ที่ครั้งหนึ่งเคยลงคะแนนให้กับพรรคประชาธิปัตย์ในสมัยของรัฐบาลชวน 2 มันเป็นความผิดครั้งเดียวในชีวิต ดังนั้นจึงอยากให้เพื่อนสมาชิกเข้าใจและให้อภัยทวดเองกับความผิดในครั้งนั้นด้วยนะครับ
เป็นเพราะในช่วงนั้น ทวดเองก็เป็นเหมือนคนกรุงเทพทั่วๆไป แม้จะไม่ได้เกิดบนกองเงินกองทอง แต่ก็ไม่เคยประสบกับความเดือดร้อนเรื่องปากท้อง ดังนั้นเรื่องการเมืองจึงไม่ได้สนใจเท่าไรนัก
เข้าใจเพียงแต่เป็นคนกรุงเทพ ที่มีคุณภาพเหนือกว่าคนต่างจังหวัด
เข้าใจเพียงแต่เป็นคนกรุงเทพ ที่เข้าถึงข่าวสารได้มากไปกว่าคนต่างจังหวัด
เข้าใจเพียงแต่เป็นคนกรุงเทพ ที่รู้ข้อมูลในเชิงลึกมากกว่าคนต่างจังหวัด
ดังนั้นในช่วงนั้น ทวดเองจึงเข้าใจว่า
นักการเมืองมีแค่เทพกับมาร
มีแค่พวกซื่อสัตย์กับพวกโกงกิน
มีแค่พวกที่ต้องการทำเพื่อประเทศชาติกับพวกที่ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองกับพวกพ้อง
กอร์ปกับเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง ทั้งๆที่รู้พรรคนี้ไม่เคยมีผลงานอันโดดเด่น ทั้งๆที่รู้คุณชวนที่เคยเป็นรัฐมนตรีมาหลายกระทรวง ก็ไม่มีผลงานอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันที่ควรแค่แก่การระลึกถึง
แต่ที่ลงคะแนนให้เป็นเพราะภาพแห่งความซื่อสัตย์ ภาพของนักการเมืองที่ยึดมั่นในระบบรัฐสภามาตลอด อีกทั้งช่วงนั้นทวดเองคิดว่า ต้องการนักการเมืองมือสะอาดมากอบกู้เศรษฐกิจให้ฟื้นตัวโดยไว ดังนั้นคุณชวนจึงเป็นคนที่ทวดเองคัดสรรด้วยความคาดหวังอย่างยิ่ง
แม้จะรู้สึกการดึงกลุ่มงูเห่ามาร่วมจัดตั้งรัฐบาล ดูจะไม่ค่อยสง่างามเท่าไรนักและมันยังขัดกับจุดยืนทางการเมืองของคุณชวนในเรื่องการยึดมั่นในระบบรัฐสภาก็ตาม แต่ด้วยความกลัวในเรื่องขัดกับความเชื่อของตัวเอง จึงปล่อยให้มันผ่านไปด้วยความอิหลักอิเหลื่อ
ไม่คิดว่า เพียงเพราะตามใจความเชื่อ จะทำให้เกิดมีงูเห่าภาค 2 อันนำไปสู่ความสูญเสียของเพื่อนร่วมชาติเกือบร้อย บาดเจ็บอีกร่วมสองพัน คิดแล้วทวดเองรู้สึกละอายใจต่อผู้สูญเสียจริงๆ ที่ทวดเองก็เป็นคนหนึ่งที่สร้างบรรทัดฐานนี้เอาไว้
แต่หลังจากผ่านการบริหารไปเป็นเวลาร่วม 3 ปี ทวดเองต้องค่อยๆทำใจยอมรับ มันเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดจริงๆ มันเป็นเรื่องของการสร้างภาพให้เราหลงใหลจริงๆ
เพราะการปล่อยให้รัฐมนตรีทุจริตเรื่องผักสวนครัวรั้วกินได้ ทั้งๆที่จำนนต่อหลักฐาน ก็แค่กดดันให้รัฐมนตรีลาออก ส่วนผู้กระทำความผิดกลับไม่ได้ถูกลงโทษตามกฎหมาย
เพราะการปล่อยให้มีการทุจริตยากันอย่างมโหฬาร โดยนายกฯในขณะนั้นออกมาทั้งปกป้องทั้งรับประกัน แต่สุดท้ายคนผิดถูกลงโทษ โดยที่คนรับประกันไม่ได้แสดงความรับผิดชอบเลยสักนิด
เพราะมีการปล่อยให้บ้านพิษณุโลกที่เป็นบ้านพักของนายกฯเป็นที่เก็บซีดีเถื่อน และเครื่องมือผลิตซีดีเถื่อนก็นำเข้าโดยผิดกฎกรมศุลกากร แต่เรื่องก็เงียบหายไปในที่สุด
เพราะรองนายกฯก็ยังถูกตรวจพบจงใจแสดงทรัพย์สินอันเป็นเท็จ จนถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี
นอกจากนี้ยังมีเรื่องการรุกผืนป่าถูกทำลายไป 422 ไร่ที่ท่าชนะ และยังมีอีกมายมายในสมัยนั้น ไม่เว้นแต่ ปรส.และโครงการมิยาซาว่า ที่ทำให้ประเทศเสียหายหลายแสนล้าน
ยังมีเรื่องรัฐบาลรักษาการที่ผลาญงบผูกพันอีกหกหมื่นกว่าล้าน เรื่องนี้คุ้นๆกันไหมครับ?
ดังนั้นทวดเองในวันนี้จึงขอสารภาพ ถึงความผิดพลาดในครั้งนั้น ถ้าเพียงแต่มีสติสักนิด ถ้าเพียงแต่ใช้สมองสักหน่อย คงจะพบว่า
ความซื่อสัตย์จนสามารถปิดบังเรื่องลูกได้อย่างแนบเนียน แล้วเรื่องอื่นๆล่ะครับ จะไม่ง่ายกว่าหรืออย่างไร
คนที่ไม่เคยเลี้ยงกาแฟใครแม้แต่แก้วเดียว จะเป็นคนมีน้ำใจได้อย่างไร
คนที่เล่นการเมืองมาหลายสิบปี ยังต้องเช่าบ้านเพื่อนอยู่ แล้วจะมีปัญญาอะไรมาทำให้เรามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ยิ่งตอนนี้ถึงกับพามวลชนออกมาเดินบนถนน ปลุกเร้าให้ล้มรัฐบาลจากการเลือกตั้ง อย่างนี้จะเป็นคนยึดมั่นในรัฐสภาได้อย่างไรกัน
ดังนั้นคำตอบสุดท้ายสำหรับทวดเอง จะไม่เชื่อกับภาพที่เห็น จะไม่ฟังกับคำที่กล่าว โดยไม่สืบเสาะข้อมูลอย่างถ่องแท้ และจะต้องใช้วิจารณญาณในการไตร่ตรองให้มาก เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อเหมือนเมื่อสิบกว่าปีก่อนอีกเด็ดขาด
ปล.คงจะต้องเขียนเรื่องเก่าๆไปก่อนนะครับ ส่วนความจริงปัจจุบันคงต้องรอให้เป็นอดีตเสียก่อน แล้วค่อยขุดขึ้นมาว่ากันใหม่ เพื่อไม่ให้ขัดกับหลักกฎหมายและศีลธรรมอันดีนะครับ เพื่อนๆ
ทวดเองมีเรื่องขอสารภาพกับเพื่อนสมาชิกครับ----------------ทวดเอง
เป็นเพราะในช่วงนั้น ทวดเองก็เป็นเหมือนคนกรุงเทพทั่วๆไป แม้จะไม่ได้เกิดบนกองเงินกองทอง แต่ก็ไม่เคยประสบกับความเดือดร้อนเรื่องปากท้อง ดังนั้นเรื่องการเมืองจึงไม่ได้สนใจเท่าไรนัก
เข้าใจเพียงแต่เป็นคนกรุงเทพ ที่มีคุณภาพเหนือกว่าคนต่างจังหวัด
เข้าใจเพียงแต่เป็นคนกรุงเทพ ที่เข้าถึงข่าวสารได้มากไปกว่าคนต่างจังหวัด
เข้าใจเพียงแต่เป็นคนกรุงเทพ ที่รู้ข้อมูลในเชิงลึกมากกว่าคนต่างจังหวัด
ดังนั้นในช่วงนั้น ทวดเองจึงเข้าใจว่า
นักการเมืองมีแค่เทพกับมาร
มีแค่พวกซื่อสัตย์กับพวกโกงกิน
มีแค่พวกที่ต้องการทำเพื่อประเทศชาติกับพวกที่ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองกับพวกพ้อง
กอร์ปกับเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง ทั้งๆที่รู้พรรคนี้ไม่เคยมีผลงานอันโดดเด่น ทั้งๆที่รู้คุณชวนที่เคยเป็นรัฐมนตรีมาหลายกระทรวง ก็ไม่มีผลงานอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันที่ควรแค่แก่การระลึกถึง
แต่ที่ลงคะแนนให้เป็นเพราะภาพแห่งความซื่อสัตย์ ภาพของนักการเมืองที่ยึดมั่นในระบบรัฐสภามาตลอด อีกทั้งช่วงนั้นทวดเองคิดว่า ต้องการนักการเมืองมือสะอาดมากอบกู้เศรษฐกิจให้ฟื้นตัวโดยไว ดังนั้นคุณชวนจึงเป็นคนที่ทวดเองคัดสรรด้วยความคาดหวังอย่างยิ่ง
แม้จะรู้สึกการดึงกลุ่มงูเห่ามาร่วมจัดตั้งรัฐบาล ดูจะไม่ค่อยสง่างามเท่าไรนักและมันยังขัดกับจุดยืนทางการเมืองของคุณชวนในเรื่องการยึดมั่นในระบบรัฐสภาก็ตาม แต่ด้วยความกลัวในเรื่องขัดกับความเชื่อของตัวเอง จึงปล่อยให้มันผ่านไปด้วยความอิหลักอิเหลื่อ
ไม่คิดว่า เพียงเพราะตามใจความเชื่อ จะทำให้เกิดมีงูเห่าภาค 2 อันนำไปสู่ความสูญเสียของเพื่อนร่วมชาติเกือบร้อย บาดเจ็บอีกร่วมสองพัน คิดแล้วทวดเองรู้สึกละอายใจต่อผู้สูญเสียจริงๆ ที่ทวดเองก็เป็นคนหนึ่งที่สร้างบรรทัดฐานนี้เอาไว้
แต่หลังจากผ่านการบริหารไปเป็นเวลาร่วม 3 ปี ทวดเองต้องค่อยๆทำใจยอมรับ มันเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดจริงๆ มันเป็นเรื่องของการสร้างภาพให้เราหลงใหลจริงๆ
เพราะการปล่อยให้รัฐมนตรีทุจริตเรื่องผักสวนครัวรั้วกินได้ ทั้งๆที่จำนนต่อหลักฐาน ก็แค่กดดันให้รัฐมนตรีลาออก ส่วนผู้กระทำความผิดกลับไม่ได้ถูกลงโทษตามกฎหมาย
เพราะการปล่อยให้มีการทุจริตยากันอย่างมโหฬาร โดยนายกฯในขณะนั้นออกมาทั้งปกป้องทั้งรับประกัน แต่สุดท้ายคนผิดถูกลงโทษ โดยที่คนรับประกันไม่ได้แสดงความรับผิดชอบเลยสักนิด
เพราะมีการปล่อยให้บ้านพิษณุโลกที่เป็นบ้านพักของนายกฯเป็นที่เก็บซีดีเถื่อน และเครื่องมือผลิตซีดีเถื่อนก็นำเข้าโดยผิดกฎกรมศุลกากร แต่เรื่องก็เงียบหายไปในที่สุด
เพราะรองนายกฯก็ยังถูกตรวจพบจงใจแสดงทรัพย์สินอันเป็นเท็จ จนถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี
นอกจากนี้ยังมีเรื่องการรุกผืนป่าถูกทำลายไป 422 ไร่ที่ท่าชนะ และยังมีอีกมายมายในสมัยนั้น ไม่เว้นแต่ ปรส.และโครงการมิยาซาว่า ที่ทำให้ประเทศเสียหายหลายแสนล้าน
ยังมีเรื่องรัฐบาลรักษาการที่ผลาญงบผูกพันอีกหกหมื่นกว่าล้าน เรื่องนี้คุ้นๆกันไหมครับ?
ดังนั้นทวดเองในวันนี้จึงขอสารภาพ ถึงความผิดพลาดในครั้งนั้น ถ้าเพียงแต่มีสติสักนิด ถ้าเพียงแต่ใช้สมองสักหน่อย คงจะพบว่า
ความซื่อสัตย์จนสามารถปิดบังเรื่องลูกได้อย่างแนบเนียน แล้วเรื่องอื่นๆล่ะครับ จะไม่ง่ายกว่าหรืออย่างไร
คนที่ไม่เคยเลี้ยงกาแฟใครแม้แต่แก้วเดียว จะเป็นคนมีน้ำใจได้อย่างไร
คนที่เล่นการเมืองมาหลายสิบปี ยังต้องเช่าบ้านเพื่อนอยู่ แล้วจะมีปัญญาอะไรมาทำให้เรามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ยิ่งตอนนี้ถึงกับพามวลชนออกมาเดินบนถนน ปลุกเร้าให้ล้มรัฐบาลจากการเลือกตั้ง อย่างนี้จะเป็นคนยึดมั่นในรัฐสภาได้อย่างไรกัน
ดังนั้นคำตอบสุดท้ายสำหรับทวดเอง จะไม่เชื่อกับภาพที่เห็น จะไม่ฟังกับคำที่กล่าว โดยไม่สืบเสาะข้อมูลอย่างถ่องแท้ และจะต้องใช้วิจารณญาณในการไตร่ตรองให้มาก เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อเหมือนเมื่อสิบกว่าปีก่อนอีกเด็ดขาด
ปล.คงจะต้องเขียนเรื่องเก่าๆไปก่อนนะครับ ส่วนความจริงปัจจุบันคงต้องรอให้เป็นอดีตเสียก่อน แล้วค่อยขุดขึ้นมาว่ากันใหม่ เพื่อไม่ให้ขัดกับหลักกฎหมายและศีลธรรมอันดีนะครับ เพื่อนๆ