เมื่อ “ความเดือดร้อน” และ “ความถูกต้อง” ของคนใช้รถใช้ถนนบางครั้งอาจเดินสวนทางกัน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบนถนนหาดใหญ่–พัทลุง บริเวณ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อคนขับรถพ่วงสิบล้อรายหนึ่ง เกิดยางระเบิดระหว่างขนส่งสินค้า จึงจำเป็นต้องจอดรถริมทางเพื่อรอเปลี่ยนยาง โดยปลดหางพ่วงทิ้งไว้ชั่วคราวในจุดพักรถสิบล้อ แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออกใบสั่งและล็อกล้อ เนื่องจากไม่มีการตั้งกรวยหรือสัญลักษณ์เตือนตามที่กฎหมายกำหนด
     ด้วยความเครียดและความกดดันจากปัญหาที่เกิดขึ้น คนขับจึงแสดงอารมณ์ด้วยการเขียนป้ายต่อว่าตำรวจด้วยถ้อยคำรุนแรง จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม
     ภายหลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงว่า แม้รถจะเสียจริง แต่ตามกฎหมาย หากมีการจอดรถฉุกเฉินบนไหล่ทาง ผู้ขับขี่จำเป็นต้องวางสัญลักษณ์เตือนหรือกรวยจราจรในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้ถนนคนอื่น หากไม่ปฏิบัติตามก็มีโทษปรับตามกฎหมาย ทั้งต่อผู้ขับขี่และผู้ประกอบการขนส่ง
     เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า “ความเดือดร้อน” และ “ความถูกต้อง” บางครั้งอาจเดินสวนทางกัน คนทำงานทุกคนย่อมมีวันที่เหนื่อยและกดดัน แต่การใช้อารมณ์หรือคำพูดรุนแรง ไม่ได้ช่วยให้ปัญหาดีขึ้น กลับอาจทำให้ตัวเองเสียทั้งภาพลักษณ์และความน่าเคารพ
ในขณะเดียวกัน กฎหมายก็มีไว้เพื่อความปลอดภัยของทุกคน ไม่ใช่เพื่อกลั่นแกล้งใคร หากต่างฝ่ายต่างใช้เหตุผล รับฟังกัน และเคารพหน้าที่ของกันและกัน สังคมก็คงน่าอยู่มากกว่านี้

เพราะสุดท้ายแล้ว…

“คนที่รู้จักควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ คือคนที่เข้มแข็งกว่าคนที่เอาชนะด้วยคำด่าเสมอ”
และบางครั้ง การยอมรับในสิ่งที่ตัวเองพลาด ก็มีค่ามากกว่าการพยายามเอาชนะทุกอย่างด้วยอารมณ์


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่