Kingsman Parody - ถ้า Kingsman เป็น the (Siam) Secret Service ภาค 2 -- [คำเตือน : มี spoilers แน่นอนค่ะ]

กระทู้ภาคที่แล้ว

ถ้า Kingsman เป็น the Siam Secret Service (Kingsman Parody)
http://pantip.com/topic/33285222


บอกกล่าว

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มาอ่านกระทู้ก่อนหน้านี้ รวมถึงที่มาคุยกันและกดโหวตให้ด้วย ดีใจที่มีคนชอบเรื่องนี้เหมือนกัน และชอบสิ่งที่เขียนไปด้วยค่ะ  แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ต้องบอกว่า ต้นฉบับของหนังเรื่องนี้เขาดีจริง ๆ ^^

ท้าวความก่อนว่า กระทู้นี้และกระทู้ก่อนหน้าเกิดจากการคุยกันเล่น ๆ กับเพื่อนว่า ถ้าเหตุการณ์ในหนัง Kingsman เกิดขึ้นในไทยจะออกมาเป็นแบบไหน คุยกันไปมา แล้วก็โดนเพื่อนยุให้เขียนออกมาดู เขียนแล้วก็โพสต์ไว้อ่านกันเล่น ๆ เฮฮากันไป หลาย ๆ ชื่อในนี้ คิดเองบ้าง เพื่อนเสนอมาบ้าง กลายเป็นคิงส์แมนฉบับสยาม ที่มีฉากหลังเป็นสมัยปลายรัชกาลที่ 6 คำพูดคำจาในเรื่องและเหตุการณ์ก็จะออกเก่า ๆ หน่อย แต่ก็เข้ากันดีแบบแปลก ๆ (มั้ยนะ) แล้วก็เอามาปันกันอ่านในพันทิปบ้าง เพราะนึกสนุก


จำได้ว่า คราวก่อนมีคนถามถึงวาเลนไทน์กับกาเซลล์มา แล้วตัวเองก็มีที่เขียนเอาไว้บ้างพอสมควร ก็เลยเอามาลงต่อให้หมดคลังที่มีเลยละกัน ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วเนอะ



สารภาพอย่างนึงว่า เรื่อง Kingsman: The Secret Service ทำให้ชีวิตผิดเพี้ยนไปเอามาก ๆ และเป็นเหตุผลที่ต้องเอาของมาลงต่อให้หมดเท่าที่มี เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า กลางสัปดาห์ก่อน (หลังจากดูคิงส์แมนไปแล้วประมาณเกือบ ๆ สามสัปดาห์) ไปซื้อของสำหรับเตรียมงานกับรุ่นพี่ แต่ก่อนหน้านั้นก็ไปซื้อกาแฟก่อน


ก่อนจะถึงร้านกาแฟ ก็เดินผ่าน McDonald … สองคนที่ไปดูคิงส์แมนมาด้วยกัน หันหน้ามองกัน


“แฮปปี้มีลมั้ย คราวก่อนเดินออกมาจากโรงหนังแล้วอยากกินชุดแฮปปี้มีลเป็นบ้าเลย แต่ไม่มีให้กิน” รุ่นพี่ว่า


“นั่นสินะ” ตัวเองพยักหน้าหงึก ๆ ตาม แต่ความอยากกาแฟรุนแรงกว่า แม็คโดนัลด์เลยแพ้ไป แต่ความอยากแม็คโดนัลด์ในวันที่ไปดูหนังนี่ น่ากลัวมาก เพราะโดยปกติแล้ว สองคนนี้ไม่กินฟาสต์ฟู้ด ยกเว้นจำเป็นและไม่มีอะไรให้กิน ถ้าห้างที่ไปดูหนังวันนี้มีแมคโดนัลด์คงจัดกันไปเรียบร้อยแล้ว ^^'


พอจัดการธุระเสร็จ ไปร้านหนังสือ ออกร้านหนังสือต้องผ่านโซนของเล่นและกิฟท์ช็อป รุ่นพี่ก็มาหยุดกึกที่ตุ๊กตาหมาปั๊ก… ไม่ต้องเดาก็รู้ว่า หมายความว่ายังไง การที่หนังเรื่องนี้ทำให้ทาสแมวปรี่เข้าไปหาตุ๊กตาหมาปั๊กพร้อมเรียกมันว่า เจบี ได้ นี่ก็ไม่เรียกว่า ธรรมดาแล้วมั้งคะ


สรุปสั้น ๆ ว่า หนังเรื่อง Kingsman เป็นหนังที่ทำให้คนดูอาการหนักได้พอสมควรเลย (ที่แน่ ๆ คือ ชายวัยกลางคน สูท และ แว่น ทำหญิงสาววัยทำงานตกอยู่ในอาการเพ้อเรื้อรังไปเรียบร้อยแล้ว) ถ้าไปดูอีกรอบนี่ ไม่รู้ว่าอาการจะดีขึ้น หรือหนักกว่าเก่า แต่ที่แน่ ๆ คือ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หัวฟู ร่างพังเพราะงานกันสุดฤทธิ์ และภาวะนี้จะยาวไปถึงอาทิตย์หน้าโน้น กระทู้นี้ก็คงเป็นกระทู้ที่เกี่ยวกับ Kingsman กระทู้สุดท้ายแล้ว คงไม่มีอะไรอัพเดทเพิ่มเติมแล้วนะคะ




(ป.ล. ส่วนเรื่องที่เขียนตามปกติที่ลงไว้ในถนนฯ น่าจะลงได้ประมาณวันศุกร์เสาร์หน้า ไม่ได้ทิ้งไปไหนนะคะ แต่คนละอารมณ์กับ parody นี้โดยสิ้นเชิงค่ะ เลยบอกไว้ก่อน ไม่อยากให้ผิดหวังเพราะคาดหวังว่า มันจะเป็นเหมือน parody นี้ ฮา)




ขอบคุณมาก ๆ ที่แวะมาอ่านกันค่ะ ^^


---------------------------------------------------------------------------------------------


Sugar?

หลวงอานนท์แพทยกิจนั่งมองข้อมือที่ถูกมัดติดกับเท้าแขนเก้าอี้อย่างมึนงง จนบัดนี้ เขาก็ยังไม่รู้เลยว่า ตนเองถูกพามากักขัง ณ สถานที่แห่งใด กลุ่มคนที่เฝ้าเขาอยู่เป็นใครมาจากไหน สิ่งที่เห็นอยู่นอกหน้าต่าง คือ ยอดตาลที่ถูกลมพัดส่งเสียงซ่าไม่ขาดสาย และเป็นสิ่งเดียวที่บอกเขาว่า สถานที่แห่งนี้ น่าจะอยู่บนยอดเขา หรือเนินเขาแห่งใดแห่งหนึ่ง


“น้ำตาลเมาเมืองเพชรสักหน่อยไหมเล่า คุณหลวง” คนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าของคนเฝ้ายามบอก


แม้จะได้รับการดูแลเรื่องน้ำท่าอาหารเป็นอย่างดี หากตั้งแต่ถูกลักพามาจากโรงเรียนแพทยากร โรงพยาบาลศิริราช ก็แทบไม่มีเหล้ายาตกถึงท้องเลยสักหยด และเป็นสิ่งที่เขาคิดถึงอย่างที่สุด น้ำตาลเมากลิ่นหอมจัด รสแรงมีแต่เพียงที่นี่เท่านั้นที่เลื่องชื่อ คำชักชวนนั้นจึงทำให้คุณหลวงถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ


ชายผู้นั้นเห็นท่าทีของคุณหลวงแล้วก็ยิ้ม ๆ และเดินหนีไปอีกห้องหนึ่งซึ่งแยกไว้เป็นครัวและที่หุงหาอาหาร ในเวลานั้นเอง ก็มีเสียงเคาะอยู่มาจากทางประตูหน้ากระท่อม


“มีใครอยู่บ้านไหมจ๊ะ บ้านฉันน้ำตาลโตนดหมด ขอยืมสักสองเฟื้องเถิด”


คนยามในเรือนต่างมองหน้ากัน ด้วยกระท่อมหลังนี้ปลูกแอบอยู่ซ่อนอยู่ในดงไม้รกครึ้มด้านหลังของเขาวัง การจะขึ้นมาได้นั้นไม่ง่าย เพราะการต้องฝ่าทัพลิงที่ซุกซน เพียงเท่านั้น ลำบากหนักหนาจนถอดใจได้แล้ว


ชายคนหนึ่งตัดสินใจลุกขึ้นยืน เดินไปยังประตู มือหนึ่งไพล่หลังจับด้ามมีดที่เหน็บกับผ้าขาวม้าเอาไว้พร้อมใช้งาน ส่วนมืออีกข้างปลดสลักกลอน และค่อย ๆ แง้มเปิดออกอย่างระมัดระวัง


ในนาทีที่คนนอกประตูเยี่ยมหน้าเข้ามาภายในนั้น ชายที่เปิดประตูรับก็ทรุดลงขาดใจตายทันที สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้คนในห้องที่ล้วนเห็นเหตุการณ์ต่างตกตะลึง และทันทีที่คุมสติได้ ทุกคนก็เข้าจู่โจมแขกมิได้รับเชิญคนดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียง แต่เปล่าประโยชน์ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ทุกคนก็ล้วนสิ้นชีพไปตามกันทั้งสิ้น


คนสุดท้ายที่เหลืออยู่อย่างตัวหัวหน้าที่นำน้ำตาลเมาใส่กระบอกไม้ไผ่ออกมาก็ถูกกำจัดโดยไม่ทันรู้ตัว และไม่พลาดปล่อยให้กระบอกน้ำตาลเมานั้นหล่นลงกับพื้นหรือกระเซ็นออกมาสักหยด


หลวงอานนท์แพทย์กิจได้แต่อ้าปากค้างกับการควงมีดสั้นปลิดชีวิตศัตรูอย่างคล่องแคล่วและเงียบเชียบ ชายที่เพิ่งเข้ามาถึงอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ต เนคไท เสื้อสูท กางเกงสีเบจ และรองเท้าหนังแบบสากลที่ฝรั่งใส่ ซึ่งทำให้เจ้าตัวดูจะอยู่ผิดที่ผิดทางชอบกล แต่ท่าทางการต่อสู้ของเขาสง่างาม ผาดโผน และรวดเร็วราวกับหนุมานชาญสมร ทหารเอกของพระรามที่ต่อกรกับพวกยักษ์อย่างทศกัณฐ์


“ท่านคือหลวงอานนท์แพทยกิจสินะขอรับ” ชายผู้นั้นกล่าวพร้อมรอยยิ้ม แม้จะสู้กับคนนับสิบ หากเสื้อผ้าและผมเผ้าของเขาก็ยังเรียบกริบไม่กระดิก มือที่ถือกระบอกน้ำตาลเมาจ่อใกล้กับใบหน้าของข้าราชการวัยกลางคนที่ได้แต่มองของในภาชนะนั้นตาละห้อย “กระผม คือ หนุมาน ได้รับมอบหมายมาให้ช่วยท่านออกไปจากที่นี่ขอรับ”


เขาเหลือบมองมือที่ถูกพันธนาการไว้กับเก้าอี้ของอีกฝ่าย ทำท่าเหมือนจะฝากให้ถือกระบอกน้ำตาลเมาไว้ชั่วคราว และดูจะเป็นความหวังและโอกาสเดียวที่คุณหลวงจะได้ลิ้มรสน้ำตาลเมาที่ดีที่สุดแหล่งหนึ่งในสยาม แต่แล้วความหวังอันน้อยนิดนั้นก็พังทลาย เมื่อชายในสูทสากลคนดังกล่าวชักมือกลับ และยกกระบอกน้ำตาลเมานั้นขึ้นต่อจมูก พลางหรี่ตาลงด้วยความชื่นชมยินดี


“แหม… น้ำตาลเมากระบอกนี้ กลิ่นดีเหลือเกิน” ไม่พูดเปล่า ยังเทของเหลวดีกรีแรงเข้าปากของตนด้วยอึกหนึ่ง “รสก็วิเศษ สมแล้วที่น้ำตาลเมืองเพชรนั้นข้นชื่อ จะเคี่ยวเป็นน้ำตาล หรือต้มกลั่นเป็นน้ำตาลเมาก็ยอดเยี่ยม”


หลวงอานนท์ฯ ได้แต่มองภาพตรงหน้าอย่างพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ตัวเองก็ยังถูกมัด เหล้าก็ถูกชิงไปกินต่อหน้าต่อตา โดยคนที่บอกว่าจะมาช่วย


ในขณะนั้นเอง มีเสียงเคาะประตูเป็นจังหวะดังมาจากทางด้านหน้าของกระท่อม


ผู้ซึ่งแนะนำตัวว่ามีชื่อเรียกขานว่า ‘หนุมาน’ เลิกคิ้วน้อย ๆ แต่ใบหน้ายังเปื้อนรอยยิ้ม เดินตรงไปเปิดประตู


หลังบานประตูที่เปิดออก มีหญิงสาวไว้ผมยาวอย่างตะวันตกสวมเสื้อคอปาดแขนยาวและผ้าซิ่นสีเข้มอย่างที่นิยมกันในยุคนี้ ขาของหล่อนดูผิดปกติจนสังเกตได้ และนั่นก็ทำให้หล่อนต้องอาศัยไม้เท้าโลหะสำหรับช่วยทรงตัว เครื่องหน้าของหล่อนก้ำกึ่งอยู่ระหว่างคำว่างามและหล่อเหลา ริมฝีปากบางของหล่อนเหยียดยิ้มเมื่อมองคนที่เปิดประตูให้


เพียงเสี้ยวนาที ดาบคมกริบที่ซ่อนอยู่ในไม้เท้าก็ผ่าร่างของ ‘หนุมาน’ ออกเป็นสองซีก โดยที่เจ้าตัวเองไม่ทันรู้ตัวหรือทันร้องออกมาแม้แต่แอะเดียว


สิ่งต่อมาที่สายตาของหลวงอานนท์เห็นนอกเหนือไปจากความตายอันรวดเร็วของคนที่เพิ่งพบ ก็คือความสูญเสียที่กำลังจะเกิดจากการที่น้ำตาลเมาตกลงกระทบพื้น และหกลงไปเสีย แต่ทว่าการณ์มิได้เป็นเช่นนั้น เพราะหญิงสาวซึ่งสอดดาบที่ไม่มีคราบเลือดแม้แต่หยดเก็บเข้าไปในไม้เท้าแล้วได้เอื้อมมือออกไปรับกระบอกไม้ไผ่นั้นเอาไว้อย่างมั่นคง และวางลงกับโต๊ะอย่างนุ่มนวล


สภาพห้องที่เกลื่อนไปด้วยซากศพที่ถูกแทงจนมีเลือดซึมออกมาจากบาดแผลทำให้หล่อนขมวดคิ้ว ก่อนจะเดินผ่านหน้าคนที่ถูกมัดไม้กับเก้าอี้ไปยังแคร่นอนและตู้เก็บของ นำเอาผ้าสำหรับนุ่งห่มเก็บอยู่หลายพับออกมา


“ช่วยอิฉันถือไว้สักครู่นะเจ้าคะ” หล่อนยื่นผ้าเหล่านั้นให้เขา หากเขาขยับและยกข้อมือขึ้นเพื่อให้หล่อนเห็นว่า เขาเองก็หยิบจับอะไรไม่ถนัด เพราะถูกมัดไว้


หล่อนร้องอ้อเบา ๆ และชักดาบสั้นออกมา ตวัดปลายดาบเฉียดพุงกลม ๆ ของหลวงอานนท์ฯ ไปวูบหนึ่ง จากนั้นเชือกก็ขาดออก หล่อนยิ้มน้อย ๆ และยื่นผ้าหลายพับนั้นให้เขารับเอาไว้


“พ่อกำนันไม่ชอบเห็นเลือดน่ะเจ้าค่ะ” หล่อนอธิบายด้วยท่าทีเรียบเรื่อยราวกับตอบคำถามว่ากินข้าวปลามาแล้วหรือยัง พลางใช้ผ้าคลุมร่างที่นอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นจนครบคน กวาดตาดูความเรียบร้อยภายในกระท่อมจนพอใจ จึงค่อยเดินไปทางประตู และเปิดรับบุคคลซึ่งรออยู่ข้างนอกให้เข้ามา


“ท่านคือหลวงอานนท์แพทยกิจซีนะ” ชายผิวคล้ำซึ่งก้าวเข้ามาภายในกระท่อมทักทายอย่างเป็นมิตร “ต้องขออภัยจริง ๆ ที่ทำให้คุณหลวงต้องมาเห็นภาพไม่น่าดู เพราะอ้ายคนที่เข้ามาก่อนหน้านี้ ดีที่แม่กระจงจัดการเสียเรียบร้อย ไอ้ผมก็เป็นคนใจอ่อนเสียด้วย เห็นเลือดเป็นไม่ได้ พาลจะคลื่นเหียนอาเจียนออกมาเสียทุกที”



------------------------------------------------------------------------

(มีต่อนะคะ)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่