[CR] ตะลุยเดียว ทริปแห่งความฝัน ครบรสการเดินทาง In Japan **<< (วันที่8)วันสุดท้าย

สวัดดีครับ วันนี้เราจะมารีวิว การเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองวันสุดท้ายนะครับและเรื่องเล่าวันสุดท้ายที่ติดค้างวันสุดท้ายให้ฟังนะครับ+ +วันนี้เราจะไปพาท่านไปเที่ยวย่าน Akihabaraกันครับแล้วก็ไปซื้อของฝากกลับไทยกันครับ ทุกๆคน การเดินทางก็ไม่มีอะไรมากครับเหมือนเดิม นั่งรถไฟสาย yamanote lineจากสถานี ueno ไปลง Akihabaraกันครับวันสุดท้ายจะถ่ายน้อยหน่อยครับเพราะไม่ค่อยได้ถ่ายอะไรมาก พร้อมแล้วติดตามล่ะรับชมได้เลยครับ ^____^

พามาดูคาเฟ่ นักร้องชื่อดังของญี่ปุ่นกันเร็วๆครับ >,<

มาดูกันใกล้ๆครับ555+



landmark ของAkihabaraครับเมื่อมาถึงแล้วครับ








ตึกม่วงครับ



หลังจากshopgเสร็จแล้ว หมดไป เกือบๆ4พันกว่าเย็นครับถ้าเกิน 5090เยน ถ้าจำไม่ผิด สามารถทำtax refundโดยโชว์ passportให้เจ้าหน้าที่ดูครับนี้ขนาดซื้อไม่เยอะก็หนักจะแย่อยู่แล้ว ได้เวลากลับที่พักกันแล้วครับ เดินกลับจากตึกม่วงไปที่สถานีใหญ่uenoครับดันลืมทางกลับสถานีครับมั่วแต่ shopเพลินเลยครับ555+ได้เวลาwork to เดาแล้วครับพี่น้องเวลานั้นฝนก็ตกปร่อยๆน่ะครับ ร่มก็ถือ ของฝากก็ถือตอนนั้นประมาณ5โมงเย็นแล้ว หนาวมากเดินไปแบบไรทิศทางจนกระทั้งเห็น สพานลอยมีรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน(คิดในใจล่ะ)ว่าต้องใช้ทางไปสถานีuenoแน่ๆก็เลยเดินตามไป สรุปว่าไม่เจอสถานีใหญ่เจอแต่สถานีเล็ก
เป็นของเครือ JRเหมือนกัน เอาล่ะ!!!ทำไงดีว่ะ จากนั้นวางของแล้ว ถามคุณลุงข้างๆที่ยืนรออะไรไม่รู้อยู่สักอย่าง แกได้แต่ชี้ไปที่สถานี เล็กๆตรงนั้นว่าให้เราเข้าไปตรงนั้น แต่ผมก็มองยังไงมันก็ไม่ใช้สถานีใหญ่อยู่ดีผมเลยตัดสิน ใช้ท่าไม้ตายสุดท้ายเลยครับ Google mapนั้นเองล่ะอาศัยถามไปด้วยสุดท้ายก็ไปถึงสถานี uenoได้ตามต้องการ (ถ้าไม่หลงก็คงไม่สนุกอ่ะเนอะว่าหรือป่าวครับ) ^____^ เอาล่ะ ได้เวลาเก็บของ จัดกระเป๋า  ยัดของฝากลงกระเป๋าเตรียมตัวกลับ osakaกันครับ @Hotel mystays ueno inaricho


***!!!!หลังจากนี้จะเป็นเล่าเรื่องทั้งหมดครับ อาจจะมีภาพตอนหลังบ้างยังไงก็ขอให้ทุกคน รับชม รับฟัง สิ่งที่ผมได้พิมลงไปด้วยนะครับ!!!!****

ตื่นเช้ามาพร้อมกับความ สดชื่นพร้อมที่จะออกเดินทางกลับแล้วครับโรงแรมนี้cheak-outไม่เกิน11โมงนะครับ Cheak-outเสร็จเดินออกมาจากที่พัก เดินออกมาสักพัก คิดในใจว่าต้องกุอยู่ในโรงแรมแมร้งทำตัว อย่างราชาเลยกิน-นอนกิน-นอน แต่พอออกมาเหมือน หมาข้างถนนเลย555+ นั้งรถไฟ Tokyomerto จากสถานีinaricho เดินทางไปแค่1ป้ายก็ถึง uenoแล้วครับ อารมณ์ตอนนั้นหรอครับ คนเต็มรถไฟเลยครับพี่น้อง แถมเรามีกระเป๋าเดินทางอีกจะทำอะไรต้องรีบเลยกลัวโดนญี่ปุ่นเหยียบครับ 555+ต่อด้วยรถไฟฟ้าสายyamanoteline นั่งไปสถานีshinagawaเพื่อไปซื้อตั๋วไปยังสถานี Shin-osakaกันครับ จากนั้นผมได้นำตั๋วเครื่องบินทั้งสองตั๋ว airasia Xและก็thailion airขึ้นมาดูครับที่นี้ผมก็เริ่มสงสัยแล้วว่า คือจริงๆสงสัยมาตั้งแต่อยู่โรงแรมแล้วครับอีกอย่างต้องรีบcheak-outด้วยครับเลย มาตั้งคำถามโพสลงในกระทู้ ตอนอยู่ที่shinnagawaลงในกลุ่ม รวมพลคนไปญี่ปุ่นครับใครสนใจเข้ารวมกลุ่มเดี่ยวผมทิ้งลิงค์ไว้ให้นะครับ https://www.facebook.com/groups/gotojapaninapril/ ตอนแรกผมก็คิดว่าต้องตกเครื่องที่ดอนเมือง-เชียงใหม่แน่ๆ ที่ไหนได้ครับ
ตกเครื่องทั้งสองรูทเลยครับ วินาทีนั้นผมถึงกับทำใจไม่ถูกเลยครับ ขวัญเสียมาก เพื่อนๆในกระทู้ก็คอยให้กำลังใจ ผมได้พยายามตั้งสติ ติดต่อพ่อแม่ ติดต่อพี่ ที่อยู่ญี่ปุ่น สรุปได้ว่า thailion air ตกเครื่องแล้ว ส่วนairasaia X คือวันที่22/01/58 คือคุณต้องมาถึงสถานีบินก่อนวันที่ 21 เวลาก่อน3ทุ่มโอ้วๆๆ
ไม่มีเวลารีรอแล้ว Shinkansenก็จะมาแล้วก็เลยต้องรีบไปแล้วไหนๆก็ไหนๆแล้วต้องเดินหน้าล่ะว่ะ ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 2ชั่วโมง50นาทีโดยประมาณพอถึงสถานี shin-osakaแล้ว ลงไปได้สักพักก็ว่าทำไหมกระเป๋าเดินทางมันแปลกๆ พอหันมาดู กระเป๋าเดินทางหักครับ ตรงหูรากมันพอดีครับ ยิ้มล่ะ อายมากนาทีนั้น5555  อาศัย สตาร์บัคก่อนครับไปนั่งกินกาแฟก่อนคิดหนทางก็ว่าจะทำยังไงดีให้ได้กลับบ้าน wifi freeครับ เลยโทรคุยกับแม่ผ่าน
lineตลอดครับเพราะแม่ก็เป็นห่วง ส่วนพี่ที่อยู่ทางญี่ปุ่นผมก็ติดต่อไปหาเค้าบอกว่า ต้องรีบติดต่อสายการบินภายใน48ชั่วโมง ผมตัดสินใจเดินทางไปที่สนามบินเลยครับ เวลาตอนนั้นก็ประมาณ 5-6โมงครับ อุณหภูมิ เลขตัวเดี่ยว ฝนตก หนาวครับ ที่แน่ๆเกือบนั่งรถไฟผิดสายครับ เกือบได้ไปลงwakayamaแล้ว 555ไอ่เราก็ไปต่อแถวยืนกับเค้าเห็นคนเยอะที่ในได้วางกระเป๋าไว้เรียบร้อยแล้วพร้อมนั่ง เพื่อความแน่ใจผมเลยไปถามนักธุรกิจคนหนึ่ง
ที่อยู่บนรถไฟถามประมาณว่า kansai airport แกตอบว่า No!!!ผมนี่รีบวิ่ง เก็บกระเป๋าอย่างเร็วๆเลยครับ555+ ชานชาลานี้น่าจะอยู่ระหว่าง1-3จากนั้นผมรีบวิ่งไปถามนายสถานีที่อยู่ใกล้ๆนั่ง คิดในใจว่าตกลงมันขบวนไหนกันแน่วะ เค้าก็ชี้ไปที่ป้ายเวลา ผมก็สังเกตุเห็นภาษาอังกฤษคำว่า kansai airportคิดล่ะว่าต้องใช้ที่นี้แน่ๆ วิ่งกลับไปเอากระเป๋า จากชานชาลาที่1-3 มาชานชาลาที่ 5-6เลยครับ 555+ อารมณ์คือไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้คิดอย่างเดี่ยวว่าต้องไปถึงสถานีบินให้เร็วที่ๆสุด@@@ได้เวลาออกเดินทางสักที่ครับ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1ชั่วโมงครับ พอถึงสนามบินแล้วผมรีบตรงไปที่เค้าเตอร์ information
ของสนามบิน เพื่อต่อสายให้พนักงานญี่ปุ่นคุยกับพี่ผมครับ โมชิ โมชิ แปลว่า(ฮัลโหล) น่ะครับ555+ สุดท้ายได้คำตอบมาว่า ไอ่เที่ยวบิน Xj ของairasiaนี้มันไม่ได้มีทุกวันน่ะค่ะ ถ้าจะไม่อีกที่ก็วันเสาร์ อีกประมาณ 1-2วันถึงจะมี ผมก็เลยบอกพี่ผมว่าขอนอนคิด สัก1คืนก็นะครับ แล้วก็สิ้นสุดการคุยกันไป เอาล่ะได้เวลาหาที่นอนคิดการได้แล้ว ผมไปได้ที่นอนใต้บรรไดเลื่อน แถวๆตู้ล๊อกเกอร์ครับ ต้องบอกก่อนเลยนาทีนั้น พี่ให้ตังค์ตอนอยู่ที่โรงแรม ในkyoto 1หมื่นเยน กับ 700บาทไทย เป็นค่าราเมงนะครับส่วนตัวตังค์ผม มีอยู่ เกือบ7พันๆ+กับ700ที่ได้มา ตังค์เยนเหลืออีก1หมื่นเยนครับ เศษเงินเหลือประมาณ 1พันกว่าเยน น่าจะพอที่ซื้อตั๋วเครื่องบินกลับไทยได้อยู่ นาทีนั้นได้แต่นั่งนอนคิดว่าถ้าใช้เงินส่วนนั้นไปแล้วจะเอาตังค์ที่ไหนกลับบ้าน= ผมคิดน่ะว่าตามแผนที่ผมวางไว้ ถ้าผมไม่ตกเครื่องผมจะไปแถว ป้ายไฟกุลิโก๊ะ เก็บตามสถานที่ จุดยอดฮิต มุมยอดฮิต ได้หมดผมถือว่าผมคุ้มแล้วที่ได้มาญี่ปุ่น เหลือแต่ที่นี้ล่ะที่ผมไม่ได้ไป คิดในใจว่าเราต้องได้มาอีกแน่ๆ(ต่อครับ)เวลานั้น หลับตื่นๆทัวร์จีนหรือว่าใครที่ไหนไม่รู้มาลงตอนตี 2กว่าๆ เอาชะผมนอนไม่หลับเลยอดใจรอคิดไว้ว่าพรุ่งนี้ก็เช้า กอดกระเป๋ากล้องถ่ายรูปไว้แน่นเลยครับเวลานั้น ตื่นเช้ามาหาข้าวเช้ากินครับ หาที่แบบถูกที่สุดได้ในราคา 680เยนครับ ไก่2ชิ้น 555+กินได้ที่นี้ครับพอรองท้องได้อยู่สักครั้งวันครับ นั่งเล่นนอนเล่นไปครับ สอบถามเพื่อนๆในกลุ่มไปด้วย หาเที่ยวบินไปด้วยครับ รวมถึงทั้งพี่ผมด้วย



กินกาแฟเป็นว่าเล่นเลยครับ อีกอย่างผมเป็นคนติดกาแฟด้วย ญี่ปุ่นไม่กินหวานเซงเลย ต้องซื้อกินแก้ว200กว่าเยน หรือไม่ก็กดตามตู้กินทุกวันเลย สงศัยไปรอบหน้าต้องพก เนสกาแฟ 3in1ซองล่ะ5บาทไปกินชะล่ะ555+

หน้าโทรมมาก

ได้บัตรนี้ช่วยชีวิตไว้ครับ เงินจะใช้ไม่ได้เลยครับต้อง แตะบัตรอย่างเดี่ยว T___T
พี่ก็ได้ติดต่อผ่าน line มาว่ามีเที่ยวบินวันนี้นะ เวลาเดิม 00.10น. ให้รีบขึ้นไปซื้อตั๋วด้วย

ผมก็รีบเดินมาอาบน้ำ ที่ KiK airport lounge ค่าอาบน้ำ 510เยนครับ และ ไปถ่ายรูปสนามบินkansai เพื่ออำลำเป็นครั้งสุดท้าย













ถ่ายรูปเต็มอิ่มแล้ว ก็กลับไปนั่งรอเวลา ขึ้นเครื่องกันครับผมนั่งรออยู่ Post Officeที่เดิมที่เคยมารับซิมครับ อาศัย แตะบัตรกินข้าวรองท้องไปครับ

@@@@@@@@@@@
สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ผม สังเกตุเห็นว่า ตำรวจในเครื่องเดินมา จดเวลา หน้า post office อยู่ 1รอบ ผมก็ไม่ได้สนใจอะไร ผมก็นั่งเล่นมือถือ ชาร์ตมือถือ ตรงนั้นไปด้วย พักพักมีตำรวจนอกเครื่องแบบ มาโชว์ตราขอตรวจสอบ เราหน่อยว่าเรา เป็นคนหนีเข้าเมืองหรือทำอะไรผิดกฏหมายหรือป่าว ผมเดาเอาน่ะ
เพราะผมเล่นไปนั่งรออยู่ตรงนั้นทั้งวันเลย เค้าก็ขอดูพาสสปอร์ตเรา ตรวจไปตรวจมา คำถามแรกที่เค้าถามเราว่า Jobอะไรสักอย่างนี้ล่ะ ผมก็เลยตอบไปว่า
(Travel)เค้าก็ยังไม่เข้าใจ ผมก็เลยพูดไปว่า i go back Bangkok todayยังไม่เข้าใจอีกเลยโชว์ ตั๋วที่ขึ้นไปซื้อมาจากหน้าเค้าเตอร์ เค้าก็เลย อ่อ(เสียงสูง)
airasaia Xพร้อมกับเดินออกไปแล้วพูดว่า No problemผมก็ได้แต่ พยักหน้า555+ จากนั้นรีบซื้อของที่ family martรีบหนีขึ้นไปรอหน้า เค้าเตอร์เลยดีกว่า

555+ สรุปได้เอาเงินไทยไปแลก6000กว่านิดๆได้มา2หมื่นเยนครับ ค่าตั๋วมันประมาณ 26000เยนโดยประมาณนะครับยังไม่รวมกับ น้ำหนักกระเป๋าอีกรวมแล้ว 29000เยนโดยประมาณครับ!!! คนไทยเต็มเลยครับไฟล์นั้น

ส่งท้ายครับ ป๋องสุดท้ายที่ญี่ปุ่น

ได้เวลากลับบ้านกันแล้วครับไม่เสียใจเลยที่ครั้งนี้ได้มาที่ญี่ปุ่น
ชื่อสินค้า:   Shinkansen Kyoto To Tokyo
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่