สวัสดีครับนี่เป็นกระทู้แรกของผมผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะครับผม
จุดประสงค์สำหรับกระทู้นี้ คือ อยากแชร์วิธีลดความอ้วนที่ผมใช้ดังนั้นถ้าตรงไหนไม่ดีหรือไม่ควรทำคอมเม้นไว้ละกันนะครับเผื่อคนที่เข้ามาอ่านจะได้ไม่ปฎิบัติตาม

เอาละเริ่มกันเลยดีกว่า (อาจใช้ยาที่เราไว้ใจในการลดนะครับแต่ต้องศึกษาดีๆก่อนหรือไม่ใช้เลยดีที่สุดครับภูมิใจด้วย)
1."แรงบัลดาลใจคำดูถูก" คนอ้วนอย่างเราๆก็อยากดูดีเหมือนคนอื่นใช่มั้ยดังนั้นอย่างแรกเลยครับ"หาแรงบัลดาลใจหรือจุดประสงค์ในการลดความอ้วนครับ"
แรงบัลดาลใจในที่นี้ไม่ใช่ คนที่เค้าดูดีอยู่แล้วนะครับเพราะเรายิ่งมองเค้าเรายิ่งท้อกับตัวเองแล้วเราจะขี้เกียจครับ
แรงบัลดาลใจในที่นี้คือคนที่เค้าพยายามลดความอ้วนครับดูความพยายามของเค้าแล้วผลลัพธ์ของเค้านะครับว่าเค้าหล่อหรือสวยขึ้นแค่ไหนแล้วมันจะเป็นเหมือนแรงผลักดันครับ
ส่วนแรงผลักดันของผมนั้นคือพี่จอห์น วิญญูกับพี่จอร์จครับผม + กับโดนแฟนบอกเลิกเพราะอ้วนครับ
2."แค่เข้าใจสิ่งนี้ก็ลดความอ้วนได้"เริ่มต้นด้วยการเข้าใจหลักของความอ้วนง่ายๆเลยนะครับมันคือ
"แคลอรี่" นั่นเอง

แคลอรี่เป็นพลังงานที่ใช้ วันๆนึงเราก็ใช้ประมาณ 1600-2200 นะครับแล้วแต่คนแล้วแต่อายุ
"สมการความอ้วนก็คือ แคลอรี่ที่เข้าร่างกาย>แคลอรี่ที่ใช้=อ้วนครับ"
ดังนั้นหัวใจของข้อนี้คือ
เราต้องนำเข้าแคลอรี่ให้น้อยกว่าแคลอรี่ที่ใช้ครับ
3."วิธีตั้งเป้าหมายแคลอรี่ต่อวัน+ความเชื่อผิดๆของการอดอาหาร"ตั้งเป้าหมายครับว่าเราควรกินไม่เกินกี่ แคลอรี่ต่อวัน ก็ตั้งสักประมาณ 1500-1800 แคลอรี่นะครับ
แล้วที่สำคัญเลยนะครับ การ "อดอาหารไม่ใช่สิ่งที่ดี" พลังงานในร่างกายของเราก็เหมือนแบตโทรศัพท์แหละครับถ้ามันจะหมดแล้วเราพอปิดแสงปิดเพลงปิดเน็ตมันก็จะทำให้แบตอยู่นานขึ้นร่างกายเหมือนกันครับถ้าพลังงานเราจะหมดมันจะเซฟพลังงานเราเหมือนกันครับมันจะตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกเช่นผมไม่จำเป็นผมก็จะร่วงประมาณนี้แล้วพอเรากลับมากินอีกทีมันจะ + พลังงานที่มันเซฟไว้จะทำให้"อ้วนกว่าเดิม"ครับผม ควรกำหนดให้ครบว่า มื้อเช้าควรกินอะไรบ้างกี่แคลอรี่ เที่ยงกี่แคลอรี่ เย็นกี่แคลอรี่
โดยให้มื้อเช้าเป็นแคลอรี่ที่ มากที่สุด เพราะมันจะทำให้เราอิ่มถึงเที่ยงครับ"มื้อเช้าสำคัญที่สุด" แล้วมื้อเที่ยงก็น้อยลงมาหน่อย มื้อเย็นก็กินให้น้อยที่สุดครับแต่อยู่ท้องนะครับ ไม่งั้นนอนไม่หลับแน่ๆเลย
แล้วเราจะทำยังไงต่อรู้ได้ยังไงว่าเรากินไปเท่าไหร่แล้วหรือดูแคลอรี่ตรงไหนอะไรยังไงละ
-"การดูแคลอรี่" แคลอรี่จะเขียนอยู่ข้างหลังอาหารหรือซองที่เรากินครับเช่น

อย่างแรกเลยครับดูคำว่า จำนวนหน่วยบริโภคครับ ในรูปประมาณ 7 นะครับ
อย่างที่สองดู คุณค่าทางโภชนาการต่อ"หนึ่งหน่วยบริโภค" พลังงานทั้งหมด ในรูป 80 นะครับ
ดังนั้น ง่ายๆเลยครับ
จำนวนหน่วยบริโภค x พลังงานต่อ 1 หน่วยบริโภค = แคลอรี่ของน้ำหรืออาหารครับ ดังนั้น7x80= 560 แคลอรี่สำหรับน้ำอัดลมขวดนี้
แล้วอาหารที่มันบอกไม่ได้ละอย่าง ข้าวจานเดียวมันไม่ได้แปะติดไว้นี่

Search Google เลยครับยกตัวอย่าง ข้าวขาหมู แคลอรี่ ประมาณนี้
4."จดต้องจดทุกครั้งที่กิน" จดครับจดว่าเรากินไปเท่าไหร่โดย
ไม่ให้เกิน 2000 ต่อวันโดยประมาณ ตัวผมใช้โทรศัพท์เป็นตัวช่วยจดครับมี app ตัวนึงชื่อ Calorie ลองหาโหลดดูนะครับ หรือจดใส่กระดาษหรือจำเอาก็ได้ครับ
5."ลดเค็ม + กินน้ำเยอะๆ" เพราะการกินเค็มจะทำให้เราบวมน้ำครับการบวมน้ำจะทำให้น้ำหนักเราขึ้นไปเลยเฉยๆแต่ไม่ใช่ไม่กินเลยนะครับก็กินพอประมาณ
การกินน้ำเยอะๆจะทำให้เราขับถ่ายนำของเสียออกจากร่างกายครับจะทำให้สิ่งที่เป็นของเสียของเราออกไปก็จะทำให้ลดน้ำหนักได้นิดหน่อย + กินน้ำเยอะๆจะทำให้เราอิ่มครับ
6."การออกกำลังกาย" อันนี้สำคัญในการลดน้ำหนักให้สุขภาพดีนะครับ ต้องลองหาวิธีออกกำลังกายที่เหมาะสำหรับเราดูนะครับเพราะถ้าเราน้ำหนักเยอะๆเราจะไปวิ่งก็เดี๋ยวจะเจ็บเข่าเอานะครับถ้าอยากวิ่งจริงๆก็ปั่นจักรยานแทนดีกว่า ปั่นได้ไกลได้นานกว่าด้วยแต่ถ้าอยากวิ่งก็รอให้น้ำหนักลดก่อนดีกว่าเนาะ
7."ตัดข้ออ้างตั้งแต่อ่านกระทู้นี้" คำว่าพรุ่งนี้ค่อยทำตัดออกไปเลยครับถ้าคุณคิดจะซื่อสัตย์กับตัวเองจะไม่มีคำว่าพรุ่งนี้ค่อยเริ่มครับ
8."ชั่งน้ำหนัก" การชั่งน้ำหนักนี่ก็สำคัญนะครับ บางคนชั่งแล้วท้อเพราะน้ำหนักไม่ลดหรืออะไรบ้างบางคนชั่งไม่ถูกครับ
การชั่งน้ำหนัก
8.1.พยายามชั่งที่ชั่งอันเดิมครับควรเป็นดิจิตอลด้วย
8.2.ถ้าอยากเปรียบเทียบจริงๆควรช่างเวลาเดิมทุกวันครับผมแนะนำ ตอนเช้าหลังจากอาบน้ำถ่ายเสร็จครับจดการเปลี่ยนแปลงทุกๆวันครับ
สุดท้ายนี้มันอยู่ที่ใจของคุณแล้วครับว่าอยากมีสุขภาพแบบไหน อยากใส่เสื้อผ้าสวยๆมั้ยอยากหน้าตารูปร่างดีเหมือนคนอื่นรึป่าว
ทุกอย่างอยู่ที่ตัวคุณครับ
อย่าคิดว่าเอ้ยวันนี้เดี๋ยวค่อย พรุ่งนี้ก็ได้คนเราคิดได้แล้วทำเลยครับข้ออ้างของตัวเราเองนี่แหละครับปัญหาใหญ่ของการลดน้ำหนักแรงบัลดาลใจของเราทำได้ คนอื่นทำได้ เราก็ทำได้ครับคุณทำได้ มันอยู่ที่ความซื่อสัตย์ของคุณเองถ้าคุณตั้งเป้าหมายไว้ไม่เกิน 1500 แคลอรี่ต่อวัน แล้วคุณกินเกินแล้วบอกว่าพรุ่งนี้เริ่มใหม่ก็ได้ มันก็เหมือนคุณไม่ซื่อสัตย์กับตัวเองนั่นแหละครับดังนั้นสิ่งทีเราควรมี หลักๆเลยนะครับ
ความรู้ วินัย ความซื่อสัตย์กับตัวเอง
มันก็เหมือนเป็นการฝึกความซื่อสัตย์ด้วยนะครับมันคุ้มค่ากับสิ่งที่คุณเหนื่อยสุขภาพคุณรูปร่างหน้าตาคุณ ถ้าคุณพยายามคุณก็ทำได้ครับขอแค่เราซื่อสัตย์กับตัวเองผมเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ลดน้ำหนักนะครับ เพราะสิ่งที่คุณทำมันก็เหมือนเรารักตัวเอง ทุ่มเทกับตัวเองให้มากๆมีแต่เรื่องดีครับสู้ๆ


อันนี้เป็นภาพรีวิวของผมเองนะครับ แหะๆอันนี้เป็นผมก่อนที่จะลดนะครับ แต่ก่อนเป็นโรคกลัวกล้องมากไม่ชอบถ่ายรูปเลยแต่พ่อผมก็อุส่าห์แอบถ่าย

แต่ก็ดีนะครับทำให้เรารู้ว่าเราร่างกายแย่แค่ไหน

อู้หู้วว

ดึงๆ

และนี่ปัจจุบันครับ

ได้ใส่เสื้อที่อยากใส่แล้ว ><

ปัจจุบันสุดๆครับถ่ายเมื่อวานเลย ไม่ได้แขม่วน้าแค่หายใจออกอย่างเดียว หึหึ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับขอให้ กระทู้ของผมมีประโยชน์กับทุกๆคนนะครับ


หรือถ้าเพื่อนๆพี่ๆน้องๆมีวิธีลดน้ำหนักมาแชร์กันนะครับผม
วิธีลดน้ำหนักพื้นฐานที่ยิ่งใหญ่ขอแค่คุณลองอ่านก่อน+รีวิวจากตัวผมเองครับ ._.
จุดประสงค์สำหรับกระทู้นี้ คือ อยากแชร์วิธีลดความอ้วนที่ผมใช้ดังนั้นถ้าตรงไหนไม่ดีหรือไม่ควรทำคอมเม้นไว้ละกันนะครับเผื่อคนที่เข้ามาอ่านจะได้ไม่ปฎิบัติตาม
1."แรงบัลดาลใจคำดูถูก" คนอ้วนอย่างเราๆก็อยากดูดีเหมือนคนอื่นใช่มั้ยดังนั้นอย่างแรกเลยครับ"หาแรงบัลดาลใจหรือจุดประสงค์ในการลดความอ้วนครับ"
แรงบัลดาลใจในที่นี้ไม่ใช่ คนที่เค้าดูดีอยู่แล้วนะครับเพราะเรายิ่งมองเค้าเรายิ่งท้อกับตัวเองแล้วเราจะขี้เกียจครับ
แรงบัลดาลใจในที่นี้คือคนที่เค้าพยายามลดความอ้วนครับดูความพยายามของเค้าแล้วผลลัพธ์ของเค้านะครับว่าเค้าหล่อหรือสวยขึ้นแค่ไหนแล้วมันจะเป็นเหมือนแรงผลักดันครับ
ส่วนแรงผลักดันของผมนั้นคือพี่จอห์น วิญญูกับพี่จอร์จครับผม + กับโดนแฟนบอกเลิกเพราะอ้วนครับ
2."แค่เข้าใจสิ่งนี้ก็ลดความอ้วนได้"เริ่มต้นด้วยการเข้าใจหลักของความอ้วนง่ายๆเลยนะครับมันคือ "แคลอรี่" นั่นเอง
ดังนั้นหัวใจของข้อนี้คือ เราต้องนำเข้าแคลอรี่ให้น้อยกว่าแคลอรี่ที่ใช้ครับ
3."วิธีตั้งเป้าหมายแคลอรี่ต่อวัน+ความเชื่อผิดๆของการอดอาหาร"ตั้งเป้าหมายครับว่าเราควรกินไม่เกินกี่ แคลอรี่ต่อวัน ก็ตั้งสักประมาณ 1500-1800 แคลอรี่นะครับ
แล้วที่สำคัญเลยนะครับ การ "อดอาหารไม่ใช่สิ่งที่ดี" พลังงานในร่างกายของเราก็เหมือนแบตโทรศัพท์แหละครับถ้ามันจะหมดแล้วเราพอปิดแสงปิดเพลงปิดเน็ตมันก็จะทำให้แบตอยู่นานขึ้นร่างกายเหมือนกันครับถ้าพลังงานเราจะหมดมันจะเซฟพลังงานเราเหมือนกันครับมันจะตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกเช่นผมไม่จำเป็นผมก็จะร่วงประมาณนี้แล้วพอเรากลับมากินอีกทีมันจะ + พลังงานที่มันเซฟไว้จะทำให้"อ้วนกว่าเดิม"ครับผม ควรกำหนดให้ครบว่า มื้อเช้าควรกินอะไรบ้างกี่แคลอรี่ เที่ยงกี่แคลอรี่ เย็นกี่แคลอรี่
โดยให้มื้อเช้าเป็นแคลอรี่ที่ มากที่สุด เพราะมันจะทำให้เราอิ่มถึงเที่ยงครับ"มื้อเช้าสำคัญที่สุด" แล้วมื้อเที่ยงก็น้อยลงมาหน่อย มื้อเย็นก็กินให้น้อยที่สุดครับแต่อยู่ท้องนะครับ ไม่งั้นนอนไม่หลับแน่ๆเลย
แล้วเราจะทำยังไงต่อรู้ได้ยังไงว่าเรากินไปเท่าไหร่แล้วหรือดูแคลอรี่ตรงไหนอะไรยังไงละ
-"การดูแคลอรี่" แคลอรี่จะเขียนอยู่ข้างหลังอาหารหรือซองที่เรากินครับเช่น
อย่างแรกเลยครับดูคำว่า จำนวนหน่วยบริโภคครับ ในรูปประมาณ 7 นะครับ
อย่างที่สองดู คุณค่าทางโภชนาการต่อ"หนึ่งหน่วยบริโภค" พลังงานทั้งหมด ในรูป 80 นะครับ
ดังนั้น ง่ายๆเลยครับ จำนวนหน่วยบริโภค x พลังงานต่อ 1 หน่วยบริโภค = แคลอรี่ของน้ำหรืออาหารครับ ดังนั้น7x80= 560 แคลอรี่สำหรับน้ำอัดลมขวดนี้
แล้วอาหารที่มันบอกไม่ได้ละอย่าง ข้าวจานเดียวมันไม่ได้แปะติดไว้นี่
Search Google เลยครับยกตัวอย่าง ข้าวขาหมู แคลอรี่ ประมาณนี้
4."จดต้องจดทุกครั้งที่กิน" จดครับจดว่าเรากินไปเท่าไหร่โดยไม่ให้เกิน 2000 ต่อวันโดยประมาณ ตัวผมใช้โทรศัพท์เป็นตัวช่วยจดครับมี app ตัวนึงชื่อ Calorie ลองหาโหลดดูนะครับ หรือจดใส่กระดาษหรือจำเอาก็ได้ครับ
5."ลดเค็ม + กินน้ำเยอะๆ" เพราะการกินเค็มจะทำให้เราบวมน้ำครับการบวมน้ำจะทำให้น้ำหนักเราขึ้นไปเลยเฉยๆแต่ไม่ใช่ไม่กินเลยนะครับก็กินพอประมาณ
การกินน้ำเยอะๆจะทำให้เราขับถ่ายนำของเสียออกจากร่างกายครับจะทำให้สิ่งที่เป็นของเสียของเราออกไปก็จะทำให้ลดน้ำหนักได้นิดหน่อย + กินน้ำเยอะๆจะทำให้เราอิ่มครับ
6."การออกกำลังกาย" อันนี้สำคัญในการลดน้ำหนักให้สุขภาพดีนะครับ ต้องลองหาวิธีออกกำลังกายที่เหมาะสำหรับเราดูนะครับเพราะถ้าเราน้ำหนักเยอะๆเราจะไปวิ่งก็เดี๋ยวจะเจ็บเข่าเอานะครับถ้าอยากวิ่งจริงๆก็ปั่นจักรยานแทนดีกว่า ปั่นได้ไกลได้นานกว่าด้วยแต่ถ้าอยากวิ่งก็รอให้น้ำหนักลดก่อนดีกว่าเนาะ
7."ตัดข้ออ้างตั้งแต่อ่านกระทู้นี้" คำว่าพรุ่งนี้ค่อยทำตัดออกไปเลยครับถ้าคุณคิดจะซื่อสัตย์กับตัวเองจะไม่มีคำว่าพรุ่งนี้ค่อยเริ่มครับ
8."ชั่งน้ำหนัก" การชั่งน้ำหนักนี่ก็สำคัญนะครับ บางคนชั่งแล้วท้อเพราะน้ำหนักไม่ลดหรืออะไรบ้างบางคนชั่งไม่ถูกครับ
การชั่งน้ำหนัก
8.1.พยายามชั่งที่ชั่งอันเดิมครับควรเป็นดิจิตอลด้วย
8.2.ถ้าอยากเปรียบเทียบจริงๆควรช่างเวลาเดิมทุกวันครับผมแนะนำ ตอนเช้าหลังจากอาบน้ำถ่ายเสร็จครับจดการเปลี่ยนแปลงทุกๆวันครับ
สุดท้ายนี้มันอยู่ที่ใจของคุณแล้วครับว่าอยากมีสุขภาพแบบไหน อยากใส่เสื้อผ้าสวยๆมั้ยอยากหน้าตารูปร่างดีเหมือนคนอื่นรึป่าว
ทุกอย่างอยู่ที่ตัวคุณครับ
อย่าคิดว่าเอ้ยวันนี้เดี๋ยวค่อย พรุ่งนี้ก็ได้คนเราคิดได้แล้วทำเลยครับข้ออ้างของตัวเราเองนี่แหละครับปัญหาใหญ่ของการลดน้ำหนักแรงบัลดาลใจของเราทำได้ คนอื่นทำได้ เราก็ทำได้ครับคุณทำได้ มันอยู่ที่ความซื่อสัตย์ของคุณเองถ้าคุณตั้งเป้าหมายไว้ไม่เกิน 1500 แคลอรี่ต่อวัน แล้วคุณกินเกินแล้วบอกว่าพรุ่งนี้เริ่มใหม่ก็ได้ มันก็เหมือนคุณไม่ซื่อสัตย์กับตัวเองนั่นแหละครับดังนั้นสิ่งทีเราควรมี หลักๆเลยนะครับ
ความรู้ วินัย ความซื่อสัตย์กับตัวเอง
มันก็เหมือนเป็นการฝึกความซื่อสัตย์ด้วยนะครับมันคุ้มค่ากับสิ่งที่คุณเหนื่อยสุขภาพคุณรูปร่างหน้าตาคุณ ถ้าคุณพยายามคุณก็ทำได้ครับขอแค่เราซื่อสัตย์กับตัวเองผมเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ลดน้ำหนักนะครับ เพราะสิ่งที่คุณทำมันก็เหมือนเรารักตัวเอง ทุ่มเทกับตัวเองให้มากๆมีแต่เรื่องดีครับสู้ๆ
อันนี้เป็นภาพรีวิวของผมเองนะครับ แหะๆอันนี้เป็นผมก่อนที่จะลดนะครับ แต่ก่อนเป็นโรคกลัวกล้องมากไม่ชอบถ่ายรูปเลยแต่พ่อผมก็อุส่าห์แอบถ่าย
อู้หู้วว
ดึงๆ
และนี่ปัจจุบันครับ
ได้ใส่เสื้อที่อยากใส่แล้ว ><
ปัจจุบันสุดๆครับถ่ายเมื่อวานเลย ไม่ได้แขม่วน้าแค่หายใจออกอย่างเดียว หึหึ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับขอให้ กระทู้ของผมมีประโยชน์กับทุกๆคนนะครับ
หรือถ้าเพื่อนๆพี่ๆน้องๆมีวิธีลดน้ำหนักมาแชร์กันนะครับผม