ช่วงนี้เห็นเขาโพสต์ตามหาคนที่แอบชอบอยู่บ่อยๆ เลยอยากจะลองทำตามดูบ้าง
ที่ในกรณีของเรา คงมีจุดประสงค์ที่ต่างกับคนอื่นตรงที่ เราไม่ได้เข้ามาตามหาเขาคนนั้น เพื่อมาบอกรัก หรือ ขอเขาคนนั้นเป็นแฟน
แต่เราแค่จะตามหา
"ความจริง" ที่เราไม่เคยรู้เกี่ยวกับคนคนนี้เลย นอกจากรูป คำหลอกลวง และการโดนโกง สาเหตุก็มาจากเหตุผลยอดฮิต
โง่-หลง-ไม่มีสติ กับความรัก
หลายคนคงกำลังคิดด่า....แล้วจะตามหาทำพระแสงอะไร!!! จะมาประจานความโง่ของตัวเองให้คนทั่งประเทศมาด่าให้เจ็บอีกหรอ
จริงๆก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล ถ้าเห็นว่าเราสำควรโดนด่าอีก เราก็ยินดีรับฟัง
บอกตามตรงหลังจากเกิดเรื่อง การได้ฟังคนรอบข้างมาด่า เป็นเครื่องเตือนสติชั้นดีเลยนะ
มันทำให้เราได้เลือก ว่าถ้าเรายังคิดอยู่กับอดีตที่แย่ๆ ให้คนมานั่งด่าเราตลอด ชีวิตเราไม่ได้ดีขึ้นมาเลย
เลยตัดสินใจ
ปล่อยวาง-ลืม-ปลง-อโหสิกรรม กับที่ต่างๆที่เข้ามาทำร้ายเราดีกว่า
(มีคนยกมือถาม....แล้วจะตั้งกระทุ้ทำไม พูดว่าอโหสิกรรมต่อเขาไปแล้วไม่ใช่หรอ!!! สับสนทางความคิดหรือไงจ๊ะจขกท.!!!!)
ความจริงที่มาตั้งกระทู้ เราก็ไม่คิดจะไปเอาผิดกับคนนั้นแล้วนะ เพราะไม่รู้จะเอาผิดยังไง เราไม่มีหลักฐาน ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับคนนั้นเลย (ยิ่งพิมพ์ยิ่งรู้ตัวเองจั๊ดง่าวมากที่โดนหลอก) แต่ที่มาพิมถือซะว่า มาแชร์ประสบการณ์ กับ เตือนภัย จากการคบในคนโลกไร้ตัวตนละกัน
เรื่องของเรามันเกิดขึ้นเมื่อกลางปีที่แล้ว...... เราเป็นบัณฑิตพึ่งจบใหม่ ตอนนั้นอยู่ในช่วงหางาน วันๆนึงนอกจากช่วยงานที่บ้าน ก็จะสมัครงานตามเว็บไซต์ บอกตามตรงว่าช่วงนั้นไม่ได้มีอารมณ์เครียดหรือว่ากังวลที่ยังหางานไม่ได้เหมือนเพื่อนคนอื่นๆ ตอนนั้นคิดว่าพักสมองแล้วค่อยว่าจะทำงานหรือเรียนต่อโท
และดีคงเป็นข้อเสียของการว่างงานมากไป
เมื่อไม่มีอะไรทำ สมองและสติก็เลยทำงานไม่ดี ทำให้ได้เจอคนคนนึงเข้าให้
เราเจอกับเข้าผ่านโปรแกรมสนทนา (โลโก้สีเหลือง) ที่สมัครเล่นโปรแกรมนี้คงเพราะอินซี่รี่ที่พีทกับเแพทตี้เล่นมากไปหน่อยมั้ง (หาดูได้ตามยูทูบ) ความรัก พรหมลิขิต โรแมนติกจริงๆ (ก็คิดมาตลอดแหละว่ามันเพ้อเจ้อ ด่าคนอื่น เตือนคนอื่นมาตลอด แต่พอเกิดกับตัวเอง ด่าตัวเองว่ากระบือยังน้อยไป ฮ่าๆๆ)
ทั้งที่ก็รู้ว่าโลกออกไลน์มันอันตราย แต่เพราะคิดว่าก็แค่ขำๆนะ คุยสนุกๆนะ เบื่อหรือเห็นว่าไม่น่าไว้ใจก็ลบไอดี และลาจากกันเหมือนที่เคยทำกับคนก่อนๆก็ได้ (มั่นใจในตัวเองมากกกก+++) แต่สุดท้ายคนเราก็มักแพ้ภัยให้ตัวเอง
เราได้ไอดีของเขามาจากการหาเพื่อนที่ออนไลน์อยู่ในขณะนั้น (ตอนนั้นตี1กว่าทำไมไม่นอนซะ!!!) ตอนแรกก็ช่างใจว่าจะเพิ่มเป็นเพื่อนดีไหม แต่จากสถิติอีตาคนนี้ หน้าตาดีกว่าคนที่เคยแอดมาอยู่นะ (นั่นไง++เห็นคนหน้าตาดีแล้วปลื้มปลิ่ม) ในที่สุดก็แอดเป็นเพื่อนกัน คืนแรกที่คุย ได้ทักทายอยู่ไม่กี่ประโยค เพราะเราชิงหลับคาโทรศัพท์ไปก่อน ตื่นเช้ามาเราก็ลืมไปแล้วว่าเมื่อคืนคุยอะไรกับใครไว้ จนมาเปิดเจอที่คุยค้างไว้
ผู้ชายคนนี้นอกจากหน้าตาที่จัดว่าโอเค โปรไฟล์ที่เขามโนมาให้ฟังก็เลิศมาก เขาบอกว่าเป็นลูกครึ่งไทย-อิตาลี (มโนตามฉบับนิยายมาเฟียได้เลยนางเอกแอบเคลิ้มมมม) แม่เป็นคนไทย พ่อเป็นอิตาลี มีพี่น้อง 3 คน เค้าเป็นพี่คนโต มีน้องชายและน้องสาวอย่างละคน แล้วเขาก็ส่งรูปครอบครัวเข้ามาให้ดู ตอนแรกก็งงๆว่าส่งมาให้ดูทำไม ทั้งรูปกับครอบครัว กับญาติพี่น้อง และบ้านที่อิตาลี แต่คิดว่าเขาคงอยากสร้างภาพว่าตัวเองไม่ได้ปิดบังอะไรเราแน่ จากที่คุยในโปรแกรมเหลือง ก็เปลี่ยนมาคุยในโปรแกรมเขียว การได้คุยกับเขามันเป็นอะไรที่สนุก และมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เรานั่งยิ้มคนเดียวได้เป็นชั่วโมงกับข้อความที่ส่งหากันได้ คุยมาได้สักเดือน จากที่พิมพ์ข้อความคุยอย่างเดียวก็เริ่มโทรหากันแทน แต่ก็ยังไม่ได้เจอตัวเป็นๆ เขาเริ่มบอกว่าที่บ้านทำงานเกี่ยวกับอะไร เพราะเราสงสัยว่าทำไมไม่ทำงาน ทั้งๆที่ไม่ใข่วันหยุด แถมพาครอบครัวไปเที่ยวอีก เขาบอกว่าที่บ้านทำงานด้านไอที เราก็คิดว่าคงเป็นแค่พนักงานธรรมดาแต่ที่ไหนได้ แม่เป็นเจ้าของ หลังจากนั้นเราก็มักเห็นรูปการช็อปปิ้งทั้งจากของเขา และที่ซื้อให้ที่บ้านจากเขาส่งมาให้เราดูบ่อยๆ บอกตามตรงตอนนั้นรู้สึกไม่อยากคุยต่อแล้ว ถ้าคิดแบบโลกสวย เราต่างกันเกินไป เพราะทางบ้านของเราไม่ได้รวยมาก พอมีพอกินตามประสาบ้านคนทำงานราชการ แต่เขาก็บอกว่าไม่เห็นต้องคิดมาก ถ้าเราเป็นแฟนเขา เงินที่บ้านเขาเดี๋ยวก็เป็นเงินเรา (มโนมากไปนะ) หลังจากนั้นเราก็คุยกันมาเรื่อยๆจนเราได้งานสักที เมื่อได้งาน เราขอที่บ้านมาอยู่ข้างนอก เพราะการเดินทางที่สะดวกมากกว่า เมื่อออกมาอยู่คนเดียว ความเหงาก็มีอิทธิพลต่อจิตใจอีกครั้ง การมีเขาคุยเป็นเพื่อนมันทำให้เรารู้สึกไม่เหงากับการต้องอยู่คนเดียวให้ห้องสี่เหลี่ยม แม้ว่าเราจะไม่เคยเจอกันก็ตาม
การทำงานผ่านไปด้วยดี ทำงานมีเงินใช้เป็นของตัวเอง โดยปกติเราใช้จ่ายน้อยมาก ส่วนใหญ่หมดไปกับการกิน3มื้อและระหว่างวันเท่านั้น เสื้อผ้า3-6เดือนถึงจะซื้อเพิ่มที ทำให้เงินเดือนมีเหลืออยู่แล้ว และนิสัยของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป เริ่มจาก โดยส่วนตัวเขาจะบอกว่าตัวเองชอบเล่นเกมออนไลน์ เราก็ไม่ค่อยรู้จักนักหรอก แต่ก็รู้มันต้องมีการเติมเงินซื้อของ แหละนี้คือเรื่องแรกที่เขากล้าให้เราช่วย เขามักขอให้เราซื้อบัตรเติมเงินของทรูให้หน่อย อ้างว่าแถวคอนโดเขา(แถวสีลม) ไม่มีเซเว่น เดี๋ยวโอนคืนให้ ครั้งแรกด้วยจำนวนเงินที่แค่หลักร้อย เราก็ไม่ซีเรียสว่าต้องรีบให้เขาโอนคืน เพราะไม่ได้ลำบากกับเงินแค่นี้ แต่พอมีหลายๆครั้ง กับหลายๆเรื่องที่มีเงินมาเกี่ยวข้องร่วมกับคนอีกหลายคน มันก็ถึงจุดอิ่มตัวของการอดทน หลอกเอาเงินยังคิดว่าให้ทาน แต่หลอกให้เราดูโง่มันสุดทน เราก็บอกเขาไปตรงๆว่าเดือนนี้ไม่มีเงินใช้แล้วนะ โอนเงินคืนมาด้วย เขาคงรู้ตัวแล้วแหละว่าเราไม่ไหวกับพฤติกรรมนี้แล้ว ก็รับปากว่าจะคืนให้ แต่สุดท้ายก็หายไปกับสัญญานwifi ไม่มีการติดต่อกลับมาอีกเลย เราโดนลบตัวตนออกจากวงจรชีวิตเขาถาวร ซึ่งถ้าวันนั้นเราไม่ทวงเงินคืนก็คงโง่โดนหลอกต่อไป พอเราติดต่อเขาไม่ได้ บอกเลยว่าชีวิตไปไม่ถูกเดินไม่เป็น เพราะไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน จะว่ารัก มันก็ไม่ใช่ แต่เพราะช่วงเวลานึงเขาเข้ามามีอิทธิพลกับเรา ความเป็นเพื่อนเป็นพี่เลยทำให้เราไว้ใจ หลงเชื่อ จนยอมช่วยเหลือแบบขาดสติ
ช่วงที่กรรมกำลังเล่นงานนอกจากร้องไห้ และอยู่คนเดียวอย่างฟุ้งซ่าน ก็หาวิธีแก้แค้นเขาสารพัดเลยนะ คิดว่าจะทำยังไงให้ได้เงินคืน ทำยังไงให้เอามันเข้าคุก มันต้องไม่ตายดี สาปแช่งทุกวิถีทางที่จะคิดหรือทำได้ จะว่าจ้างนักสืบ(แต่แอบกลัวว่าจะผิดกฎหมายและค่าจ้างมันแพงเลยไม่จ้าง) โทรไปหาหมอดูก็ทำ ไม่ใช่แค่สำนักเดียว แต่ที่ใครว่าแม่นว่าเจ๋งเราให้เขาดูหมด แล้วทุกที่ก็พูดในทิศทางเดียวกันว่า ไม่มีทางได้คืน-ปล่อยเขาไปเถอะ-อย่าสร้างเวรต่อกับเขาอีก แต่สิบหมอดูก็หยุดเราไม่ได้เท่าสายที่คุยกับคนที่บ้าน ไม่รู้ว่าที่บ้านรู้จากไหนว่าเรากำลังแย่ทั้งๆที่เราไม่เคยบอก เขาโทรมาหาเราแล้วชวนเรากลับไปอยู่บ้าน แต่จบสายเท่านั้นแหละ นั่งเก็บของ แล้วบอกตัวเองหยุดและพอกับเรื่องนี้สักที่
หลังจากนั้นเราก็กลับไปอยู่บ้าน ยอมเดินทางไปทำงานไกล ออกแต่เช้า และกลับดึกดีกว่า ถึงจะเหนื่อยแต่รู้สึกมีปีกคอยคุ้มครอง มันสบายใจกว่าจริงๆ
เหตุการณ์ผ่านไปได้สักพัก เราแทบไม่คิดถึงเรื่อง
ไอ้เลวนั้นแหละ วันนั้นวันหยุดไม่มีอะไรทำเลยเล่นมือถือเรื่อยเปื่อย และไปเจอรายชื่อเพื่อนในโปรแกรมสีเหลืองมีชื่อเขาเป็นเพื่อนอยู่ ตั้งใจว่าจะลบให้หมดสิ้นซะทีความ

ในชีวิตฉัน แต่ก็ลบขอดูเป็นครั้งสุดท้าย เราจำชื่อไอดีเขา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้Zezalis และไปหาข้อมูลในกูเกิล คิดเอาเองขำๆว่าเจอข้อมูลการทำเลวจะรวบรวมหลักฐานแจ้งจับแน่ และสุดท้าย
เราก็เจอ
ตอนที่พิมพ์แล้วหาข้อมูลที่ว่าเขาเคยทำผิดอะไรมาบ้าง ความรู้สึกเหมือนหนังม้วนเก่ามันเล่นซ้ำๆๆๆๆๆ พูดด่าตัวเองได้คำเดียว โง่
เราโง่ที่ตกเป็นเหงื่อของคนไม่ดี เราโง่เพราะขาดสติ เราโง่เพราะความเชื่อใจ
ถ้าเรารู้ก่อนหน้านี้ว่ามีคนมาโพสต์เตือน เราคงไม่เสียเงินไปให้คนไม่ดี
จุดจบของเรื่องนี้คนที่เคยโดนหลอกมาเหมือนเรา อยากให้เราแจ้งความดำเนินคดีเหมือนที่เขาเคยแจ้งความกัน
ใจนึงเราก็อยากทำ เพราะจะได้ไม่เกิดแบบนี้กับใครอีก แต่อีกใจ เราอยากให้จบ อย่างที่เราตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกและอีกอยากข้อมูลที่เรามีก็เอาผิดเค้าไม่ได้มากด้วย สิ่งที่ทำได้หลังจากนั้น คือ ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศล ให้เขาไม่ทำชั่วอีก
ที่จริงเราอยากลงรูปเขาเพื่อเตือนภัยให้คนอื่นได้ระวัง แต่ก็กลัวถ้าคนในรูปมาเจอจะแจ้งความกลับเรา เลยไม่อยากเสี่ยงคุก
เอาเป็นว่าถ้าอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม หรือใครที่คิดว่าเคยโดนผู้ชายคนนี้หลอก
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ชื่อว่า momo เราค่อยคุยกันหลังไมค์ละกัน
ขออภัยที่พิมพ์เยอะ แต่เราก็ย่อให้แล้วนะ
ขอบคุณที่มีพื้นที่เล็กๆให้เราได้บอกต่อประสบการณ์ชีวิต สงสัยตอนเด็กๆจขกท.จะเรียนวิชา สปช.น้อยไปนิดนึงเลยโดยคนหลอกได้
ตามหาคน...(ที่ไม่รู้ว่ามีตัวตนหรือเปล่า)
ที่ในกรณีของเรา คงมีจุดประสงค์ที่ต่างกับคนอื่นตรงที่ เราไม่ได้เข้ามาตามหาเขาคนนั้น เพื่อมาบอกรัก หรือ ขอเขาคนนั้นเป็นแฟน
แต่เราแค่จะตามหา "ความจริง" ที่เราไม่เคยรู้เกี่ยวกับคนคนนี้เลย นอกจากรูป คำหลอกลวง และการโดนโกง สาเหตุก็มาจากเหตุผลยอดฮิต โง่-หลง-ไม่มีสติ กับความรัก
หลายคนคงกำลังคิดด่า....แล้วจะตามหาทำพระแสงอะไร!!! จะมาประจานความโง่ของตัวเองให้คนทั่งประเทศมาด่าให้เจ็บอีกหรอ
จริงๆก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล ถ้าเห็นว่าเราสำควรโดนด่าอีก เราก็ยินดีรับฟัง
บอกตามตรงหลังจากเกิดเรื่อง การได้ฟังคนรอบข้างมาด่า เป็นเครื่องเตือนสติชั้นดีเลยนะ
มันทำให้เราได้เลือก ว่าถ้าเรายังคิดอยู่กับอดีตที่แย่ๆ ให้คนมานั่งด่าเราตลอด ชีวิตเราไม่ได้ดีขึ้นมาเลย
เลยตัดสินใจปล่อยวาง-ลืม-ปลง-อโหสิกรรม กับที่ต่างๆที่เข้ามาทำร้ายเราดีกว่า
(มีคนยกมือถาม....แล้วจะตั้งกระทุ้ทำไม พูดว่าอโหสิกรรมต่อเขาไปแล้วไม่ใช่หรอ!!! สับสนทางความคิดหรือไงจ๊ะจขกท.!!!!)
ความจริงที่มาตั้งกระทู้ เราก็ไม่คิดจะไปเอาผิดกับคนนั้นแล้วนะ เพราะไม่รู้จะเอาผิดยังไง เราไม่มีหลักฐาน ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับคนนั้นเลย (ยิ่งพิมพ์ยิ่งรู้ตัวเองจั๊ดง่าวมากที่โดนหลอก) แต่ที่มาพิมถือซะว่า มาแชร์ประสบการณ์ กับ เตือนภัย จากการคบในคนโลกไร้ตัวตนละกัน
เรื่องของเรามันเกิดขึ้นเมื่อกลางปีที่แล้ว...... เราเป็นบัณฑิตพึ่งจบใหม่ ตอนนั้นอยู่ในช่วงหางาน วันๆนึงนอกจากช่วยงานที่บ้าน ก็จะสมัครงานตามเว็บไซต์ บอกตามตรงว่าช่วงนั้นไม่ได้มีอารมณ์เครียดหรือว่ากังวลที่ยังหางานไม่ได้เหมือนเพื่อนคนอื่นๆ ตอนนั้นคิดว่าพักสมองแล้วค่อยว่าจะทำงานหรือเรียนต่อโท
และดีคงเป็นข้อเสียของการว่างงานมากไป เมื่อไม่มีอะไรทำ สมองและสติก็เลยทำงานไม่ดี ทำให้ได้เจอคนคนนึงเข้าให้
เราเจอกับเข้าผ่านโปรแกรมสนทนา (โลโก้สีเหลือง) ที่สมัครเล่นโปรแกรมนี้คงเพราะอินซี่รี่ที่พีทกับเแพทตี้เล่นมากไปหน่อยมั้ง (หาดูได้ตามยูทูบ) ความรัก พรหมลิขิต โรแมนติกจริงๆ (ก็คิดมาตลอดแหละว่ามันเพ้อเจ้อ ด่าคนอื่น เตือนคนอื่นมาตลอด แต่พอเกิดกับตัวเอง ด่าตัวเองว่ากระบือยังน้อยไป ฮ่าๆๆ)
ทั้งที่ก็รู้ว่าโลกออกไลน์มันอันตราย แต่เพราะคิดว่าก็แค่ขำๆนะ คุยสนุกๆนะ เบื่อหรือเห็นว่าไม่น่าไว้ใจก็ลบไอดี และลาจากกันเหมือนที่เคยทำกับคนก่อนๆก็ได้ (มั่นใจในตัวเองมากกกก+++) แต่สุดท้ายคนเราก็มักแพ้ภัยให้ตัวเอง
เราได้ไอดีของเขามาจากการหาเพื่อนที่ออนไลน์อยู่ในขณะนั้น (ตอนนั้นตี1กว่าทำไมไม่นอนซะ!!!) ตอนแรกก็ช่างใจว่าจะเพิ่มเป็นเพื่อนดีไหม แต่จากสถิติอีตาคนนี้ หน้าตาดีกว่าคนที่เคยแอดมาอยู่นะ (นั่นไง++เห็นคนหน้าตาดีแล้วปลื้มปลิ่ม) ในที่สุดก็แอดเป็นเพื่อนกัน คืนแรกที่คุย ได้ทักทายอยู่ไม่กี่ประโยค เพราะเราชิงหลับคาโทรศัพท์ไปก่อน ตื่นเช้ามาเราก็ลืมไปแล้วว่าเมื่อคืนคุยอะไรกับใครไว้ จนมาเปิดเจอที่คุยค้างไว้
ผู้ชายคนนี้นอกจากหน้าตาที่จัดว่าโอเค โปรไฟล์ที่เขามโนมาให้ฟังก็เลิศมาก เขาบอกว่าเป็นลูกครึ่งไทย-อิตาลี (มโนตามฉบับนิยายมาเฟียได้เลยนางเอกแอบเคลิ้มมมม) แม่เป็นคนไทย พ่อเป็นอิตาลี มีพี่น้อง 3 คน เค้าเป็นพี่คนโต มีน้องชายและน้องสาวอย่างละคน แล้วเขาก็ส่งรูปครอบครัวเข้ามาให้ดู ตอนแรกก็งงๆว่าส่งมาให้ดูทำไม ทั้งรูปกับครอบครัว กับญาติพี่น้อง และบ้านที่อิตาลี แต่คิดว่าเขาคงอยากสร้างภาพว่าตัวเองไม่ได้ปิดบังอะไรเราแน่ จากที่คุยในโปรแกรมเหลือง ก็เปลี่ยนมาคุยในโปรแกรมเขียว การได้คุยกับเขามันเป็นอะไรที่สนุก และมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เรานั่งยิ้มคนเดียวได้เป็นชั่วโมงกับข้อความที่ส่งหากันได้ คุยมาได้สักเดือน จากที่พิมพ์ข้อความคุยอย่างเดียวก็เริ่มโทรหากันแทน แต่ก็ยังไม่ได้เจอตัวเป็นๆ เขาเริ่มบอกว่าที่บ้านทำงานเกี่ยวกับอะไร เพราะเราสงสัยว่าทำไมไม่ทำงาน ทั้งๆที่ไม่ใข่วันหยุด แถมพาครอบครัวไปเที่ยวอีก เขาบอกว่าที่บ้านทำงานด้านไอที เราก็คิดว่าคงเป็นแค่พนักงานธรรมดาแต่ที่ไหนได้ แม่เป็นเจ้าของ หลังจากนั้นเราก็มักเห็นรูปการช็อปปิ้งทั้งจากของเขา และที่ซื้อให้ที่บ้านจากเขาส่งมาให้เราดูบ่อยๆ บอกตามตรงตอนนั้นรู้สึกไม่อยากคุยต่อแล้ว ถ้าคิดแบบโลกสวย เราต่างกันเกินไป เพราะทางบ้านของเราไม่ได้รวยมาก พอมีพอกินตามประสาบ้านคนทำงานราชการ แต่เขาก็บอกว่าไม่เห็นต้องคิดมาก ถ้าเราเป็นแฟนเขา เงินที่บ้านเขาเดี๋ยวก็เป็นเงินเรา (มโนมากไปนะ) หลังจากนั้นเราก็คุยกันมาเรื่อยๆจนเราได้งานสักที เมื่อได้งาน เราขอที่บ้านมาอยู่ข้างนอก เพราะการเดินทางที่สะดวกมากกว่า เมื่อออกมาอยู่คนเดียว ความเหงาก็มีอิทธิพลต่อจิตใจอีกครั้ง การมีเขาคุยเป็นเพื่อนมันทำให้เรารู้สึกไม่เหงากับการต้องอยู่คนเดียวให้ห้องสี่เหลี่ยม แม้ว่าเราจะไม่เคยเจอกันก็ตาม
การทำงานผ่านไปด้วยดี ทำงานมีเงินใช้เป็นของตัวเอง โดยปกติเราใช้จ่ายน้อยมาก ส่วนใหญ่หมดไปกับการกิน3มื้อและระหว่างวันเท่านั้น เสื้อผ้า3-6เดือนถึงจะซื้อเพิ่มที ทำให้เงินเดือนมีเหลืออยู่แล้ว และนิสัยของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป เริ่มจาก โดยส่วนตัวเขาจะบอกว่าตัวเองชอบเล่นเกมออนไลน์ เราก็ไม่ค่อยรู้จักนักหรอก แต่ก็รู้มันต้องมีการเติมเงินซื้อของ แหละนี้คือเรื่องแรกที่เขากล้าให้เราช่วย เขามักขอให้เราซื้อบัตรเติมเงินของทรูให้หน่อย อ้างว่าแถวคอนโดเขา(แถวสีลม) ไม่มีเซเว่น เดี๋ยวโอนคืนให้ ครั้งแรกด้วยจำนวนเงินที่แค่หลักร้อย เราก็ไม่ซีเรียสว่าต้องรีบให้เขาโอนคืน เพราะไม่ได้ลำบากกับเงินแค่นี้ แต่พอมีหลายๆครั้ง กับหลายๆเรื่องที่มีเงินมาเกี่ยวข้องร่วมกับคนอีกหลายคน มันก็ถึงจุดอิ่มตัวของการอดทน หลอกเอาเงินยังคิดว่าให้ทาน แต่หลอกให้เราดูโง่มันสุดทน เราก็บอกเขาไปตรงๆว่าเดือนนี้ไม่มีเงินใช้แล้วนะ โอนเงินคืนมาด้วย เขาคงรู้ตัวแล้วแหละว่าเราไม่ไหวกับพฤติกรรมนี้แล้ว ก็รับปากว่าจะคืนให้ แต่สุดท้ายก็หายไปกับสัญญานwifi ไม่มีการติดต่อกลับมาอีกเลย เราโดนลบตัวตนออกจากวงจรชีวิตเขาถาวร ซึ่งถ้าวันนั้นเราไม่ทวงเงินคืนก็คงโง่โดนหลอกต่อไป พอเราติดต่อเขาไม่ได้ บอกเลยว่าชีวิตไปไม่ถูกเดินไม่เป็น เพราะไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน จะว่ารัก มันก็ไม่ใช่ แต่เพราะช่วงเวลานึงเขาเข้ามามีอิทธิพลกับเรา ความเป็นเพื่อนเป็นพี่เลยทำให้เราไว้ใจ หลงเชื่อ จนยอมช่วยเหลือแบบขาดสติ
ช่วงที่กรรมกำลังเล่นงานนอกจากร้องไห้ และอยู่คนเดียวอย่างฟุ้งซ่าน ก็หาวิธีแก้แค้นเขาสารพัดเลยนะ คิดว่าจะทำยังไงให้ได้เงินคืน ทำยังไงให้เอามันเข้าคุก มันต้องไม่ตายดี สาปแช่งทุกวิถีทางที่จะคิดหรือทำได้ จะว่าจ้างนักสืบ(แต่แอบกลัวว่าจะผิดกฎหมายและค่าจ้างมันแพงเลยไม่จ้าง) โทรไปหาหมอดูก็ทำ ไม่ใช่แค่สำนักเดียว แต่ที่ใครว่าแม่นว่าเจ๋งเราให้เขาดูหมด แล้วทุกที่ก็พูดในทิศทางเดียวกันว่า ไม่มีทางได้คืน-ปล่อยเขาไปเถอะ-อย่าสร้างเวรต่อกับเขาอีก แต่สิบหมอดูก็หยุดเราไม่ได้เท่าสายที่คุยกับคนที่บ้าน ไม่รู้ว่าที่บ้านรู้จากไหนว่าเรากำลังแย่ทั้งๆที่เราไม่เคยบอก เขาโทรมาหาเราแล้วชวนเรากลับไปอยู่บ้าน แต่จบสายเท่านั้นแหละ นั่งเก็บของ แล้วบอกตัวเองหยุดและพอกับเรื่องนี้สักที่
หลังจากนั้นเราก็กลับไปอยู่บ้าน ยอมเดินทางไปทำงานไกล ออกแต่เช้า และกลับดึกดีกว่า ถึงจะเหนื่อยแต่รู้สึกมีปีกคอยคุ้มครอง มันสบายใจกว่าจริงๆ
เหตุการณ์ผ่านไปได้สักพัก เราแทบไม่คิดถึงเรื่องไอ้เลวนั้นแหละ วันนั้นวันหยุดไม่มีอะไรทำเลยเล่นมือถือเรื่อยเปื่อย และไปเจอรายชื่อเพื่อนในโปรแกรมสีเหลืองมีชื่อเขาเป็นเพื่อนอยู่ ตั้งใจว่าจะลบให้หมดสิ้นซะทีความ
ตอนที่พิมพ์แล้วหาข้อมูลที่ว่าเขาเคยทำผิดอะไรมาบ้าง ความรู้สึกเหมือนหนังม้วนเก่ามันเล่นซ้ำๆๆๆๆๆ พูดด่าตัวเองได้คำเดียว โง่
เราโง่ที่ตกเป็นเหงื่อของคนไม่ดี เราโง่เพราะขาดสติ เราโง่เพราะความเชื่อใจ
ถ้าเรารู้ก่อนหน้านี้ว่ามีคนมาโพสต์เตือน เราคงไม่เสียเงินไปให้คนไม่ดี
จุดจบของเรื่องนี้คนที่เคยโดนหลอกมาเหมือนเรา อยากให้เราแจ้งความดำเนินคดีเหมือนที่เขาเคยแจ้งความกัน
ใจนึงเราก็อยากทำ เพราะจะได้ไม่เกิดแบบนี้กับใครอีก แต่อีกใจ เราอยากให้จบ อย่างที่เราตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกและอีกอยากข้อมูลที่เรามีก็เอาผิดเค้าไม่ได้มากด้วย สิ่งที่ทำได้หลังจากนั้น คือ ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศล ให้เขาไม่ทำชั่วอีก
ที่จริงเราอยากลงรูปเขาเพื่อเตือนภัยให้คนอื่นได้ระวัง แต่ก็กลัวถ้าคนในรูปมาเจอจะแจ้งความกลับเรา เลยไม่อยากเสี่ยงคุก
เอาเป็นว่าถ้าอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม หรือใครที่คิดว่าเคยโดนผู้ชายคนนี้หลอก [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ เราค่อยคุยกันหลังไมค์ละกัน
ขออภัยที่พิมพ์เยอะ แต่เราก็ย่อให้แล้วนะ
ขอบคุณที่มีพื้นที่เล็กๆให้เราได้บอกต่อประสบการณ์ชีวิต สงสัยตอนเด็กๆจขกท.จะเรียนวิชา สปช.น้อยไปนิดนึงเลยโดยคนหลอกได้