อันนี้ขอแชร์นิสัยที่แย่ๆของผมที่เคยทำคือ "กินอาหารบนรถ"
ตอนนั้นขนาดผมอยู่มหาลัยแล้ว ผมยังนึกวว่า การกินอาหารบนรถนั้น เป็นเรื่องปกติ คือแต่ก่อนตอนผมเข้ามหาลัยใหม่ๆ ผม แม่และพ่อ จะไปส่งผมที่หอเป็นประจำ แล้วระยะทางมันนาน
เลยแวะปั้มทุกครั้ง ก็ซื้ออะไรมากินบนรถ จนเคยชิน ผมนึกว่าแบบนี้เป็นเรื่องปกติ ..
จนวันหนึ่งไปเที่ยวกับเพื่อน ไปดูหนังกับเพื่อนเรื่อง โครโนติเคิล มั้งจำชื่อไม่ได้ ตอนขากลับ ผมอยากหาไรกินเล่นๆตอนกลับบ้าน เลยขอซื้อแมคมากิน
พอนั่งรถแทกซี่ ผมไม่รอช้า ผมหยิบแมคขึ้นมากินเลยครับ พอกินสักพัก คนขับรถก็ลดกระจกลง ผมก็งงว่าลดทำไม แอร์ก็ไม่ได้เสีย
จนเพื่อนผมนั่งข้างหลังสะกิดบอกว่า "อย่ากินบนรถสิมันเหม็น เห็นไหม คนขับแทกซี่เขาลดกระจกลงแล้ว" ผมนี่หน้าเสียสุดๆ รับยัดใส่ถุงแล้วปิดมืดชิดเลย
ตอนนั้นรู้สึกอายมาก และคนขับแทกซี่ไม่พูดอะไรสักคำตั้งแต่ขับจนหอผม
จนกระทั้งไปเจอรูปหนึ่ง ผมเจอในเน็ตนะครับ ไม่ใช่เจอด้วยตัวเอง ยิ่งตอกย้ำเข้าไปใหญ่
จนตอนนี้เวลาผมซื้ออะไรกลับมากิน เวลานั่งแทกซี่ผมจะมัดปากถุงทุกครั้ง เหมือนจิตตกตลอดเลยครับ
ขอบคุณที่เสียเวลาอ่านครับ
ตอนนี้ผมยังงงอยู่เลยว่า ทำไมตอนนั้นอยู่ตั้งมหาลัยแล้ว ยังไม่รู้เรื่องพวกนี้
ขอแชร์นิสัยแย่ๆของผมบนรถครับ
ตอนนั้นขนาดผมอยู่มหาลัยแล้ว ผมยังนึกวว่า การกินอาหารบนรถนั้น เป็นเรื่องปกติ คือแต่ก่อนตอนผมเข้ามหาลัยใหม่ๆ ผม แม่และพ่อ จะไปส่งผมที่หอเป็นประจำ แล้วระยะทางมันนาน
เลยแวะปั้มทุกครั้ง ก็ซื้ออะไรมากินบนรถ จนเคยชิน ผมนึกว่าแบบนี้เป็นเรื่องปกติ ..
จนวันหนึ่งไปเที่ยวกับเพื่อน ไปดูหนังกับเพื่อนเรื่อง โครโนติเคิล มั้งจำชื่อไม่ได้ ตอนขากลับ ผมอยากหาไรกินเล่นๆตอนกลับบ้าน เลยขอซื้อแมคมากิน
พอนั่งรถแทกซี่ ผมไม่รอช้า ผมหยิบแมคขึ้นมากินเลยครับ พอกินสักพัก คนขับรถก็ลดกระจกลง ผมก็งงว่าลดทำไม แอร์ก็ไม่ได้เสีย
จนเพื่อนผมนั่งข้างหลังสะกิดบอกว่า "อย่ากินบนรถสิมันเหม็น เห็นไหม คนขับแทกซี่เขาลดกระจกลงแล้ว" ผมนี่หน้าเสียสุดๆ รับยัดใส่ถุงแล้วปิดมืดชิดเลย
ตอนนั้นรู้สึกอายมาก และคนขับแทกซี่ไม่พูดอะไรสักคำตั้งแต่ขับจนหอผม
จนกระทั้งไปเจอรูปหนึ่ง ผมเจอในเน็ตนะครับ ไม่ใช่เจอด้วยตัวเอง ยิ่งตอกย้ำเข้าไปใหญ่
จนตอนนี้เวลาผมซื้ออะไรกลับมากิน เวลานั่งแทกซี่ผมจะมัดปากถุงทุกครั้ง เหมือนจิตตกตลอดเลยครับ
ขอบคุณที่เสียเวลาอ่านครับ
ตอนนี้ผมยังงงอยู่เลยว่า ทำไมตอนนั้นอยู่ตั้งมหาลัยแล้ว ยังไม่รู้เรื่องพวกนี้