[CR] >>** ตะลุยเดียว ทริปแห่งความฝัน ครบรสการเดินทาง In Japan **<<

สวัดดีครับ ทุกท่าน pantip ทุกคนนะครับ ผมอยากจะมา รีวิว ให้สำหรับคนที่จะไปเที่ยวเอง หรือไม่มี ประสบกรณ์ ในการเที่ยว ญี่ปุ่นเลย  
ทริปนี้ เป็นทริปครั้งแรก ของผม เที่ยวด้วยตัวเอง ครับ

เดินทาง 8วันครับ ทริปนี้ไปพักบ้านพี่ด้วยครับ ตั้งแต่ วันที่ 14-22/01/58 ครับ kyoto-tokyo เดินทางโดย
สายการบิน Airasia X ครับ สำหรับ มนุษย์ เงินเดือน ทุกคนเชื่อว่า ทุกคนต้องมี ความฝันของ ตัวเองครับ ผมเองก็ เช่นกัน โดยค่าใช้จ่าย
สำหรับ ทริปนี้ แบ่ง ออก ดังนี้ครับ

1.ค่าตั๋ว + รวมน้ำหนัก กระเป๋า ทั้งไปแล้วกลับ + ที่นั่ง ขาไปอย่างเดี่ยว                     12950บาท
2.แลกเงินเยน ไป ประมาณ   รวมที่พัก                                                               130000บาท
3.ค่า ตั๋ว เชียงใหม่ ไป กรุงเทพ ดอนเมือง                                                           1970    บาท

ค่าเสียหาย อาจจะ เยอะไปหน่อยนะครับ เพราะผม ไม่ได้ กะ งบประมาณ ของ ตัวนี้ ว่า ต้อง เท่าไหร่ เอาเป็น ว่า ทริปนี้ ลุย อย่างเดี่ยวครับ
ทรินนี้เป็น ทริปตามใจตัวเองครับ ปกติ ผมเป็นคนไม่กินเยอะอยู่ครับ  เจอ เฉพาะ ของที่ยากกิน ถึงซื้อกินครับ ส่วนเรื่อง ถ่ายรูป ตาม สถานที่
ต่างๆ ผม จะ ไป เก็บ ตามมุม ยอดฮิตต่างๆ ของแต่ ล่ะ เมืองครับ กล้อง ที่ผม ใช้ คือ Canon 1200D ครับ Kit 18-55 และ Wide 10-22
และ กล้อง มือถือ ครับ samsung จริงๆ ผม เริ่มใช้กล้องมายังไม่ถึงปีเลย ครับ (ผ่อนยังไม่หมดเลยครับ 555) ภาพออาจจะดูไม่สวย บ้าง นะครับ



วันที่1 = เดินทาง   จากสนามบินนานาชาติ เชียงใหม่ ลง สนามบินนานาชาติดอนเมือง กรุงเทพ - ต่อด้วย สแกนสัมภาระ รอ cheak-in ของ airasia
วันที่2 = ออกเดินทางจาก สนามบิน kansai ใช้ บัตร icoca & haruka ไปลง ที่ kyoto ต่อไป Amanohashidate พัก kyotango
วันที่3 = เที่ยวรอบๆ พัก kyotango
วันที่4 = วัดทอง กับ ศาลเจ้า ฟูชิมิ อินาริ พัก kyoto plaza hotel
วันที่5 = เที่ยว kiyomizu นั่ง ซิงคันเซน ไป Tokyo cheak-in ที่พัก เที่ยว tokyo sky tree พัก ueno inaricho
วันที่6 = เที่ยว sensoji 5 ชม วิว แม่น้ำชุมิดะ  แยก ชิบุย่า  harajuku
วันที่7 = เที่ยว kawaguchiko เจดีย์แดง ขั้นกระเช้า ชม ทะเลสาบ รอบๆครับ
วันที่8 = ขออุ๊บๆไว้ก่อนนะครับ ไว้จะเล่าที่หลังครับ (ถ้าไม่ลืมนะครับ)


เรามาเริ่ม ออก เดินทางกันเลยครับ วันที่1= ตื่นนอนพร้อม ด้วยความ ตื่นเต้นครับ เพราะ ต้อง ไปที่สนามบิน เชียงใหม่
ครับ เพื่อไปลง ที่ สนามบินดอนเมือง แต่เกิดเรื่องเกิดครับ คือ ก่อนวันเดินทาง 1 วัน ผม ได้ไปเช่าเลนส์ ที่ หนึ่ง แล้ว
ได้วาง เอกสาร เซนต์ให้ เรียบร้อยแล้ว เค้าต้องการ บัตร ประชาชน ตัวจริง วางไว้ ซึ้ง วันนั้น ผม จะเดินทาง เค้าต้องใช้
บัตรประชาชน ในการเดินทาง ภายในประเทศ ผม ก็เลยต้อง วิ่งกลับ ไปเอาแล้ว หวังว่า ร้าน คงจะเปิด ไป นั่ง รอตั้งแต่ 9โมง
ครับ จน ร้านเปิด จากนั้น รีบ ตรงไป สนามบินเชียงใหม่เลยครับ    (เล่น เอา ชะ เหนื่อยการที่เดี่ยวเลยครับ)




พอเครื่องลงเสร็จแล้ว รับกระเป๋า ก็ รีบตรงไป หา เค้าเตอร์ cheak-in ของ air asia เลยครับ ด้วย ความที่ ว่าไม่ เคยขึ้นเครื่องบินเลยครับ
เลยไม่รู้ เค้าเตอร์ cheak-in อยู่ตรงไหนครับ ก็ เลย แวะเข้าไปถาม พนักงาน แลกเปลี่ยน เงินของ ธนาคาร กรุงไทย ได้คำตอบมาว่า เค้า
เตอร์ cheak-in อยู่บน ชั้น 4 ครับ ขอบคุณ แล้ว ตรงขึ้นไป ชั้น 4 เลยครับ




มาเดินทาง ไป ญี่ปุ่นกัน เถอะครับ เที่ยว บินนี้ ผม จะ บิน กับ airasai X filght XJ 610 เครื่อง ออก 15.20น. แต่วันนั้นเครื่อง ดีเลย์
ไป 30นาที เลย เลยได้ขึ้นเครื่อง ประมาณ 16.00น.ครับ เครื่องดูลำใหญ่ ดี นะคับ ถ้ามองออกจากข้างนอก กระจก แต่ หารู้ไม่ครับ
ข้างใน ที่นั่งแคบ ครับ แต่ ก็ทำใจครับ ผมไม่มีปัญหาครับ นั่งยังไงก็ได้ 5555+ อยู่บนเครื่องใน เวลา นั้น นอนไม่หลับ กันที่เดี่ยวครับ
ด้วยความ ตื่น เต้น  

สุด ท้าย เครื่องก็ พา เรา มา ถึง สนามบิน kansai airport เป็นที่ เรียบร้อยครับ เวลา ตอนนั้น ประมาณ 5 องศา ครับ อุณหภูมิ ภาคพื้น
ดิน ประมาณ 8 องศาครับ ตอนนั้น ตอนเดิน ออกจาก งวงช้าง รู้สึก ได้ถึง อากาศที่เย็น ที่ ญี่ปุ่นเลยครับ รู้สึก หนาวมาก จากนั้น ก็ นั้ง
รถไฟราง ต่อไป อีก Terminal หนึ่งครับไป ยัง ต.ม ล่ะ ศุลกากรครับ ใน ฟิว ตอนนั้น ตอนที่ได้ขึ้น รถไฟราง ผมนี้ ยิ้ม ไม่หุบ เลยครับ
คนใน นั้น เค้าก็ หันมา มอง แบบ ประมาณว่า (บ้าหรือป่าว) 5555







พอถึง ด่าน ที่เชื่อว่าหลายคน ผ่าน ยาก นัก ยาก หนา นั้นก็ คือ ด่าน ต.ม ตอนนั้นดึกมากแล้ว คนลงเครื่องมา เยอะแล้ว คิวก็ยาวมาก
แต่ที่แน่ๆ มีแต่ คนไทยครับ พอถึง คิว ผม แล้ว  มอง หน้า ให้ ต.ม แล้วก็ ยิ้มให้ แนบ เอกสาร ตั๋วไป-กลับให้ พร้อม แล้ว แต่ เค้าไม่เอา
แล้ว ยืนกลับ มาให้เรา ดูแค่ พาสปอร์ต อย่างเดี่ยวครับ สุด ท้าย ได้คำตอบ ว่า ไม่ได้ กรอก 4ช่อง สุด ท้ายที่ให้ ติ๊ก No ให้หมด ทุกช่อง
เลยได้ไปต่อ คิว ใหม่เลยครับ  คนไทย ข้างๆกันก็ถามว่า ทำไหมโดน ไล่ให้กลับ มา ก็เลยบอกเค้าว่า ถาม กรอก 4 ช่องหลัง สุดครับ 555
บ้างคน ก็ โดน เรียก เข้าไป ห้อง เย็น ก็มี นะครับ พอถึง คิว ผม อีกครั้ง ต.มไม่ถามอะไรเลย  สแกน นิ้ว มองกล้องแล้ว ก็ ผ่านเลยครับ
ง่ายๆฝุดๆ  ต.ม ญี่ปุ่นใจดีครับ ไม่ต้องกลัว ไอ่เรา ก็ จด ไว้ในสมุด โน๊ต อย่างดี ภาษาอังกฤษ สุดท้าย ก็ไม่ได้ใช้

พอถึง ด่านศุลกากร ก็ ไม่มี ปัญหา ครับ ยืน ใบ ให้เค้า ผู้หญิง เป็น คน ตรวจ ครับ น่ารักมากครับ  ขอตรวจกระเป๋า เสื้อผ้า ก่อนครับ
ไม่เจออะไร ครับ อีก กระเป๋า หนึ่ง เป้น กระเป็น ของ ฝาก ครับ มี มาม่า แคบหมู เส้นหมี่ แป้งเด็กครับ ศุลลากร ดูแค่ มาม่า แล้ว ก็
แป้ง เด็กครับ  สุดท้าย ก็ กล่าว ขอบคุณ แล้วก็ ปิดกระเป๋า ให้ด้วยครับ แต่ ผม ดัน ทะลึ่งไปปิดเองครับ โดน มือเจ้าหน้าที่ด้วยครับ
แบบนี้ จะ โดน จับไหมครับเนี้ย 5555+


ออกมา สูด อากาศ ของ Japan ให้ แบบ เต็ม ปอด สัก หน่อย ครับ จากนั้น รีบ หา ที่นอน เลย ครับ เลย ตัดสิน ใจ พักที่ kix airport lounge
ข้างๆ แม็คโดนัส ครับ เลยแวะ กิน ก่อนนอน ครับ หมด ไป ประมาณ 200 เยน ครับ



กาแฟ ญี่ปุ่นขม มากเลย ปกติผมกินหวานนะครับ ชงมากี่รอบก็เหมือนเดิม 555


คืนนั้นนอนไม่หลับ ทั้งคืนเลยครับ ได้หลับ ประมาณ 1-2 ชั่วโมงก็ เช้าแล้วครับ ตื่นนอนตอนเช้า เพื่อที่จะ ไปแลก ตั๋ว icoca & haruka ไปยัง kyoto ครับ

วันที่ 2 = ตื่นเช้ามา หาข้าวเช้ากินครับ 7โมงเช้าส่วนมากร้าน อาหารก็เริ่มเปิดกันแล้วนะครับ เมนูแรกที่ญี่ปุ่นครับ

ส่งได้จากตู้นี้ครับ กดแล้วนำคูปองไปให้พนักงานครับ แล้วจะได้รีโมทมา 1อันครับไว้สั่นเรียกเวลา ข้าวเสร็จครับ

กินข้าวเสร็จอิ่ม เดินทางไปแลก บัตร icoca & haruka สรุป ได้เที่ยวไป kyoto เวลา 9.16น.ครับ แลกได้ที่ตรงนี้ครับ

ผมได้เช่า ซิมเน็ตของ B-moblie ไว้ครับต้องเดินย้อนกลับ ไปรับซิมที่ post ออฟฟิต อีก terminal หนึ่งครับซึ้งเปิดทำการ
9โมงครับ ผมเช่าแบบ 1GB ใช้ได้14วันครับ ราคา 3,686yen รวมภาษี ถ้าไปส่งที่สนามบิน คิดอีก200เยนครับ วิธีตั้งค่าก็ไม่
ยากอย่างที่คิดครับ มีคู่มือบอกวิธีตั้งค่าบอกให้หมดในนั้นเลยครับ

จากนั้นผมรีบวิ่ง 4x100เลยครับเพราะรถไฟออก 9.16นาที เพราะญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่า รถไฟตรงเวลามากครับ พอมาถึงแล้วหาทางลงรถไฟ
ไม่เจอครับ เกิดอากาศ งงกับตัวเองเลยครับ เลยไปถามเจ้าหน้าที่ว่าขึ้นตรงไหน ก็เลยได้คำตอบมาว่าขึ้นตรงนี้ครับ ไอ่ตอนแรกจะลง
ไปทางที่ รถบัสเค้าจอดอยู่ 555+

ใช้เวลาการเดินทางจากสนามบิน ไป kyoto โดยประมาณ 1ชั่วโมง 45นาทีครับ ตอนนั้นนั่งตั้งค่าซิม ของ B-moblie อยู่ครับ


ถึง kyoto แล้ว วินาทีแรกที่ผมได้เห็น kyoto tower ซึ้งเป็นอะไรที่ใหญ่มาก อากาศตอนนั้น ก็ทั้งฝนตก ทั้งหนาวครับ แต่ยังไงก็
จะอัพลง facebook ให้ได้ครับ ขนาดอยู่ใน สถานีลมเย็น ยังพัดมาถึงเลยครับ มือนี้แข็งไปหมดเลยครับ 555

เยี่ยมชมความงามของ kyoto tower เสร็จแล้ว ก็ออกเดินทางไป สถานี Amanohashidate กันครับ ซึ้งผมหาชื่อสถานีนี้จากป้ายตรงนี้
ไม่เจอครับ เลยถามคนญี่ปุ่น แถวนั้นครับ เค้ารีบพาผมไป ซื้อที่ ออฟฟิตข้างๆ คนญี่ปุ่นเค้าใจดีมากเลยนะครับ ผมรู้สึกภูมิใจแล้ว กล่าว
คำขอบคุณกับเค้าว่า แต๊งกิ้วครับ ^_^

ตอนอยู่ในรถไฟ ที่กำลังนั้น ไป สถานี amanohashidate ก็เกิดความสังสัยว่า ทำไหมได้ตั่วมาสองใบ ผมก็เลยนำ Tickets ทั้งสองใบ วาง
ลง แล้วจะถ่ายรูปไปให้พี่ดูครับ อ่อ!! ลืม บอกไปครับผมจะไปหาพี่ ที่รอรับอยู่ สถานี Amanohashidate ครับ วินาทีตอนนั้น
นั้งข้างคนญี่ปุ่นครับ คนญี่ปุ่น
ได้เห็นเรากำลัง สงสัยอะไรสักอย่างครับ เค้าก็เลยจดใส่กระดาษมา ให้เราครับ ว่าต้องลงสถานี Fukuchiyama แล้วต่อไปยัง สถานี Amanohashidateครับ เค้าบอกเค้าก็จะลง สถานีนี้เหมือนกัน ผมรู้สึกปลื้มคนญี่ปุ่นอีกแล้ว ที่ให้การช่วยเหลือผมครับ ผมได้กล่าว ขอบคุณ
เป็น ภาษาอังกฤษ แล้ว โค้งให้เค้า 1ครั้ง ครับ ถึงสถานี Amanohashidate แล้วก็ได้เจอกับพี่ แล้วครับ
พี่พาเที่ยวครับ


ได้เห็นหิมะครั้งแรกครับ ไม่นุ่มเลย แข็งมากครับ โดนฝนไปเยอะครับ








จบทริปสำหรับวันนี้ครับ ขอบคุณที่รับชมครับ >,<
ชื่อสินค้า:   Shinkansen Kyoto To Tokyo
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่