เงินที่ได้จากการบริจาค หรือการให้โดยส่วนตัว หรือโดยเสน่หา ...ไม่อาจจะเก็บภาษีได้ ..ไม่มีประเทศไหนเขาเก็บกัน...เพราะไม่ใช่เงินที่งอกเงยมาจากการทำธุรกิจทางเศรษฐกิจ
เงินที่จะเก็บภาษีต้องเป็นเงินที่งอกเงยมาจากการทำธุรกิจทางเศรษฐกิจ เท่านั้น
ประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลาย เช่น อเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย หรือที่อื่นๆ ฯ ไม่มีข่าวว่ามีประเทศไหนเก็บภาษีที่ได้จากการบริจาคในทุกๆแบบ ไม่ว่าจะบริจาคให้กับ องค์กรศาสนาหรือองค์กรใดๆก็ตาม โดยเฉพาะถ้าบริจาคให้องค์กรการกุศลหรือที่ไม่แสวงหากำไร(non-profit organization) ต่างๆทุกๆอย่าง เช่น วัด โรงเรียน ฯลฯ หรือบริจาคให้แบบส่วนบุคคล ส่วนตัว ก็ตาม... ผู้ที่เป็นฝ่ายบริจาคก็จะได้รับการลดหย่อนภาษีด้วย และทางผู้ที่รับบริจาคไปก็ไม่ต้องจ่ายภาษีใดๆด้วย เช่น ที่อเมริกา หรือ ประเทศในยุโรป หรือออสเตรเลีย เงินที่พระไปได้รับบริจาคมาส่วนตัว จะได้มามากน้อยแค่ไหนก็ตาม เอาไปฝากแบ๊งค์ไว้กี่หมื่นกี่แสนก็ตาม รัฐบาลก็ไม่มาเก็บภาษีเงินนั้นเลยแม้นิดเดียว จะเก็บเฉพาะภาษีส่วนที่ได้จากดอกเบี้ยรับ เท่านั้น ..แต่ถ้าเอาเงินนั้นไปลงทุน ถ้าได้กำไรมาจากการลงทุน จึงจะเก็บภาษีจากกำไรที่ได้นั้นอัตราเดียวกับภาษีการค้า( sale tax ) เช่นที่อเมริกาภาษีการค้าตอนนี้ประมาณ 28 % (แต่บางรัฐที่รวยๆก็ไม่เก็บเลย .... มีรัฐในอเมริกา 7 รัฐที่คนซึ่งอยู่อาศัยในรัฐนั้น เช่น เท็กซัส , อลาสก้า ..ฯ จะเสียเฉพาะภาษีรายได้ให้รัฐบาลกลางอย่างเดียวเท่านั้น นอกจากนั้นไม่ต้องเสียภาษีอื่นๆใดๆอีกเลย)
พวกคณะปฏิรูปที่เสนอแนวคิดนี้ เสนอแบบโง่ๆ ให้เก็บภาษีรายได้พระ เสนอมาแบบนั้นได้ยังไง? มีโลภะจะเอาแม้กระทั่งเงินที่เขาบริจาคให้กับวัดกับสงฆ์ บ้าจริงๆ ...
ถ้าเก็บภาษีเงินที่พระได้จากการบริจาค ก็ต้องเก็บภาษีเงินบริจาคทุกๆแบบ จากทุกๆองค์กรที่รับไป ให้เท่าเทียมกัน ... จะยิ่งเพิ่มความบ้าดีเดือดแบบสุดๆไปเลย?
ประเทศที่เจริญแล้ว เช่น อเมริกา ยุโรป .. ฯฯ ไม่มีประเทศไหนเก็บภาษีเงินรายได้ที่รับมาจากการบริจาคหรือให้โดยเสน่หาส่วนตัว
เงินที่จะเก็บภาษีต้องเป็นเงินที่งอกเงยมาจากการทำธุรกิจทางเศรษฐกิจ เท่านั้น
ประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลาย เช่น อเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย หรือที่อื่นๆ ฯ ไม่มีข่าวว่ามีประเทศไหนเก็บภาษีที่ได้จากการบริจาคในทุกๆแบบ ไม่ว่าจะบริจาคให้กับ องค์กรศาสนาหรือองค์กรใดๆก็ตาม โดยเฉพาะถ้าบริจาคให้องค์กรการกุศลหรือที่ไม่แสวงหากำไร(non-profit organization) ต่างๆทุกๆอย่าง เช่น วัด โรงเรียน ฯลฯ หรือบริจาคให้แบบส่วนบุคคล ส่วนตัว ก็ตาม... ผู้ที่เป็นฝ่ายบริจาคก็จะได้รับการลดหย่อนภาษีด้วย และทางผู้ที่รับบริจาคไปก็ไม่ต้องจ่ายภาษีใดๆด้วย เช่น ที่อเมริกา หรือ ประเทศในยุโรป หรือออสเตรเลีย เงินที่พระไปได้รับบริจาคมาส่วนตัว จะได้มามากน้อยแค่ไหนก็ตาม เอาไปฝากแบ๊งค์ไว้กี่หมื่นกี่แสนก็ตาม รัฐบาลก็ไม่มาเก็บภาษีเงินนั้นเลยแม้นิดเดียว จะเก็บเฉพาะภาษีส่วนที่ได้จากดอกเบี้ยรับ เท่านั้น ..แต่ถ้าเอาเงินนั้นไปลงทุน ถ้าได้กำไรมาจากการลงทุน จึงจะเก็บภาษีจากกำไรที่ได้นั้นอัตราเดียวกับภาษีการค้า( sale tax ) เช่นที่อเมริกาภาษีการค้าตอนนี้ประมาณ 28 % (แต่บางรัฐที่รวยๆก็ไม่เก็บเลย .... มีรัฐในอเมริกา 7 รัฐที่คนซึ่งอยู่อาศัยในรัฐนั้น เช่น เท็กซัส , อลาสก้า ..ฯ จะเสียเฉพาะภาษีรายได้ให้รัฐบาลกลางอย่างเดียวเท่านั้น นอกจากนั้นไม่ต้องเสียภาษีอื่นๆใดๆอีกเลย)
พวกคณะปฏิรูปที่เสนอแนวคิดนี้ เสนอแบบโง่ๆ ให้เก็บภาษีรายได้พระ เสนอมาแบบนั้นได้ยังไง? มีโลภะจะเอาแม้กระทั่งเงินที่เขาบริจาคให้กับวัดกับสงฆ์ บ้าจริงๆ ...
ถ้าเก็บภาษีเงินที่พระได้จากการบริจาค ก็ต้องเก็บภาษีเงินบริจาคทุกๆแบบ จากทุกๆองค์กรที่รับไป ให้เท่าเทียมกัน ... จะยิ่งเพิ่มความบ้าดีเดือดแบบสุดๆไปเลย?