เนปาลตั้งอยู่ในภูมิภาคที่อ่อนไหวต่อแผ่นดินไหวมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยสามารถดูได้จากเทือกเขาหิมาลัยที่เกิดจากการชนกันของแผ่นเปลือกโลกอินเดียกับแผ่นเปลือกโลกยูเรเชีย ซึ่งแผ่นเปลือกโลกทั้งสองค่อยๆเคลื่อนตัวมาบรรจบกันราวปีละ 4-5 ซ.ม.
เดวิด โรเธอรี ศาสตราจารย์ด้านธรณีวิทยาบอกว่า เทือกเขาหิมาลัยกำลังดันแผ่นเปลือกโลกอินเดีย ส่งผลให้เกิดแนวรอยเลื่อนใหญ่ 3 แห่ง และรอยเลื่อนเหล่านี้อาจเคลื่อนตัวจนเป็นสาเหตุให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้
สิ่งที่ทำให้เหตุแผ่นดินไหวในเนปาลครั้งนี้มีความรุนแรงมากที่สุดในรอบ 80 ปีของประเทศนั้น ไม่เพียงจะมาจากขนาดของแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรง ทว่ายังเกิดจากการที่ศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหวอยู่ในระดับที่ตื้นมากเพียง 10-15 ก.ม.ทำให้สามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่พื้นผิวรุนแรงมาก และในช่วงเวลา 4 ชั่วโมงหลังเกิดแผ่นดินไหวมีรายงานการเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอย่างน้อย 14 ครั้ง โดยครั้งใหญ่สุดวัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.6
ด้วยการสั่นสะเทือนที่รุนแรงนี้ทำให้อาคารและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ส่วนสิ่งปลูกสร้างที่ยังไม่ถล่มลงมาก็มีความเสี่ยงจากอาฟเตอร์ช็อก นอกจากนี้ยังมีความกังวลเรื่องแผ่นดินถล่มและโคลนถล่มในพื้นที่แถบภูเขาด้วย
ที่มา สำนักข่าวบีบีซีประเทศไทย
เหตุใดเนปาลจึงมีความเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวสูง
เดวิด โรเธอรี ศาสตราจารย์ด้านธรณีวิทยาบอกว่า เทือกเขาหิมาลัยกำลังดันแผ่นเปลือกโลกอินเดีย ส่งผลให้เกิดแนวรอยเลื่อนใหญ่ 3 แห่ง และรอยเลื่อนเหล่านี้อาจเคลื่อนตัวจนเป็นสาเหตุให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้
สิ่งที่ทำให้เหตุแผ่นดินไหวในเนปาลครั้งนี้มีความรุนแรงมากที่สุดในรอบ 80 ปีของประเทศนั้น ไม่เพียงจะมาจากขนาดของแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรง ทว่ายังเกิดจากการที่ศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหวอยู่ในระดับที่ตื้นมากเพียง 10-15 ก.ม.ทำให้สามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่พื้นผิวรุนแรงมาก และในช่วงเวลา 4 ชั่วโมงหลังเกิดแผ่นดินไหวมีรายงานการเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอย่างน้อย 14 ครั้ง โดยครั้งใหญ่สุดวัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.6
ด้วยการสั่นสะเทือนที่รุนแรงนี้ทำให้อาคารและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ส่วนสิ่งปลูกสร้างที่ยังไม่ถล่มลงมาก็มีความเสี่ยงจากอาฟเตอร์ช็อก นอกจากนี้ยังมีความกังวลเรื่องแผ่นดินถล่มและโคลนถล่มในพื้นที่แถบภูเขาด้วย
ที่มา สำนักข่าวบีบีซีประเทศไทย