สวนจตุจักร บริเวณที่เป็นเซกเตอร์ธุรกิจค้าขายสัตว์เลี้ยง เป็นเขตที่คนพลุกพล่านตั้งแต่เช้ายันเย็นทุกวัน
ใครที่มีธุระไปซื้อสัตว์เลี้ยง อุปกรณ์ หรืออาหารสัตว์ หากไปช่วงสายมักจะหาที่จอดรถยากแค้นแสนเข็ญ
สถานการณ์นี้แหละทำให้ประชาชนหลายต่อหลายรายตกเป็นเหยื่อของตำรวจจราจร....ล็อกรถ ....หากินกับค่าปรับ ??!
ลานจอดรถในพิพิธภัณฑ์เด็กมักเต็ม ล้นออกมานอกถนน แน่นขนัด และที่ถนนหน้าพิพิธภัณฑ์เด็กนี่แหละ คือ คิลลิ่งโซน ที่ตำรวจจัดการซุ่มมองหารถที่เผลอเข้าจอดในขอบถนนแดง-ขาว
ผมเคยจอดและโดนมาก่อนด้วยความรีบร้อนว่าจะแว้บไปแค่ซื้อพันธุ์ปลาดุกฝั่งตรงข้าม ไม่เกิน 10 นาที กลับมา โดนล็อกล้อซะแล้ว ต้องไปเสียค่าปรับที่ สน.ประชาชื่น 400 บาท (ในใบสั่ง 700 บาท)
คืองี้นะครับ คนที่เข้าไปจตุจักรครั้งแรกๆมักโดนอย่างผมนี่แหละ
เพราะตำแหน่งที่ตำรวจ (หรือสายตำรวจ) ซุ่มดูนั้น เหมือนจงใจทำให้เป็นกับดัก แหล่งทำมาหากินกับเรื่องนี้
ผมขอตั้งข้อสังเกตนะครับ
1) บริเวณประตูเข้าออกด้านที่ติดกับป้ายชื่อของพิพิธภัณฑ์เด็ก มีประตูเปิดให้รถเข้าด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งปิดตายล็อกกุญเเจไว้ตลอดเวลาและตรงนี้จะเป็นบริเวณว่าง มีรถเข้าไป (แต่ไม่จอด) แล้วขับออกไป คนที่ตามหลังมา นึกว่าเขาเสร็จธุระจึงเลื่อนเข้าไปจอดแทนที่
ก็เรียบร้อย สน.ประชาชื่นสิครับ
2) บริเวณที่ว่าตามข้อ 1 ถ้าตำรวจหรือใครก็ตามที่รับผิดชอบกับเรื่องนี้ หากมีใจคิดช่วยเหลือประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ (อย่าเพิ่งหาว่าโง่เองนะครับ ดูข้อ 3 ) ด้วยการติดป้ายเตือนไว้ให้เห็นชัดๆก็จะดีไม่น้อย เขียนว่า "ห้ามจอดรถบริเวณนี้ ฝ่าฝืนล็อกล้อ"
3) บริเวณที่เป็นขอบแดง-ขาว ที่ยาวเหยียดนั้น มีหลายคันที่จอดได้โดยไม่ถูกล็อกล้อ นีเลือกปฏิบัติหรือเปล่า ถ้าห้ามจริง ถนนซีกนี้ต้องโล่งตลอดสิครับ ว่าไหม หรือว่าคันที่เข้าไปจอดได้ใกล้คิลลิ่งโซน คือคัน "อ่อยเหยื่อ" ครับ
ใครก็ตามที่ริเข้าไปสวนจตุจักร์ครั้งแรก หากได้อ่านข้อเขียนนี้ ก็ระวังด้วยครับ เพราะช่วงหลังๆผมขับรถผ่านบริเวณที่ว่า หันไปมองมีรถถูกล็อกล้อที่จุดที่ผมว่านี้กันหลายคัน เข้าใจว่า วันหนึ่งๆ ตำรวจคงได้เงินจากการนี้หลายเชียวครับ เดือนหนึ่งคงนับล้านกระมัง !
เตือนภัย.....คิลลิ่งโซนล็อกล้อรถที่สวนจตุจักร
ใครที่มีธุระไปซื้อสัตว์เลี้ยง อุปกรณ์ หรืออาหารสัตว์ หากไปช่วงสายมักจะหาที่จอดรถยากแค้นแสนเข็ญ
สถานการณ์นี้แหละทำให้ประชาชนหลายต่อหลายรายตกเป็นเหยื่อของตำรวจจราจร....ล็อกรถ ....หากินกับค่าปรับ ??!
ลานจอดรถในพิพิธภัณฑ์เด็กมักเต็ม ล้นออกมานอกถนน แน่นขนัด และที่ถนนหน้าพิพิธภัณฑ์เด็กนี่แหละ คือ คิลลิ่งโซน ที่ตำรวจจัดการซุ่มมองหารถที่เผลอเข้าจอดในขอบถนนแดง-ขาว
ผมเคยจอดและโดนมาก่อนด้วยความรีบร้อนว่าจะแว้บไปแค่ซื้อพันธุ์ปลาดุกฝั่งตรงข้าม ไม่เกิน 10 นาที กลับมา โดนล็อกล้อซะแล้ว ต้องไปเสียค่าปรับที่ สน.ประชาชื่น 400 บาท (ในใบสั่ง 700 บาท)
คืองี้นะครับ คนที่เข้าไปจตุจักรครั้งแรกๆมักโดนอย่างผมนี่แหละ
เพราะตำแหน่งที่ตำรวจ (หรือสายตำรวจ) ซุ่มดูนั้น เหมือนจงใจทำให้เป็นกับดัก แหล่งทำมาหากินกับเรื่องนี้
ผมขอตั้งข้อสังเกตนะครับ
1) บริเวณประตูเข้าออกด้านที่ติดกับป้ายชื่อของพิพิธภัณฑ์เด็ก มีประตูเปิดให้รถเข้าด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งปิดตายล็อกกุญเเจไว้ตลอดเวลาและตรงนี้จะเป็นบริเวณว่าง มีรถเข้าไป (แต่ไม่จอด) แล้วขับออกไป คนที่ตามหลังมา นึกว่าเขาเสร็จธุระจึงเลื่อนเข้าไปจอดแทนที่
ก็เรียบร้อย สน.ประชาชื่นสิครับ
2) บริเวณที่ว่าตามข้อ 1 ถ้าตำรวจหรือใครก็ตามที่รับผิดชอบกับเรื่องนี้ หากมีใจคิดช่วยเหลือประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ (อย่าเพิ่งหาว่าโง่เองนะครับ ดูข้อ 3 ) ด้วยการติดป้ายเตือนไว้ให้เห็นชัดๆก็จะดีไม่น้อย เขียนว่า "ห้ามจอดรถบริเวณนี้ ฝ่าฝืนล็อกล้อ"
3) บริเวณที่เป็นขอบแดง-ขาว ที่ยาวเหยียดนั้น มีหลายคันที่จอดได้โดยไม่ถูกล็อกล้อ นีเลือกปฏิบัติหรือเปล่า ถ้าห้ามจริง ถนนซีกนี้ต้องโล่งตลอดสิครับ ว่าไหม หรือว่าคันที่เข้าไปจอดได้ใกล้คิลลิ่งโซน คือคัน "อ่อยเหยื่อ" ครับ
ใครก็ตามที่ริเข้าไปสวนจตุจักร์ครั้งแรก หากได้อ่านข้อเขียนนี้ ก็ระวังด้วยครับ เพราะช่วงหลังๆผมขับรถผ่านบริเวณที่ว่า หันไปมองมีรถถูกล็อกล้อที่จุดที่ผมว่านี้กันหลายคัน เข้าใจว่า วันหนึ่งๆ ตำรวจคงได้เงินจากการนี้หลายเชียวครับ เดือนหนึ่งคงนับล้านกระมัง !