......”พี่รู้สึกว่าพี่รักเรานะ แต่พี่ก็ไม่รู้จะทำยังงัย พี่ก็ทำได้แค่นี้ ถ้าเราจะไม่รักพี่ ไม่คบกับพี่ พี่ก็ยอม แต่ขอให้เป็นแบบนี้ไปตลอดได้มั้ย ขอให้เรายังอยู่ ยังคุยกับพี่ ไม่หายไปไหน เป็นได้แค่นี้ก็พี่ก็ยอม”
เป็นเดือนๆที่เขาเพียรพยายาม โทรหาบ่อยๆทุกช่วงที่ว่าง(โทรทางไกลจากต่างประเทศ) กลับจากที่ทำงานถึงที่พัก ก็ไลน์มาบอก อาบน้ำกินข้าวเสร็จ ก็จะโทรมาคุยด้วย โทรผ่านไลน์บ้าง(เปิดกล้องคุยกัน) ทางไกลบ้าง ไม่ต่ำกว่า 1-2 ชั่วโมง ทุกวัน
ความพยายามเป็นผล เราเริ่มใจอ่อน แต่ยังมีข้อแม้ อย่างที่บอกว่าช่วงนั้นชีวิตเราค่อนข้างเลวร้าย ทุกการกระทำของเรานอกจากเราจะเจ็บปวดใจแล้ว เราก็ยังทำให้เขาปวดใจด้วย แต่...เขาไม่เคยว่าเราแม้แต่ครั้งเดียว เราจะได้ยินคำว่า “พี่เข้าใจ” ออกมาจากปากเขาตลอด เราเลยสัญญาว่า เราจะเลิกสิ่งที่ไม่ดีที่เราทำอยู่ เมื่อมีคนๆนึงรักและให้โอกาสเราขนาดนี้ แล้วทำไม เราไม่ให้โอกาสตัวเองได้มีรักที่ดีๆ และคนดีๆ เข้ามาในชีวิตเรา
ตั้งแต่เราคบกันมาเราไม่เคยทะเลาะกันแม้แต่ครั้งเดียว แต่มีช่วงที่เราต้องห่างกัน เราถูกพ่อ-แม่ของทางพี่เขากีดกันและไม่ยอมรับเรา คำว่า “ใจจะขาด” เป็นแบบนี้นี่เอง ไม่ได้คุยกัน ไม่ได้ติดต่อ ทุกอย่างหายไปราวกับเราฝันแล้วตื่น มันทรมานแบบไม่เคยเจอมาก่อน เราสองคนต่างทุกข์ในความคิดถึงกันมากมาย
จนเวลาผ่านไปเดือนกว่าๆ เขาติดต่อมาโดยที่เขาบอกว่า “แม่เขายอมแล้ว” วันแรกของเวลาเดือนกว่าๆที่เราได้คุยกัน ได้เห็นหน้ากัน เราสองคนนั่งร้องไห้ไปด้วยกัน เอื้อมมือไปลูบหน้าจอคอม เพื่ออยากจะเช็ดน้ำตาของอีกฝ่าย พี่เขาถึงขนาดยกมือไหว้ขอโทษเรา ที่ปล่อยเราเสียใจ ร้องไห้อยู่เป็นเดือน แต่เขาก็ดูผอมไปมาก วันนั้นเหมือนเราพยายามเรียกวันเวลาที่หายไปกลับคืนมา โดยการเล่าความรู้สึกตลอด 1 เดือนที่หายไป ว่าชีวิตเราสองคนมีอะไรขาดหายไปบ้าง เขาต้องพยายามพูดกับแม่เขาอย่างมากมาย เพื่อจะให้ยอมรับเรา สิ่งที่เขาถามแม่เขาคือ...”แม่ไม่มีความสุขเหรอที่เห็นผมมีความสุข”
และหลังจากเรื่องนี้ นี่คือสัญญาแรกที่เขาเอ่ยปากพูดออกมา...”พี่จะไม่ยอมให้อะไรมาพรากเราสองคนจากกันอีกแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่จะไม่ยอมปล่อยมือเธออีกแล้ว จะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก จะไม่ทำให้เธอเสียใจแบบนี้อีก สัญญาจากลูกผู้ชายคนนี้เลย”
แต่เราจะบอกเสมอว่า เราไม่ชอบคำสัญญา เราไม่ชอบคนพูดจาพล่อยๆ พูดในสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้ เราไม่รับสัญญา แต่เราขอให้เวลาเป็นสิ่งพิสูจน์
จนช่วงที่พี่เขาได้พักร้อนกลับมาเมืองไทย 1 เดือน เราไปรับที่สนามบิน พาไปพักโรงแรม พร้อมกับอาหารมื้อแรกที่เราเป็นคนทำให้เขา ใส่ปิ่นโตมาจากบ้าน กับข้าว 4-5 อย่าง กินกันจนจุกเลยล่ะ
10 วันที่เราอยู่ด้วยกัน ไปกินข้าว ดูหนัง เดินเล่น ถ่ายรูป วันนึง เราเดินกันจนเมื่อยขาไปหมดแล้ว พอกลับมาถึงห้อง เราไปนั่งตรงโซฟา ไม่ได้ถอดรองเท้า นั่งได้แป๊ปเดียวเราก็เผลอหลับไปเลย เพราะเหนื่อยมากจริงๆ เพลียแดดด้วย เรามาสะดุ้งตื่นคือ...พี่เขานั่งที่พื้นแล้วถอดรองเท้าให้ เรารีบชักขาออก เขาก็บอกว่าไม่ต้อง อยู่เฉยๆ แล้วเขาก็เอาขาเราไปวางตรงตักเขา แล้วก็ข้างๆตัวมีกาลามังน้ำอุ่น กับผ้าขนหนูผืนเล็กๆ พี่เขาเอาผ้าชุบน้ำอุ่นแล้วมาโปะที่ขาเราแล้วนวดให้ตรงช่วงน่องช่วงเท้า เราก็เขินๆนะ บอกเขาว่าขาเราสกปรก อย่านวดเดี๋ยวมือเปื้อน เขาก็พูดว่า....นี่ขาของแฟนพี่ เท้าของแฟนพี่ ร่างกายของคนที่พี่รัก และครึ่งนึงก็เป็นของพี่ด้วย พี่ดูแลร่างกายนี้ดีเท่าไหร่ นั่นคือพี่ดูแลหัวใจแล้วก็ความสุขของพี่เอง
เราร้องไห้เลยล่ะ ร้องแล้วก็ถามว่า...มันเป็นความจริงใช่มั้ย เรื่องจริงใช่รึเปล่า ที่วันนี้จะมีคนๆนึงรักเราได้มากขนาดนี้ รักเราจริงๆใช่มั้ย ไม่ได้หลอก ไม่ใช่เรื่องโกหกใช่มั้ย พี่เขากอดเราแล้วบอกว่า....”ขออีก 2 ปีนะ ขอพี่เก็บเงินก่อน พี่จะเอาเงินไปปรับปรุงบ้าน บ้านที่พี่จะให้เราไปอยู่ด้วยกัน พี่บอกพ่อกับแม่แล้ว แล้วอีก 2 ปี เราแต่งงานกันนะ ขอเวลาพี่หน่อย พี่จะไม่ให้เราต้องลำบากเลย”...... บ่อน้ำตาแตกเลยค่า กับประโยคนี้
ทุกวันนี้เราก็ยังใช้ชีวิตกันเหมือนเดิม ทุกเช้าของเขา ก่อนเขาจะเข้างานก็จะโทรมาหา กลางวันกินข้าวเสร็จก็จะโทรมาคุยกันแป๊ปนึงแล้วเขาก็จะไปพักต่อ ถ้าวันไหนต้องมีโอทีก็จะโทรมาบอก ก่อนนอนเราก็จะคุยกัน
เมื่อเร็วๆนี้เราเงินช๊อต คือแทบจะไม่มีเงินติดตัวเลย เราก็ไม่ได้บอกเขา คือเราไม่ชอบรบกวนใครถ้าไม่จำเป็นจริงๆ จนเขาไปเห็นกับข้าวเราในเฟสบุ๊ค
คือเราทำกับข้าวจากของเหลือในตู้เย็น แล้วดันโพสไปว่า กับข้าวยามไม่มีตังค์
พอเปิดกล้องคุยกันพี่เขาก็ถามว่า....มีตังค์ใช้มั้ย เราก็ไม่กล้าตอบ จนบังคับถามเรามากๆ เราก็บอกไปตามความจริง พี่เขาบอกว่า “พรุ่งนี้พี่โอนให้นะ แล้วฟังนะ มีอะไรให้บอกพี่ ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เราน่ะเป็นสมบัติเป็นทรัพย์สินของพี่ที่พี่ต้องดูแล เรารู้มั้ยว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว เรากำลังจะมีครอบครัวนะ รู้รึยัง พี่จะดูแลเรานะ” เรายกมือไหว้เขอบคุณเขาเลย ไม่ได้ขอบคุณเพราะเขาให้เงินเราอย่างเดียว แต่เราไหว้ขอบคุณความรักของเขาด้วย
ทุกวันนี้ที่ทำงานเขา รู้จักเราหมดแล้วโดยที่ไม่ต้องเจอตัวจริง เขาเล่าเรื่องเราให้ทุกคนฟัง เอารูปเราให้ทุกคนได้ดู เปิดเผยและอวดเรากับคนอื่นๆเสมอ เขาพูดเสมอว่าภูมิใจที่มีเราเป็นแฟน ต่อให้มีผู้หญิงสวยกว่านี้ น่ารักกว่านี้เขาก็ไม่สน เพราะเขาไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงพวกนั้นจะดีเท่านี้มั้ย ผู้หญิงสวยใครๆก็ชอบมอง แต่ผู้หญิงที่เข้าใจเขา มีคนเดียว
เราโชคดีที่ได้พบกับผู้ชายคนนี้ ได้เจอคนดีๆ คนที่รับเราได้ทุกอย่าง คนที่รักในตัวเราจริงๆ ไม่เคยโกรธ ไม่เคยรำคาญ ไม่ว่าเราจะเผลอเกรี้ยวกราดใส่ หรือ เราจะขี้แยร้องไห้ไม่มีเหตุผล บอกเสมอเวลาจะไปไหน ทำอะไร เราเกรงใจเขาในระดับนึง เกรงใจในความรักและความดีของเขา ความเหงาอาจจะกัดกินเราบ้าง มีหลายครั้งที่ในความคิดเราเตลิดด้วยความเบื่อหน่ายต่อความห่างไกล แต่เพราะความรักของเขา เป็นตัวช่วยให้เราไม่ออกนอกลู่นอกทาง ไม่กล้าที่แม้จะทำให้เขาเสียใจหรือไม่สบายใจ
ในมุมกลับกัน เราเองก็วางตัวให้เหมาะสม ไม่เอาความรักเขามาเป็นข้อต่อรองหรือเงื่อนไข มีเหตุผล และเข้าใจเขาให้มากๆ ยิ่งเขาอยู่ไกลทำงานเหนื่อยๆ ก็อย่าทำตัวเป็นภาระรกสมองรกใจเขา ทำตัวเป็นเหมือนบ้าน เป็นที่พักที่เขาต้องกลับมาอยู่ด้วยเสมอเวลาที่เหนื่อยที่สุด ไม่งี่เง่า ไม่ง้องแง้ง เอาแต่ใจ หรือทำตัวไร้สาระ จากผู้หญิงน่ารักจะกลายเป็นน่าเบื่อทันที
บางทีเขามีปัญหาเรื่องงาน เขาเล่าให้เราฟัง เราช่วยเขาไม่ได้หรอก แต่เราเป็นผู้ฟังที่ดี ยามเขากราดเกรี้ยวใส่ใครเราก็ทำให้เขาสงบได้ แค่เราไม่ซ้ำเติม และให้กำลังใจเสมอ เราเคยถามพี่เขาว่า "พี่กลัวเค้าบ้างมั้ย" เขาตอบกลับมาว่า "พี่ไม่เคยกลัวเธอนะ แต่พี่เกรงใจเธอ เกรงใจพี่คือให้เกียรติ ไม่ทำให้เธอเสียใจ นึกถึงอยู่เสมอ"
เราไม่รู้หรอกว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นยังงัย เราจะยังรักกันเหมือนวันนี้มั้ย แต่วันนี้ เราจะรักกันให้มากที่สุด เราบอกรักกันทุกวัน เหมือนเราจะแข่งกันว่าใครรักมากกว่า เราจะไม่คิดถึงอีกฝ่ายในเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ ในสิ่งที่มันยังไม่เกิด เราสงสัยอะไร มีปัญหาอะไร เราจะคุยกัน ไม่เก็บเอาไปมโนคนเดียว แล้วมาชวนทะเลาะหรือเก็บเอาไปคิดมากให้เราจมทุกข์อยู่คนเดียว เพราะบางอย่าง ถ้าคนมันจะโกหก ต่อให้บังคับถามยังงัยก็โกหกอยู่ดี
เราบอกเสมอว่า...วันไหนที่ไม่รักกันแล้ว ขอให้บอกกันตรงๆ อย่าใช้วิธีนอกใจ เพราะลูกผู้ชายเขาจะไม่ทำกัน แล้วผู้ชายที่ใช้วิธีนอกใจ เราก็ไม่เรียกว่าผู้ชาย เรียกว่าอะไรคงรู้เอง เมื่อกล้าทำเลว ก็ต้องกล้ายอมรับว่าตัวเองเลว
วันนี้เราโชคดีที่มีเขาเป็นคนรัก แล้ววันนี้เราก็สัญญาว่าเราจะเป็นคนรักที่ดีเช่นกัน