อยากปรึกษาเรื่องน้องชายหน่อยค่ะ เราเป็นวัยรุ่น แต่เริ่มจะไม่ค่อยเข้าใจวัยรุ่นแล้ว

ในสายตาเรา น้องชายของเราเด็กมากๆเลยค่ะ น้องเราเพิ่งอยู่ ป.5 กำลังขึ้น ป.6
เป็นเด็กผู้ชายซนๆ ธรรมดาๆ ที่น่ารักคนหนึ่งในสายตาเรา

แต่ด้วยอายุ น้องห่างกับเราตั้ง 8 ปี เวลามีอะไร น้องก็ไม่เคยบอกอะไรเราเลย นอกจากเรื่องไร้สาระ
ยิ่งแม่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย ไม่เคยพูดอะไรเลย อ้อนแม่ เป็นลูกแหง่ไปวันๆ

ช่วงหลังๆ เราเริ่มสังเกตุว่าน้องเริ่มติดโทรศัพท์ เหมือนคุยแชทเฟสกับใคร พอถามก็บอกคุยกลุ่มห้อง
แถมเปลี่ยนรหัสล็อคโทรศัพท์ทุกวัน เราเลยสงสัย แล้วก็บังเอิญแอบเห็นตอนน้องตั้งรหัสใหม่ เลยเข้าไปดูในเฟสบุ๊ค
เพราะน้องเรามันบล็อคเฟสเราไว้

เราก็ไปเจอน้องคุยกับเด็กผู้หญิงคนนึง ประมาณนี้...

ด.ญ. : ถามอย่าง เธอชอบเราหรอ
น้องเรา : ชอบจริงนะ  ชื่อ x ใช่ไหม
ด.ญ. : ใช่
น้องเรา : ชอบจริงนะ
ด.ญ. : ไม่ได้โกหกใช่ปะ
น้องเรา :ไม่ได้โกหก  อยู่ ___ ใช่ไหม
ด.ญ. : ใช่ เป็นเพื่อนกับ k ทำไมถึงชอบเรา
น้องเรา : เพราะนิสัยกล้าหาญ  เพราะนิสัยเธอไง เราเลยชอบ
ด.ญ. : เรากล้าหาญตรงไหน ตอนไหน
น้องเรา : ตอนเข้าค่ายคณิต
ด.ญ. : อันนั้นเพื่อนเราบอกให้ไป
น้องเรา : อ๋อ แต่ชอบจริงนะ
ด.ญ. : อืม แล้วไม่ได้ชอบ A หรอ
น้องเรา : ไม่ได้ชอบ
ด.ญ. : A น่ารักดีนะ
น้องเรา : ไม่อะ เราว่าเธอน่ารักกว่า
ด.ญ. : หรอ
น้องเรา : จริงนะ
ด.ญ. : แล้วชอบเราตั้งแต่ตอนไหน
น้องเรา : ตั้งแต่เข้าค่ายคณิต
ด.ญ. : อ๋อ
น้องเรา : แล้วชอบเราไหม
              ชอบไหม
ด.ญ. : ...ไม่อะ
น้องเรา : อ๋อ
             ไม่เป็นไร
ด.ญ. : เราเป็นเพื่อนกันดีกว่า
น้องเรา : ได้ ok
             ถ้ามีคนบอกว่าให้เข้าไปแข่งแบตจะทำยังไง
             นอนยัง
             นอนยัง
             ถ้านอนแล้วก็ฝันดีนะ
                              
เหมือนน้องผู้หญิงก็ไม่ตอบอะไรแล้ว แต่น้องชายเราเหมือนยังพยายามทักไปอยู่
สิ่งที่เราเจอคือ น้องเราคุยแชทกับน้องผู้หญิงอีกคนที่ชื่อ A ทุกวันเลย แต่น้องเราถูกน้อง A unfriend
เราว่าอาจจะมีปัญหาอะไรรึเปล่า

เราไม่ได้อยากจะก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวน้องเรานะ เพราะเราก็ไม่ชอบเวลาพ่อแม่เปิดดูมือถือหรือไดอารี่เรา
แต่น้องเรามันยังเด็กมากๆๆ คือตอนนี้เครียดมาก ไม่รู้จะทำยังไงดี ไม่รู้จะบอกแม่ดีไหม
แต่ถ้าน้องรู้มันต้องโกรธเราแล้วก็จะยิ่งไม่พูดอะไรอีก
เราไม่ได้จะห้ามหรือกีดกันอะไร เพราะ เราเข้าใจ ตอน ป.5 เราแอบชอบรุ่นพี่ แอบเขียนไว้ในได้อารี่เฉยๆ แต่พ่อดันมาอ่านเจอ
เลยโดนดุจนไม่กล้าบอกอะไรพ่อแม่อีกเลย

     เราแค่อยากให้คำปรึกษา อยากจะแนะนำเขา ให้รู้ขอบเขตไม่อยากให้ออกนอกลู่นอกทาง มีอะไรจะได้ช่วยแก้ปัญหากัน
ไม่อยากให้เขาแก้ปัญหาเองคนเดียว โดยที่อาจจะเดินไปในทางผิด
     บอกตรงๆเลย เรากลัวมาก แม้ที่น้องเราคุยกันมันจะไม่ได้ร้ายแรงนัก แต่ภาพไม่ดีเกิดขึ้นเต็มหัวเราเลย
เรากลัวน้องเราเสียคน กลัวทำผู้หญิงท้อง กลัวมีเรื่องชกต่อยเพราะผู้หญิง กลัวไปหมด
เข้าใจแล้ว ว่าความเป็นห่วงของพ่อแม่มันยิ่งใหญ่แค่ไหน...


       (ย่อหน้านี้ขอระบาย)
        บ้านเราเหลือกันอยู่ 3 คน เพราะพ่อเราเสียไป 3-4 ปีแล้ว การเลี้ยงเด็กผู้ชายที่กำลังโต ในบ้านที่มีแต่ผู้หญิง มันเหนื่อยมากเลยค่ะ
ตอนพ่อยังอยู่น้องก็เชื่อฟังพ่อ แต่ตอนนี้พ่อไม่อยู่แล้ว แม่ก็ทำงาน มีเราที่ใกล้ชิดน้องที่สุด แต่เหมือนน้องก็ไม่ค่อยเชื่อฟังเราเท่าไหร่
ดื้อ เถียงก็เก่ง เทอมนี้น้องเราเรียนเกรดตกมาก ได้ 2 นิดๆเอง ปีหน้าต้องเตรียมตัวสอบเข้า ม.1 แล้ว
เราเองก็เรียนแทบทุกวัน ทำงานพิเศษด้วย ไม่ค่อยมีเวลาสอนน้องเท่าไหร่ เรียนพิเศษน้องก็ไม่ตั้งใจเรียน ปวดหัวมากเลย
แล้วก็มามีเรื่องนี้อีก

เราควรจะทำยังไงดีคะ?  จะเริ่มพูดกับน้องยังไงดี?  หรือจะไม่พูดดี? (เรื่องที่น้องคุยกับผญ.)
เราจะพูดยังไงให้น้องไว้ใจเรา เวลาถามอะไรก็ไม่ยอมรับ  ตอบไม่ใช่ๆตลอดเลย
เราไม่ได้จะว่า จะด่าอะไรน้องเลยนะ เราแค่เป็นห่วง นอนไม่หลับเลย จะบอกแม่ก็ไม่กล้าบอก ฮือๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
ทำตัวเป็นเพื่อนกับน้องค่ะ ถามตรง ๆ แบบเล่นแหย่ ๆ เช่นว่าน้องคุยโทรนานก็ถามทีเล่นทีจริงว่า ใครน่ะ แฟนแหง ๆ เลยใช่เปล่า? ถ้าน้องบอกว่าเพื่อนก็ว่า อุ๊ยเพื่อนเหรอ หน้าแดงจัง แหม บอกตรง ๆ ก็ได้ พี่ก็เคยเป็น เราชอบเขาพอเขาไม่ชอบเราก็เศร้าเนอะ อะไรแบบนี้เกริ่นนำไปก่อนค่ะ ..แล้วให้พยายามคุยกับน้องบ่อย ๆ  อย่างถ้าน้องแสดงความเห็นออกมาต่างจากพี่ก็อย่าดุแต่ให้บอกเขาหรือชมกลับบ้างว่า เออความคิดแปลกดีทำให้พี่เห็นแง่มุมอีกอย่าง ไหนบอกพี่สิว่าทำไมถึงคิดได้แบบนี้ แบบคุยกันเล่นกันนะ ..ไม่ใช่จับผิด

พยายามอย่าให้น้องได้อยู่คนเดียว ทำอะไรก็ให้อยู่ใกล้ ๆ กันให้ช่วยกันเช่น เอช่วยพี่หน่อย มันหนักพี่ยกไม่ไหว เอครับมาช่วยพี่เช็ดจานหน่อย ที่มันไม่พอวางจานเดี๋ยวพี่ล้างแล้วเอเช็ดนะ ฯลฯ

หรือถ้าพี่ไปหาเพื่อนเฮฮากัน ไปเล่นกีฬากันก็เอาน้องติดไปด้วยบอกเพื่อน ๆ ล่วงหน้าด้วยว่าเฮฮาร่าเริงได้เหมือนเดิมแต่ให้ระวังคำพูดหยาบสักนิด สอนได้สั่งได้อบรมสิ่งที่ถูกต้องได้ และให้เขายอมรับน้องเราเหมือนกึ่งน้องกึ่งเพื่อนคนหนึ่งถือว่าช่วยเด็กกำลังวัยรุ่นให้เดินทางที่ถูกต้อง(เหมือนว่าเพื่อนทุกคนมีบุญคุณหมด)

มีข่าวอะไรในนสพ.ก็เล่าให้น้องฟังและถามความเห็นเขากลับด้วยว่าถ้าเป็นน้องเอในสถานการณ์แบบนี้จะทำยังไง  ..ตัวพี่เองก็ต้องเล่าเรื่องส่วนตัวของตัวเองให้น้องฟังด้วยไม่ว่าเรื่องดีหรือร้าย ..ไม่ว่ากำลังทำอะไร อารมณ์แบบไหนแต่ถ้ามีจังหวะก็ให้บอกน้องว่าพี่รักเอนะ เรามีกันแค่สองคนพี่น้องทำนอง ๆ นี้ค่ะ

บ่นกับน้องบ่อย ๆ อันนี้คนพูดต้องดูพฤติกรรมน้องด้วยค่ะ ถ้าเห็นว่าน้องเริ่มจะไม่ค่อยดี นอกลู่นอกทางก็บ่น ๆ ไปสักทีว่าสงสารแม่เนอะ ถ้าพ่ออยู่แม่คงไม่เหนื่อยตัวเป็นเกลียวหาเลี้ยงพวกเราอย่างนี้ เอสงสารแม่เหมือนพี่หรือเปล่า ถ้าน้องบอกว่าสงสาร พี่ก็ตอบไปเลยค่ะว่างั้นก็ก่อนที่คิดจะทำอะไรไม่ดีก็ให้หลับตานึกถึงหน้าแม่ หน้าพี่ก่อน พยายามเรียนหนังสือให้ดี ๆ เรียนให้เก่ง ๆ พี่กับแม่ก็ภูมิใจ จบแล้วเราจะได้ช่วยกันทำงานหาเลี้ยงแม่บ้าง แล้วไซโคไปเลยเหมือนพูดกับลมแล้งค่ะว่า เฮ้อ เงินนี่มันสำคัญจริง ๆ เนอะ ถ้าเรียนไม่ดีก็หางานยาก พอไม่มีงานทำหนุ่ม ๆ เขาก็ไม่มอง  เออ แต่ว่าเขาไม่ได้หรอกเพราะถ้าแฟนพี่ไม่มีงานทำพี่ก็ไม่เอาเหมือนกัน ...ตัวอย่างแบบๆ นี้ล่ะค่ะ

ป้าไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เห็นภาพ ป้าเป็นพี่คนโตมีน้อง 3 คนและสนิทกับน้องทุกคน บ้านเราคุยกันทุกเรื่องไม่ปิดบังกันค่ะ เรื่องเงินพี่ก็เหมือนเงินน้อง เงินน้องเหมือนเงินพี่เราไม่แก่งแย่งชิงดีกัน กับคนเล็กห่างป้ารอบหนึ่งป้าก็คุยเล่นกับเขา บางจังหวะคุยกันก็เอาความคิดที่ถูกต้องแอบใส่ไว้ในหัวเขาบ้าง อันไหนที่เขาถูกเราก็ชมเขา ถ้าน้องทำผิดป้าก็ไม่โวยวายนะแต่ถามเขาก่อนว่าเขามีเหตุผลอะไรถึงทำแบบนี้ แล้วก็บอกว่าเออ แล้วก็แล้วไปนะแล้วก็จำไว้อย่าให้ผิดอีก เรื่องเหล้าบุหรี่ป้าบอกเลยว่าถ้าอยากลองบอกมาเดี๋ยวป้าจัดให้ดื่มให้สูบกันต่อหน้าไปเลย ..เลี้ยงลูกนี่มาถึงรุ่นหลาน 3 ขวบแล้วก็เลี้ยงดึง ๆ ปล่อย ๆ เป็นทู ทรี โฟอินวันสไตล์ ๆ นี้ค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่