มีประเทศไทยบ้าง ที่ใช้ราคาเก่า สต๊อกเก่าของราคาน้ำมัน หรือว่าทุกประเทศ ปรับราคาใหม่ทันที
Gemini บอกว่า
เอาจริงๆ นะ ไม่ใช่แค่ไทยหรอก เรื่องราคาน้ำมันเนี่ย ทั่วโลกเขาแทบ ไม่มีประเทศไหนใช้ระบบ "ขายสต๊อกเก่าในราคาเก่าจนหมด" เลย รูปแบบการปรับราคาของแต่ละประเทศจะต่างกันไปตามนโยบายรัฐ แบ่งให้เห็นภาพง่ายๆ ได้ 2 สไตล์หลักๆ คือ
1. ปรับราคาทันทีแบบรายวัน (อิงตลาดเสรี)
ประเทศอย่าง อเมริกา ออสเตรเลีย หรือหลายประเทศในยุโรป ปั๊มน้ำมันหน้าปากซอยสามารถเปลี่ยนราคาได้ทุกวัน บางทีเปลี่ยนวันละหลายรอบตามความผันผวนของตลาดโลกด้วยซ้ำ
ทำไมถึงไม่สนสต๊อกเก่า: เขาใช้หลักการทางเศรษฐศาสตร์ที่เรียกว่า "ต้นทุนทดแทน" (Replacement Cost)
อธิบายง่ายๆ: สมมติเราเปิดร้านขายเสื้อตัวละ 100 บาท แต่อยู่ๆ โรงงานประกาศขึ้นราคาขายส่งเป็นตัวละ 120 บาท ถ้าเรายังมัวขายเสื้อสต๊อกเก่าในราคา 100 บาท พอขายหมด เราก็จะไม่มีเงินทุนพอไปซื้อเสื้อล็อตใหม่มาเติมร้าน น้ำมันก็หลักการเดียวกันเป๊ะ ถ้าราคาตลาดโลกขึ้น เขาก็ต้องปรับขึ้นทันทีเพื่อสำรองเงินไว้ไปซื้อน้ำมันล็อตหน้าที่แพงขึ้น
2. ปรับราคาเป็นรอบๆ (รัฐบาลคุมราคา)
ประเทศที่รัฐบาลมีงบอุดหนุนราคาน้ำมันเยอะๆ อย่าง มาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือประเทศแถบตะวันออกกลาง จะไม่ได้ปรับราคาทุกวันแบบปุบปับ
ตัวอย่างมาเลเซีย: รัฐบาลจะคำนวณและประกาศราคาน้ำมันใหม่ทุกๆ วันพุธ (อัปเดตเป็นรายสัปดาห์)
ระบบแบบนี้ไม่ได้แปลว่าเขาขายสต๊อกเก่าราคาเก่า แต่เป็นเพราะ "รัฐเอาเงินภาษีมาจ่ายชดเชยส่วนต่างให้" ราคาหน้าปั๊มมันเลยดูนิ่งและเป็นระเบียบกว่า
แล้วของไทยเราอยู่ตรงไหน?
บ้านเราเป็นระบบผสม คืออิงตลาดโลก แต่มี "กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง" มาเป็นกันชน (เหมือนโช้คอัพรถ)
เวลาตลาดโลกพุ่งปรี๊ด หรือดิ่งฮวบ กองทุนจะเข้าไปช่วยพยุงไว้ก่อน ทำให้ราคาหน้าปั๊มบ้านเราไม่ได้สวิงขึ้นลงทุกวันแบบอเมริกา
ข้อดีของระบบบ้านเราคือ ค่ายน้ำมัน (อย่าง ปตท. หรือ บางจาก) มักจะ ประกาศแจ้งล่วงหน้า 1 วัน ซึ่งถ้ามองในมุมผู้บริโภค ถือว่าแฟร์ระดับนึงนะ เพราะเปิดโอกาสให้พวกเรามีเวลาเตรียมตัวไปต่อคิวเติมน้ำมันก่อนที่ราคาจะขยับขึ้นตอนตี 5 ของวันถัดไป
สรุปก็คือ ทุกประเทศในโลกอิงราคาน้ำมันจาก "ต้นทุนที่จะต้องซื้อล็อตต่อไป" ทั้งนั้น ไม่มีใครมานั่งวัดปริมาณน้ำมันก้นแทงก์ว่า "ลิตรนี้เป็นของล็อตที่แล้ว ต้องคิดราคาเก่า" หรอกนะ หวังว่าจะช่วยให้คลายความสงสัยไปได้บ้างนะ!
มีประเทศไทยบ้าง ที่ใช้ราคาเก่า สต๊อกเก่าของราคาน้ำมัน หรือว่าทุกประเทศ ปรับราคาใหม่ทันที
Gemini บอกว่า
เอาจริงๆ นะ ไม่ใช่แค่ไทยหรอก เรื่องราคาน้ำมันเนี่ย ทั่วโลกเขาแทบ ไม่มีประเทศไหนใช้ระบบ "ขายสต๊อกเก่าในราคาเก่าจนหมด" เลย รูปแบบการปรับราคาของแต่ละประเทศจะต่างกันไปตามนโยบายรัฐ แบ่งให้เห็นภาพง่ายๆ ได้ 2 สไตล์หลักๆ คือ
1. ปรับราคาทันทีแบบรายวัน (อิงตลาดเสรี)
ประเทศอย่าง อเมริกา ออสเตรเลีย หรือหลายประเทศในยุโรป ปั๊มน้ำมันหน้าปากซอยสามารถเปลี่ยนราคาได้ทุกวัน บางทีเปลี่ยนวันละหลายรอบตามความผันผวนของตลาดโลกด้วยซ้ำ
ทำไมถึงไม่สนสต๊อกเก่า: เขาใช้หลักการทางเศรษฐศาสตร์ที่เรียกว่า "ต้นทุนทดแทน" (Replacement Cost)
อธิบายง่ายๆ: สมมติเราเปิดร้านขายเสื้อตัวละ 100 บาท แต่อยู่ๆ โรงงานประกาศขึ้นราคาขายส่งเป็นตัวละ 120 บาท ถ้าเรายังมัวขายเสื้อสต๊อกเก่าในราคา 100 บาท พอขายหมด เราก็จะไม่มีเงินทุนพอไปซื้อเสื้อล็อตใหม่มาเติมร้าน น้ำมันก็หลักการเดียวกันเป๊ะ ถ้าราคาตลาดโลกขึ้น เขาก็ต้องปรับขึ้นทันทีเพื่อสำรองเงินไว้ไปซื้อน้ำมันล็อตหน้าที่แพงขึ้น
2. ปรับราคาเป็นรอบๆ (รัฐบาลคุมราคา)
ประเทศที่รัฐบาลมีงบอุดหนุนราคาน้ำมันเยอะๆ อย่าง มาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือประเทศแถบตะวันออกกลาง จะไม่ได้ปรับราคาทุกวันแบบปุบปับ
ตัวอย่างมาเลเซีย: รัฐบาลจะคำนวณและประกาศราคาน้ำมันใหม่ทุกๆ วันพุธ (อัปเดตเป็นรายสัปดาห์)
ระบบแบบนี้ไม่ได้แปลว่าเขาขายสต๊อกเก่าราคาเก่า แต่เป็นเพราะ "รัฐเอาเงินภาษีมาจ่ายชดเชยส่วนต่างให้" ราคาหน้าปั๊มมันเลยดูนิ่งและเป็นระเบียบกว่า
แล้วของไทยเราอยู่ตรงไหน?
บ้านเราเป็นระบบผสม คืออิงตลาดโลก แต่มี "กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง" มาเป็นกันชน (เหมือนโช้คอัพรถ)
เวลาตลาดโลกพุ่งปรี๊ด หรือดิ่งฮวบ กองทุนจะเข้าไปช่วยพยุงไว้ก่อน ทำให้ราคาหน้าปั๊มบ้านเราไม่ได้สวิงขึ้นลงทุกวันแบบอเมริกา
ข้อดีของระบบบ้านเราคือ ค่ายน้ำมัน (อย่าง ปตท. หรือ บางจาก) มักจะ ประกาศแจ้งล่วงหน้า 1 วัน ซึ่งถ้ามองในมุมผู้บริโภค ถือว่าแฟร์ระดับนึงนะ เพราะเปิดโอกาสให้พวกเรามีเวลาเตรียมตัวไปต่อคิวเติมน้ำมันก่อนที่ราคาจะขยับขึ้นตอนตี 5 ของวันถัดไป
สรุปก็คือ ทุกประเทศในโลกอิงราคาน้ำมันจาก "ต้นทุนที่จะต้องซื้อล็อตต่อไป" ทั้งนั้น ไม่มีใครมานั่งวัดปริมาณน้ำมันก้นแทงก์ว่า "ลิตรนี้เป็นของล็อตที่แล้ว ต้องคิดราคาเก่า" หรอกนะ หวังว่าจะช่วยให้คลายความสงสัยไปได้บ้างนะ!